แสงสีเงินอมฟ้าที่สว่างวาบขึ้นอย่างรุนแรงนั้นเจิดจ้าจนเส้าหลินต้องหรี่ตาลง รอยร้าวบนเปลือกไข่ขยายตัวอย่างรวดเร็วราวกับใยแมงมุมที่ถักทอไปทั่วทั้งพื้นผิวเสียง “แครก!” ดังสนั่นหวั่นไหว เปลือกไข่ปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ภายใน
ท่ามกลางเศษเปลือกไข่ที่ร่วงหล่นลงสู่ผืนน้ำของน้ำพุชีวิตอมตะ สิ่งมีชีวิตตัวน้อยก็ปรากฏกายขึ้น มันเป็นลูกสัตว์รูปร่างคล้ายกิเลนขนาดเท่าฝ่ามือ มีเกล็ดสีเขียวมรกตเรืองรองดุจหยกส่องประกายแสงอ่อนโยนทั่วทั้งร่าง ผิวหนังของมันดูนุ่มนวลราวกับผ้าไหม มีเขาเล็กๆ สองข้างงอกออกมาจากหน้าผากดุจกิ่งไม้ที่เพิ่งผลิใบ ดวงตาของมันเป็นสีทองอร่ามทอประกายแห่งปัญญาและความไร้เดียงสาในคราวเดียวกัน ที่เหนือสิ่งอื่นใดคือพลังงานชีวิตอันบริสุทธิ์และเข้มข้นที่แผ่ออกมาจากตัวของมัน พลังนั้นบริสุทธิ์จนทำให้ปราณของเส้าหลินสั่นสะท้าน ราวกับว่าสิ่งมีชีวิตตัวน้อยนี้คือแก่นแท้ของชีวิตที่ถือกำเนิดขึ้นจากจักรวาล
ลูกกิเลนตัวน้อยส่งเสียง "ควิ๊ก!" เบาๆ ราวกับลูกสุนัขที่เพิ่งเกิด มันพยายามดิ้นรนจะลุกยืนด้วยขาเล็กๆ ทั้งสี่ข้าง แต่ก็เซไปมาอย่างน่าเอ็นดู ดวงตาคู่สีทองนั้นจ้องมองมาที่เส้าหลินอย่างสงสัย ก่อนจะกระพริบตาปริบๆ และส่งเสียงครางเบาๆ อีกครั้ง
"ระบบ ตรวจสอบสิ่งมีชีวิตนี้!" เส้าหลินแทบจะลืมหายใจ เขารู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงแปลกๆ กับสิ่งมีชีวิตตัวน้อยนี้ ราวกับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของเขา หรือเขาเป็นส่วนหนึ่งของมัน
ติ๊ง! [สิ่งมีชีวิตระดับสุดยอดตรวจพบ: ลูกกิเลนปฐพีอมตะ] [รายละเอียด: ลูกกิเลนปฐพีอมตะ เป็นสัตว์เทพในตำนานที่ถือกำเนิดจากแก่นแท้แห่งธาตุปฐพีและพลังชีวิตอมตะ มีพลังในการควบคุมธาตุดินและฟื้นฟูชีวิต สามารถเติบโตเป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดตนหนึ่งในสวรรค์ทั้งเก้าชั้น มีความผูกพันโดยธรรมชาติกับผู้ที่มีพลังปฐพีอมตะในกาย] [สถานะ: เพิ่งถือกำเนิด อ่อนแออย่างยิ่ง กำลังมองหาผู้พิทักษ์] [คำแนะนำ: ผู้ฝึกยุทธ์สามารถผูกพันธะจิตวิญญาณกับลูกกิเลนปฐพีอมตะได้ การผูกพันธะจะทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ได้รับความสามารถบางส่วนของลูกกิเลน และลูกกิเลนจะได้รับพลังจากผู้ฝึกยุทธ์เพื่อการเติบโต] [ท่านต้องการผูกพันธะจิตวิญญาณกับลูกกิเลนปฐพีอมตะหรือไม่? (ใช่/ไม่)]
เส้าหลินไม่ลังเลเลยที่จะตอบ "ใช่!" ในทันที การได้พบกับสัตว์เทพในตำนานเช่นนี้ถือเป็นวาสนาอันยิ่งใหญ่ อีกทั้งระบบยังบอกว่ามันมีความผูกพันกับผู้ที่มีพลังปฐพีอมตะในกาย ซึ่งหมายถึงตัวเขาเอง
ติ๊ง! [ยืนยันการผูกพันธะจิตวิญญาณกับลูกกิเลนปฐพีอมตะ] [กำลังสร้างพันธะจิตวิญญาณ...] [พันธะจิตวิญญาณเสร็จสมบูรณ์!] [ท่านได้รับทักษะใหม่: สัมผัสปฐพีอมตะ (ระดับ 1)] [ท่านได้รับทักษะใหม่: ออร่าฟื้นฟูแห่งชีวิต (ระดับ 1)] [ท่านได้รับสถานะพิเศษ: ผู้พิทักษ์กิเลนปฐพี] [ลูกกิเลนปฐพีอมตะได้รับชื่อจากท่านหรือไม่?]
เส้าหลินรู้สึกถึงกระแสพลังงานอันอบอุ่นที่เชื่อมโยงระหว่างจิตวิญญาณของเขากับสิ่งมีชีวิตตัวน้อยตรงหน้า ในขณะเดียวกัน ลูกกิเลนตัวน้อยก็เปล่งแสงสีเขียวมรกตออกมา ก่อนจะกระโดดอย่างร่าเริงลงจากเศษเปลือกไข่ที่เหลืออยู่ แล้ววิ่งเตาะแตะเข้ามาหาเส้าหลิน มันกระโดดขึ้นไปบนแขนของเขาอย่างคล่องแคล่ว แล้วเอาหัวเล็กๆ ถูไถไปมาที่แก้มของเขาด้วยความรักใคร่
"เจ้าตัวเล็ก..." เส้าหลินหัวเราะเบาๆ เขาอุ้มลูกกิเลนขึ้นมาดูใกล้ๆ ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความไว้วางใจและผูกพันอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกราวกับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวไปแล้ว "ข้าจะตั้งชื่อให้เจ้าว่า 'มรกต' เพราะเกล็ดของเจ้าสวยงามราวกับหยกมรกต"
ลูกกิเลนที่ชื่อมรกตส่งเสียง "ควิ๊ก!" อย่างมีความสุข ราวกับเข้าใจในสิ่งที่เส้าหลินพูด และยิ่งถูไถหัวเข้ากับคอของเขาแน่นขึ้นไปอีก เส้าหลินรู้สึกถึงพลังงานชีวิตอันบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนจากมรกตเข้าสู่ร่างกายของเขา และในทางกลับกัน พลังปราณแก่นปฐพีอมตะของเขาก็ไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงมรกตเช่นกัน
"เอาล่ะ มรกต มาลองดูทักษะใหม่ของเรากัน" เส้าหลินกระซิบ เขามองดูรายละเอียดของทักษะใหม่ที่ได้รับมา
[ทักษะ: สัมผัสปฐพีอมตะ (ระดับ 1)] [คำอธิบาย: ผูกพันกับธาตุปฐพีขั้นสูง สามารถรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของพื้นดินและพลังงานที่ซ่อนอยู่ภายในธรณีได้ในระยะ 100 เมตร ยิ่งระดับทักษะสูงขึ้น ระยะการรับรู้และรายละเอียดที่ได้รับจะเพิ่มขึ้น]
[ทักษะ: ออร่าฟื้นฟูแห่งชีวิต (ระดับ 1)] [คำอธิบาย: ปล่อยออร่าแห่งชีวิตที่บริสุทธิ์ออกมารอบตัว ฟื้นฟูบาดแผลเล็กน้อยและอาการเหนื่อยล้าให้กับผู้ที่อยู่ภายในรัศมี 5 เมตร ยิ่งระดับทักษะสูงขึ้น ประสิทธิภาพการฟื้นฟูและรัศมีจะเพิ่มขึ้น]
ทักษะทั้งสองนี้ล้วนทรงคุณค่าและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เส้าหลินคิดว่า “สัมผัสปฐพีอมตะ” จะช่วยให้เขาค้นพบสมบัติที่ซ่อนอยู่หรือหลีกเลี่ยงกับดักได้ ส่วน “ออร่าฟื้นฟูแห่งชีวิต” นั้นมีประโยชน์อย่างมากในการต่อสู้หรือแม้กระทั่งการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง
เขาตัดสินใจที่จะใช้เวลาช่วงหนึ่งอยู่ในห้องโถงแห่งนี้ เพื่อฝึกฝนพลังใหม่และเพื่อเสริมสร้างความผูกพันกับมรกต น้ำพุชีวิตอมตะที่อยู่ตรงหน้าเป็นแหล่งพลังงานที่บริสุทธิ์อย่างยิ่ง เส้าหลินรู้ว่านี่เป็นโอกาสทองที่จะพัฒนาพลังของตนให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น
"มรกต เจ้าอยากจะแช่น้ำพุนี้ไหม?" เส้าหลินถามลูกกิเลน มรกตก้มมองน้ำพุสีฟ้าใสที่ยังคงไหลเอ่อล้นอยู่ แล้วส่งเสียง "ควิ๊ก!" อย่างตื่นเต้น ก่อนจะกระโดดลงไปในน้ำพุอย่างไม่ลังเล ร่างเล็กๆ ของมันเปล่งแสงสีเขียวมรกตระยิบระยับเมื่อสัมผัสกับน้ำพุชีวิตอมตะ พลังงานบริสุทธิ์จากน้ำพุถูกดูดซับเข้าสู่ร่างของมรกตอย่างรวดเร็ว จนขนาดตัวของมันดูเหมือนจะขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย
เส้าหลินเองก็ไม่รอช้า เขาลงไปนั่งขัดสมาธิข้างๆ น้ำพุ แล้วเริ่มโคจรปราณแก่นปฐพีอมตะของตน ทันทีที่เขาเริ่มดูดซับพลังจากน้ำพุชีวิตอมตะ เขาก็รู้สึกได้ถึงกระแสพลังงานอันมหาศาลที่ไหลบ่าเข้าสู่ร่างกาย พลังงานนี้แตกต่างจากปราณธรรมดา มันบริสุทธิ์และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เมื่อมันไหลเวียนเข้าสู่เส้นลมปราณ มันจะชะล้างสิ่งสกปรกและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกล้ามเนื้อ กระดูก และอวัยวะภายในของเขา
ทักษะ "แก่นปฐพีอมตะ" ที่เขาเพิ่งได้รับมาก็ตอบสนองต่อพลังงานนี้อย่างรุนแรง ราวกับว่ามันเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่เติมเต็มให้เปลวเพลิงแห่งพลังงานในกายลุกโชนยิ่งขึ้น เส้าหลินสามารถรู้สึกได้ว่าปราณป้องกันของเขาแข็งแกร่งขึ้นทุกขณะ และพลังกายหยาบก็เพิ่มพูนอย่างต่อเนื่อง
มรกตที่กำลังแช่อยู่ในน้ำพุก็ส่งเสียงครางเบาๆ ราวกับกำลังเพลิดเพลินกับพลังงานที่ได้รับอยู่ ดวงตาของมันปิดสนิท แต่แสงสีเขียวมรกตที่เปล่งออกมาจากร่างของมันกลับสว่างจ้ายิ่งขึ้น พลังงานชีวิตจากน้ำพุถูกดูดซับเข้าสู่ร่างกายของมรกตอย่างต่อเนื่อง และจากนั้น พลังงานส่วนหนึ่งก็ถูกส่งผ่านพันธะจิตวิญญาณมายังเส้าหลิน ทำให้การฝึกฝนของเขามีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
เส้าหลินใช้เวลาหลายวันในห้องโถงลับแห่งนี้ เขาสลับกับการฝึกฝนพลังปราณ ดูดซับพลังจากน้ำพุชีวิตอมตะ และลองใช้ทักษะใหม่ๆ ที่ได้รับมา "สัมผัสปฐพีอมตะ" ของเขาพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการรับรู้แค่ 100 เมตร ก็เพิ่มเป็น 200 เมตร และเขาสามารถแยกแยะความแตกต่างของพลังงานที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นดินได้ละเอียดขึ้นเรื่อยๆ เขาค้นพบว่าภายใต้ห้องโถงแห่งนี้มีสายแร่พลังงานวิญญาณปฐพีจำนวนมหาศาลซ่อนอยู่ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้มังกรหินปฐพีโบราณมาอาศัยอยู่ที่นี่ และไข่ของมรกตก็ถือกำเนิดขึ้นจากแก่นแท้ของพลังงานเหล่านั้น
ส่วน "ออร่าฟื้นฟูแห่งชีวิต" ก็มีประสิทธิภาพสูงอย่างน่าตกใจ แม้จะอยู่ในระดับ 1 แต่ก็สามารถฟื้นฟูบาดแผลเล็กน้อยและอาการเหนื่อยล้าได้อย่างรวดเร็ว เส้าหลินลองใช้มันหลังจากฝึกฝนอย่างหนักจนแทบหมดแรง และพบว่าภายในไม่กี่นาที ร่างกายของเขาก็กลับมาสดชื่นราวกับไม่เคยเหนื่อยล้ามาก่อน
ในระหว่างที่ฝึกฝน มรกตก็มักจะกระโดดโลดเต้นอยู่รอบๆ ตัวเขา บางครั้งมันก็ลงไปแช่ในน้ำพุ บางครั้งมันก็มานอนขดอยู่บนตักของเส้าหลิน และทุกครั้งที่มันอยู่ใกล้ๆ เส้าหลินจะรู้สึกได้ถึงความสดชื่นและพลังชีวิตที่แผ่ออกมาจากตัวมัน ทำให้การฝึกฝนของเขาราบรื่นและปราศจากอุปสรรคใดๆ
หลังจากผ่านไปเจ็ดวันเต็มๆ เส้าหลินรู้สึกว่าพลังปราณของเขาอิ่มเอมเต็มที่ พลังกายหยาบก็แข็งแกร่งขึ้นจนแทบจะเทียบเท่ากับสัตว์อสูรระดับราชันย์ ทักษะแก่นปฐพีอมตะก็ก้าวหน้าไปอีกขั้น ทำให้ปราณป้องกันของเขากลายเป็นกำแพงที่ยากจะพังทลายลงได้ เขาเชื่อว่าหากต้องเผชิญหน้ากับมังกรหินปฐพีโบราณอีกครั้ง เขาจะสามารถโค่นล้มมันได้ง่ายดายยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า
"มรกต เราอยู่ที่นี่มานานพอแล้ว ได้เวลาที่เราจะต้องออกไปสำรวจโลกภายนอกแล้ว" เส้าหลินพูดกับลูกกิเลนที่กำลังเล่นอยู่กับผิวน้ำ มรกตเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยดวงตาสีทองฉายแววเข้าใจ มันกระโดดขึ้นมาเกาะไหล่ของเส้าหลินอย่างคล่องแคล่ว ขนาดตัวของมันใหญ่ขึ้นเล็กน้อยจนเท่ากับแมวตัวเล็กๆ และเกล็ดสีเขียวมรกตก็ดูแข็งแกร่งและแวววาวมากยิ่งขึ้น
เส้าหลินกวาดสายตาไปรอบๆ ห้องโถงลับ เขาสังเกตเห็นว่าระดับน้ำของน้ำพุชีวิตอมตะลดลงไปเล็กน้อยหลังจากที่เขาและมรกตดูดซับพลังงานไปอย่างต่อเนื่อง
"สัมผัสปฐพีอมตะ!" เส้าหลินใช้ทักษะของตน เขารับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของพลังงานใต้พื้นดินอย่างละเอียด และในที่สุด เขาก็สัมผัสได้ถึงกระแสพลังงานที่แตกต่างออกไปจากที่อื่น นั่นคือพลังงานที่แผ่ออกมาจากทางลับอีกแห่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงหินขนาดใหญ่
"ดูเหมือนว่าที่นี่จะไม่ได้มีแค่น้ำพุนี้เพียงอย่างเดียว" เส้าหลินพึมพำ เขามองไปทางกำแพงหินที่ดูเรียบเนียนไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ด้วยสัมผัสปฐพีอมตะ เขารับรู้ได้ถึงช่องว่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
มรกตบนไหล่ของเขาส่งเสียงครางต่ำๆ ราวกับเห็นด้วย มันกระโดดลงจากไหล่ของเส้าหลิน แล้ววิ่งไปที่กำแพงหินนั้น ก่อนจะเอาหัวเล็กๆ ชนเบาๆ ที่จุดหนึ่ง
"ที่นั่นเองหรือ?" เส้าหลินเดินตามไป เขาใช้มือสัมผัสไปที่กำแพงหินตามที่มรกตชี้บอก ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกได้ถึงกลไกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ เขาออกแรงกดเบาๆ
โครม!
กำแพงหินขนาดมหึมาเลื่อนออกไปช้าๆ เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่มืดมิดและทอดยาวลงไปสู่เบื้องล่าง ทางเดินนั้นเต็มไปด้วยพลังงานที่หนาวเย็นและน่าขนลุก ซึ่งแตกต่างจากห้องโถงที่เต็มไปด้วยพลังชีวิตอย่างสิ้นเชิง
"พลังงานอะไรกันนี่..." เส้าหลินขมวดคิ้ว เขารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายและความว่างเปล่าที่แผ่ออกมาจากทางเดินแห่งนั้น มันไม่เหมือนกับพลังของสัตว์อสูรทั่วไป แต่มันเป็นพลังที่บริสุทธิ์ของความมืดและความพินาศ
มรกตบนไหล่ของเขาดูจะตื่นตัวอย่างมาก ดวงตาของมันจ้องมองเข้าไปในความมืดด้วยความระมัดระวัง ขนบนตัวของมันตั้งชันเล็กน้อย
"ดูเหมือนว่าการเดินทางของเราจะยังไม่จบสิ้นแค่นี้" เส้าหลินพูดเบาๆ เขาเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า ก้าวเท้าเข้าไปในทางเดินที่มืดมิด โดยมีมรกตเกาะอยู่บนไหล่เป็นเพื่อนร่วมทาง
ทันทีที่เส้าหลินก้าวเท้าเข้าไปในทางเดิน พลังงานเย็นเยียบก็พุ่งเข้าปะทะร่างกายของเขา ราวกับกรงเล็บน้ำแข็งที่พยายามจะฉีกกระชากปราณป้องกันของเขาออกไป แต่ปราณแก่นปฐพีอมตะของเขาก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่พลังงานเหล่านั้นจะทำอันตรายได้
ทางเดินทอดยาวลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเขามาถึงโถงกว้างอีกแห่งหนึ่ง แต่โถงแห่งนี้กลับแตกต่างจากโถงแรกอย่างสิ้นเชิง มันเต็มไปด้วยโครงกระดูกของสัตว์อสูรขนาดมหึมาที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นดิน และใจกลางของโถงนั้น มีแท่นบูชาหินโบราณตั้งตระหง่านอยู่ บนแท่นบูชานั้น มีก้อนหินสีดำสนิทลอยอยู่เหนือพื้นดิน มันเปล่งแสงสีม่วงดำออกมาเป็นระยะๆ และพลังงานแห่งความตายที่เข้มข้นอย่างมหาศาลก็แผ่ออกมาจากก้อนหินนั้น ราวกับว่ามันเป็นบ่อเกิดแห่งความมืดมิดทั้งหมดในโลกนี้
"นี่มัน...อะไรกัน?" เส้าหลินอุทานด้วยความตกใจ เขารู้สึกได้ถึงพลังงานที่ชั่วร้ายและน่าสะพรึงกลัวอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน แม้แต่พลังของมังกรหินปฐพีโบราณก็ยังเทียบไม่ได้กับพลังงานที่แผ่ออกมาจากก้อนหินสีดำนี้
มรกตส่งเสียง "ควิ๊ก!" อย่างตกใจ มันกระโดดลงจากไหล่ของเส้าหลิน แล้ววิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังขาของเขา ดวงตาคู่สีทองจ้องมองไปที่ก้อนหินสีดำนั้นด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
จู่ๆ ก้อนหินสีดำนั้นก็เปล่งแสงสีม่วงดำออกมาอย่างรุนแรง และเริ่มสั่นสะเทือนอย่างช้าๆ ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังจะตื่นขึ้นจากหลับใหลที่ยาวนาน
ติ๊ง! [คำเตือน! พลังงานแห่งความมืดมิดระดับหายนะกำลังตื่นขึ้น!] [สิ่งมีชีวิตระดับสุดยอดตรวจพบ: ปิศาจแห่งความว่างเปล่าโบราณ – เมล็ดแห่งการทำลายล้าง] [สถานะ: กำลังตื่นจากการหลับใหลอย่างช้าๆ] [คำแนะนำ: ผู้ฝึกยุทธ์ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง พลังงานแห่งความมืดมิดนี้สามารถทำลายจิตวิญญาณและกลืนกินทุกสิ่งได้]
เส้าหลินรู้สึกเย็นวาบไปทั้งร่าง เมล็ดแห่งการทำลายล้าง! พลังงานที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงจนทำให้แม้แต่ระบบยังต้องออกคำเตือน สิ่งมีชีวิตตัวนี้จะต้องเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกสิ่งที่เขาเคยเผชิญหน้ามาอย่างแน่นอน
ก้อนหินสีดำยังคงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น และรอยร้าวก็เริ่มปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของมัน ราวกับไข่ที่กำลังจะฟักตัวออกมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ สิ่งที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นนั้นไม่ใช่ชีวิต แต่เป็น...

จอมเทพระบบอมตะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก