ตอนที่ 4 — กำเนิดใหม่ใต้เงามัจจุราช
จอมเทพระบบอมตะ · 241 ตอน
ความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดกลืนกินสติของเส้าหลิน แรงกระแทกจากการโจมตีอันรุนแรงและคำสั่งประหารที่ดังก้องอยู่ในหูคือสิ่งสุดท้ายที่เขาสามารถจดจำได้ ร่างกายของเขาบอบช้ำ ปราณภายในปั่นป่วนราวกับถูกบดขยี้ด้วยค้อนยักษ์ ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วทุกอณู ทำให้ทุกประสาทสัมผัสถูกทรมานจนถึงขีดสุด เขาสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ พยายามจะดิ้นรน กระตุ้นปราณเฮือกสุดท้าย ทว่ามันกลับไร้ผลราวกับสายใยชีวิตได้ขาดสะบั้นลงแล้ว เบื้องหน้าของเขา เงาร่างปริศนาที่ควบคุมพลังงานสีดำทมิฬ ยื่นมือออกมาพร้อมกับปลายดาบที่เรืองแสงสีม่วงอาบอาบพิษ จ่อที่ลำคอของเขาอย่างเชื่องช้า “สิ้นลมเสียเถิด หนุ่มน้อย ความลับของตระกูลเจ้าจะตายไปพร้อมกับเจ้า” เสียงทุ้มต่ำราวกับมาจากห้วงลึกของนรกกระซิบข้างหูเขา เย็นยะเยือกจนจับขั้วหัวใจ
คมดาบเยียบเย็นกรีดผ่านผิวหนังอย่างเชื่องช้า เส้นเลือดที่ลำคอขาดสะบั้น ความอบอุ่นในร่างค่อยๆ เลือนหายไปพร้อมกับหยาดโลหิตที่ไหลริน ความมืดมิดเข้าปกคลุมอีกครั้ง ลึกและดำสนิทยิ่งกว่าเดิม สติของเขามอดดับลงในที่สุด… นั่นคือสิ่งที่ควรจะเป็น ทว่า… ในห้วงแห่งความว่างเปล่าอันไร้ขอบเขตนั้น แสงสีทองเรืองรองได้ปรากฏขึ้น มันเป็นแสงที่อบอุ่นและทรงพลังอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ราวกับเป็นอ้อมกอดจากสรวงสวรรค์ที่ฉุดรั้งเขาจากขุมนรก เสียงก้องกังวานในหัวที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับข้อความที่ปรากฏขึ้นในจิตสำนึกของเขา
‘ตรวจพบภาวะวิกฤตถึงแก่ชีวิต’ ‘ระบบอมตะถูกเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ’ ‘โปรโตคอลการฟื้นคืนชีพอมตะเริ่มต้น’ ‘วิญญาณของผู้ใช้กำลังถูกเรียกคืน’ ‘ร่างกายของผู้ใช้กำลังถูกสร้างใหม่จากแก่นแท้แห่งชีวิต’ ‘การฟื้นคืนชีพอมตะครั้งที่ 1/3 กำลังดำเนินไป’
ความรู้สึกเหมือนถูกฉีกขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วประกอบขึ้นมาใหม่แล่นผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ความเจ็บปวดทรมานในตอนแรกก็ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและพลังงานที่ไหลเวียนราวกับกระแสน้ำทิพย์ เขาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด อาจเป็นเพียงชั่วพริบตาที่แสนสั้น หรืออาจเป็นพันปีที่ยาวนานไร้จุดสิ้นสุด ในที่สุด แสงสีทองก็หดหายไป สติของเขากลับมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่การกลับมาสู่ความมืดมิดที่เขาจากไป หากแต่เป็นความมืดมิดอีกรูปแบบหนึ่งที่แตกต่างออกไป
เส้าหลินลืมตาขึ้นช้าๆ เปลือกตาหนักอึ้งราวกับถูกทับด้วยหินผา สิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้คือความรู้สึกของการถูกตรึง มือและเท้าของเขาถูกล่ามไว้ด้วยโซ่ที่เย็นเฉียบและหยาบกระด้างเสียดสีผิวหนัง เขาอยู่ในพื้นที่แคบๆ มืดสลัว กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาปะทะจมูก ชวนให้คลื่นเหียน ร่างกายเขารู้สึกแปลกไป… แข็งแกร่งขึ้น เบาขึ้น ราวกับเพิ่งได้รับการชำระล้างจากมลทินทั้งปวง เส้าหลินตรวจสอบสถานะตัวเองในใจทันทีโดยไม่ต้องคิด
‘ผู้ฝึกปราณขั้นต้น ระดับ 2’ ‘ค่าประสบการณ์: 500/2000’ ‘ค่าสถานะ:’ ‘พละกำลัง: 20 (+5)’ ‘ความคล่องตัว: 22 (+7)’ ‘ความอึด: 25 (+10)’ ‘สติปัญญา: 35 (+0)’ ‘ปราณวิญญาณ: 200/200 (+50)’
‘ทักษะ:’ ‘โล่วิญญาณ (ระดับ 1): สร้างโล่ปราณป้องกันที่แข็งแกร่ง’ ‘ตรวจจับปราณ (ระดับ 1): ตรวจจับร่องรอยปราณในระยะใกล้’ ‘ฟื้นคืนชีพอมตะ (Passive): เมื่อถูกสังหาร ระบบจะฟื้นคืนชีพผู้ใช้ขึ้นมาใหม่ ภายใน 24 ชั่วโมง มีจำนวนครั้งจำกัด’ ‘แก่นแท้แห่งชีวิต (Passive): เพิ่มความเร็วในการฟื้นฟูพลังชีวิตและปราณวิญญาณอย่างมาก’ ‘สัมผัสวิญญาณ (ระดับ 1): สัมผัสถึงวิญญาณและพลังงานที่มองไม่เห็นในระยะใกล้’
มีทักษะใหม่! ‘ฟื้นคืนชีพอมตะ’ และ ‘แก่นแท้แห่งชีวิต’ และ ‘สัมผัสวิญญาณ’ นี่คือสิ่งที่ระบบมอบให้หลังจากการตายครั้งแรกของเขาอย่างนั้นหรือ? พละกำลัง ความคล่องตัว และความอึดของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปราณวิญญาณก็เพิ่มขึ้นถึง 50 หน่วย! นี่คือพลังแห่งการเกิดใหม่ที่ระบบมอบให้เขาอย่างนั้นหรือ? ความรู้สึกตื่นเต้นและหวังผุดขึ้นในใจของเขา แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่คับขัน
เสียงกระแทกกระทั้นและเสียงคนคุยกันดังมาจากภายนอก พร้อมกับแสงริบหรี่ที่ลอดผ่านช่องว่างเล็กๆ บนกำแพง เส้าหลินพยายามขยับตัว โซ่ที่ตรึงเขาไว้ดูเหมือนจะทำจากเหล็กกล้าชั้นดีที่แข็งแกร่ง ทว่าเมื่อเขาออกแรงอย่างเต็มที่ กล้ามเนื้อที่ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งใหม่ก็ตึงตัว โซ่ก็เริ่มสั่นสะเทือน ‘พละกำลังของฉันตอนนี้สามารถทำลายโซ่นี่ได้หรือไม่?’ เขาสงสัยในใจ
เขาสังเกตเห็นว่าโซ่มีรอยบุบเล็กน้อยจากแรงดึงของเขา ด้วยทักษะ ‘ตรวจจับปราณ’ และ ‘สัมผัสวิญญาณ’ ที่เพิ่งได้มา เขาลองใช้มันทันที คลื่นพลังงานที่มองไม่เห็นแผ่ออกไปจากตัวเขา มันเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่คล้ายกับการมองเห็นด้วยจิตใจ เขาสัมผัสได้ถึงปราณของสิ่งมีชีวิตหลายตนอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ส่วนใหญ่เป็นปราณระดับต่ำถึงกลาง ไม่ใช่ระดับเดียวกับเงาปริศนาที่สังหารเขา แต่ก็มีปราณหนึ่งที่ทรงพลังเป็นพิเศษอยู่ห่างออกไปมาก ราวกับเป็นหัวใจของสถานที่แห่งนี้ที่กำลังเคลื่อนที่
“ไอ้พวกเวรนั่นหายไปไหนวะ?” เสียงหนึ่งตะโกนมาจากด้านนอกด้วยความหงุดหงิด “ท่านผู้อาวุโสไปจัดการมันแล้วไม่ใช่รึไง? ทำไมยังไม่กลับมาอีก!” “ไม่รู้สิ อาจจะกำลังตามล่าตัวอะไรอยู่อีกก็ได้” อีกเสียงตอบอย่างไม่ใส่ใจ “แต่พวกเรารีบไปจากที่นี่เถอะ ผู้อาวุโสสั่งให้เรานำสิ่งนี้ไปที่ถ้ำมังกรดำโดยเร็วที่สุด!”
ถ้ำมังกรดำ? เส้าหลินขมวดคิ้ว เขาเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน มันเป็นสถานที่ในตำนานที่อยู่ลึกเข้าไปในหุบเขาอเวจี เป็นที่เล่าขานว่าเป็นรังของปีศาจและสมบัติโบราณ เขาถูกจับมาอยู่ในรถม้าที่กำลังเคลื่อนที่ หรืออาจจะเป็นกรงขนาดใหญ่ที่ถูกลากไป? สถานที่นี้ต้องเป็นสำนักมารใต้ที่ราบเมฆาเป็นแน่ ไม่ผิดเพี้ยน
ทันใดนั้น ‘สัมผัสวิญญาณ’ ของเส้าหลินก็จับได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในช่องเล็กๆ บนกำแพงด้านหลัง เป็นถุงผ้าเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ เขาสามารถรับรู้ถึงพลังงานประหลาดที่แผ่ออกมาจากถุงนั้น มันไม่ใช่ปราณ แต่เป็นพลังงานบริสุทธิ์ที่เหนือกว่าระดับของปราณทั่วไป เขาเอื้อมมือที่ถูกล่ามโซ่ไปคลำหาถุงนั้นอย่างระมัดระวัง แม้จะยากลำบากแต่ก็สามารถดึงมันออกมาได้ด้วยความพยายามอันยิ่งยวด
ภายในถุงนั้นคือกล่องไม้แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง ขนาดประมาณฝ่ามือ เมื่อเขาสัมผัสกล่องนั้น เขาก็รู้สึกถึงคลื่นพลังงานที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม ไหลผ่านปลายนิ้วเข้าสู่ร่างกายของเขา สติปัญญาของเขาสั่งให้เขาเปิดมันออก ภายในมีอัญมณีสีครามเข้มเม็ดหนึ่ง ส่องแสงเรืองรองอย่างอ่อนโยน มันเป็นอัญมณีที่ไม่เหมือนสิ่งใดที่เขาเคยเห็นมาก่อน พลังงานที่แผ่ออกมานั้นบริสุทธิ์และลึกล้ำอย่างเหลือเชื่อ ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล
‘พบวัตถุศักดิ์สิทธิ์: แก่นแท้แห่งฟ้าคราม’ ‘คำอธิบาย: ผลึกปราณบริสุทธิ์จากแกนกลางของสวรรค์ชั้นที่ 3 เป็นแหล่งพลังงานมหาศาลที่สามารถเสริมสร้างปราณวิญญาณของผู้ใช้ หรือใช้เป็นส่วนประกอบในการหลอมโอสถอมตะ’ ‘เงื่อนไขการใช้งาน: ผู้ใช้ปราณระดับเซียนขึ้นไป หรือผู้ที่ครอบครองระบบอมตะ’
‘ระบบตรวจพบว่าวัตถุศักดิ์สิทธิ์นี้คือสิ่งที่สำนักมารใต้ที่ราบเมฆากำลังตามล่าอยู่ในหมู่บ้านเหล่านั้น’ ‘ระบบแนะนำให้ผู้ใช้ดูดซับแก่นแท้แห่งฟ้าคราม เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและหลบหนี’
นี่คือสิ่งที่พวกมันตามหา! แก่นแท้แห่งฟ้าคราม เส้าหลินไม่รอช้า เขากุมอัญมณีนั้นไว้ในมือ ตั้งสมาธิและเริ่มโคจรปราณ พลังงานสีครามบริสุทธิ์พุ่งเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว มันไม่ใช่ความรู้สึกรุนแรงที่ทำให้เจ็บปวด แต่เป็นความรู้สึกของการเติมเต็ม ทุกเซลล์ในร่างกายของเขากำลังดูดซับพลังงานนี้ ปราณวิญญาณของเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับเขื่อนที่พังทลายและน้ำไหลบ่า
‘ปราณวิญญาณ +100!’ ‘ปราณวิญญาณ +100!’ ‘ปราณวิญญาณ +100!’
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นไม่หยุดยั้ง อัญมณีสีครามค่อยๆ หรี่แสงลงและเริ่มแตกเป็นผุยผงในมือของเขา ไม่นานมันก็สลายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความว่างเปล่า แต่ภายในตัวของเส้าหลินกลับเต็มเปี่ยมด้วยพลังมหาศาลที่เอ่อล้น
‘ผู้ฝึกปราณขั้นต้น ระดับ 2’ ‘ค่าประสบการณ์: 2000/2000’ ‘คุณได้เลื่อนระดับ!’ ‘ผู้ฝึกปราณขั้นต้น ระดับ 3’ ‘ค่าประสบการณ์: 0/4000’ ‘ค่าสถานะ:’ ‘พละกำลัง: 25 (+5)’ ‘ความคล่องตัว: 27 (+5)’ ‘ความอึด: 30 (+5)’ ‘ปราณวิญญาณ: 800/800 (+600) (จากแก่นแท้แห่งฟ้าคราม 300 หน่วย)’
ทักษะใหม่: ‘ฝ่ามือทลายเมฆา (ระดับ 1): โจมตีด้วยคลื่นปราณที่รุนแรง’
พลังอันมหาศาลเอ่อล้นอยู่ในร่างของเส้าหลิน พละกำลังและความคล่องตัวเพิ่มขึ้นอีกระดับ ปราณวิญญาณของเขาพุ่งขึ้นจาก 200 เป็น 800 หน่วย! เขาเลื่อนระดับเป็นผู้ฝึกปราณขั้นต้น ระดับ 3 และได้ทักษะโจมตีใหม่ ‘ฝ่ามือทลายเมฆา’ แรงบันดาลใจในการเอาชีวิตรอดและการแก้แค้นท่วมท้นจิตใจของเขา บัดนี้เขาไม่ใช่เส้าหลินคนเดิมอีกต่อไป
“ถึงเวลาแล้วที่จะตอบโต้!” เส้าหลินคำรามในใจ เขากระชากโซ่ด้วยพละกำลังทั้งหมดอีกครั้ง คราวนี้โซ่เหล็กที่เคยตรึงเขาไว้ก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยเสียงดัง ‘เคร้ง!’ สะเก็ดเหล็กกระเด็นไปทั่วห้องขังที่คับแคบ
เขาจ้องมองไปยังผนังห้องขังซึ่งแท้จริงแล้วเป็นด้านข้างของรถม้าขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้หนา เส้าหลินรวบรวมปราณทั้งหมดไว้ที่ฝ่ามือ แล้วซัด ‘ฝ่ามือทลายเมฆา’ ออกไปอย่างไม่ลังเล! คลื่นปราณสีขาวขุ่นพุ่งออกจากฝ่ามือของเขาด้วยความรุนแรงราวกับพายุหมุน
‘ตู้มมมมมมมม!’
ผนังไม้ของรถม้าระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงปราณอันรุนแรง เศษไม้กระเด็นไปทั่วทิศทาง แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาพร้อมกับอากาศหนาวเย็นยามค่ำคืน เส้าหลินไม่รอช้า พุ่งตัวออกจากซากรถม้าที่กำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว เขาพบว่าตัวเองอยู่กลางป่าลึกในยามค่ำคืน เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจดังมาจากคนคุ้มกันสองสามคนที่อยู่บนหลังม้าลากรถ
“มีผู้รอดชีวิต!” เสียงหนึ่งตะโกนด้วยความตกใจ “ไม่จริงน่า! มันออกมาจากรถม้าได้ยังไง!” อีกคนเสริมอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
เส้าหลินไม่สนใจเสียงเหล่านั้น เขาใช้ ‘ความคล่องตัว’ ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พุ่งตัวเข้าสู่ความมืดของป่า เสียงร้องของคนคุ้มกันและเสียงฝีเท้าของม้าที่กำลังไล่ตามดังอยู่ด้านหลัง แต่ด้วยความมืดมิดและภูมิประเทศที่เป็นป่าทึบ ทำให้เขาได้เปรียบอย่างมาก
เขาพุ่งทะยานผ่านพุ่มไม้และต้นไม้ สัมผัสวิญญาณที่เพิ่มขึ้นช่วยให้เขาสามารถหลบหลีกกับดักหรือศัตรูที่ซุ่มโจมตีได้อย่างง่ายดาย เขาวิ่งไปเรื่อยๆ โดยไม่หันกลับไปมอง เขาจำเป็นต้องหนีให้พ้นจากเงื้อมมือของสำนักมารใต้ที่ราบเมฆา และยิ่งไปกว่านั้น เขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อแก้แค้นให้ตระกูลของเขาที่ถูกทำลายล้าง
หลังจากวิ่งหนีมานานหลายชั่วยาม จนกระทั่งเสียงไล่ตามเลือนหายไปในความมืดมิด เส้าหลินก็หยุดพักหอบหายใจ เขามองไปรอบๆ สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของเขาคือซากปรักหักพังขนาดใหญ่ที่ถูกปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์และต้นไม้เก่าแก่ มันเป็นสถาปัตยกรรมโบราณที่ดูเหมือนวิหารหรือปราสาทที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายศตวรรษ รอบๆ เต็มไปด้วยพลังงานที่หนาวเย็นและลึกลับ ‘สัมผัสวิญญาณ’ ของเขาแจ้งเตือนว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ทรงพลังและเก่าแก่สถิตอยู่ในซากปรักหักพังแห่งนี้ ราวกับวิญญาณโบราณกำลังหลับใหล
‘ระบบตรวจพบสถานที่โบราณ: ซากวิหารหมอกดำ’ ‘ภายในมีร่องรอยของพลังโบราณและโอกาสอันยิ่งใหญ่’
นี่คือที่ที่เขาจะต้องเริ่มต้นเส้นทางใหม่ เขาไม่รู้ว่าอะไรกำลังรอเขาอยู่ภายในวิหารโบราณแห่งนี้ แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เส้าหลินเดินก้าวเข้าไปในความมืดมิดของซากวิหาร พร้อมกับจิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและความหวังที่จะค้นพบพลังที่ซ่อนอยู่ เพื่อที่วันหนึ่ง เขาจะได้ยืนหยัดอย่างมั่นคง และโค่นล้มสำนักมารใต้ที่ราบเมฆาให้สิ้นซาก ไม่ให้เหลือแม้แต่เถ้าธุลี
ทันทีที่เท้าของเขาเหยียบย่างข้ามธรณีประตู ปราณมหาศาลที่ถูกกักเก็บมานานก็พลันปะทุขึ้นจากส่วนลึกของวิหาร ก่อให้เกิดเสียงคำรามก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ท้องฟ้าเบื้องบนเหนือซากปรักหักพังก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ก่อตัวเป็นรูปดวงตาขนาดมหึมาสีโลหิตที่จ้องมองลงมายังเขา! ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน และมันกำลังจ้องมองมาที่เส้าหลินด้วยความสนใจที่น่าขนลุกและชวนให้หวาดหวั่น.
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก