เสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งผืนฟ้าและแผ่นดิน ทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยวและพังทลายลงเป็นเสี่ยงๆ แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่ทุกชีวิตในรัศมีหลายร้อยลี้ เมฆหมอกบนท้องฟ้าถูกพัดหายไปในพริบตา เผยให้เห็นร่างมหึมาที่กำลังเคลื่อนไหวช้าๆ อยู่เหนือพวกเขาราวกับภูเขาสูงเทียมฟ้า
อสูรเทพมังกรตนนั้นมีเกล็ดสีครามเข้มระยิบระยับราวกับอัญมณีล้ำค่า แผ่รัศมีแห่งความเก่าแก่และอำนาจที่ไร้ขอบเขต ดวงตาของมันใหญ่เท่าบึงน้ำขนาดเล็ก เปล่งประกายสีทองอร่ามที่สะท้อนความเยือกเย็นและความโกรธเกรี้ยวออกมาพร้อมกัน เขี้ยวแหลมคมยาวเป็นวา ตวัดไปมาพร้อมกับหนวดมังกรที่พลิ้วไหวในอากาศ สร้างพายุหมุนขนาดเล็กขึ้นรอบตัวมัน ปีกขนาดมหึมาที่กางออกบดบังแสงอาทิตย์ ทำให้พื้นดินเบื้องล่างตกอยู่ในเงามืดมิด มันไม่ใช่แค่อสูรเทพมังกรทั่วไป แต่เป็นมังกรเทพที่แท้จริง เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง
จักรพรรดิอัคคีที่เคยโอหัง ทว่าตอนนี้ใบหน้าของเขากลับซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด จักรพรรดิเงาที่เคยคลุมเครือและคาดเดายาก บัดนี้ร่างของเขากลับสั่นเทาเล็กน้อยภายใต้ผ้าคลุมสีดำสนิท แม้แต่จักพรรดิโลหิตผู้โหดเหี้ยมและกระหายเลือด ยังต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารับรู้ได้ถึงอันตรายที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน พลังอำนาจของอสูรเทพมังกรตนนี้อยู่เหนือจินตนาการของพวกเขาไปมากนัก มันไม่ใช่ระดับที่พวกเขาจะสามารถรับมือได้
“นี่มัน… มังกรเทพโบราณ!” จักรพรรดิโลหิตพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังอสูรเทพมังกรที่แผ่รัศมีแห่งการทำลายล้างออกมา “มันไม่ใช่อสูรเทพมังกรธรรมดาที่ถูกผนึกไว้ แต่มันคือ… ตัวตนที่แท้จริง!”
เส้าหลินที่เพิ่งฟื้นคืนสติจากการหลอมรวมแก่นมังกรอมตะ ยังคงมีร่างกายที่อ่อนแอ แต่จิตใจของเขากลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและมึนงง เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เห็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้มาก่อนในชีวิต แรงกดดันจากอสูรเทพมังกรทำให้กระดูกทุกชิ้นในร่างกายของเขาแทบจะแหลกเป็นผุยผง แต่สิ่งที่แปลกประหลาดคือ ในห้วงลึกของจิตวิญญาณ เขากลับรู้สึกถึงความผูกพันบางอย่างกับอสูรเทพมังกรตนนี้ ราวกับสายเลือดที่ถูกดึงดูดเข้าหากัน
"ระบบ, อสูรเทพมังกรตนนี้คืออะไร?" เส้าหลินถามขึ้นในใจ
เสียงของระบบดังขึ้นในหัวของเขา "ติ๊ง! ตรวจพบอสูรเทพมังกรโบราณ ตัวตนแห่ง ‘มังกรเทพมหาบรรพกาล’ ผู้เฝ้ารักษาอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์แห่งมังกร มันเป็นหนึ่งในผู้พิทักษ์ชั้นฟ้าที่เก้า และมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับ ‘แก่นมังกรอมตะ’ ที่ผู้เล่นหลอมรวม"
คำอธิบายของระบบทำให้เส้าหลินตกใจอย่างแรง 'มังกรเทพมหาบรรพกาล'! 'ผู้เฝ้ารักษาอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์แห่งมังกร'! และที่สำคัญที่สุดคือ 'มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับแก่นมังกรอมตะ'! นี่หมายความว่าอสูรเทพมังกรตนนี้คือผู้พิทักษ์ หรือแม้กระทั่งผู้สร้างแก่นมังกรอมตะที่อยู่ในตัวเขาหรืออย่างไร?
ในขณะที่เส้าหลินกำลังครุ่นคิด อสูรเทพมังกรก็ลดระดับลงมาอีกเล็กน้อย ดวงตาคู่สีทองของมันจ้องมองลงมาที่จักรพรรดิทั้งสามด้วยความเย็นชาแฝงความดูถูก
“พวกมดปลวกกล้าดียังไงถึงได้เหยียบย่ำดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของข้า และยังบังอาจใช้พลังชั่วร้ายรบกวนการหลับใหลของข้า!” เสียงของมันดังกึกก้องราวกับฟ้าร้อง แต่คราวนี้กลับไม่ได้คำรามอย่างเกรี้ยวกราด แต่เป็นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นอันน่าสะพรึงกลัว “พวกเจ้าสมควรตาย!”
ทันใดนั้น อสูรเทพมังกรก็กระพือปีกขนาดมหึมาหนึ่งครั้ง ลมพายุที่มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้พัดกระหน่ำออกไป พายุลูกนี้ไม่ใช่แค่ลมธรรมดา แต่มันคือพลังปราณมังกรบริสุทธิ์ที่อัดแน่นจนกลายเป็นคลื่นกระแทกที่รุนแรง พลังที่มองไม่เห็นนี้พุ่งเข้าใส่จักรพรรดิทั้งสามด้วยความเร็วเหนือเสียง
จักรพรรดิอัคคีคำราม “เตรียมรับมือ!” เขาปลดปล่อยพลังปราณอัคคีสีแดงฉานออกมา สร้างกำแพงเพลิงขนาดใหญ่ที่ลุกโชนราวกับจะแผดเผาท้องฟ้า จักรพรรดิเงาก็หายตัวไปในเงามืด ปรากฏกายขึ้นอีกครั้งในระยะไกลออกไปเล็กน้อย สร้างม่านเงาสีดำหนาทึบหลายชั้นขึ้นมาป้องกันตนเอง ส่วนจักรพรรดิโลหิตก็รวมพลังโลหิตที่ร้อนระอุเข้าไว้ในฝ่ามือ ก่อตัวเป็นโล่เลือดสีแดงเข้มที่หมุนวนอยู่เบื้องหน้า
ปัง! ปัง! ปัง!
คลื่นพลังปราณมังกรที่มองไม่เห็นปะทะเข้ากับปราการป้องกันของจักรพรรดิทั้งสามอย่างรุนแรง เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ กำแพงเพลิงของจักรพรรดิอัคคีถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ ในทันที ม่านเงาของจักรพรรดิเงาพังทลายลงเหมือนแก้ว โล่เลือดของจักรพรรดิโลหิตก็แตกร้าวและสลายไป พลังปราณมังกรยังคงพุ่งทะลุเข้าใส่พวกเขา ทำให้จักรพรรดิทั้งสามกระเด็นถอยหลังไปหลายร้อยเมตร ก่อนจะร่วงหล่นลงสู่พื้นดินอย่างรุนแรง สร้างหลุมขนาดใหญ่สามหลุมบนพื้นดินที่แตกระแหง
พวกเขาทั้งสามพยายามจะลุกขึ้นยืน แต่ร่างกายกลับเจ็บปวดไปทั่วทุกอณู เลือดสดๆ ไหลซึมออกจากมุมปากของจักรพรรดิอัคคีและจักรพรรดิโลหิต ส่วนจักรพรรดิเงาที่ดูเหมือนจะบาดเจ็บน้อยที่สุดก็ยังคงมีสีหน้าซีดเผือด
“แข็งแกร่งเกินไป!” จักรพรรดิอัคคีไอออกมาเป็นเลือด “นี่คือพลังของมังกรเทพมหาบรรพกาลจริงๆ!”
อสูรเทพมังกรไม่สนใจสภาพของพวกเขา มันเพียงแค่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย พ่นลมหายใจออกมาราวกับจะแสดงความดูถูกเหยียดหยาม จากนั้นดวงตาคู่สีทองของมันก็กวาดสายตามายังเส้าหลินที่ยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง พลังจิตที่แข็งแกร่งราวกับภูเขาหลายลูกกดทับลงมาที่เส้าหลินในทันที ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับพื้นดิน ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้
ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกผูกพันที่แปลกประหลาดในจิตวิญญาณของเส้าหลินก็แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก ราวกับว่าอสูรเทพมังกรตนนี้กำลังสแกนจิตวิญญาณของเขา ราวกับกำลังตรวจสอบสิ่งที่อยู่ในตัวเขา
จู่ๆ อสูรเทพมังกรก็เอียงคอเล็กน้อย ดวงตาคู่สีทองฉายแววประหลาดใจ แววตาของมันหยุดลงที่หน้าอกของเส้าหลิน บริเวณที่แก่นมังกรอมตะหลอมรวมอยู่
“กลิ่นอายของข้า…” เสียงของอสูรเทพมังกรดังก้องในจิตใจของเส้าหลินโดยตรง โดยไม่ผ่านการเปล่งเสียงออกมาจากปาก “เจ้าเด็กมนุษย์… เจ้ามีอะไรอยู่ในตัว?”
คำถามนี้ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้าย แต่กลับแฝงด้วยความสงสัยและความพิศวง เส้าหลินรู้สึกประหลาดใจ เขายกมือขึ้นทาบหน้าอกของตนเอง พลังงานจากแก่นมังกรอมตะที่เพิ่งหลอมรวมเข้ากับเขาเปล่งประกายออกมาจางๆ ราวกับตอบสนองต่อการเรียกขานของมังกรเทพ
จักรพรรดิทั้งสามที่กำลังพยายามฟื้นฟูพลัง ต่างก็เห็นการกระทำของอสูรเทพมังกรที่พุ่งเป้าไปที่เส้าหลิน พวกเขารู้สึกประหลาดใจและสับสน
“อะไรกัน? มังกรเทพมหาบรรพกาลสนใจเด็กนั่น?” จักรพรรดิเงาเอ่ยขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตา
จักรพรรดิอัคคีที่ฉลาดแกมโกงดวงตาเป็นประกาย “หรือว่า… เด็กนั่นมีความเกี่ยวข้องกับมังกรเทพ?!”
จักรพรรดิโลหิตแค่นเสียง “เป็นไปไม่ได้! เด็กนั่นเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา ไร้ซึ่งพลังสายเลือดมังกร จะไปมีความเกี่ยวข้องกับมังกรเทพมหาบรรพกาลได้อย่างไร?”
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังถกเถียงกัน อสูรเทพมังกรก็ลดหัวลงมาใกล้เส้าหลินมากขึ้น จนดวงตาขนาดมหึมาของมันอยู่ห่างจากเส้าหลินไม่ถึงสิบเมตร แรงกดดันมหาศาลทำให้เส้าหลินหายใจติดขัด แต่ความรู้สึกผูกพันในจิตวิญญาณกลับยิ่งแข็งแกร่งขึ้น
“แก่นแท้แห่งมังกร… แก่นแท้แห่งมังกรอมตะ… มันอยู่ในตัวเจ้าได้อย่างไร?” เสียงของมังกรเทพมหาบรรพกาลก้องอยู่ในหูของเส้าหลิน ราวกับเสียงกระซิบจากสรวงสวรรค์ “ข้ารู้สึกได้ถึงพลังชีวิตของมันที่ตื่นขึ้น… พลังชีวิตที่หลับใหลมาเนิ่นนาน…”
เส้าหลินรวบรวมความกล้า “ข้า… ข้าได้หลอมรวมกับแก่นมังกรอมตะโดยบังเอิญ ขอรับท่านมังกรเทพ!” เขาไม่กล้าปิดบังความจริง เพราะเขารู้สึกได้ถึงพลังที่มองทะลุปรุโปร่งของมังกรเทพตนนี้
อสูรเทพมังกรนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประมวลผลข้อมูล ดวงตาคู่สีทองของมันจ้องมองเส้าหลินอย่างไม่กะพริบ ก่อนที่มันจะพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ทำให้พื้นที่รอบตัวเส้าหลินสั่นสะเทือนเล็กน้อย
“โดยบังเอิญอย่างนั้นรึ…” มังกรเทพมหาบรรพกาลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจคาดเดาได้ “แก่นมังกรอมตะนั้นเป็นหัวใจแห่งเผ่าพันธุ์มังกร เป็นสิ่งที่จะเลือกผู้ที่คู่ควรที่สุดเท่านั้น มันไม่อาจหลอมรวมกับผู้ใดโดยบังเอิญได้ง่ายๆ”
ทันใดนั้น รัศมีสีทองอ่อนๆ ก็เปล่งออกมาจากตัวเส้าหลิน และมันก็ไม่ใช่แสงพิทักษ์จากแก่นมังกรอมตะที่ปกป้องเขาจากจักรพรรดิอัคคีอีกต่อไป แต่เป็นรัศมีที่เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณของเขาเอง รัศมีแห่งพลังปราณมังกรที่เพิ่งตื่นขึ้นภายในตัวเขาเอง ซึ่งเป็นผลมาจากการหลอมรวมกับแก่นมังกรอมตะ
มังกรเทพมหาบรรพกาลมองเห็นรัศมีนั้น ดวงตาคู่สีทองของมันยิ่งฉายแววประหลาดใจมากขึ้น
“น่าสนใจ… เจ้าเด็กมนุษย์… เจ้ามิได้มีเพียงแก่นแท้แห่งมังกรอมตะ แต่เจ้ายังมีสายเลือดมังกรที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัว… แม้จะเจือจาง แต่ก็มีอยู่จริง” มังกรเทพกล่าว “และเจ้ายังได้รับพรจากสวรรค์บางอย่างที่แม้แต่ข้ายังไม่อาจเข้าใจได้อย่างถ่องแท้”
มันหมายถึงระบบอมตะของเขาหรือ? เส้าหลินคิดในใจ หัวใจเต้นระรัว
ในขณะนั้นเอง จักรพรรดิอัคคีที่ฟื้นตัวได้เล็กน้อยก็ตะโกนขึ้นมา “ท่านมังกรเทพ! เด็กนั่นเป็นเพียงมนุษย์ชั้นต่ำที่ขโมยแก่นมังกรอมตะไป! โปรดลงโทษมัน และมอบแก่นมังกรนั้นให้กับผู้ที่คู่ควรอย่างพวกข้า!”
จักรพรรดิเงาและจักรพรรดิโลหิตเห็นด้วยทันที “ใช่แล้วขอรับท่านมังกรเทพ! พวกเราคือผู้ปกครองแคว้นที่แข็งแกร่งที่สุดในแดนนี้ หากท่านมอบพลังนั้นให้พวกเรา พวกเราจะช่วยท่านปกป้องดินแดนแห่งนี้!”
มังกรเทพมหาบรรพกาลหันไปมองจักรพรรดิทั้งสามด้วยแววตาเย็นชาอีกครั้ง ก่อนจะพ่นลมหายใจอย่างแรง คลื่นพลังปราณมังกรอีกระลอกพุ่งเข้าใส่พวกเขา ทำให้จักรพรรดิทั้งสามกระเด็นไปไกลกว่าเดิม คราวนี้พวกเขาบาดเจ็บหนักกว่าเดิม เลือดไหลอาบอาภรณ์
“พวกมดปลวกไร้ยางอาย!” เสียงของมังกรเทพกึกก้อง “แก่นมังกรอมตะมิใช่ของที่ผู้ใดจะช่วงชิงได้ มันจะเลือกนายของมันเอง หากมันเลือกเด็กคนนี้ แสดงว่าเด็กคนนี้ย่อมมีคุณสมบัติที่เหนือกว่าพวกเจ้าหลายเท่า!”
มังกรเทพมหาบรรพกาลหันกลับมาหาเส้าหลินอีกครั้ง แววตาของมันเปลี่ยนไป จากความประหลาดใจกลายเป็นความสนใจอย่างลึกซึ้ง
“เจ้าเด็กมนุษย์… การที่เจ้าสามารถหลอมรวมกับแก่นมังกรอมตะได้ และยังทำให้มันตื่นขึ้นมาได้เช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน” มังกรเทพกล่าวช้าๆ น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธได้ “พลังของแก่นมังกรอมตะนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เจ้าจะจินตนาการได้ มันคือจุดเริ่มต้นของการเป็นจอมเทพอย่างแท้จริง”
เส้าหลินรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่หน้าอก พลังของแก่นมังกรอมตะกำลังเต้นระรัวราวกับหัวใจอีกดวงหนึ่ง
“ข้า… ข้าไม่ทราบว่าต้องทำเช่นไรต่อไปขอรับท่านมังกรเทพ” เส้าหลินกล่าวอย่างนอบน้อม เขารู้สึกว่าชะตากรรมของเขากำลังจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
มังกรเทพมหาบรรพกาลกวาดสายตาไปทั่วบริเวณที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง จากนั้นดวงตาของมันก็หยุดลงที่เส้าหลินอีกครั้ง
“เจ้าจะต้องพิสูจน์ตนเอง… ว่าเจ้าคู่ควรกับพลังนี้มากแค่ไหน” มังกรเทพกล่าว “ดินแดนแห่งนี้ถูกผนึกไว้มานานแสนนานโดยพลังของข้า แต่บัดนี้พลังนั้นกำลังอ่อนแอลงเพราะการตื่นขึ้นของแก่นมังกรอมตะ”
มันเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
“เจ้าจะต้องเติบโตแข็งแกร่งขึ้น… จงใช้พลังของแก่นมังกรอมตะให้เต็มที่ ปกป้องดินแดนแห่งนี้จากผู้รุกราน และพิชิตสวรรค์ทั้งเก้าชั้นให้ได้ นั่นคือภารกิจของเจ้าในฐานะผู้ถือครองแก่นมังกรอมตะ”
เส้าหลินรู้สึกถึงภาระอันหนักอึ้งที่ถาโถมเข้ามา แต่ก็รู้สึกถึงความหวังและแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่เช่นกัน
“หากเจ้าทำได้… เจ้าจะกลายเป็นจอมเทพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และเป็นผู้สืบทอดที่แท้จริงของข้า” มังกรเทพกล่าวพร้อมกับแผ่รัศมีแห่งความศักดิ์สิทธิ์และอำนาจออกมา “แต่ก่อนอื่น… เจ้าจะต้องเข้ารับการทดสอบจากข้าเสียก่อน!”
ทันใดนั้น อสูรเทพมังกรก็เปิดปากกว้าง ดวงตาคู่สีทองเปล่งประกายเจิดจ้า พลังงานมหาศาลรวมตัวกันที่ปลายลิ้นของมัน และก่อนที่เส้าหลินจะทันได้ตั้งตัว ลำแสงสีทองอร่ามที่มีขนาดใหญ่เท่าลำต้นของต้นไม้โบราณก็พุ่งเข้าใส่เขาอย่างรวดเร็วราวกับอุกกาบาต!
เส้าหลินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ! ลำแสงนั้นเต็มไปด้วยพลังที่สามารถทำลายภูเขาทั้งลูกได้ในพริบตา! นี่คือการทดสอบหรือการสังหารกันแน่!?

จอมเทพระบบอมตะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก