ตอนที่ 8 — สายสัมพันธ์มังกรเทพ
จอมเทพระบบอมตะ · 241 ตอน
เส้าหลินยืนนิ่งดุจถูกสาป ดวงตาของเขามิอาจละไปจากร่างอรชรเบื้องหน้าได้เลย หญิงสาวผู้นั้นราวกับหลุดมาจากภาพวาดเทพธิดาแห่งแดนสวรรค์ ผิวขาวผ่องราวหิมะยามแรกผลิ เส้นผมสีดำขลับทอประกายม่วงอ่อนระยับราวกับมีดวงดาวซ่อนอยู่ ดวงหน้าเรียวสวยรูปไข่รับกับริมฝีปากอิ่มสีกลีบกุหลาบ ดวงตาคู่นั้นลึกซึ้งเกินหยั่งถึง ดุจห้วงอวกาศที่เต็มไปด้วยความลับนับอนันต์ แฝงเร้นความสง่างามและความเยือกเย็นที่ชวนให้ผู้คนต้องก้มกราบ
เธอยืนอยู่บนซากปรักหักพังของวิหารที่บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษหินไร้รูปทรง ท่าทางสงบนิ่งประหนึ่งเทพเซียนที่ก้าวข้ามทุกสรรพสิ่ง แสงจันทร์ยามราตรีสาดส่องลงมากระทบกายเธอ ทำให้เธอเปล่งประกายเรืองรองราวกับเป็นศูนย์กลางของจักรวาล พลังปราณโบราณที่เคยบ้าคลั่งก่อนหน้านี้ บัดนี้กลับสงบนิ่งราวกับยอมสยบแทบเท้าเธอ เสียงคำรามกึกก้องที่เพิ่งจะทำให้ปฐพีสั่นสะเทือนก็เงียบหายไปสิ้น เหลือเพียงความเงียบงันที่น่าขนลุก หัวใจของเส้าหลินเต้นระรัวอย่างไม่อาจควบคุม มันไม่ใช่ความกลัว ทว่าเป็นการผสมผสานระหว่างความตื่นตะลึง ความคาดไม่ถึง และความรู้สึกบางอย่างที่ผูกพันลึกซึ้งราวกับเขารู้จักเธอมานานแสนนาน
“ในที่สุด... ก็ได้พบกัน” เสียงของเธอไพเราะราวเสียงพิณทิพย์ยามบรรเลง แต่ทว่าแฝงไว้ด้วยความเหงาหงอยอันยาวนานนับพันปี มันสั่นสะท้านไปถึงแก่นจิตวิญญาณของเส้าหลิน ราวกับมนต์สะกดที่ดึงดูดให้เขาก้าวเข้าไปหาเธอ หญิงสาวผู้นั้นก้าวลงมาจากแท่นหินที่เคยเป็นที่ประทับของรูปปั้นมังกร เธอเดินตรงมายังเส้าหลินอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยความสง่างามเหนือธรรมชาติ
“ท่าน... ท่านคือมังกรบรรพกาล?” เส้าหลินเอ่ยถามด้วยเสียงที่แหบพร่า ดวงตาจับจ้องไปที่เธออย่างไม่วางตา เขารู้สึกได้ถึงกระแสพลังงานอันคุ้นเคยที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายเธอ มันเป็นพลังเดียวกับที่เขาเพิ่งดูดซับเข้าไป และเป็นพลังที่ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด
หญิงสาวแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นงดงามจนสามารถทำให้บุปผาพันปีต้องผลิบาน “ถูกต้อง ข้าคือ ‘หลงซิน’ ผู้พิทักษ์แห่งวิหารแห่งนี้ และเป็นวิญญาณแห่งมังกรบรรพกาลที่หลับใหลอยู่ใต้พิภพมานับพันปี”
ชื่อ ‘หลงซิน’ ดังก้องอยู่ในหูของเส้าหลิน มันเป็นชื่อที่เรียบง่าย แต่กลับแฝงไว้ด้วยความยิ่งใหญ่และความลึกลับของเผ่าพันธุ์มังกร เขาพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ทั้งการตื่นขึ้นของมังกร การแปลงกายเป็นมนุษย์ และเหตุใดเธอจึงกล่าวว่า ‘ในที่สุดก็พบกัน’ ราวกับว่าพวกเขามีชะตากรรมที่เชื่อมโยงกัน
“แต่... เหตุใดท่านจึงตื่นขึ้นมาในร่างมนุษย์? และพลังที่ข้าดูดซับไปก่อนหน้านี้...” เส้าหลินถามด้วยความสงสัย พลางยกมือขึ้นสัมผัสแผงอกของตนเอง เขารู้สึกได้ถึงพลังมังกรที่ยังคงไหลเวียนอยู่ในทุกอณูเซลล์ของเขา
หลงซินเดินเข้ามาใกล้จนเกือบจะประชิดตัวเส้าหลิน กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้ป่าและไอดินยามฝนพรำลอยมาแตะจมูกของเขา เธอยกมือเรียวสวยขึ้นแตะที่หน้าอกของเส้าหลินเบาๆ ความเย็นยะเยือกแต่กลับอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในร่างของเขา ทำให้หัวใจที่เต้นระรัวสงบลงได้อย่างน่าประหลาด
“แก่นแท้แห่งวิญญาณบรรพกาลที่เจ้าดูดซับไปนั้น... มันคือส่วนหนึ่งของข้า” หลงซินอธิบายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่แฝงไว้ด้วยพลังที่ไม่อาจปฏิเสธ “ข้าได้หลับใหลอยู่ในห้วงนิทราอันยาวนานนับหมื่นปี ร่างกายของข้าได้กลายเป็นหินผาและธรณี ส่วนแก่นแท้แห่งวิญญาณของข้าได้แบ่งแยกออกเป็นหลายส่วน เพื่อรอคอยผู้มีชะตากรรมที่จะมาปลุกให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง และเจ้า... เส้าหลิน... คือผู้ที่ถูกลิขิต”
เส้าหลินรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางกบาล เขามองหน้าหลงซินด้วยความตกตะลึง พลังที่เขาดูดซับไปนั้นไม่ใช่แค่พลังงานบริสุทธิ์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิญญาณมังกรบรรพกาล! นี่มันเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้หลายเท่า
“ระบบอมตะของเจ้าได้ทำปฏิกิริยากับแก่นแท้แห่งวิญญาณของข้า ทำให้กระบวนการตื่นขึ้นและรวมร่างของข้าสมบูรณ์แบบรวดเร็วยิ่งขึ้น” หลงซินอธิบายต่อ “ด้วยพลังปราณมหาศาลที่เจ้าครอบครอง และด้วยความบริสุทธิ์ของจิตวิญญาณเจ้า แก่นแท้ของข้าจึงเลือกที่จะหลอมรวมเข้ากับเจ้า และในขณะเดียวกัน ก็ดึงพลังชีวิตและพลังปราณของเจ้าบางส่วนมาสร้างร่างมนุษย์ให้แก่ข้า”
เส้าหลินตรวจสอบร่างกายของตัวเอง เขารู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งกับหลงซิน ราวกับว่าพวกเขาไม่ใช่คนแปลกหน้าอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ความรู้สึกที่เคยสับสนและประหลาดใจ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เขารู้สึกราวกับได้ค้นพบส่วนที่ขาดหายไปในชีวิต
“เช่นนั้น... ข้ากับท่านก็...” เส้าหลินพูดไม่ออก มันเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายด้วยคำพูดใดๆ
หลงซินยิ้มอีกครั้ง รอยยิ้มนั้นอ่อนโยนและปลอบโยน “เราได้ผูกพันกันด้วยชะตากรรมและวิญญาณ เส้าหลิน พลังมังกรบรรพกาลได้ไหลเวียนอยู่ในสายเลือดของเจ้าแล้ว และเจ้าก็เป็นผู้ที่จะสืบทอดเจตนารมณ์ของข้าในการปกป้องโลกใบนี้”
ทันใดนั้น เสียงเตือนของระบบอมตะก็ดังก้องขึ้นในหัวของเส้าหลิน
[การหลอมรวมแก่นแท้แห่งวิญญาณมังกรบรรพกาลสำเร็จ!] [ผู้ใช้ได้รับสายสัมพันธ์แห่งมังกรเทพ!] [ปลดล็อกเผ่าพันธุ์: มนุษย์ (มังกรบรรพกาล)] [เพิ่มค่าสถานะพื้นฐานทั้งหมดอย่างมหาศาล!] [พลังปราณเพิ่มขึ้น 50,000 หน่วย!] [ระดับพลังปราณ: ขอบเขตรวมปราณ ขั้นที่ 5] [ปลดล็อกสกิลใหม่: “มังกรคำรน” (ระดับ 1), “เกราะเกล็ดมังกร” (ระดับ 1)] [ปลดล็อกคุณลักษณะพิเศษ: “จิตวิญญาณมังกร” – เพิ่มความสามารถในการฟื้นฟูร่างกายและพลังปราณอย่างรวดเร็ว, เพิ่มความต้านทานต่อการโจมตีธาตุทุกชนิด] [ปลดล็อกฉายาพิเศษ: “ผู้สืบทอดมังกรบรรพกาล”] [ได้รับภารกิจหลัก: “การตื่นขึ้นของยุคสมัย”] [รายละเอียด: หลงซิน มังกรบรรพกาลได้ตื่นขึ้นแล้ว การปรากฏตัวของนางจะทำให้โลกเข้าสู่ยุคแห่งความปั่นป่วนและโอกาส จงร่วมมือกับหลงซินเพื่อค้นหาพลังที่แท้จริงของนาง และปกป้องโลกจากการรุกรานที่กำลังจะมาถึง] [รางวัล: ???]
ระบบแจ้งเตือนรัวเร็วราวกับพายุ เส้าหลินแทบจะรับข้อมูลไม่ทัน เขารู้สึกได้ถึงพลังที่พลุ่งพล่านอยู่ในร่างกาย มันไม่ใช่แค่พลังปราณที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่เป็นความรู้สึกถึงความแข็งแกร่งอันเป็นธรรมชาติที่หยั่งรากลึกถึงแก่นแท้ของเขา เผ่าพันธุ์ของเขาถูกเปลี่ยนเป็น ‘มนุษย์ (มังกรบรรพกาล)’ ซึ่งหมายความว่าเขามิได้เป็นแค่มนุษย์ธรรมดาอีกต่อไปแล้ว
เขาพยายามทดลองใช้สกิลใหม่ “มังกรคำรน” ทันที เสียงคำรามแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากลำคอของเขา แต่มันกลับแผ่พลังกดดันอันน่าเกรงขามออกไปรอบตัว ทำให้เศษซากปรักหักพังที่อยู่ใกล้ๆ สั่นสะเทือนเบาๆ ส่วน “เกราะเกล็ดมังกร” นั้น เขาเพียงแค่คิด กายของเขาก็ปรากฏเกล็ดสีดำทมิฬขนาดเล็กขึ้นมาปกคลุมแขนและแผ่นหลังชั่วครู่ ก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว มันให้ความรู้สึกถึงการป้องกันที่แข็งแกร่งและว่องไว
“พลังของเจ้าได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ทั่วไปแล้ว เส้าหลิน” หลงซินกล่าวด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ “การหลอมรวมกับแก่นแท้ของข้าทำให้เจ้ามีคุณสมบัติของมังกร แม้จะยังไม่สมบูรณ์ แต่ก็มากพอที่จะเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งให้เจ้าก้าวไปสู่จุดสูงสุด”
“ภารกิจ... การตื่นขึ้นของยุคสมัย?” เส้าหลินพึมพำกับตัวเอง “โลกกำลังจะเข้าสู่ยุคแห่งความปั่นป่วนหรือขอรับ?”
หลงซินพยักหน้า สีหน้าของเธอกลายเป็นจริงจัง “การที่ข้าตื่นขึ้นนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ พลังปราณแห่งฟ้าดินกำลังจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มิติบางแห่งกำลังจะเปิดออก และเผ่าพันธุ์โบราณที่เคยหลับใหลก็จะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง โลกที่เจ้ารู้จักจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มนุษย์จะต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ไม่เคยมีมาก่อน”
“แต่... เหตุใดจึงต้องเป็นข้า?” เส้าหลินถาม เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มจากตระกูลที่ถูกทำลาย ลำพังแค่การล้างแค้นก็ยากเย็นแสนเข็ญแล้ว นี่เขายังต้องมาแบกรับภาระปกป้องโลกอีกหรือ?
“เพราะเจ้าคือผู้ที่ระบบอมตะเลือก และเจ้าคือผู้ที่พลังของข้าเลือก” หลงซินตอบพลางมองเข้าไปในดวงตาของเส้าหลินอย่างลึกซึ้ง “ชะตากรรมของเจ้าและของโลกใบนี้ได้ผูกพันกันแล้ว พลังที่อยู่ในตัวเจ้านั้นถูกลิขิตมาเพื่อการนี้ เจ้าคือความหวัง เส้าหลิน”
คำพูดของหลงซินทำให้เส้าหลินรู้สึกถึงภาระอันหนักอึ้ง แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นแรงผลักดันมหาศาล เขารับรู้ถึงความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ แต่เขาก็รู้สึกว่าตนเองมีพลังมากพอที่จะรับมือกับมันได้แล้ว ตอนนี้เขามิใช่เด็กหนุ่มที่อ่อนแออีกต่อไป แต่เป็นผู้สืบทอดพลังมังกรบรรพกาล!
“ข้าจะร่วมมือกับท่าน ท่านหลงซิน” เส้าหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “เราจะปกป้องโลกนี้ด้วยกัน”
หลงซินยิ้มพยักหน้า แววตาของเธอเต็มไปด้วยความพึงพอใจและหวัง “ดีมาก เส้าหลิน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้า จะเป็นผู้แนะนำและเป็นกำลังให้เจ้าก้าวไปข้างหน้า”
ทันใดนั้น แผ่นดินก็สั่นสะเทือนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่การสั่นสะเทือนที่เกิดจากการตื่นขึ้นของหลงซิน หากแต่เป็นแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงและป่าเถื่อนกว่ามาก ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างที่เปี่ยมด้วยความชั่วร้ายกำลังพุ่งตรงมายังวิหารแห่งนี้
“เกิดอะไรขึ้น?” เส้าหลินเบิกตากว้าง เขาสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่แผ่เข้ามา มันเป็นพลังที่มืดมิดและเย็นยะเยือก เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
สีหน้าของหลงซินเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมในพริบตา ดวงตาที่เคยสงบนิ่งบัดนี้ฉายแววเย็นชาและดุดัน “ดูเหมือนว่าการตื่นขึ้นของข้าจะดึงดูดแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเสียแล้ว”
เสียงหวีดหวิวของสายลมดังกระหึ่มขึ้น พลังปราณสีดำมืดมิดพวยพุ่งขึ้นมาจากขอบฟ้า ราวกับพายุมรณะที่กำลังกลืนกินทุกสิ่ง สิ่งมีชีวิตประหลาดรูปร่างคล้ายค้างคาวขนาดมหึมานับร้อยตัว โฉบเฉี่ยวลงมาจากฟากฟ้าพร้อมกับเสียงร้องอันน่าขนลุก ดวงตาของพวกมันเปล่งประกายสีแดงก่ำราวเลือด และเบื้องหลังฝูงค้างคาวนั้น ร่างเงาขนาดใหญ่ของบุคคลหนึ่งกำลังลอยลงมาอย่างช้าๆ ออร่าแห่งความตายและพลังเวทมนตร์ดำอันมหาศาลแผ่กระจายออกไปปกคลุมทั่วบริเวณ ทำให้ทุกสรรพสิ่งต้องเงียบสงัดลงด้วยความหวาดกลัว
“อืม... ในที่สุดก็หามังกรบรรพกาลเจอเสียที” เสียงแหบพร่าคล้ายซากศพที่พูดได้ดังขึ้นจากร่างเงานั้น มันเต็มไปด้วยความกระหายและอำมหิต “ข้าตามหาวิญญาณมังกรมานานนับพันปี บัดนี้เจ้าก็ตื่นขึ้นมาเสียแล้ว และดูเหมือนว่าจะมาพร้อมกับตัวอ่อนของมนุษย์ผู้โง่เขลาเสียด้วย ฮ่าๆๆ!”
เส้าหลินกำหมัดแน่น พลังปราณมังกรในร่างพลุ่งพล่าน สัญชาตญาณบอกเขาว่านี่คือศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา หลงซินยืนอยู่ข้างเขา ใบหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับภัยคุกคามใหม่
ภัยร้ายที่แท้จริงได้มาถึงแล้ว และการต่อสู้ครั้งใหม่ที่อาจกำหนดชะตากรรมของโลกกำลังจะเริ่มต้นขึ้น! เส้าหลินจะสามารถปกป้องหลงซินและโลกใบนี้จากเงื้อมมือของความมืดมิดได้หรือไม่?
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก