ตอนที่ 30 — เมล็ดแห่งหายนะ

ตอนที่ 30 — เมล็ดแห่งหายนะ

จอมเทพระบบอมตะ · 241 ตอน

ก้อนหินสีดำยังคงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น และรอยร้าวก็เริ่มปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของมัน ราวกับไข่ที่กำลังจะฟักตัวออกมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ สิ่งที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นนั้นไม่ใช่ชีวิต แต่เป็น...ความว่างเปล่าอันไร้สิ้นสุด เมล็ดแห่งการทำลายล้างที่ระบบเอ่ยถึงกำลังจะปรากฏกายออกมาจากหินสีดำที่ผุกร่อนไปอย่างรวดเร็ว เสียงคำรามอันเงียบงันแต่กึกก้องในจิตใจของเส้าหลินดังขึ้น ‌พลังงานแห่งความตายที่เคยแผ่ซ่านอยู่ในถ้ำแห่งนี้พลันถูกดูดกลืนอย่างบ้าคลั่งเข้าสู่รอยร้าวเหล่านั้น

มรกตกิเลนน้อยเบิกตากว้าง สีหน้าของมันเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นไม่ต่างจากเส้าหลิน ขนสีเขียวมรกตของมันตั้งชันขึ้นเล็กน้อย มันพยายามเปล่งเสียงคำรามต่ำเพื่อแสดงความไม่พอใจและปกป้องนายเหนือของมัน แต่พลังอำนาจที่แผ่ออกมาจากหินสีดำนั้นรุนแรงเกินกว่าที่สัตว์อสูรแรกจุติเช่นมันจะต้านทานได้ เส้าหลินรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่กระแทกเข้าใส่จิตวิญญาณของเขา ราวกับว่าห้วงอวกาศกำลังบิดเบี้ยวรอบตัวเขา ความรู้สึกเย็นยะเยือกไม่เพียงแค่ภายนอก ​แต่ยังแทรกซึมลึกเข้าไปในไขกระดูก และระบบก็ยังคงย้ำเตือนอย่างต่อเนื่องถึงภัยคุกคามที่กำลังจะเกิดขึ้น

“ระวัง! เมล็ดแห่งการทำลายล้างได้ดูดซับพลังงานแห่งความตายจนเต็มเปี่ยม การฟักตัวกำลังจะสมบูรณ์ในไม่ช้า” เสียงของระบบดังก้องในห้วงความคิดของเส้าหลิน เขาพยายามตั้งสติรวบรวมลมปราณ แต่พลังงานมืดมิดที่แผ่ซ่านออกมานั้นทำให้การโคจรลมปราณติดขัด ราวกับว่าทุกสิ่งรอบตัวกำลังถูกบดขยี้ให้มอดไหม้ลง ‍เขาหันไปมองมรกต กิเลนน้อยย่อตัวลงต่ำ เตรียมพร้อมที่จะพุ่งเข้าปกป้องเขาตามสัญชาตญาณ เส้าหลินรู้ดีว่านี่ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เขาสามารถรับมือได้โดยง่าย มันเป็นภัยคุกคามที่อยู่เหนือขีดจำกัดของเขาในตอนนี้อย่างสิ้นเชิง

ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนพื้นดินแยกออก ก้อนหินสีดำระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยเสียงที่ไม่ใช่เสียงกัมปนาท ‌แต่เป็นเสียงแห่งความเงียบงันที่บดขยี้โสตประสาท พลังงานสีดำสนิทพวยพุ่งออกมาจากใจกลางของเศษซากหินที่แตกกระจาย แผ่ขยายตัวออกอย่างรวดเร็วและกลายเป็นรูปร่างที่ไม่แน่นอน มันไม่ใช่สัตว์อสูรที่จับต้องได้ ไม่ใช่โครงกระดูก หรือวิญญาณ แต่เป็นมวลแห่งความว่างเปล่าที่ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ รูปร่างของมันคล้ายกับเงามืดขนาดใหญ่ที่มีหนวดระยางค์นับไม่ถ้วนเลื้อยไปมา ‍แต่ละเส้นล้วนบิดเบี้ยวและไร้รูปแบบ มันมีดวงตาเรืองแสงสีม่วงดำนับร้อยดวงที่ปรากฏขึ้นและหายไปบนผิวกายอันมืดมิดของมัน ราวกับดวงดาวในห้วงอวกาศอันมืดมิดที่กำลังจ้องมองมายังเส้าหลินและมรกตด้วยความกระหาย

“ปิศาจแห่งความว่างเปล่าโบราณ: ซัลมัก! ระดับพลัง: ไม่อาจระบุได้! คำเตือน: หลีกเลี่ยงการต่อสู้โดยตรง!” ​ระบบแจ้งเตือนด้วยน้ำเสียงที่รุนแรงกว่าครั้งใดๆ เส้าหลินรู้สึกหนาวสะท้านถึงขั้วหัวใจ แม้แต่ระบบยังบอกว่า 'ไม่อาจระบุได้' และ 'หลีกเลี่ยงการต่อสู้' นี่คือสิ่งที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน ปิศาจซัลมักแผ่รังสีแห่งความว่างเปล่าออกมา ​ทุกสิ่งที่มันสัมผัสพลันสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย แม้แต่แสงสว่างในถ้ำก็ยังถูกดูดกลืน ร่างของมันพุ่งเข้าหาเส้าหลินด้วยความเร็วเหนือเสียง ทิ้งไว้เพียงร่องรอยของความว่างเปล่าที่กัดกินทุกสิ่ง

เส้าหลินไม่รอช้า เขารวบรวมพลังปราณทั้งหมดที่เหลืออยู่ พุ่งทะยานหลบหลีกไปด้านข้างอย่างสุดกำลัง เขาใช้ทักษะ “ก้าวพริบตาเทพ” ​ที่เคยฝึกฝนมาอย่างหนัก แต่ความเร็วของปิศาจซัลมักนั้นเหนือกว่า เขาแทบจะมองไม่เห็นการเคลื่อนไหวของมัน หนวดระยางค์สีดำเส้นหนึ่งพุ่งผ่านจุดที่เขาเคยยืนอยู่ไปเพียงเสี้ยววินาที เศษหินบนพื้นถูกหนวดนั้นสัมผัสและสลายหายไปกลายเป็นธุลีในพริบตา มรกตส่งเสียงคำรามดุร้าย พุ่งเข้าขวางทางปิศาจซัลมักอย่างไม่เกรงกลัว ร่างกายเล็กๆ ของมันเปล่งประกายสีเขียวมรกตเจิดจ้า แสงแห่งชีวิตและปฐพีพวยพุ่งออกมาจากตัวมันอย่างบ้าคลั่ง

“มรกต! ถอยออกมา!” เส้าหลินตะโกนสุดเสียง เขารู้ดีว่ามรกตไม่สามารถต้านทานปิศาจตนนี้ได้ แต่กิเลนน้อยก็ยังคงยืนหยัด มรกตใช้ทักษะ “โล่ปฐพีอมตะ” สร้างกำแพงดินหนาหนักขึ้นมาหลายชั้นเพื่อขวางการโจมตีของปิศาจซัลมัก แต่โล่ปฐพีที่แข็งแกร่งกลับถูกหนวดระยางค์ของซัลมักทะลวงผ่านไปอย่างง่ายดายราวกับมันเป็นเพียงฟองอากาศ พลังแห่งการทำลายล้างกัดกินทุกสิ่ง หินแกรนิตแข็งแกร่งกลายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา เส้าหลินรู้สึกถึงความเจ็บปวดในจิตวิญญาณ ราวกับว่าพันธะจิตวิญญาณระหว่างเขากับมรกตกำลังถูกโจมตีทางอ้อม

“ระบบ! มีทางไหนที่จะหยุดมันได้ไหม?!” เส้าหลินถามด้วยความสิ้นหวัง เขาไม่สามารถปล่อยให้มรกตต้องมาตายเพราะปกป้องเขาได้

“คำแนะนำ: พลังงานแห่งความว่างเปล่าของปิศาจซัลมักเป็นปฏิปักษ์กับพลังงานแห่งชีวิตและปฐพีอมตะอย่างรุนแรง พลังงานแห่งชีวิตอมตะจากน้ำพุศักดิ์สิทธิ์อาจเป็นกุญแจสำคัญในการยับยั้งการทำลายล้างของมันได้ชั่วคราว” ระบบตอบกลับอย่างรวดเร็ว

เส้าหลินหันไปมองน้ำพุชีวิตอมตะที่อยู่ไม่ไกลจากแท่นบูชา เขาเคยฝึกฝนอยู่ตรงนั้นเป็นเวลาเจ็ดวัน พลังงานแห่งชีวิตที่เข้มข้นแผ่ซ่านออกมาจากน้ำพุนั้น สามารถฟื้นฟูบาดแผลและเสริมสร้างพลังชีวิตได้อย่างน่าอัศจรรย์ หากระบบกล่าวว่ามันเป็นปฏิปักษ์ นั่นหมายความว่าพลังงานจากน้ำพุอาจเป็นอาวุธเดียวที่เขามีในตอนนี้ เส้าหลินกัดฟันแน่น เขารู้ว่าการเข้าใกล้น้ำพุนั้นอันตราย แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น เขาตัดสินใจที่จะลองเสี่ยงดู

“มรกต! ไปที่น้ำพุ!” เส้าหลินสั่ง มรกตกิเลนน้อยรับรู้ถึงความเร่งด่วนในน้ำเสียงของเจ้านาย มันส่งเสียงคำรามตอบรับแล้วพุ่งทะยานหลบหลีกหนวดระยางค์ของซัลมักไปทางน้ำพุชีวิตอมตะอย่างรวดเร็ว เส้าหลินเองก็พุ่งตามไปอย่างไม่ลดละ เขาใช้ทักษะ “ออร่าฟื้นฟูแห่งชีวิต” ที่เพิ่งได้รับมา แสงสีเขียวอ่อนๆ แผ่ออกมาจากตัวเขาเล็กน้อย พยายามต้านทานพลังงานแห่งความตายที่กัดกินรอบตัว

ปิศาจซัลมักดูเหมือนจะรับรู้ถึงเจตนาของเส้าหลิน มันส่งเสียงคำรามอันไร้เสียงที่ทำให้จิตใจของเส้าหลินสั่นคลอน หนวดระยางค์นับสิบเส้นพุ่งตรงมายังเขาและมรกตจากทุกทิศทุกทาง เส้าหลินคว้าตัวมรกตไว้ในอ้อมแขน พยายามปกป้องมันจากหนวดระยางค์เหล่านั้น เขาไม่มีเวลาที่จะคิดเรื่องอื่นนอกจากต้องไปถึงน้ำพุให้ได้ เขาพุ่งเข้าใกล้ขอบน้ำพุชีวิตอมตะ ทันทีที่เขาก้าวเท้าเข้าสู่รัศมีของน้ำพุ พลังงานแห่งชีวิตที่บริสุทธิ์ก็แผ่ซ่านเข้ามาในร่างของเขา ความรู้สึกสดชื่นและแข็งแกร่งกลับมาอีกครั้ง และที่สำคัญที่สุดคือ พลังงานแห่งความว่างเปล่าของซัลมักดูเหมือนจะอ่อนกำลังลงเล็กน้อยเมื่อปะทะกับพลังงานจากน้ำพุ

“สำเร็จ!” เส้าหลินพึมพำ เขาวางมรกตลงข้างๆ และให้มันดูดซับพลังงานจากน้ำพุ กิเลนน้อยดูเหมือนจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ขนของมันกลับมาเปล่งประกายเจิดจ้าอีกครั้ง ปิศาจซัลมักหยุดชะงักอยู่ห่างจากน้ำพุประมาณสิบเมตร หนวดระยางค์ของมันหยุดการเคลื่อนไหวชั่วขณะ ราวกับว่ามันลังเลที่จะเข้าใกล้แหล่งพลังงานแห่งชีวิตนี้

“ระบบ! มันหยุดชะงัก! นี่คือโอกาส!” เส้าหลินพูดอย่างตื่นเต้น

“ระวัง! ปิศาจซัลมักกำลังปรับเปลี่ยนรูปแบบพลังงานของมัน มันกำลังจะใช้ทักษะ ‘กลืนกินความว่างเปล่า’ ซึ่งจะดูดกลืนพลังงานทุกสิ่งในบริเวณนี้ รวมถึงพลังงานจากน้ำพุชีวิตอมตะด้วย!” ระบบเตือน

เส้าหลินรู้สึกเย็นวาบอีกครั้ง หากมันสามารถดูดกลืนพลังงานจากน้ำพุได้ แผนของเขาก็จะไร้ประโยชน์ เขาต้องทำอะไรบางอย่างก่อนที่มันจะสำเร็จ ปิศาจซัลมักเริ่มแผ่ขยายตัวออกไปอย่างช้าๆ สร้างมวลแห่งความว่างเปล่าขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ รอบตัวมัน พื้นผิวของถ้ำเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แรงดึงดูดที่มองไม่เห็นเริ่มฉุดรั้งทุกสิ่งเข้าหามัน

“มรกต! ใช้พลังทั้งหมดของเจ้า!” เส้าหลินสั่ง เขาเองก็รวบรวมลมปราณทั้งหมดในร่าง เขาเปิดใช้ทักษะ “สัมผัสปฐพีอมตะ” ที่ได้รับมาจากมรกต ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีเขียวมรกต เขารู้สึกได้ถึงแก่นแท้ของปฐพีที่อยู่ภายใต้เท้าของเขา เขาสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่ไหลเวียนอยู่ในทุกอณูของพื้นดิน และในขณะเดียวกัน เขาก็สัมผัสได้ถึงความว่างเปล่าที่กำลังกัดกินทุกสิ่งรอบตัวปิศาจซัลมัก

“เมล็ดแห่งการทำลายล้าง...คือแก่นแท้ของมัน...” เส้าหลินพึมพำ เขาเข้าใจแล้ว เมล็ดแห่งการทำลายล้างที่ระบบเคยแจ้งเตือน ไม่ใช่แค่หินดำที่ฟักตัวออกมาเป็นซัลมัก แต่เป็นแก่นแท้ของปิศาจตนนี้เอง หากเขาทำลายเมล็ดนั้นได้ เขาอาจจะสามารถหยุดมันได้ แต่เมล็ดนั้นอยู่ที่ไหน?

ทันใดนั้น แสงสว่างจ้าจากดวงตาของเส้าหลินก็ส่องทะลุผ่านม่านพลังงานสีดำทึบ เขาเห็นจุดเล็กๆ สีดำสนิทที่เต้นระริกอยู่ภายในใจกลางของมวลความว่างเปล่าของซัลมัก นั่นคือเมล็ดแห่งการทำลายล้าง! มันถูกห่อหุ้มด้วยพลังงานมหาศาลและบิดเบี้ยวจนแทบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ด้วยสัมผัสปฐพีอมตะ ทำให้เขามองเห็นแก่นแท้ของมันได้

“มรกต! โจมตีจุดนั้น!” เส้าหลินชี้ไปที่ใจกลางของปิศาจซัลมัก มรกตเข้าใจทันที มันส่งเสียงคำรามดุร้าย รวบรวมพลังปฐพีอมตะทั้งหมด พลังงานสีเขียวมรกตเข้มข้นพุ่งออกจากเขาอย่างไม่น่าเชื่อ แผ่นดินใต้เท้าของพวกเขาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก้อนหินขนาดใหญ่และแร่ธาตุต่างๆ ถูกดูดขึ้นมาจากใต้พื้นดิน ก่อตัวเป็นหอกขนาดมหึมาที่ปลายแหลมคมพุ่งตรงไปยังใจกลางของปิศาจซัลมัก

“ทักษะ: หอกปฐพีสังหารมาร!” เส้าหลินตะโกนสุดเสียง พลังลมปราณทั้งหมดในร่างถูกระดมไปที่หอกปฐพีนั้นเสริมกำลังให้มันแข็งแกร่งยิ่งขึ้น หอกปฐพีพุ่งทะยานด้วยความเร็วเหนือเสียง ทะลวงผ่านมวลแห่งความว่างเปล่าที่กำลังก่อตัวขึ้นของซัลมัก หนวดระยางค์นับไม่ถ้วนพุ่งเข้าขัดขวาง แต่หอกปฐพีอมตะที่เปี่ยมด้วยพลังชีวิตและปฐพีก็ทะลวงผ่านไปอย่างไม่ลดละ

ปิศาจซัลมักส่งเสียงคำรามอันไร้เสียงอีกครั้ง มันรู้สึกได้ถึงภัยคุกคามที่กำลังเข้ามาใกล้ ร่างของมันบิดเบี้ยวและหดตัวลงอย่างรวดเร็วเพื่อปกป้องแก่นแท้ของมัน แต่ก็สายเกินไป หอกปฐพีอมตะที่เส้าหลินและมรกตผนึกกำลังกันโจมตี พุ่งเข้าปักคาที่ใจกลางของเมล็ดแห่งการทำลายล้างอย่างจัง!

“กรรรรร!” ปิศาจซัลมักส่งเสียงกรีดร้องอันน่าขนลุก มันไม่ใช่เสียงที่ได้ยินด้วยหู แต่เป็นเสียงที่สั่นสะเทือนจิตวิญญาณ เส้าหลินรู้สึกถึงความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ ร่างของซัลมักเริ่มบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง พลังงานแห่งความว่างเปล่าที่มันแผ่ออกมาพลันปั่นป่วนและระเบิดออก!

ตูม!

แรงระเบิดที่ไร้เสียงแต่มีพลังทำลายล้างสูงมากพุ่งเข้าใส่เส้าหลินและมรกต พวกเขาทั้งคู่กระเด็นออกไปไกล ร่างกระแทกเข้ากับผนังถ้ำอย่างรุนแรง เส้าหลินรู้สึกเหมือนกระดูกทุกซี่ในร่างกายจะแตกหัก เขากระอักเลือดออกมาเต็มปาก มรกตเองก็ได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก ร่างของมันเต็มไปด้วยรอยแผลที่ถูกกัดกินด้วยพลังงานความว่างเปล่า ขนสีเขียวของมันหม่นหมองลง

เมื่อฝุ่นควันและพลังงานแห่งความว่างเปล่าจางลง เส้าหลินมองไปยังจุดที่ปิศาจซัลมักเคยอยู่ ที่นั่นมีเพียงเศษซากหินที่ถูกทำลาย และ...ก้อนหินสีดำขนาดเล็กลงครึ่งหนึ่งที่กำลังเปล่งแสงสีดำหม่นๆ อยู่บนพื้น มันสั่นสะเทือนเล็กน้อย ราวกับว่ามันพยายามที่จะฟื้นคืนชีพอีกครั้ง

“ระบบ! มันยังไม่ตาย!” เส้าหลินกัดฟันพูด

“เมล็ดแห่งการทำลายล้างมีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองได้ หากไม่ถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ มันจะฟื้นคืนชีพได้อีกครั้งในไม่ช้า” ระบบตอบกลับ “แต่ด้วยพลังงานแห่งชีวิตอมตะและปฐพีอมตะที่แทรกซึมเข้าไปในเมล็ด ทำให้การฟื้นฟูของมันช้าลงอย่างมาก นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะทำลายมันอย่างถาวร!”

เส้าหลินมองไปที่ก้อนหินสีดำที่เปล่งแสงหม่นๆ นั้น ความจริงที่ว่ามันยังไม่ตายทำให้เขาท้อแท้ แต่คำพูดของระบบที่บอกว่านี่คือ "โอกาสสุดท้าย" ทำให้เขารวบรวมสติ เขามองไปที่มรกตที่นอนหายใจรวยรินอยู่ข้างๆ และสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดของมัน เขาจะต้องจบเรื่องนี้ให้ได้

“ระบบ! มีวิธีไหนที่จะทำลายมันอย่างถาวรได้บ้าง?!” เส้าหลินถามด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว

“มีวิธีหนึ่ง...แต่ต้องใช้พลังงานชีวิตจำนวนมหาศาลของผู้ใช้ และต้องใช้ร่วมกับพลังของปฐพีอมตะในการผนึกและบดขยี้แก่นแท้ของมันจากภายในสู่ภายนอก” ระบบตอบ “มันอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตสำหรับผู้ใช้”

เส้าหลินไม่ลังเลเลย เขาเหลือบมองไปที่มรกตที่กำลังพยายามลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก กิเลนน้อยตัวนี้ไม่ควรต้องมาเสี่ยงชีวิตขนาดนี้ แต่เมื่อมันได้ตัดสินใจผูกพันธะกับเขาแล้ว เขาก็ต้องรับผิดชอบชีวิตของมัน และเขาเองก็จะไม่ยอมให้ภัยคุกคามเช่นนี้คงอยู่ต่อไปในโลกใบนี้

“บอกมาเลย! ข้าจะทำ!” เส้าหลินตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เขาตัดสินใจแล้ว ไม่ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยอะไร เขาก็จะทำลายเมล็ดแห่งการทำลายล้างนี้ให้สิ้นซาก! เขารวบรวมพลังลมปราณที่เหลืออยู่ทั้งหมด พยายามลุกขึ้นยืนด้วยร่างกายที่บอบช้ำ ทักษะออร่าฟื้นฟูแห่งชีวิตทำงานอย่างหนักเพื่อเยียวยาบาดแผลของเขา แต่ก็ยังไม่เพียงพอ

มรกตกิเลนน้อยพยายามใช้พลังสุดท้ายของมัน มันส่งพลังงานปฐพีอมตะเข้าสู่ร่างกายของเส้าหลินโดยตรง เส้าหลินรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนเข้ามา แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านมาจากมรกตราวกับมันกำลังฉีกกระชากชีวิตของมันเอง เส้าหลินรู้ดีว่ามรกตกำลังยอมสละพลังชีวิตเพื่อเขา เขาจะไม่ทำให้ความเสียสละนี้ต้องสูญเปล่า

เส้าหลินเดินโซซัดโซเซไปยังก้อนหินสีดำที่ยังคงเต้นระริก เขาเอื้อมมือออกไปสัมผัสกับมันอย่างระมัดระวัง ทันทีที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับพื้นผิวที่เย็นเยียบและมืดมิดของเมล็ดแห่งการทำลายล้าง พลังงานแห่งความว่างเปล่าอันบ้าคลั่งก็พุ่งเข้าสู่ร่างกายของเขา พยายามกัดกินและทำลายทุกสิ่งในตัวเขา เส้าหลินกัดฟันแน่น เขารวบรวมพลังปราณทั้งหมดที่มี ควบคุม “สัมผัสปฐพีอมตะ” และ “ออร่าฟื้นฟูแห่งชีวิต” ให้ทำงานพร้อมกัน

“คำแนะนำ: ผนึกพลังปฐพีอมตะจากภายนอก และใช้พลังชีวิตอมตะจากภายในเพื่อทำลายแก่นแท้ของเมล็ด!” เสียงของระบบดังก้อง

เส้าหลินหลับตาลง เขารวบรวมสมาธิทั้งหมด พลังปราณสีเขียวมรกตที่ผสมผสานกับออร่าแห่งชีวิตอมตะพวยพุ่งออกจากฝ่ามือของเขา พยายามที่จะแทรกซึมเข้าไปในก้อนหินสีดำ พลังงานทั้งสองชนิดปะทะกันอย่างรุนแรงภายในเมล็ดแห่งการทำลายล้าง แสงสีเขียวและสีดำสลับกันปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของหิน มันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และส่งเสียงครวญครางอันไร้เสียงออกมา

เส้าหลินรู้สึกถึงพลังชีวิตที่ถูกดูดกลืนออกไปอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเขาเริ่มอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด เส้นเลือดปูดโปนขึ้นบนแขนและหน้าผากของเขา เขาสัมผัสได้ถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ แต่มันก็สัมผัสได้ถึงแรงต้านทานของเมล็ดที่อ่อนแอลงเช่นกัน เขาต้องทำลายมันให้ได้!

“เส้าหลิน! อดทนไว้!” เสียงของมรกตดังขึ้นในห้วงจิต มันพยายามส่งพลังปฐพีอมตะที่เหลืออยู่ทั้งหมดมาให้เขา ราวกับจะบอกว่ามันจะอยู่เคียงข้างเขาจนถึงที่สุด เส้าหลินรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนเข้ามาอีกครั้ง แม้จะเป็นเพียงเล็กน้อย แต่มันก็เพียงพอที่จะจุดประกายความหวังให้เขา

เส้าหลินคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขารวบรวมพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ ปล่อยหมัดที่เต็มไปด้วยพลังชีวิตและปฐพีอมตะที่บิดเบี้ยวและเข้มข้น พุ่งเข้าใส่ก้อนหินสีดำอย่างสุดแรง…

แสงสว่างเจิดจ้าปะทุขึ้นจากก้อนหินสีดำ แสงสีเขียวมรกตและแสงสีทองอร่ามสลับกับความมืดมิดอย่างบ้าคลั่ง แรงระเบิดครั้งสุดท้ายไม่ได้รุนแรงทางกายภาพ แต่เป็นการระเบิดทางจิตวิญญาณที่รุนแรงจนเส้าหลินรู้สึกเหมือนจิตวิญญาณของเขาฉีกขาดออกเป็นเสี่ยงๆ เขารู้สึกถึงความว่างเปล่าที่ถูกบดขยี้อย่างสิ้นเชิง และความเจ็บปวดที่แสนสาหัสที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างก่อนที่ทุกสิ่งจะมืดมิดลง เขาได้ยินเสียงของระบบที่ดังขึ้นแว่วๆ และเสียงของมรกตที่เรียกชื่อเขาอย่างเจ็บปวด ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลงไป…

เขาไม่รู้ว่าเขาทำสำเร็จหรือไม่ เขาไม่รู้ว่าเขาจะรอดชีวิตหรือไม่ แต่เขารู้เพียงว่าเขาได้ทำทุกอย่างที่ทำได้แล้ว...

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!