โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
241 ตอน · 1,328 คำ
สายลมยามรุ่งสางพัดพาความเย็นยะเยือกมาปะทะกายของเส้าหลินที่กำลังมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออก เขาไม่ได้หันหลังกลับไปมองเมืองเหลียนซานอีก ความทรงจำของไฟที่โหมกระหน่ำและเสียงกรีดร้องยังคงตามหลอกหลอน แต่ในหัวใจที่เคยเต็มไปด้วยความสิ้นหวังยามนี้กลับลุกโชนด้วยเพลิงแค้น เส้าหลินกอดกระเป๋าผ้าใบเก่าที่บรรจุเพียงของจำเป็นบางอย่างและตราสัญลักษณ์ลึกลับที่เก็บได้จากซากศพของโจรป่า ตรานั้นเป็นรูปอสรพิษเกล็ดสีครามคาบไข่มุกราตรี ดูลึกลับและเปี่ยมไปด้วยพลังงานบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง เขาไม่รู้ว่ามันคือตราของสำนักใด แต่สัมผัสได้ถึงความชั่วร้ายแฝงอยู่
“เส้าหลิน เจ้ารู้สึกถึงมันใช่ไหม?” เสียงของระบบอมตะดังขึ้นในห้วงความคิดของเขา เป็นเสียงที่ทุ้มนุ่ม แต่แฝงด้วยความเก่าแก่ช้านาน “ตราอสรพิษราตรี สัญลักษณ์ของหนึ่งในสิบสำนักมารใต้ที่ราบเมฆา พวกมันอยู่เบื้องหลังการทำลายตระกูลเจ้า”
คำยืนยันจากระบบทำให้ดวงตาของเส้าหลินแข็งกร้าวขึ้นอีก ใบหน้าคมคายของเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีฉายแววความมุ่งมั่นจนน่าพรั่นพรึง “สำนักมารใต้ที่ราบเมฆา… ข้าจะจดจำชื่อนี้ไว้จนกว่าจะกำจัดพวกมันจนสิ้น”
“เส้นทางแห่งการล้างแค้นนั้นยาวไกลและเต็มไปด้วยอันตราย” ระบบกล่าวเตือน “พลังของเจ้ายังอ่อนแอเกินไป เป้าหมายแรกคือเดินทางสู่เมืองตงไห่ ที่นั่นมีพลังงานปราณธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การบ่มเพาะ และมีข้อมูลเกี่ยวกับสำนักมารที่เจ้าต้องการ”
เส้าหลินพยักหน้า เมืองตงไห่อยู่ห่างออกไปทางตะวันออกราวเจ็ดวันหากเดินทางด้วยม้าเร็ว แต่เขามีเพียงสองขาที่เดินไปบนเส้นทางลูกรังที่ทอดตัวผ่านป่าทึบและภูเขาหิน ระบบได้มอบทักษะ ‘ก้าวเงา’ และ ‘ปราณพื้นฐาน’ ให้เขา ซึ่งแม้จะเป็นทักษะระดับต่ำสุด แต่ก็ช่วยให้เขาสามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็วและใช้พลังปราณในการหล่อเลี้ยงร่างกายได้
คืนแรกของการเดินทาง เขาพักแรมใต้ร่มไม้ใหญ่บนเนินเขาที่มองเห็นทิวทัศน์อันกว้างไกล ดวงจันทร์สาดแสงนวลตาลงมาอาบไล้ป่าเขาสลับซับซ้อน เส้าหลินจุดไฟกองเล็กๆ พิงต้นไม้ ปิดเปลือกตาลงเพื่อฝึกฝนปราณพื้นฐานที่ระบบมอบให้ กระแสปราณบางเบาไหลเวียนอยู่ในเส้นลมปราณที่ยังไม่สมบูรณ์ของเขา ทุกครั้งที่ปราณไหลเวียน ความเมื่อยล้าจากการเดินทางก็บรรเทาลง เขาใช้เวลาหลายชั่วยามในการทำสมาธิ ท่ามกลางความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมพัดและเสียงใบไม้ไหวเบาๆ
ทันใดนั้น! “ว้ายยยยยย!” เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังขึ้นจากป่าเบื้องล่าง ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงคำรามต่ำๆ เส้าหลินลืมตาขึ้นทันที เขาคว้าดาบเหล็กธรรมดาที่เก็บมาจากซากศพของโจรป่าเมื่อวานขึ้นมา ระบบส่งสัญญาณเตือน “มีอสูรพยัคฆ์ลายเมฆ ระดับต่ำ บุกโจมตีชาวบ้าน”
เส้าหลินลังเลอยู่เพียงครู่หนึ่ง เขาควรจะหลีกเลี่ยงหรือไม่? พลังของเขายังอ่อนแอนัก แต่แล้วภาพของพ่อแม่และคนในตระกูลที่ถูกสังหารก็ผุดขึ้นในหัว หากเขาไม่ช่วยเหลือพวกเขา ใครเล่าจะช่วย? ความอยุติธรรมนี้ เขาจะยอมทนได้อย่างไร?
“ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร ข้าจะไม่ยอมให้สิ่งชั่วร้ายลอยนวล!” เส้าหลินตัดสินใจ เขาพุ่งตัวลงจากเนินเขาไปยังต้นเสียงด้วย ‘ก้าวเงา’ ที่รวดเร็วกว่าคนธรรมดาหลายเท่า
เมื่อไปถึง เขาพบว่ากลุ่มชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ ประมาณห้าหกคน กำลังถูกอสูรพยัคฆ์ลายเมฆตัวใหญ่เท่าม้า โจมตี มันมีขนสีขาวสลับดำราวเมฆหมอก ดุดันน่าเกรงขาม กรงเล็บของมันเพิ่งตะปบร่างชายชราคนหนึ่งล้มลง ส่วนหญิงสาวสองคนกำลังร้องไห้กอดกันด้วยความหวาดกลัว
“หยุดเดี๋ยวนี้!” เส้าหลินตะโกนสุดเสียง เขาพุ่งเข้าใส่พยัคฆ์อสูรทันที ดาบเหล็กในมือพุ่งแทงเข้าใส่สีข้างของมันอย่างรวดเร็ว แต่เกล็ดแข็งแกร่งของมันกลับสะท้อนดาบออกไปอย่างง่ายดาย ทำให้เกิดประกายไฟเล็กน้อย อสูรพยัคฆ์สะบัดตัวคำรามอย่างโกรธจัด มันหันมามองเส้าหลินด้วยดวงตาที่ลุกเป็นไฟ
“ระวัง! อสูรพยัคฆ์ลายเมฆมีเกราะกายเนื้อที่แข็งแกร่ง” ระบบเตือน “ใช้ ‘ปราณพื้นฐาน’ เคลือบดาบและจู่โจมจุดอ่อน!”
เส้าหลินกัดฟันแน่น เขารวบรวมปราณพื้นฐานทั้งหมดที่มี หล่อเลี้ยงไปตามแขนและพุ่งลงสู่ดาบ ใบดาบเปล่งแสงสีฟ้าจางๆ ออกมา ก่อนจะกระโดดหลบการโจมตีอันรุนแรงของพยัคฆ์อสูร เขาอาศัยความคล่องตัวของ ‘ก้าวเงา’ เคลื่อนที่ไปรอบๆ หาช่องว่าง ในที่สุดเขาก็เห็นจุดอ่อนบนคอของมันที่เกล็ดบางกว่าส่วนอื่น เส้าหลินไม่รอช้า พุ่งเข้าแทงดาบอย่างสุดกำลัง ด้วยปราณที่เสริมเข้ามา ดาบจึงแทงทะลุเกล็ดและเนื้อเข้าไปในลำคอของอสูรพยัคฆ์
“อ๊ากกกกก!” พยัคฆ์อสูรกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด มันกระตุกเกร็งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะล้มลงแน่นิ่งไปในที่สุด เลือดสีเข้มไหลนองพื้นกลายเป็นแอ่ง
ชาวบ้านมองเส้าหลินด้วยสายตาหวาดระแวงปนเลื่อมใส “ท่าน… ท่านเป็นผู้ฝึกยุทธ์รึ?” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เส้าหลินถอนดาบออกมาจากร่างอสูรอย่างช้าๆ เลือดของมันยังคงหยดจากปลายดาบ “ข้าแค่ผ่านมา” เขาตอบสั้นๆ ไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนมากนัก
“ขอบคุณท่านผู้กล้าที่ช่วยชีวิตพวกเรา” หญิงสาวคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงซาบซึ้งใจ พวกเขาโค้งคำนับให้เส้าหลินหลายครั้ง
“ไม่เป็นไร ระวังตัวกันด้วย” เส้าหลินกล่าว ก่อนจะเดินจากไป ไม่สนใจเศษเนื้อและเกล็ดอสูรที่ระบบบอกว่ามีคุณค่า เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อเก็บเกี่ยวรางวัล แต่เพื่อฝึกฝนและทดสอบพลังของตัวเอง
ทันทีที่เขาพ้นจากสายตาชาวบ้าน เสียงของระบบก็ดังขึ้น
[ระบบ: ท่านได้สังหารอสูรพยัคฆ์ลายเมฆ (ระดับต่ำ)]
[ระบบ: ท่านได้รับค่าประสบการณ์ 100 หน่วย]
[ระบบ: ท่านได้รับปราณอสูรระดับต่ำ (สามารถหลอมรวมเพื่อเพิ่มพูนปราณได้)]
[ระบบ: ค่าประสบการณ์ของท่านเต็มแล้ว ท่านเลื่อนระดับเป็น ผู้ฝึกปราณขั้นต้น ระดับ 1]
[ระบบ: ท่านได้รับทักษะใหม่: โล่วิญญาณ (ระดับต่ำ) – สร้างโล่พลังงานป้องกันชั่วคราว]
[ระบบ: พลังปราณของท่านเพิ่มขึ้น 10 หน่วย]
[ระบบ: พละกำลังของท่านเพิ่มขึ้น 5 หน่วย]
[ระบบ: ความเร็วของท่านเพิ่มขึ้น 5 หน่วย]
[ระบบ: เปิดใช้งานร้านค้าแลกเปลี่ยน]
เส้าหลินรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนในกายแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เส้นลมปราณเปิดกว้างขึ้นเล็กน้อย การเลื่อนระดับครั้งแรกนี้ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาเปิดหน้าต่างสถานะของตัวเองขึ้นมาดู
[ผู้ใช้: เส้าหลิน]
[ระดับ: ผู้ฝึกปราณขั้นต้น ระดับ 1]
[พลังปราณ: 60/60]
[พละกำลัง: 25]
[ความเร็ว: 25]
[ปัญญา: 30]
[ทักษะ: ก้าวเงา (ระดับต่ำ), ปราณพื้นฐาน (ระดับต่ำ), โล่วิญญาณ (ระดับต่ำ)]
[ของติดตัว: ดาบเหล็กธรรมดา, ยาฟื้นฟู (เหลือ 2 ขวด), ตราอสรพิษราตรี]
[คะแนนร้านค้า: 0]
“โล่วิญญาณ? นี่อาจมีประโยชน์ในการต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่ง” เส้าหลินพึมพำกับตัวเอง เขารู้สึกถึงความหวังที่เพิ่มพูนขึ้น ไม่ใช่แค่การล้างแค้น แต่เป็นการมีชีวิตอยู่รอดและแข็งแกร่งขึ้น
สองสามวันถัดมา เส้าหลินยังคงเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองตงไห่ เขาเจออสูรป่าอีกหลายครั้ง แต่ด้วยทักษะ ‘ก้าวเงา’ และ ‘ปราณพื้นฐาน’ ที่ได้รับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับ ‘โล่วิญญาณ’ ที่เพิ่มเข้ามา ทำให้การต่อสู้ของเขามีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ เขาเรียนรู้ที่จะใช้พลังปราณได้อย่างชาญฉลาด ไม่เพียงแค่โจมตี แต่ยังใช้ในการเคลื่อนที่และป้องกัน เขาเลื่อนระดับขึ้นอีกครั้งเป็น ผู้ฝึกปราณขั้นต้น ระดับ 2 และได้รับทักษะใหม่ ‘ตรวจจับปราณ’ ซึ่งช่วยให้เขาสัมผัสถึงสิ่งมีชีวิตหรือพลังงานปราณในบริเวณใกล้เคียงได้
ขณะที่เขาเดินทางผ่านหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งซึ่งมีชาวบ้านผู้ซื่อสัตย์ดำเนินชีวิตอย่างสงบสุข เส้าหลินก็สัมผัสได้ถึงกระแสปราณที่ผิดปกติ มันเป็นปราณที่เย็นเยียบและชั่วร้าย แตกต่างจากปราณของอสูรป่าทั่วไป ราวกับเป็นปราณจากโลกใต้พิภพที่เขาเคยได้ยิน เส้าหลินใช้ทักษะ ‘ตรวจจับปราณ’ ทันที เขาสัมผัสได้ถึงปราณมรณะที่พุ่งมาจากทางทิศใต้ของหมู่บ้านแห่งนี้ ท่ามกลางปราณอันชั่วร้ายนั้น เขาสัมผัสได้ถึงปราณที่คุ้นเคย มันคือปราณที่เปื้อนกลิ่นคาวเลือดที่เขาเคยสัมผัสได้จากพวกโจรป่าในเมืองเหลียนซาน ซึ่งนั่นหมายความว่าพวกเขามาจากสำนักเดียวกัน
เส้าหลินระมัดระวังตัว เขาเดินเลี่ยงหมู่บ้านออกไปเล็กน้อยเพื่อสังเกตการณ์ เขาสังเกตเห็นชายฉกรรจ์สี่คนในชุดสีดำสนิท มีผ้าคลุมปิดบังใบหน้า กำลังลอบเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งของหมู่บ้าน ชายทั้งสี่มีรัศมีปราณที่แข็งแกร่งกว่าพวกโจรป่าที่เขาเคยพบเจออย่างเทียบไม่ติด บางทีอาจจะถึงระดับ ผู้ฝึกปราณขั้นกลาง หรือสูงกว่านั้น
เขาซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ ใช้ทักษะ ‘ตรวจจับปราณ’ เพื่อฟังการสนทนาของพวกเขา แม้จะจับใจความได้ไม่หมด แต่ก็พอจะเข้าใจว่าพวกเขากำลังตามหาอะไรบางอย่าง “…ตระกูลหลิน… ไม่พบอะไร… ข่าวลือ… หืม? เจ้าหนู…” เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างแผ่วเบา
เส้าหลินสะดุ้งเฮือก เขาสัมผัสได้ถึงสายตาที่คมกริบราวใบมีดที่พุ่งตรงมาทางเขา! พวกมันค้นพบเขาแล้ว!
“พบตัวแล้ว! เจ้าเด็กนั่นต้องเกี่ยวข้องกับตระกูลหลิน!” ชายคนหนึ่งตะโกน เสียงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง เส้าหลินไม่รอช้า พุ่งตัวออกจากที่ซ่อนด้วย ‘ก้าวเงา’ สุดความสามารถ มุ่งหน้าสู่ป่าทึบเบื้องหน้า ชายฉกรรจ์ทั้งสี่คนพุ่งตามมาติดๆ ด้วยความเร็วที่น่าตกใจ เสียงฝีเท้าของพวกมันกระทบพื้นดินดังกึกก้อง ราวกับฝูงสัตว์ร้ายที่กำลังล่าเหยื่อ
“ไม่คิดเลยว่าจะเจอเศษเสี้ยวของพวกมันในที่แบบนี้” เสียงหัวหน้ากลุ่มดังขึ้นอย่างเย้ยหยันจากด้านหลัง “อย่าให้มันหนีไปได้ จับเป็นมาให้ข้า!”
เส้าหลินรู้ดีว่าไม่สามารถต่อสู้กับคนระดับนี้ได้ในตอนนี้ หากถูกจับได้ เขาจะต้องเผชิญชะตากรรมที่เลวร้ายกว่าความตาย เขาพยายามใช้ ‘ก้าวเงา’ ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ พุ่งหลบหลีกไปตามต้นไม้ แต่พวกมันก็ยังคงไล่ตามมาติดๆ ราวกับเงาที่ไม่มีวันทิ้งร่าง เขาเหลือบไปเห็นทางเข้าถ้ำเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังเถาวัลย์ขนาดใหญ่ เขาไม่รีรอ พุ่งตัวเข้าไปในถ้ำนั้นโดยไม่ลังเล
ในความมืดมิดของถ้ำ เส้าหลินวิ่งลึกเข้าไปเรื่อยๆ เขาได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหูเขา “ฮึ่ม! คิดว่าจะหนีพ้นงั้นรึเจ้าหนู?”
เส้าหลินหันขวับ ดาบในมือฟันออกไปในความมืด แต่กลับพลาดเป้า เขาถูกเงาร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาประชิด เขาเห็นมือที่แข็งแกร่งกำลังเอื้อมมาบีบคอของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดมิดลงชั่วขณะ เส้าหลินรู้สึกเหมือนถูกจับยกขึ้นจากพื้น เขาพยายามดิ้นรน แต่แรงของเขานั้นไม่สามารถต่อกรกับชายผู้นี้ได้เลย สติของเขากำลังพร่าเลือนลงเรื่อยๆ
“เจอตัวแล้ว! นายน้อยขอรับ” เสียงเย็นชาของชายคนนั้นดังขึ้น “เจ้าเด็กนี่ไม่ธรรมดา มีตราอสรพิษราตรีติดตัวด้วย!”
ตราอสรพิษราตรี! เส้าหลินเบิกตากว้าง ความตกใจแล่นปราดไปทั่วร่าง พวกมันตามหาเขาจากตรานี้งั้นหรือ? หรือพวกมันรู้แล้วว่าเขาคือใคร? เขาพยายามรวบรวมลมหายใจเฮือกสุดท้ายเพื่อมองหน้าศัตรูที่อยู่ตรงหน้า เขาเห็นเพียงรอยยิ้มเย็นเยียบที่ประดับบนใบหน้าของชายผู้นั้น และดวงตาที่เต็มไปด้วยเจตนาฆ่าฟัน... ราวกับเขากำลังมองดูเงาปีศาจจากนรก
“ฆ่ามันซะ… หรือไม่ก็ทรมานมันให้คายความลับทั้งหมดออกมา” เสียงทุ้มต่ำอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นจากความมืดมิดที่ลึกเข้าไปในถ้ำ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจและความชั่วร้ายยิ่งกว่าที่เขาเคยได้ยินมา เส้าหลินพยายามมองหาเจ้าของเสียง แต่ทุกอย่างก็มืดมิดลงสนิท สติของเขาดับวูบไป… ณ ปลายเส้นทางที่เขาคิดว่ากำลังจะรอดพ้น กลับกลายเป็นหลุมพรางที่ลึกยิ่งกว่าเดิม

จอมเทพระบบอมตะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก