ตอนที่ 21 — สามจักรพรรดิสะท้านฟ้า
จอมเทพระบบอมตะ · 241 ตอน
เงาร่างลึกลับทั้งสามที่ร่อนลงมาจากท้องฟ้า มีรัศมีแห่งพลังที่น่าสะพรึงกลัวจนอากาศโดยรอบบิดเบี้ยว ออร่าของพวกเขาแผ่ปกคลุมทั่วทั้งบริเวณที่ราบสูงที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ราวกับเป็นเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ที่ลงมาตัดสินชะตากรรมของโลกมนุษย์ ร่างของเส้าหลินที่นอนหมดสติอยู่เบื้องล่างดูเล็กจ้อยและไร้เรี่ยวแรงอย่างที่สุดในสายตาของพวกเขา
“พลังแห่งมังกรโบราณ… ถูกผนึกไว้จริง ๆ ด้วย” บุรุษผู้มีรูปร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิท ผู้ซึ่งมีแววตาเฉียบคมดุจเหยี่ยวกล่าวขึ้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความทึ่งระคนไม่เชื่อ “ผู้นี้… เขาคือใครกัน?”
สตรีผู้หนึ่งในชุดสีขาวบริสุทธิ์ที่มีใบหน้างดงามเหนือโลกหล้า แต่กลับแฝงด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็ง ขยับกายเล็กน้อย พลางกวาดสายตาสำรวจเส้าหลินอย่างละเอียด “ไม่น่าจะเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา พลังชีวิตของเขามีความพิเศษซ่อนอยู่ และข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของกฎแห่งมิติที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในตัวเขา”
บุรุษอีกผู้หนึ่งที่ดูมีอายุมากที่สุด แต่กลับมีรังสีอำมหิตแผ่ออกมาอย่างบางเบาในชุดคลุมสีแดงเพลิง หัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ฮ่าฮ่าฮ่า… มนุษย์ผู้ต่ำต้อยที่สามารถผนึกอสูรเทพมังกรโบราณได้? ช่างน่าสนใจจริง ๆ หรือว่านี่คือโชคชะตาที่นำพาให้ข้าได้พบกับขุมพลังใหม่?” ดวงตาของเขาเปล่งประกายโลภโมโทในขณะที่จ้องมองไปยังร่างของเส้าหลิน
“อย่าเพิ่งวู่วาม ท่านจักรพรรดิอัคคี” บุรุษชุดดำเตือนเสียงเรียบ “เรายังไม่รู้ที่มาที่ไปของเด็กหนุ่มผู้นี้ หากเขาสามารถผนึกอสูรเทพมังกรได้ ย่อมไม่ธรรมดา หากมีเบื้องหลังที่แข็งแกร่ง เราอาจต้องพิจารณาให้รอบคอบ”
“เบื้องหลังอันแข็งแกร่ง? ในโลกที่ตกต่ำเช่นนี้จะมีสิ่งใดแข็งแกร่งไปกว่าพวกเราอีก?” จักรพรรดิอัคคีหัวเราะเย้ยหยัน “หากเขาไม่ยอมมอบเคล็ดวิชาผนึกอสูรเทพมังกรให้เรา ก็แค่บังคับเท่านั้น ไม่เห็นมีอะไรยาก”
สตรีชุดขาวขมวดคิ้วเล็กน้อย “ท่านจักรพรรดิอัคคี ท่านลืมไปแล้วหรือว่าการผนึกอสูรเทพมังกรนั้นต้องใช้เคล็ดวิชาโบราณที่สาบสูญไปนานแล้ว หากเขาครอบครองได้จริง ย่อมเป็นบุคคลที่สำคัญอย่างยิ่ง การหักหาญน้ำใจอาจนำมาซึ่งปัญหาใหญ่ในอนาคต”
“ปัญหาใหญ่? ข้าไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลยนอกจากปัญหาที่เรายังไม่ได้พลังของอสูรเทพมังกรมาครอบครอง” จักรพรรดิอัคคีกล่าวอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะยื่นมือออกไปหมายจะคว้าตัวเส้าหลินขึ้นมา ดวงตาของเขาวาวโรจน์ไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและโลภมาก
ทันใดนั้นเอง!
ก่อนที่ฝ่ามือของจักรพรรดิอัคคีจะแตะต้องร่างของเส้าหลิน แสงสีทองอ่อน ๆ ก็พลันส่องประกายออกมาจากตัวของเส้าหลิน แสงนั้นไม่ใช่แสงที่รุนแรง แต่กลับแฝงไว้ด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้จักรพรรดิอัคคีรู้สึกเหมือนถูกเผาไหม้ เพียงแค่สัมผัสกับแสงนั้น เขาก็พลันชักมือกลับอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความตกใจระคนหวาดระแวง
“นี่มันอะไรกัน?!” จักรพรรดิอัคคีอุทานด้วยความประหลาดใจ แสงสีทองนั้นทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างประหลาด ราวกับเป็นสิ่งต้องห้ามที่ไม่อาจล่วงละเมิดได้
“พลังแห่งการพิทักษ์ของอสูรเทพมังกร?” บุรุษชุดดำกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ไม่น่าใช่ อสูรเทพมังกรตนนั้นถูกผนึกไปแล้ว และพลังที่ข้าสัมผัสได้จากแสงนี้ไม่ใช่พลังของอสูรเทพมังกร แต่เป็นพลังที่บริสุทธิ์และสูงส่งกว่านั้นมาก”
สตรีชุดขาวเดินเข้าใกล้เส้าหลินมากขึ้น เปล่งประกายแสงสีฟ้าอ่อน ๆ ออกมาจากปลายนิ้ว เธอกำลังใช้พลังจิตวิญญาณเพื่อสำรวจร่างของเส้าหลิน แต่เมื่อพลังจิตวิญญาณของเธอสัมผัสกับแสงสีทองที่ปกคลุมเส้าหลิน เธอก็รู้สึกเหมือนจิตวิญญาณของเธอถูกชะล้างด้วยกระแสแห่งความบริสุทธิ์ พลันมีภาพ幻影 (ภาพมายา) ของมังกรทองตัวมหึมาแวบขึ้นมาในจิตใจของเธอ แม้มันจะเลือนราง แต่กลับแฝงไว้ด้วยความยิ่งใหญ่ที่ไม่อาจเทียบเคียงได้
“มังกรอมตะ…” สตรีชุดขาวพึมพำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความตกตะลึง “เด็กหนุ่มผู้นี้… เขาได้รับพรจากมังกรอมตะ!”
ขณะที่ทั้งสามกำลังถกเถียงกันอยู่นั้น ภายในจิตสำนึกของเส้าหลินกลับกำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลังจากที่หมดสติไป ร่างกายของเขาก็เริ่มดูดซับพลังงานมหาศาลที่หลงเหลืออยู่ในอากาศจากการต่อสู้กับอสูรเทพมังกรโบราณ พลังที่เขาได้รับจากอัฐิเทพมังกรอมตะก็เริ่มหลอมรวมเข้ากับแก่นวิญญาณของเขาอย่างสมบูรณ์ ความรู้เกี่ยวกับกฎแห่งมิติและเคล็ดวิชาเกราะมังกรอมตะผุดขึ้นมาในจิตใจของเขาอย่างต่อเนื่อง ราวกับเป็นความทรงจำที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น
[ระบบกำลังทำการหลอมรวมแก่นมังกรอมตะ… ความคืบหน้า: 50%] [ผู้ใช้ได้รับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในกฎแห่งมิติระดับเริ่มต้น] [ผู้ใช้ได้รับเคล็ดวิชา ‘เกราะมังกรอมตะขั้นต้น’] [ผู้ใช้ได้รับทักษะ ‘หายใจมังกร’]
เสียงของระบบดังก้องอยู่ในหัวของเส้าหลิน แม้เขาจะยังหมดสติ แต่จิตสำนึกของเขากลับตื่นตัวอย่างเต็มที่ เขาพยายามทำความเข้าใจกับข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามา ประสบการณ์จากการต่อสู้กับอสูรเทพมังกร ทำให้เขาตระหนักว่าพลังที่แท้จริงไม่ใช่แค่การเพิ่มระดับ แต่มันคือการเข้าใจแก่นแท้ของสรรพสิ่ง
ทันใดนั้น เสียงกระซิบแผ่วเบาก็แทรกเข้ามาในจิตสำนึกของเขา มันไม่ใช่เสียงของระบบ แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคย… เสียงของอสูรเทพมังกรที่เขาเพิ่งผนึกไป
“เด็กน้อย… เจ้าผนึกข้าได้… แต่เจ้าก็ได้รับพรจากข้า… จงใช้พลังนี้… เพื่อปกป้องสิ่งที่เจ้ารัก… และไปให้ถึงจุดสูงสุด… ที่ข้าไม่เคยไปถึง…”
เสียงนั้นค่อย ๆ เลือนหายไป พร้อมกับความรู้สึกที่ว่าบางสิ่งบางอย่างในตัวเขากำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง แก่นพลังวิญญาณของเขาขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว กฎแห่งมิติที่เคยเป็นเพียงแนวคิดนามธรรมเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างในจิตใจของเขา
[แก่นมังกรอมตะหลอมรวมสำเร็จ! ความคืบหน้า: 100%] [ผู้ใช้ได้รับ ‘แก่นมังกรอมตะ’ อย่างสมบูรณ์] [พลังชีวิต +100,000, พลังปราณ +100,000, พลังโจมตี +10,000, ความเร็ว +5,000, ป้องกัน +10,000] [ความสามารถพิเศษ ‘กายามังกรอมตะ’ เปิดใช้งาน] [ความสามารถพิเศษ ‘จิตมังกรอมตะ’ เปิดใช้งาน] [สถานะ ‘ปรมาจารย์แห่งสวรรค์ขั้นสูงสุด’ ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งอย่างมหาศาล!]
คลื่นพลังมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วร่างของเส้าหลิน เขารู้สึกเหมือนวิญญาณของเขาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมังกรอมตะโบราณ แสงสีทองที่เคยส่องประกายอ่อน ๆ บัดนี้กลับเจิดจ้าขึ้นจนกลายเป็นลำแสงพุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกเมฆหมอกและสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งผืนฟ้า!
“อะไรกัน?!” จักรพรรดิอัคคีร้องอุทานด้วยความตกใจ แสงสีทองนั้นรุนแรงจนบีบคั้นพลังวิญญาณของพวกเขา
“นี่มัน… กลิ่นอายของมังกรอมตะที่แท้จริง!” บุรุษชุดดำใบหน้าซีดเผือด “เด็กหนุ่มผู้นี้… ไม่ธรรมดาจริง ๆ!”
สตรีชุดขาวมองไปยังเส้าหลินด้วยแววตาที่ซับซ้อน เธอมองเห็นความยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในตัวเขา อนาคตที่สดใสราวกับดวงดาวที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมา
ในขณะที่แสงสว่างจ้าที่สุด เส้าหลินก็พลันลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีทองอร่าม แฝงด้วยความลึกซึ้งและหยั่งรู้ ราวกับผ่านกาลเวลามานับพันปี เขายังคงอ่อนแรง แต่จิตวิญญาณของเขาตื่นตัวอย่างสมบูรณ์
เขามองเห็นเงาร่างมหึมาสามคนยืนอยู่เบื้องหน้า แต่ด้วยความรู้ใหม่เกี่ยวกับกฎแห่งมิติ ทำให้เขาสามารถรับรู้ถึงพลังที่แท้จริงของพวกเขาได้อย่างชัดเจน… จักรพรรดิ! สามผู้บ่มเพาะระดับจักรพรรดิ!
ความรู้สึกกดดันอย่างมหาศาลถาโถมเข้าใส่เส้าหลิน แต่ด้วยแก่นมังกรอมตะที่หลอมรวมกับตัวเขาแล้ว ทำให้เขาสามารถยืนหยัดอยู่ได้ ไม่ล้มลงไปอีกครั้ง
“เจ้า… ฟื้นแล้วหรือ?” จักรพรรดิอัคคีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ลดความก้าวร้าวลงไปมาก แต่ยังคงแฝงไว้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เส้าหลินไม่ตอบ เขาพยายามรวบรวมลมปราณที่ยังคงอ่อนล้าในร่างกาย เขารู้ดีว่าหากต้องปะทะกับคนเหล่านี้ในตอนนี้ เขาไม่มีทางรอดอย่างแน่นอน เขาจะต้องหาทางหนี หรืออย่างน้อยก็ซื้อเวลาให้ตัวเอง
“ข้าคือเส้าหลิน” เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า “ข้าขอถามว่าท่านทั้งสามเป็นใคร เหตุใดจึงมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้”
บุรุษชุดดำก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย “ข้าคือจักรพรรดิเงา สตรีผู้นี้คือจักรพรรดินีหิมะ ส่วนบุรุษผู้แข็งกร้าวผู้นั้นคือจักรพรรดิอัคคี พวกเราคือผู้นำสูงสุดของสามดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เหนืออาณาจักรแห่งนี้ เหตุที่เรามาที่นี่… ก็เพราะสัมผัสได้ถึงพลังแห่งอสูรเทพมังกรโบราณ และเห็นว่ามันถูกผนึกโดยเจ้า”
เส้าหลินพยักหน้าเล็กน้อย แม้เขาจะไม่เคยได้ยินชื่อดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้มาก่อน แต่เขาก็พอจะเดาได้ว่านี่คือมหาอำนาจที่อยู่เหนือโลกที่เขาเคยรู้จัก
“แล้วพวกท่านต้องการอะไรจากข้า?” เส้าหลินถามตรง ๆ พยายามซ่อนความอ่อนแอของตัวเองเอาไว้
จักรพรรดิอัคคีก้าวออกมาอีกครั้ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโลภ “สิ่งที่ข้าต้องการคือเคล็ดวิชาผนึกอสูรเทพมังกร และหากเจ้าสามารถมอบพลังของมังกรอมตะให้ข้าได้อีก ก็จะยิ่งดี!”
“ท่านจักรพรรดิอัคคี!” จักรพรรดิเงาปรามเสียงเข้ม “อย่าทำตัวไร้มารยาทเช่นนี้”
แต่จักรพรรดิอัคคีไม่สนใจ เขามองเส้าหลินราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าที่รอให้เขาไปช่วงชิง
“เจ้าหนู เส้าหลินใช่ไหม? ข้าให้โอกาสเจ้าเลือกสองทาง” จักรพรรดิอัคคีกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย “หนึ่งคือมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้ข้า ข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์และมอบชีวิตที่รุ่งโรจน์ให้แก่เจ้า สองคือ… ข้าจะช่วงชิงทุกอย่างจากเจ้าเอง แล้วเจ้าก็จะไม่มีอะไรเหลือ”
เส้าหลินสัมผัสได้ถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้น เขากำหมัดแน่น พลังมังกรอมตะในตัวเขากำลังเต้นเร่า แต่เขาก็รู้ว่ามันยังไม่เพียงพอที่จะต่อกรกับจักรพรรดิระดับนี้
“ข้าไม่ต้องการเป็นศิษย์ของท่าน และข้าก็ไม่สามารถมอบสิ่งที่ท่านต้องการให้ได้” เส้าหลินตอบกลับอย่างเด็ดเดี่ยว แม้จะรู้ว่าคำพูดนี้อาจนำมาซึ่งหายนะ
รอยยิ้มของจักรพรรดิอัคคีหายไปจากใบหน้าทันที เขาจ้องมองเส้าหลินด้วยสายตาที่เย็นชาจนถึงขีดสุด “เจ้าหนูผู้โอหัง! เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน ถึงได้กล้าปฏิเสธข้าจักรพรรดิอัคคี!”
พลังปราณสีแดงฉานพวยพุ่งออกมาจากร่างของจักรพรรดิอัคคี อากาศโดยรอบพลันร้อนระอุราวกับตกอยู่ในเตาหลอม ซากปรักหักพังรอบตัวเส้าหลินเริ่มละลายและกลายเป็นไอ
“ข้าขอเตือนท่านจักรพรรดิอัคคี…” เสียงของจักรพรรดินีหิมะดังขึ้นอย่างเย็นชา “เด็กหนุ่มผู้นี้ไม่ธรรมดา หากท่านทำร้ายเขา อาจเกิดผลกระทบที่ใหญ่หลวงตามมา”
“ผลกระทบอะไร?!” จักรพรรดิอัคคีตะคอกกลับ “ข้าไม่สน! พลังของมังกรอมตะและเคล็ดวิชาโบราณนี้ ข้าจะต้องได้มาครอบครอง!”
จักรพรรดิอัคคีร่ายรำฝ่ามือ พลังอัคคีมหาศาลรวมตัวกันเป็นฝ่ามือเพลิงขนาดมหึมา พุ่งเข้าใส่เส้าหลินอย่างรุนแรง พลังนั้นรวดเร็วและรุนแรงจนเส้าหลินแทบจะไม่มีเวลาตอบสนอง
เส้าหลินกัดฟันกรอด เขากระตุ้นพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ เปล่งประกายแสงสีทองออกมาจากร่าง กฎแห่งมิติที่เพิ่งได้รับมาถูกใช้งานอย่างไม่ตั้งใจ ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
แต่ก่อนที่ฝ่ามือเพลิงจะสัมผัสตัวเส้าหลิน!
พลันมีเสียงคำรามดุจสายฟ้าฟาดจากเบื้องบน ท้องฟ้าเหนือพวกเขาพลันมืดมิดลงอย่างกะทันหัน เมฆหมอกสีดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีดวงตาขนาดมหึมาคู่หนึ่งปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ดวงตานั้นมีสีแดงฉานราวกับโลหิต แผ่รังสีแห่งความโกรธเกรี้ยวและอำมหิตออกมาจนน่าสะพรึงกลัว!
“ใครบังอาจล่วงละเมิดเขตแดนของข้า?!” เสียงคำรามนั้นสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งผืนฟ้าและแผ่นดิน ทำให้แม้แต่จักรพรรดิทั้งสามยังต้องตัวแข็งทื่อ!
เส้าหลินมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความตกใจ เขาไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้มาก่อน
“นี่มัน… อสูรเทพมังกรอีกตนหนึ่ง!” จักรพรรดิเงาอุทานด้วยความตื่นตระหนก “หรือว่า… อสูรเทพมังกรตนนั้นไม่ได้ถูกผนึกไปทั้งหมด?!”
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก