จอมเทพระบบอมตะ

ตอนที่ 13 — ผนึกอสูรกลืนภพ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

241 ตอน · 2,324 คำ

วินาทีที่เงามหึมาไร้รูปร่างปรากฏขึ้นเบื้องหน้า เส้าหลินรู้สึกราวกับร่างกายถูกบดขยี้ด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น อากาศธาตุรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นความหนืดข้น จนยากจะขยับแม้เพียงปลายนิ้ว แรงกดดันมหาศาลนี้ไม่ได้มาจากกายภาพภายนอก หากแต่เป็นพลังงานอันไร้ขอบเขตที่แผ่ออกจากมหาอสูรแห่งความว่างเปล่า มันคือความว่างเปล่าที่กลืนกินทุกสิ่ง เป็นพลังงานที่บิดเบือนกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์และพิภพ ‌เสียงหวีดหวิวของชั้นบรรยากาศที่ถูกฉีกขาดดังกึกก้อง ราวกับเสียงกรีดร้องของโลกที่กำลังจะแตกดับ ดวงดาวนับร้อยดวงที่ถูกบดบังมิได้ลดทอนความน่าสะพรึงกลัวลงเลยแม้แต่น้อย หากแต่กลับยิ่งขับเน้นความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้งของสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้าให้เด่นชัดขึ้น

เทพสงครามบรรพกาลทั้งสามที่ก่อนหน้านี้ยังคงยืนหยัดอย่างองอาจ บัดนี้กลับทรุดฮวบลงกับพื้น ใบหน้าขาวซีดราวกับคนตาย ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด พลังงานอันยิ่งใหญ่ที่เคยทำให้พวกเขากราดเกรี้ยวและหยิ่งทะนง ​บัดนี้กลับถูกกดทับจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม พวกเขามิได้ส่งเสียงใดๆ ออกมา มีเพียงลมหายใจที่ติดขัดและร่างกายที่สั่นเทิ้มราวกับใบไม้ต้องลม ราวกับว่าแม้แต่เสียงร้องก็ยังถูกความว่างเปล่าของมหาอสูรกลืนกินไปสิ้น

เส้าหลินเองก็รู้สึกถึงความสิ้นหวังที่แผ่ซ่านเข้ามาในจิตใจ พลังปราณที่หมุนวนอยู่ภายในร่างเกิดการชะงักงัน ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยพลังงานลึกลับที่เหนือกว่าทุกสิ่งที่เขาเคยพบเจอ เขาเงยหน้าขึ้นมองเงาบิดเบี้ยวที่ลอยอยู่เหนือฟ้า ‍กายของมันใหญ่โตเสียจนยากจะประเมิน พลังงานสีดำสนิทที่รายล้อมหมุนวนเป็นพายุอวกาศ สลับกับประกายแสงสีม่วงที่กะพริบถี่ๆ ราวกับดวงตาที่บ้าคลั่งไร้ซึ่งสติปัญญา แต่นั่นคือพลังทำลายล้างอันบริสุทธิ์ ที่สามารถฉีกกระชากจักรวาลให้ขาดวิ่นได้ในพริบตา

“นี่คือสิ่งที่ระบบเรียกว่า ‘มหาอสูรแห่งความว่างเปล่า’ อย่างนั้นหรือ…” ‌เส้าหลินพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่า “แท้จริงแล้วมันคือหายนะที่แท้จริง”

ความรู้สึกกดดันที่แผ่ซ่านเข้ามาในจิตใจไม่เพียงแต่บีบคั้นร่างกาย หากแต่ยังโจมตีจิตวิญญาณโดยตรง ความรู้สึกว่างเปล่า เย็นชา และไร้ซึ่งความหวัง คืบคลานเข้าปกคลุม ‍ราวกับจะดูดกลืนทุกสิ่งที่มีชีวิตให้จมดิ่งลงสู่ห้วงลึกที่ไม่มีวันกลับ แต่ในความสิ้นหวังนั้น แววตาของเส้าหลินกลับฉายประกายความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้ ร่างกายของเขาอาจสั่นคลอน แต่จิตใจของเขาแข็งแกร่งดุจศิลา แรงแค้นต่อตระกูลที่ล่มสลายยังคงเป็นไฟที่โหมกระหน่ำอยู่ในอก และชะตากรรมของสวรรค์ทั้งเก้าชั้นที่ระบบโยนมาให้ ก็เป็นภาระที่เขาไม่สามารถปฏิเสธได้

ในห้วงความคิดของเส้าหลิน ​ระบบอมตะที่เงียบงันมาตลอดพลันส่งเสียงก้องกังวานขึ้น

[ตรวจพบพลังงาน ‘มหาอสูรแห่งความว่างเปล่า’ ระดับภัยคุกคาม: สูงสุด] [ตรวจพบการตื่นขึ้นของ ‘มารบรรพกาล’ ระดับภัยคุกคาม: วิกฤต] [ภารกิจหลัก: ผนึกมหาอสูรแห่งความว่างเปล่า ​และระงับการฟื้นคืนชีพของมารบรรพกาล] [รางวัล: ปลดล็อกระดับเทพแห่งเต๋า, ได้รับมรดกเทพมังกรอมตะ, คืนชีพตระกูลเส้าหลิน] [บทลงโทษหากล้มเหลว: การทำลายล้างของสวรรค์ทั้งเก้าชั้น และการสูญสลายของทุกสรรพสิ่ง]

คำว่า “คืนชีพตระกูลเส้าหลิน” ส่องประกายเจิดจ้าในจิตใจของเขา ​ราวกับแสงสว่างเดียวในความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด นี่คือแรงขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา แรงแค้นที่สั่งสมมานานปี บัดนี้ผสานเข้ากับภาระอันยิ่งใหญ่ของการปกป้องโลก

“วิชาผนึกเทพมังกรอมตะ…” เส้าหลินพึมพำ นัยน์ตาของเขาจ้องมองไปยังมหาอสูรเบื้องหน้า “ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ต้องใช้มันอย่างแท้จริง”

ระบบพลันแสดงข้อมูลของวิชาขึ้นมาในห้วงความคิดของเขา

[วิชาผนึกเทพมังกรอมตะ (ระดับสูงสุดแห่งสวรรค์)] [คำอธิบาย: สุดยอดวิชาผนึกที่ถ่ายทอดจากเทพมังกรบรรพกาล ผู้เป็นราชาแห่งมังกรและผู้พิทักษ์จักรวาล วิชาจะใช้แก่นแท้แห่งชีวิต จิตวิญญาณ แก่นโลหิต และพลังปราณทั้งหมดของผู้ใช้ เพื่อสร้างพันธะผนึกกับสิ่งมีชีวิตที่มีพลังงานมหาศาล] [เงื่อนไขการใช้งาน: ผู้ใช้ต้องมีกายาเทพมังกรอมตะ, จิตวิญญาณมังกร, พลังปราณระดับราชันย์เทพขึ้นไป, และความกล้าหาญที่จะสละทุกสิ่ง] [ผลลัพธ์: สามารถผนึกสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่าระดับราชันย์เทพได้ชั่วคราว หรือถาวรขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของผู้ใช้และพลังของเป้าหมาย] [ผลข้างเคียง: ผู้ใช้อาจสูญเสียพลังปราณทั้งหมด, แก่นแท้แห่งชีวิตถูกทำลาย, จิตวิญญาณแตกสลาย, หรือแม้กระทั่งเสียชีวิต หากการผนึกไม่สมบูรณ์ หรือพลังของเป้าหมายสูงส่งเกินไป]

เส้าหลินอ่านข้อมูลเหล่านั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน เขารู้สึกถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง นี่ไม่ใช่แค่วิชาต่อสู้ แต่เป็นการเดิมพันด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามี… รวมถึงชีวิตของเขาด้วยเช่นกัน แต่เมื่อมองไปยังมหาอสูรแห่งความว่างเปล่าที่เริ่มขยับตัวอย่างเชื่องช้า พลังงานสีดำสนิทที่แผ่ออกมาเริ่มกลืนกินแสงจากดวงดาวทีละดวง เส้าหลินก็รู้ดีว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่น

“ระบบ… ข้าพร้อมแล้ว” เส้าหลินกล่าวอย่างหนักแน่น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว

[ยืนยันการใช้งาน ‘วิชาผนึกเทพมังกรอมตะ’] [การเตือน: นี่คือการตัดสินใจที่ไม่อาจย้อนกลับได้ โปรดพิจารณาอีกครั้ง]

“ไม่จำเป็นต้องพิจารณา” เส้าหลินตอบ “เพื่อตระกูล เพื่อสวรรค์ทั้งเก้าชั้น ข้าจะยอมสละทุกสิ่ง”

[การยืนยันสำเร็จ… กำลังเริ่มกระบวนการ…]

ทันทีที่ระบบตอบรับ พลังปราณทั้งหมดในกายของเส้าหลินพลันปั่นป่วนอย่างรุนแรง ราวกับกระแสน้ำวนที่ถูกปลดปล่อย แก่นแท้แห่งชีวิตที่เคยสถิตอยู่ใจกลางกายาเริ่มสั่นสะเทือน เลือดในกายเดือดพล่านราวกับลาวาที่พร้อมจะปะทุ แสงสีทองเรืองรองเริ่มแผ่ออกมาจากร่างของเขา แย่งชิงความมืดมิดจากมหาอสูรแห่งความว่างเปล่าเบื้องบน แสงสีทองนี้มิได้เป็นเพียงแสงธรรมดา หากแต่เป็นพลังชีวิตอันบริสุทธิ์ พลังปราณที่บ่มเพาะมานับไม่ถ้วนปี และที่สำคัญที่สุดคือจิตวิญญาณแห่งมังกรที่ซ่อนเร้นอยู่ในสายเลือดของเขา

เทพสงครามบรรพกาลทั้งสามที่ยังคงนอนราบอยู่บนพื้น เมื่อเห็นแสงสีทองที่แผ่ออกมาจากร่างของเส้าหลิน พวกเขาพลันเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตื่นตะลึง ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจและสับสน พวกเขาไม่เคยเห็นพลังงานเช่นนี้มาก่อน มันบริสุทธิ์ ทรงพลัง และเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา อย่างที่ไม่เคยมีผู้ใดในสวรรค์ทั้งเก้าชั้นครอบครองได้

“นั่น… นั่นมันพลังอะไรกัน!” เทพสงครามเยว่ซื่อเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก ใบหน้าของเขายังคงขาวซีด แต่ในดวงตากลับปรากฏแววแห่งความหวังอันริบหรี่

“พลังปราณของเขา… ทำไมถึงได้ทะยานขึ้นสูงถึงเพียงนั้น!” เทพสงครามหลงซานพึมพำ พลังปราณของเส้าหลินที่แผ่ออกมาบัดนี้ เกินกว่าระดับราชันย์เทพที่พวกเขารู้จักไปไกลลิบลิ่ว ราวกับเขากำลังก้าวข้ามไปสู่มิติแห่งพลังงานที่สูงส่งกว่า

แต่เส้าหลินมิได้สนใจปฏิกิริยาของพวกเขา เขากำลังจมดิ่งอยู่ในกระบวนการของวิชาผนึกเทพมังกรอมตะ ความเจ็บปวดอันแสนสาหัสเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ราวกับมีคมมีดนับพันเล่มกำลังกรีดแทงอวัยวะภายใน แก่นแท้แห่งชีวิตของเขากำลังถูกดึงออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อหล่อเลี้ยงวิชาผนึกอันยิ่งใหญ่นี้ เขารู้สึกราวกับร่างกายกำลังจะแตกสลาย เลือดลมในกายปั่นป่วนอย่างรุนแรง จิตวิญญาณของเขาถูกฉีกกระชาก ทว่าในความเจ็บปวดนั้น เขากลับรู้สึกถึงพลังงานโบราณที่กำลังตื่นขึ้น… พลังแห่งเทพมังกรที่หลับใหลอยู่ในสายเลือดของเขา

เสียงคำรามอันศักดิ์สิทธิ์ดังสะท้อนก้องอยู่ในจิตใจของเส้าหลิน มันเป็นเสียงคำรามที่มาจากยุคบรรพกาล เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจและความสูงส่ง แสงสีทองที่แผ่ออกมาจากร่างของเส้าหลินพลันเข้มข้นขึ้น แปรเปลี่ยนเป็นเกล็ดมังกรสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นปกคลุมทั่วร่าง ม่านพลังงานสีทองรูปทรงคล้ายมังกรขนาดมหึมา เริ่มก่อตัวขึ้นรอบกายเขา แสงออร่าของมังกรโบราณแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ขับไล่ความมืดมิดที่มหาอสูรแห่งความว่างเปล่าสร้างขึ้น

มหาอสูรแห่งความว่างเปล่าที่กำลังแผ่ขยายตัวอย่างเชื่องช้า พลันหยุดนิ่งลง มันรับรู้ได้ถึงพลังงานที่ผิดปกติจากร่างเล็กๆ เบื้องล่าง พลังงานที่บริสุทธิ์และเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามกับความว่างเปล่าของมันอย่างสิ้นเชิง ดวงตาที่บ้าคลั่งของมันที่เคยส่องประกายสีม่วงไร้สติ บัดนี้พลันหรี่ลงเล็กน้อย ราวกับกำลังประเมินภัยคุกคามที่ไม่เคยคาดคิด

ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของห้วงอวกาศอันมืดมิด เงาคล้ายมนุษย์ขนาดมหึมาที่ถูกโซ่ตรวนสีดำสนิทร้อยรัดไว้ตั้งแต่ยุคบรรพกาล… มารบรรพกาล… มันขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาที่เคยปิดสนิทมานับล้านปี พลันเปิดออกเพียงครึ่งเดียว เผยให้เห็นดวงตาที่ลึกซึ้งราวกับห้วงกาแล็กซี มันจ้องมองไปยังเส้าหลินที่กำลังแผ่พลังเทพมังกรออกมา แววตาของมันเต็มไปด้วยความสนใจ… และความประหลาดใจเล็กน้อย

“กล้าหาญยิ่งนัก… มนุษย์ตัวเล็กๆ เช่นเจ้า… ถึงกับปลุกพลังเทพมังกรที่หลับใหลขึ้นมาได้” เสียงทุ้มลึกที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและกาลเวลา ดังสะท้อนอยู่ในห้วงความคิดของเส้าหลิน ราวกับเสียงนั้นไม่ได้เปล่งออกมาจากปาก หากแต่มาจากจิตวิญญาณโดยตรง “แต่นั่นยังไม่พอหรอก… เจ้าไม่อาจผนึกความว่างเปล่าได้ด้วยพลังเพียงเท่านี้”

เส้าหลินกัดฟันแน่น เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่รุนแรงขึ้นทุกขณะ ราวกับพลังงานทั้งหมดในกายกำลังถูกสูบออกไป แต่มารบรรพกาลที่เพิ่งตื่นขึ้นกลับทำให้เขารู้สึกถึงความกดดันอีกรูปแบบหนึ่ง ความกดดันที่ไม่ได้มาจากพลังทำลายล้าง หากแต่มาจากสติปัญญาและอำนาจที่เก่าแก่กว่ายุคสมัย

“วิชาผนึกเทพมังกรอมตะ… มิได้เป็นเพียงการใช้พลังปราณ… หากแต่เป็นการเชื่อมโยงจิตวิญญาณเข้ากับพลังแห่งมังกร… ผนึกตนเองเข้ากับกฎเกณฑ์ของจักรวาล…” เสียงของระบบดังขึ้นอีกครั้ง รายละเอียดของวิชาผนึกเทพมังกรอมตะเริ่มปรากฏขึ้นในจิตใจของเส้าหลิน มันซับซ้อนกว่าที่เขาคิดไว้มาก

“เชื่อมโยงจิตวิญญาณ… ผนึกตนเองเข้ากับกฎเกณฑ์?” เส้าหลินทวนคำ เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมวิชานี้ถึงอันตรายนัก มันไม่ใช่การใช้พลังไปสู้ แต่เป็นการเปลี่ยนตัวเองให้เป็น “ผนึก” เสียเอง!

“เพื่อผนึกมหาอสูรแห่งความว่างเปล่า… จำเป็นต้องสร้างพันธะอันสมบูรณ์… นั่นคือการสละกายเนื้อ จิตวิญญาณ และแก่นแท้แห่งชีวิตของผู้ใช้… เพื่อเป็นแกนกลางของผนึกมังกรอมตะ” ระบบอธิบายอย่างเย็นชา

คำอธิบายนี้ทำให้เส้าหลินต้องตกตะลึง แม้เขาจะเตรียมใจไว้แล้วว่าวิชานี้ต้องแลกมาด้วยชีวิต แต่การเป็น “แกนกลางของผนึก” หมายความว่าเขาจะไม่ได้แค่ตาย แต่จิตวิญญาณของเขาจะถูกผสานเข้ากับผนึกนิรันดร์ กักขังอยู่ชั่วนิรันดร์เพื่อผนึกมหาอสูรแห่งความว่างเปล่า! ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะได้กลับมาเกิดใหม่ ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของจิตวิญญาณที่จะหลงเหลือ

“เจ้าหนุ่ม… เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะยอมเสียสละทุกสิ่งเพื่อโลกที่ไม่ได้สนใจเจ้าเลยแม้แต่น้อย?” เสียงของมารบรรพกาลดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับจะยั่วยุจิตใจของเส้าหลิน “ความแค้นของเจ้า… จะไม่ได้ถูกชำระ… ตระกูลของเจ้าจะไม่ได้ถูกคืนชีพ… เจ้าจะกลายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของผนึกที่ไร้ซึ่งตัวตน”

คำพูดของมารบรรพกาลบาดลึกเข้าไปในจิตใจของเส้าหลิน แต่แววตาของเขายังคงแน่วแน่ เขามองไปยังมหาอสูรแห่งความว่างเปล่าที่เริ่มขยับตัวอีกครั้ง พลังงานสีดำสนิทที่แผ่ออกมาเริ่มก่อตัวเป็นหนวดขนาดมหึมา พุ่งเข้าใส่สวรรค์ทั้งเก้าชั้นอย่างช้าๆ เพียงแค่การเคลื่อนไหวของมัน ก็ทำให้ห้วงอวกาศบิดเบี้ยว ดวงดาวที่อยู่ใกล้เคียงพลันถูกบดขยี้กลายเป็นผงธุลีในพริบตา

“ถึงแม้จะไม่ได้กลับไปแก้แค้น… ถึงแม้จะไม่ได้คืนชีพตระกูลด้วยมือของข้าเอง…” เส้าหลินกล่าวเสียงดังขึ้น แม้จะรู้สึกเจ็บปวดจนแทบจะยืนไม่ไหว “แต่หากโลกนี้ถูกทำลายลง… การแก้แค้นของข้าก็ไร้ความหมาย… ตระกูลของข้าก็จะไม่มีวันได้กลับมา!”

เขาเงยหน้าขึ้นมองมหาอสูรแห่งความว่างเปล่า ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้ แสงสีทองจากร่างของเขาพลันโชติช่วงขึ้นสว่างไสวกว่าเดิมหลายเท่า พลังแห่งมังกรที่ซ่อนเร้นอยู่ในกายาถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ เสียงคำรามของมังกรดังสนั่นก้องไปทั่วห้วงอวกาศ ไม่ใช่เสียงที่ออกมาจากปาก แต่เป็นเสียงที่มาจากแก่นแท้ของจักรวาล

“ข้า เส้าหลิน… ขอสละกายเนื้อ จิตวิญญาณ และทุกสิ่งทุกอย่าง… เพื่อผนึกอสูรร้ายที่กลืนกินภพ!” เส้าหลินคำรามลั่น เลือดในกายของเขาพุ่งขึ้นสูงราวกับน้ำพุร้อน แก่นโลหิตสีทองเรืองรองลอยออกมาจากหน้าอกของเขา มันเป็นแก่นโลหิตที่หล่อเลี้ยงชีวิตของเขามาตลอด มันเป็นสัญลักษณ์ของสายเลือดตระกูลเส้าหลิน และบัดนี้ เขากำลังจะสละมัน

แก่นโลหิตสีทองลอยขึ้นไปบนฟ้า ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นมังกรทองขนาดมหึมา ร่างกายของมันทอดตัวยาวเหยียดนับหมื่นลี้ เกล็ดของมันส่องประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวนับล้านดวง ดวงตาของมังกรจ้องมองไปยังมหาอสูรแห่งความว่างเปล่าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยอำนาจและความภาคภูมิใจ

[วิชาผนึกเทพมังกรอมตะ… ขั้นที่หนึ่ง: การสละแก่นโลหิต] [ความก้าวหน้า: 10%]

มังกรทองคำรามกึกก้อง ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าหามหาอสูรแห่งความว่างเปล่าอย่างไม่เกรงกลัว พลังแห่งมังกรที่แผ่ออกมานั้นแข็งแกร่งเกินกว่าจินตนาการ มันเป็นพลังแห่งชีวิตที่บริสุทธิ์ ขั้วตรงข้ามโดยสมบูรณ์กับพลังแห่งความว่างเปล่าของมหาอสูร

มหาอสูรแห่งความว่างเปล่าส่งเสียงคำรามที่ไร้รูปแบบ มันบิดเบือนห้วงอวกาศรอบตัว หนวดสีดำสนิทนับสิบนับร้อยเส้นพุ่งเข้าโจมตีมังกรทองอย่างบ้าคลั่ง แต่ละเส้นของหนวดนั้นมีพลังทำลายล้างที่สามารถบดขยี้ดวงดาวได้ทั้งดวง ทว่ามังกรทองมิได้หลบเลี่ยง มันพุ่งชนหนวดเหล่านั้นอย่างไม่ลดละ แสงสีทองและพลังงานสีดำปะทะกันอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดคลื่นพลังงานที่แผ่กระจายไปทั่วจักรวาล

เส้าหลินรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ทวีคูณขึ้นหลายเท่าตัว เมื่อแก่นโลหิตของเขาถูกดึงออกมา ร่างกายของเขาก็เริ่มอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด พลังปราณที่เคยเต็มเปี่ยมบัดนี้ลดลงฮวบฮาบจนน่าตกใจ แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง ดวงตาของเขาจ้องมองไปยังมังกรทองที่กำลังต่อสู้กับมหาอสูรแห่งความว่างเปล่าอย่างดุเดือด

“ยังไม่พอ… ยังไม่พอหรอก!” เส้าหลินคำรามลั่น เขารู้ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของวิชาผนึกอันยิ่งใหญ่นี้ เขายังต้องสละอีกหลายสิ่งหลายอย่าง เพื่อให้ผนึกนี้สมบูรณ์

[วิชาผนึกเทพมังกรอมตะ… ขั้นที่สอง: การสละกายเนื้อ] [ความก้าวหน้า: 30%]

ทันทีที่ระบบแจ้งเตือน ร่างกายของเส้าหลินก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อและกระดูกของเขาเริ่มสลายตัวกลายเป็นแสงสีทองที่บริสุทธิ์ พุ่งตรงไปยังมังกรทองที่กำลังต่อสู้อยู่เบื้องบน ผิวหนังของเขาเริ่มแตกระแหง เผยให้เห็นแสงสีทองที่อยู่ภายใน ความเจ็บปวดในครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าครั้งใดๆ ราวกับเขากำลังถูกฉีกเป็นชิ้นๆ จากภายในสู่ภายนอก

เทพสงครามบรรพกาลทั้งสามที่เห็นเหตุการณ์นี้ต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง พวกเขาไม่เคยคิดว่าจะมีใครกล้าสละกายเนื้อเพื่อวิชาใดวิชาหนึ่งมาก่อน นี่ไม่ใช่การบาดเจ็บ แต่เป็นการทำลายตัวเองอย่างสิ้นเชิง เพื่อหล่อเลี้ยงพลังที่ยิ่งใหญ่กว่า

“เขา… เขากำลังสละตัวเอง!” เทพสงครามหลงซานกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “นี่มันบ้าชัดๆ!”

แต่เส้าหลินมิได้ยินเสียงของพวกเขา เขากำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความเจ็บปวดและความมุ่งมั่น ร่างกายของเขาค่อยๆ สลายไปทีละส่วน กลายเป็นพลังงานสีทองที่หล่อเลี้ยงมังกรทองให้แข็งแกร่งขึ้น มังกรทองดูดซับพลังงานเหล่านั้นเข้าไป ก่อนจะเปล่งแสงเจิดจ้า และพุ่งเข้าโจมตีมหาอสูรแห่งความว่างเปล่าด้วยพละกำลังที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิม

มหาอสูรแห่งความว่างเปล่ารับรู้ได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นของมังกรทอง มันคำรามอย่างดุร้าย พลังงานสีดำสนิทที่แผ่ออกมาจากมันพลันเข้มข้นขึ้น แผ่กระจายเป็นวงกว้างออกไปอย่างรวดเร็ว กลืนกินดวงดาวและห้วงอวกาศในรัศมีนับหมื่นลี้ให้หายไปในพริบตา

“ยังไม่พอ! ข้าจะสละทุกสิ่ง!” เส้าหลินคำรามลั่น แม้กายของเขาจะเหลือเพียงโครงร่างที่เลือนราง ดวงตาของเขาก็ยังคงส่องประกายความมุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาที่โหดร้าย

[วิชาผนึกเทพมังกรอมตะ… ขั้นที่สาม: การสละจิตวิญญาณ] [ความก้าวหน้า: 60%]

ทันทีที่ระบบแจ้งเตือน จิตวิญญาณของเส้าหลินก็ถูกดึงออกมาจากกายที่เหลือเพียงเศษซาก มันเป็นแสงสีทองที่บริสุทธิ์ที่สุด ลอยขึ้นไปบนฟ้า ก่อนจะหลอมรวมเข้ากับมังกรทองในทันที ความเจ็บปวดในครั้งนี้รุนแรงเกินกว่าที่สิ่งมีชีวิตใดๆ จะทนรับได้ มันไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกาย แต่เป็นความเจ็บปวดที่เกิดจากการถูกฉีกกระชากจิตวิญญาณให้แยกออกจากกัน ราวกับกำลังถูกลบเลือนออกจากการมีอยู่…

มังกรทองที่ได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยจิตวิญญาณของเส้าหลิน พลันแผ่พลังงานที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าสิ่งใดๆ ที่เคยปรากฏในจักรวาล ร่างกายของมันเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แผ่ขยายออกไปจนใหญ่โตพอที่จะโอบล้อมมหาอสูรแห่งความว่างเปล่าได้ทั้งหมด เกล็ดมังกรแต่ละเกล็ดส่องประกายแสงสีทองอร่าม ราวกับดวงดาวนับล้านดวงที่มารวมกัน ดวงตาของมันฉายแววแห่งความเด็ดเดี่ยวและความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้… แววตาเดียวกับเส้าหลิน

“เทพมังกรผนึกสวรรค์!” มังกรทองคำรามกึกก้อง เสียงคำรามนั้นสั่นสะเทือนไปทั่วจักรวาล สวรรค์ทั้งเก้าชั้นสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พลังงานแห่งเต๋าจากทั่วทุกสารทิศพลันหลั่งไหลเข้าสู่มังกรทองอย่างไม่หยุดยั้ง

มังกรทองเริ่มรัดร่างของมหาอสูรแห่งความว่างเปล่าอย่างช้าๆ พันธะผนึกสีทองขนาดมหึมาปรากฏขึ้นจากร่างของมังกรทอง พุ่งตรงเข้าตรึงกายของมหาอสูรแห่งความว่างเปล่าไว้ หนวดสีดำสนิทของมหาอสูรพยายามดิ้นรนและโจมตีมังกรทองอย่างบ้าคลั่ง แต่มังกรทองไม่สะทกสะท้าน มันโอบรัดมหาอสูรแน่นขึ้นเรื่อยๆ แสงสีทองของผนึกเริ่มกลืนกินพลังงานสีดำของอสูร ทำให้มันส่งเสียงกรีดร้องที่ไร้รูปแบบออกมา เป็นเสียงที่น่าสะพรึงกลัวและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

มารบรรพกาลที่เฝ้าดูอยู่เบื้องล่าง พลันถอนหายใจออกมาเล็กน้อย แววตาของมันฉายประกายความแปลกใจที่มากขึ้น มันไม่เคยคิดว่ามนุษย์ตัวเล็กๆ จะสามารถกระตุ้นพลังของเทพมังกรบรรพกาลได้ถึงเพียงนี้… และยอมสละทุกสิ่งเพื่อโลกที่เปราะบางนี้

“ผนึกเทพมังกรอมตะ” กำลังดำเนินไปอย่างสมบูรณ์ มังกรทองเริ่มดึงร่างของมหาอสูรแห่งความว่างเปล่าเข้าสู่ห้วงอวกาศอันมืดมิดที่อยู่เบื้องหลังม่านอวกาศที่ฉีกขาดนั่นเอง มันกำลังจะผนึกมหาอสูรกลับไปในที่ที่มันจากมา…

[วิชาผนึกเทพมังกรอมตะ… ขั้นสุดท้าย: การหลอมรวมเป็นผนึก] [ความก้าวหน้า: 99%]

แสงสีทองของมังกรทองและพลังงานสีดำของมหาอสูรแห่งความว่างเปล่าปะทะกันอย่างรุนแรงอีกครั้ง ก่อนที่มังกรทองจะโอบรัดร่างของมหาอสูรจนแน่นสนิท และเริ่มหลอมรวมเข้ากับมันอย่างช้าๆ ผนึกสีทองขนาดมหึมากำลังก่อตัวขึ้น ณ ใจกลางของห้วงอวกาศ ดึงมหาอสูรแห่งความว่างเปล่าเข้าไปสู่แก่นกลางของผนึกนั้น… และที่นั่น… จิตวิญญาณของเส้าหลินก็ถูกผสานเข้ากับผนึกนิรันดร์นี้…

แต่ในขณะที่ผนึกกำลังจะสมบูรณ์ พลังงานสีดำมืดมิดที่ถูกโซ่ตรวนร้อยรัดอยู่เบื้องหลังมหาอสูรแห่งความว่างเปล่า… มารบรรพกาล… พลันส่งเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนจิตวิญญาณ โซ่ตรวนที่ผูกมัดมันมานับล้านปี พลันเริ่มสั่นสะเทือนและแตกร้าว พลังงานสีดำที่รุนแรงยิ่งกว่ามหาอสูรแห่งความว่างเปล่าหลายเท่า พลันพุ่งทะยานออกมาจากร่างของมารบรรพกาล พุ่งตรงเข้าใส่ผนึกเทพมังกรอมตะที่กำลังจะสมบูรณ์…

“เจ้าคิดว่าจะผนึกมันได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ… มนุษย์ตัวเล็กๆ” เสียงของมารบรรพกาลดังก้องไปทั่วจักรวาล… “โลกนี้… สวรรค์ทั้งเก้าชั้นนี้… จะต้องตกเป็นของข้า!”

พลังทำลายล้างจากมารบรรพกาลพุ่งชนเข้ากับผนึกเทพมังกรอมตะอย่างรุนแรง ทำให้ผนึกที่กำลังจะสมบูรณ์เกิดการสั่นสะเทือนอย่างหนัก แสงสีทองจากผนึกพลันหรี่ลง จิตวิญญาณของเส้าหลินที่กำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับผนึก พลันรู้สึกถึงแรงกระแทกที่รุนแรงราวกับฟ้าผ่า…

[การแจ้งเตือน: ผนึกเทพมังกรอมตะถูกโจมตี! ความสมบูรณ์ของผนึกลดลงอย่างรวดเร็ว!] [การแจ้งเตือน: จิตวิญญาณของผู้ใช้กำลังถูกฉีกขาด! เข้าสู่ภาวะวิกฤต!]

เส้าหลินที่เหลือเพียงจิตวิญญาณอันเลือนรางในแกนกลางของผนึก รู้

หน้านิยาย
หน้านิยาย
จอมเทพระบบอมตะ

จอมเทพระบบอมตะ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!