จอมเทพระบบอมตะ

ตอนที่ 6 — ม่านหมอกโบราณ พลังที่ตื่นขึ้น

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

241 ตอน · 1,249 คำ

เท้าของเส้าหลินย่ำลงบนผืนดินที่ชุ่มฉ่ำของป่าลึกยามราตรี แสงจันทร์สีนวลสาดส่องลงมาระหว่างกิ่งก้านของต้นไม้โบราณที่บิดเบี้ยวราวกับแขนของปีศาจ ร่างของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการหลบหนี แต่ดวงตาคู่คมกลับลุกโชนด้วยเปลวไฟแห่งความมุ่งมั่นและอำนาจที่เพิ่งตื่นขึ้น การรอดพ้นจากเงื้อมมือของสำนักมารเป็นเพียงก้าวแรกสู่เส้นทางแห่งการแก้แค้นที่ยังอีกยาวไกล และในตอนนี้ จุดหมายเดียวของเขาก็คือซากวิหารหมอกดำที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ราวกับภูผาที่ถูกลืมเลือน

วิหารแห่งนี้ถูกกลืนกินด้วยพืชพรรณนานาชนิด ‌เถาวัลย์หนาทึบเลื้อยพันกำแพงหินผุพังราวกับแขนของยักษ์ใหญ่ที่พยายามจะฉุดรั้งมันไว้ ผืนหมอกบางเบาสีเทาคลอเคลียอยู่รอบฐานวิหาร ให้ความรู้สึกเร้นลับและเย็นยะเยือกจับใจ ราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังหลับใหลอยู่ภายใต้ม่านหมอกนั้น เส้าหลินสูดหายใจลึก กลิ่นอายของดินชื้นและพืชพรรณโบราณเคล้ากับกลิ่นประหลาดที่คล้ายกับไอพลังงานที่จับต้องได้ลอยเข้าสู่จมูกของเขา ความรู้สึกกดดันอันหนักอึ้งแผ่ออกมาจากซากวิหาร ดึงดูดให้เขาก้าวเข้าไปอย่างไม่อาจต้านทาน ​ราวกับมีพลังงานลึกลับกำลังเรียกหา

“ตรวจพบแหล่งพลังงานโบราณระดับสูง โปรดระวัง!” เสียงของระบบอมตะดังก้องขึ้นในใจของเส้าหลิน พร้อมกับหน้าต่างโปร่งใสที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ส่องสว่างความมืดมิดรอบกาย

[ซากวิหารหมอกดำ: สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกลืมเลือน เคยเป็นที่ประทับของเทพเจ้าแห่งม่านหมอก ‘เทียนเหมย’ ‍พลังงานที่หลงเหลืออยู่สามารถปลุกเร้าศักยภาพที่ซ่อนเร้นได้ แต่ก็อาจแฝงไว้ด้วยอันตรายร้ายแรงจากผู้พิทักษ์ที่หลับใหลหรือกับดักโบราณ]

ข้อมูลจากระบบทำให้เส้าหลินเข้าใจมากขึ้นถึงความสำคัญของสถานที่แห่งนี้ เทพเจ้าแห่งม่านหมอก ‘เทียนเหมย’ เป็นเพียงตำนานเล่าขานในคัมภีร์โบราณที่น้อยคนนักจะรู้จัก ชื่อนี้ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นและความหวัง หากที่นี่เคยเป็นที่ประทับของเทพเจ้าจริง พลังที่เขาสัมผัสได้คงไม่ใช่เรื่องธรรมดา ‌และมันอาจเป็นหนทางสู่ความแข็งแกร่งที่เขาปรารถนา

เขาก้าวผ่านซุ้มประตูทางเข้าที่พังทลาย หินแกะสลักรูปอสูรโบราณครึ่งคนครึ่งสัตว์ที่เฝ้าประตูถูกกัดกร่อนจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม เหลือเพียงร่องรอยของความยิ่งใหญ่ในอดีต ภายในวิหาร ความมืดมิดเข้าปกคลุมราวกับผืนผ้าห่มสีดำสนิท แต่สำหรับเส้าหลิน ผู้ที่เพิ่งผ่านการฟื้นคืนชีพและได้รับพลังงานมหาศาล ดวงตาของเขาสามารถปรับตัวเข้ากับความมืดได้อย่างง่ายดาย ‍เขามองเห็นทางเดินที่ทอดยาว เบื้องบนคือเพดานที่ถล่มลงมาเป็นบางส่วน ทำให้แสงจันทร์เล็ดลอดเข้ามาเป็นลำแสงเล็กๆ ส่องสว่างฝุ่นละอองที่ลอยค้างในอากาศ ราวกับดวงวิญญาณที่ร่ายรำอย่างเงียบงัน

ผนังวิหารเต็มไปด้วยจิตรกรรมฝาผนังที่ซีดจางและแตกร้าว บอกเล่าเรื่องราวของเหล่าเทพเซียนที่เหาะเหินอยู่บนก้อนเมฆ การต่อสู้ระหว่างมังกรและอมนุษย์ และพิธีกรรมบูชายัญที่เก่าแก่จนยากจะเข้าใจ ​เส้าหลินรู้สึกถึงคลื่นพลังงานที่แผ่ออกมาจากภาพเหล่านั้น มันไม่ใช่พลังงานที่แข็งกร้าวรุนแรง แต่เป็นความรู้สึกสงบ เย็นยะเยือก และเต็มไปด้วยความทรงจำที่สาบสูญ เขาเดินลึกเข้าไปในวิหาร เสียงฝีเท้าของเขาสะท้อนก้องไปมาในความเงียบงัน เพิ่มความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้าง ​แต่ก็เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ผ่านโถงทางเดินหลายแห่งที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังและเถาวัลย์ เส้าหลินก็มาถึงห้องโถงใหญ่กลางวิหาร มันเป็นห้องที่กว้างขวางที่สุด เพดานสูงตระหง่าน แต่มีรอยร้าวขนาดใหญ่ที่เผยให้เห็นท้องฟ้ายามค่ำคืนใจกลางห้อง มีแท่นบูชาขนาดมหึมาทำจากหินสีดำสนิทตั้งอยู่ ตรงกลางแท่นบูชามีรูปปั้นหินของสตรีผู้หนึ่ง รูปร่างงดงามหมดจด ​ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยน ดวงตาทอดมองลงมาราวกับเมตตาต่อสรรพสิ่ง แม้รูปปั้นจะแตกหักผุพังไปบ้างตามกาลเวลา แต่พลังงานอันบริสุทธิ์และลึกล้ำยังคงแผ่ออกมาจากรูปปั้นอย่างชัดเจน ราวกับว่าวิญญาณของนางยังคงสถิตอยู่

“นี่คือเทพเจ้าแห่งม่านหมอก เทียนเหมย งั้นหรือ...” เส้าหลินรำพึงเบาๆ ในใจ เขาเดินเข้าใกล้แท่นบูชาอย่างช้าๆ พลังงานรอบๆ รูปปั้นยิ่งเข้มข้นขึ้นจนรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาล แต่เขากลับไม่รู้สึกหวาดกลัว มีเพียงความตื่นเต้นและแรงดึงดูดที่ไม่สามารถอธิบายได้ เขาเอื้อมมือออกไปสัมผัสแท่นบูชา ความเย็นเฉียบแล่นเข้าสู่ปลายนิ้ว ก่อนที่ระบบจะส่งการแจ้งเตือนอีกครั้ง

[ตรวจพบแก่นพลังแห่งเทพเจ้า ‘แก่นแท้แห่งวิญญาณบรรพกาล’ หลับใหลอยู่ภายใต้แท่นบูชา!] [แก่นแท้แห่งวิญญาณบรรพกาล: วิญญาณบริสุทธิ์ที่หลงเหลืออยู่ของเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ สามารถมอบพลังและความรู้แห่งอดีตกาล หากดูดซับสำเร็จ จะได้รับพลังมหาศาลและอาจปลุกเร้าพรสวรรค์ที่ซ่อนเร้น]

“แก่นแท้แห่งวิญญาณบรรพกาล!” เส้าหลินแทบจะลืมหายใจ ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความหวัง นี่คือโอกาสที่จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาตัดสินใจทันที

“ระบบ ดูดซับแก่นแท้แห่งวิญญาณบรรพกาล!” เสียงของเขาดังก้องในความเงียบงันของวิหาร ราวกับคำประกาศิต

ทันทีที่คำสั่งถูกส่งออกไป แสงสีทองเรืองรองก็พลันพุ่งออกมาจากแท่นบูชาอย่างรุนแรง มันห่อหุ้มร่างของเส้าหลินไว้ทั้งหมด เส้นผมของเขาสะบัดไหว เสื้อผ้าปลิวไสว แม้จะไม่มีลมพัด เสียงกระแสไฟฟ้าดังซ่าราวกับมีพลังงานมหาศาลไหลเวียนรอบตัวเขา ร่างกายของเส้าหลินรู้สึกเหมือนถูกฉีกทึ้งและประกอบใหม่ในเวลาเดียวกัน ความเจ็บปวดอันรุนแรงถาโถมเข้าใส่จนแทบทำให้เขาคุกเข่าลง แต่เขากัดฟันกรอด อดทนต่อความทรมานที่แสนสาหัสนี้ ราวกับว่านี่คือการชำระล้างครั้งใหญ่

[การดูดซับ ‘แก่นแท้แห่งวิญญาณบรรพกาล’ เริ่มต้นขึ้น...] [รับค่าประสบการณ์ 1,000,000 หน่วย!] [ระดับเพิ่มขึ้น! ระดับ 6... ระดับ 7... ระดับ 8... ระดับ 9... ระดับ 10!]

ตัวเลขระดับพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับติดปีก พลังงานจากแก่นแท้ไหลบ่าเข้าสู่ร่างกายของเขา หล่อเลี้ยงทุกเซลล์ ทุกเส้นเอ็น ทุกกระดูก การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระบบยังคงแจ้งเตือนอย่างไม่หยุดยั้ง

[คุณได้บรรลุระดับ 10 แล้ว! ปลดล็อกทักษะใหม่: ‘สัมผัสเทวะ’!] [สัมผัสเทวะ (ระดับเริ่มต้น): สามารถรับรู้และสัมผัสถึงพลังงาน สิ่งมีชีวิต หรือปรากฏการณ์ที่ซ่อนเร้นได้ในรัศมี 100 เมตร]

[คุณได้ดูดซับความรู้จากแก่นแท้แห่งวิญญาณบรรพกาล! ปลดล็อกความเข้าใจในวิชาเซียน ‘จิตรกรรมหกทิศ สยบอสูร’!] [จิตรกรรมหกทิศ สยบอสูร (ระดับเริ่มต้น): อัญเชิญภาพมายาของอสูรโบราณเพื่อโจมตีศัตรู หรือสร้างภาพลวงตาเพื่อบิดเบือนการรับรู้ สามารถพัฒนาได้เมื่อระดับเพิ่มขึ้น]

[ทักษะ ‘ฝ่ามือทลายเมฆา’ ได้รับการอัปเกรดเป็น ‘ฝ่ามือทลายฟ้า’!] [ฝ่ามือทลายฟ้า (ระดับกลาง): ใช้พลังปราณสร้างฝ่ามือขนาดใหญ่ที่สามารถทำลายสิ่งกีดขวางและสร้างความเสียหายรุนแรงต่อศัตรู มีโอกาสสร้างสถานะ ‘แตกสลาย’]

ร่างของเส้าหลินสั่นสะท้านภายใต้แรงกดดันจากพลังงานที่หลั่งไหลเข้ามา ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีทองจางๆ ออร่ารอบกายของเขากลายเป็นสีน้ำเงินอ่อนและทองคำสลับกัน ก่อนจะกลายเป็นพลังงานอันบริสุทธิ์ที่มองไม่เห็น เขารู้สึกได้ถึงพลังที่เปี่ยมล้นอยู่ในทุกอณูของร่างกาย มันไม่ใช่แค่พลังกาย แต่เป็นพลังแห่งจิตวิญญาณที่เฉียบคมขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขามองเห็นรายละเอียดของสิ่งต่างๆ รอบตัวที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้หมอกควันและฝุ่นละออง ได้ยินเสียงของวิญญาณเล็กๆ ที่ลอยวนอยู่ในวิหาร และรู้สึกถึงการมีอยู่ของธรรมชาติรอบกายในรูปแบบที่แตกต่างออกไป ราวกับประสาทสัมผัสทั้งหมดถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น

เมื่อแสงสีทองค่อยๆ จางหายไป เส้าหลินยืนนิ่งอยู่กลางห้องโถง สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งที่ไม่เคยมีมาก่อน เขาลองขยับมือ พลังงานไหลเวียนอย่างราบรื่นและคล่องแคล่วราวกับเป็นส่วนหนึ่งของเขามาแต่กำเนิด ความเหนื่อยล้าที่เคยมีหายไปสิ้น เหลือเพียงความกระปรี้กระเปร่าและพลังงานที่ล้นเหลือ

“นี่คือพลัง... นี่คือสิ่งที่ข้าต้องการ!” เขาเงยหน้าขึ้นมองเพดานวิหารที่เผยให้เห็นดวงจันทร์ ดวงตาเปล่งประกายแห่งความมุ่งมั่น ท่ามกลางความเงียบงันของซากวิหาร ความคิดถึงครอบครัวที่จากไปแล่นเข้ามาในหัวของเขา ความรู้สึกเจ็บปวดผสมผสานกับความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันมหาศาลที่หล่อหลอมให้เขาก้าวเดินต่อไป

“สำนักมาร... พวกแกจะต้องชดใช้!”

เส้าหลินกำหมัดแน่น พลังปราณสีฟ้าครามไหลเวียนรอบแขนของเขา มันแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง มีความบริสุทธิ์และอำนาจแฝงอยู่มากกว่าเก่า เขาตัดสินใจที่จะลองใช้ทักษะใหม่ ‘สัมผัสเทวะ’ เพื่อสำรวจวิหารให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทันทีที่เขาสั่ง ระบบก็ทำงาน ภาพในสมองของเขาพลันเปลี่ยนแปลงไป เขารับรู้ถึงกระแสพลังงานที่มองไม่เห็น กระแสลมที่พัดผ่านรอยร้าว และชีพจรของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่หลับใหลอยู่ใต้พื้นดิน แม้แต่เสียงกระซิบของอดีตกาลก็ยังก้องอยู่ในจิตสำนึก

แต่แล้ว ‘สัมผัสเทวะ’ ของเขาก็ชนเข้ากับบางสิ่ง บางสิ่งที่มหาศาลและเก่าแก่จนน่าสะพรึงกลัว พลังงานนั้นไม่ได้อยู่ในวิหาร แต่มันอยู่ลึกสุดใต้พื้นดิน ราวกับสัตว์ร้ายที่หลับใหลมาเนิ่นนานนับพันปี และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ พลังงานนั้นกำลังเคลื่อนไหว! มันไม่ได้หลับใหลอีกต่อไป แต่กำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน อาจเป็นเพราะพลังงานจากการดูดซับแก่นแท้แห่งวิญญาณบรรพกาลของเขาเป็นตัวเร่งให้มันตื่นขึ้น

พื้นดินในวิหารเริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ ในตอนแรก ก่อนจะรุนแรงขึ้นจนรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกจากเบื้องล่าง ฝุ่นละอองร่วงหล่นจากเพดานที่พังทลายลงมาเป็นสาย ทันใดนั้น เสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งพื้นพิภพก็ดังขึ้นมาจากใต้ผืนดิน มันเป็นเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความพิโรธและความหิวกระหาย ราวกับสัตว์อสูรในตำนานที่เพิ่งตื่นจากนิทราอันยาวนานกำลังจะลืมตาขึ้นสู่โลกอีกครั้ง

[คำเตือน! ตรวจพบภัยคุกคามระดับสูง ‘วิญญาณมังกรบรรพกาล’ ตื่นขึ้นแล้ว!] [มันถูกดึงดูดด้วยพลังงานของคุณ!]

เส้าหลินรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงไขกระดูก ร่างกายของเขาก้าวถอยหลังไปโดยสัญชาตญาณ พลังงานมหาศาลที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนแผ่ซ่านออกมาจากใต้พื้นดิน แรงกดดันนั้นหนักอึ้งจนแทบทำให้เขาทรุดตัวลง เสียงคำรามที่ตามมานั้นไม่เพียงแต่สั่นสะเทือนวิหาร แต่ยังสั่นสะเทือนจิตวิญญาณของเขาด้วย กำแพงวิหารเริ่มปริร้าวเป็นทางยาว แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาจากรอยแยกบนเพดานพลันถูกบดบังด้วยเงาร่างขนาดมหึมาที่กำลังผงาดขึ้นมาจากเงามืดเบื้องล่าง มันไม่ใช่แค่สิ่งมีชีวิต แต่เป็นภัยพิบัติที่กำลังจะบังเกิด และมันกำลังมุ่งหน้ามาหาเขา! การเดินทางเพื่อแก้แค้นของเส้าหลินเพิ่งเริ่มต้นขึ้น แต่เขากำลังจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ใหญ่หลวงกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้มากนัก... ศัตรูที่อาจจะเก่าแก่และทรงพลังยิ่งกว่าสำนักมารเสียอีก

หน้านิยาย
หน้านิยาย
จอมเทพระบบอมตะ

จอมเทพระบบอมตะ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!