ทันทีที่ม่านอวกาศอันมืดมิดฉีกขาด เงามหึมาที่บิดเบี้ยวและไร้รูปร่างก็ปรากฏขึ้น มันใหญ่โตเสียจนบดบังแสงจากดวงดาวนับร้อยดวง ทำให้ท้องฟ้าเหนืออาณาจักรสวรรค์ทั้งเก้าชั้นมืดมิดลงในพริบตา สิ่งมีชีวิตนั้นลอยอยู่อย่างเงียบงัน แต่พลังงานมหาศาลที่แผ่ออกมากลับบีบอัดชั้นบรรยากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว ราวกับผืนผ้าไหมที่ถูกฉีกขาด พลังงานสีดำสนิทที่รายล้อมมันหมุนวนราวกับพายุอวกาศ สลับกับประกายแสงสีม่วงที่ส่องวาบเป็นจังหวะ แสดงถึงความบ้าคลั่งและความว่างเปล่าที่อยู่ภายใน
เทพสงครามบรรพกาลทั้งสามที่ก่อนหน้านี้ยังคงกราดเกรี้ยวและเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง บัดนี้กลับมีสีหน้าซีดเผือดแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาสัมผัสได้ถึงพลังที่เหนือกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยรู้จัก พลังที่ไม่ได้มาจากมิติใดๆ ในเก้าอาณาจักรสวรรค์ แต่เป็นพลังที่มาจากห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต ซึ่งเป็นที่เล่าขานกันว่าเป็นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตโบราณที่สามารถกลืนกินดวงดาวได้ทั้งดวง
“นี่มัน… เป็นไปไม่ได้!” เทพสงครามเยวี่ยคุนอุทาน เสียงของเขาแหบแห้งราวกับขาดน้ำ พลังเทพที่คุ้มกายเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง “มหาอสูรแห่งความว่างเปล่า… มันมาถึงที่นี่ได้อย่างไร!”
คำว่า ‘มหาอสูรแห่งความว่างเปล่า’ ทำให้เส้าหลินรู้สึกเย็นวาบไปถึงไขสันหลัง แม้แต่ระบบอมตะก็ส่งเสียงเตือนอย่างบ้าคลั่ง
[คำเตือน! ตรวจพบสิ่งมีชีวิตระดับสุดยอด! พลังงานเกินขีดจำกัดที่เคยพบเห็น!] [คำเตือน! ระดับภัยคุกคาม: สิ้นโลก!] [คำเตือน! แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยเด็ดขาด!]
เสียงของระบบที่เคยสงบนิ่ง บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความตื่นตระหนกที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน เส้าหลินหันไปมองเทพธิดามังกรกำเนิดใหม่ที่อยู่ข้างกาย เธอมีสีหน้าซีดขาวไม่แพ้กัน ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวที่ไม่สามารถปกปิดได้ พลังจิตวิญญาณที่เพิ่งฟื้นฟูให้เส้าหลิน กลับถูกดูดกลืนอย่างรวดเร็วจากแรงดึงดูดของพลังงานมหาศาลที่แผ่ออกมาจากอสูรนั้น
“เส้าหลิน… นี่มัน…” เธอพึมพำ น้ำเสียงสั่นเทา “มันคือหายนะที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การแย่งชิงพลังมังกรอีกต่อไปแล้ว”
ขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับภัยคุกคามที่ไม่คาดฝัน เงามหึมานั้นก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง มันขยายตัวออกคล้ายหมึกสีดำทะมึนที่ละลายไปในน้ำ สสารรอบๆ ตัวมันถูกดูดกลืนหายไปในความมืดมิดนั้น ราวกับเป็นหลุมดำที่กำลังกลืนกินทุกสิ่ง กล้ามเนื้อและโครงสร้างที่บิดเบี้ยวเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ เผยให้เห็นดวงตานับร้อยดวงที่เรืองแสงสีแดงฉานประดุจถ่านเพลิงที่ลุกโชน กรงเล็บที่แหลมคมดุจหอกสีดำทะมึนค่อยๆ ยื่นออกมาจากมวลสารอันมืดมิดนั้น พร้อมกับปากขนาดมหึมาที่เผยออ้าออก เผยให้เห็นฟันที่เรียงรายนับไม่ถ้วน แหลมคมราวกับภูเขาน้ำแข็งเล็กๆ
เสียงคำรามที่ไม่ได้มาจากลำคอ แต่มาจากความว่างเปล่าของอวกาศโดยตรง ก็ดังก้องไปทั่วทุกสารทิศ มันเป็นเสียงที่บิดเบี้ยวและรุนแรงเสียจนทำให้มิติสั่นไหว ผนังของอาณาจักรสวรรค์เริ่มปรากฏรอยร้าวเล็กๆ ขึ้น เส้าหลินรู้สึกเจ็บปวดที่ศีรษะอย่างรุนแรง เลือดไหลซึมจากจมูกและหูของเขา พลังปราณในกายปั่นป่วนอย่างหนัก เขาต้องพยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อที่จะรักษาสติไว้ได้
“มันกำลังก่อร่างสร้างตัว…” เทพสงครามซ่งเหริน ผู้ซึ่งเคยเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาเทพสงคราม บัดนี้กลับมีใบหน้าซีดเผือด “หากมันก่อร่างเสร็จสมบูรณ์ ทุกสิ่งทุกอย่างในเก้าอาณาจักรสวรรค์ก็จะถูกกลืนกิน!”
เทพสงครามทั้งสามไม่รอช้า พวกเขาตัดสินใจในพริบตา จากศัตรูที่ต้องการพลังมังกร บัดนี้พวกเขาต้องกลายเป็นผู้ที่ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด พวกเขาผนึกกำลังเทพของตน ปล่อยพลังโจมตีที่รุนแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้พุ่งเข้าใส่เงาอสูรที่กำลังก่อตัวขึ้น แสงแห่งเทพที่เจิดจ้าพุ่งทะยานเข้าปะทะกับมวลสารแห่งความมืดมิด ก่อให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ที่ส่องสว่างไปทั่วท้องฟ้า แต่อสูรนั้นกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย พลังเทพที่แสนรุนแรงกลับถูกดูดกลืนหายไปในความมืดมิดนั้นราวกับสายน้ำที่หายไปในมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง
“ไร้ประโยชน์!” เทพสงครามไท่หรงตะโกน “พลังของมันเกินขีดจำกัดของเทพใดๆ! มันคือสิ่งที่อยู่เหนือการทำลายล้าง!”
ขณะที่เหล่าเทพสงครามกำลังสิ้นหวัง เส้าหลินก็สัมผัสได้ถึงการสั่นสะเทือนที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากพื้นโลก เบื้องล่างที่ห่างไกลออกไป ออร่าสีดำขนาดมหึมาเริ่มปะทุขึ้นจากส่วนลึกของโลก มันเป็นพลังมารที่ชั่วร้ายและโบราณ ซึ่งมีความมืดมิดไม่แพ้พลังของมหาอสูรแห่งความว่างเปล่าที่อยู่เบื้องบน
[ตรวจพบออร่ามารโบราณกำลังตื่นขึ้น!] [คำเตือน! มารบรรพกาลกำลังหลุดพ้นจากพันธนาการ!] [คำเตือน! ระดับภัยคุกคาม: สิ้นโลก!]
ระบบอมตะส่งเสียงเตือนอีกครั้ง คราวนี้มีข้อความเพิ่มเติมที่ทำให้เส้าหลินต้องขมวดคิ้ว
[ข้อมูลเพิ่มเติม: มหาอสูรแห่งความว่างเปล่า และ มารบรรพกาล มีความเกี่ยวข้องกันในเชิงวิวัฒนาการ ทั้งสองเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกลืนกินและทำลายล้างมิติ หากทั้งสองมารวมกัน โลกใบนี้จะถูกย่อยสลายไปในพริบตา!]
เส้าหลินกัดฟันแน่น เขารู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทาง ด้านบนคือมหาอสูรแห่งความว่างเปล่าที่กำลังก่อร่าง ด้านล่างคือมารบรรพกาลที่กำลังตื่นขึ้น และตรงกลางคือเขาและเทพธิดามังกรที่ตกเป็นเป้าหมายของเทพสงครามทั้งสามที่บัดนี้ดูเหมือนจะตกอยู่ในความสิ้นหวังไม่ต่างกัน
“เราต้องทำอะไรสักอย่าง!” เส้าหลินกล่าวอย่างมุ่งมั่น “เราจะปล่อยให้มันทำลายโลกไม่ได้!”
เทพธิดามังกรกำเนิดใหม่มองเส้าหลินด้วยแววตาซับซ้อน “แต่เราจะทำอะไรได้? แม้แต่เทพสงครามยังทำอะไรไม่ได้เลย…”
จู่ๆ ระบบก็ส่งข้อความใหม่อีกครั้ง คราวนี้เป็นข้อความที่ไม่ใช่คำเตือน แต่เป็นคำแนะนำที่ฟังดูสิ้นหวังไม่ต่างกัน
[ข้อเสนอแนะฉุกเฉิน: เปิดใช้งาน ‘วิชาผนึกเทพมังกรอมตะ’ ระดับสูงสุด!) [เงื่อนไข: ต้องมีพลังมังกรบริสุทธิ์ในระดับสูงสุด และผู้ใช้งานต้องผสานรวมกับพลังจิตวิญญาณแห่งมังกรโดยสมบูรณ์!] [คำเตือน: การเปิดใช้งานวิชานี้อาจทำให้พลังชีวิตของผู้ใช้งานหมดสิ้น และผู้ที่ผสานรวมอาจสูญเสียตัวตนไปตลอดกาล!]
เส้าหลินชะงัก มังกรบริสุทธิ์ในระดับสูงสุด? นั่นหมายถึงเทพธิดามังกรกำเนิดใหม่! และการผสานรวมโดยสมบูรณ์… มันหมายถึงการเสียสละ! ทั้งเขาและเธอ! ระบบกำลังแนะนำให้พวกเขาเสียสละชีวิตเพื่อผนึกสิ่งมีชีวิตระดับหายนะเหล่านี้!
ก่อนที่เส้าหลินจะทันได้ไตร่ตรอง เทพธิดามังกรกำเนิดใหม่ก็สัมผัสได้ถึงข้อความจากระบบเช่นกัน เพราะพลังจิตวิญญาณของเธอเชื่อมโยงกับเส้าหลิน เธอมองเส้าหลินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและโศกเศร้าปะปนกัน
“เส้าหลิน…” เธอเอ่ยเบาๆ มือของเธอยื่นมาจับมือของเขา “นี่อาจเป็นทางเดียว… ที่จะปกป้องโลกใบนี้”
แต่ยังไม่ทันที่เส้าหลินจะตอบรับ หรือปฏิเสธ มหาอสูรแห่งความว่างเปล่าที่กำลังก่อร่างก็เงยหน้าขึ้น ดวงตานับร้อยดวงของมันจ้องตรงมายังเส้าหลินและเทพธิดามังกรกำเนิดใหม่ พลังงานแห่งความมืดมิดอันบริสุทธิ์พุ่งตรงมายังพวกเขา คลื่นพลังนั้นรุนแรงเสียจนอากาศรอบๆ ตัวบิดเบี้ยว แม้แต่เทพสงครามทั้งสามก็ยังต้องหันกลับมาเผชิญหน้ากับภัยคุกคามใหม่นี้ อสูรจักรวาลไม่ได้สนใจพวกเขา แต่มันกลับตรงมายังเส้าหลินและเทพธิดามังกร!
“มันรับรู้ถึงพลังมังกรแล้ว!” เทพสงครามเยวี่ยคุนตะโกนอย่างตื่นตระหนก
คลื่นพลังงานสีดำพุ่งเข้าหาเส้าหลินและเทพธิดามังกรด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ เส้าหลินรวบรวมพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่เพื่อสร้างโล่ป้องกัน แต่มันก็ดูไร้ประโยชน์ต่อพลังงานทำลายล้างของมหาอสูร
เทพธิดามังกรกำเนิดใหม่ตัดสินใจในชั่วพริบตา เธอผลักเส้าหลินออกไปข้างหลัง ก่อนที่ออร่าแห่งมังกรสีทองจะปะทุออกมาจากร่างของเธออย่างเต็มที่ เธอไม่ได้หนี แต่กลับพุ่งเข้าหาคลื่นพลังงานนั้นอย่างกล้าหาญพร้อมกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า
“ไม่นะ!!!” เส้าหลินตะโกนสุดเสียง เมื่อเห็นภาพที่กำลังจะเกิดขึ้น
แต่ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วเกินไป พลังมังกรสีทองของเทพธิดามังกรเข้าปะทะกับพลังงานสีดำมืดมิดของอสูรจักรวาล ก่อให้เกิดแสงสว่างจ้าที่สว่างกว่าดวงอาทิตย์นับพันเท่า ทุกสิ่งถูกกลืนกินด้วยแสงนั้นชั่วขณะ ก่อนที่คลื่นกระแทกขนาดมหึมาจะกวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างในเส้นทางของมัน พลังงานมหาศาลระเบิดออกในห้วงอวกาศ เผยให้เห็นรอยร้าวขนาดใหญ่ในมิติที่ส่องประกายสีฟ้าครามดุจบาดแผลของจักรวาล พลังมังกรและพลังอสูรปะทะกันอย่างรุนแรง พลังงานที่ปลดปล่อยออกมาทำลายล้างทุกสิ่ง และในใจกลางของการระเบิดนั้น ร่างของเทพธิดามังกรก็ถูกกลืนกินโดยแสงสว่างอันเจิดจ้า พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ไม่มีใครได้ยิน…
เส้าหลินถูกผลักกระเด็นออกไปไกล แสงสว่างนั้นทำให้เขาตาพร่ามัวไปชั่วขณะ เมื่อแสงจางลง ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้หัวใจของเขาแตกสลาย สิ่งที่เขาเห็นคือร่างของเทพธิดามังกรที่บอบช้ำทรุดตัวลงกลางอากาศ พลังมังกรของเธอกำลังเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเธอซีดขาว และดวงตาที่เคยเจิดจ้าด้วยชีวิต บัดนี้กลับหม่นหมองลงราวกับเปลวเทียนที่กำลังจะดับลง
“ไม่… เป็นไปไม่ได้!” เส้าหลินพึมพำ เขาพุ่งเข้าหาเธอด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่จะทำได้ พยายามประคองร่างที่อ่อนแรงของเธอไว้ “เทพธิดามังกร! เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม!”
เธอมองเส้าหลินด้วยรอยยิ้มที่อ่อนแรง มือที่สั่นเทาของเธอพยายามยกขึ้นสัมผัสใบหน้าของเขา “ขอโทษนะเส้าหลิน… ดูเหมือนว่า… ข้าจะปกป้องโลกไม่ได้… แต่… ข้าได้ทำสิ่งหนึ่ง…”
ก่อนที่เส้าหลินจะถามว่าเธอหมายถึงอะไร ร่างของเทพธิดามังกรก็เริ่มเปล่งประกายสีทองอร่าม ออร่ามังกรที่เหลืออยู่ทั้งหมดในร่างของเธอเริ่มหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเส้าหลินอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับความทรงจำนับพันปี และพลังแห่งมังกรบริสุทธิ์ที่เหนือจินตนาการ ระบบอมตะของเส้าหลินส่งเสียงเตือนอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่คำเตือนถึงภัยคุกคาม แต่เป็นเสียงของการวิวัฒนาการที่กำลังจะเกิดขึ้น!
[รับพลังมังกรบริสุทธิ์ระดับสูงสุด!] [รับการผสานรวมพลังจิตวิญญาณแห่งมังกรโดยสมบูรณ์!] [ระบบ ‘วิชาผนึกเทพมังกรอมตะ’ เปิดใช้งาน!]
พร้อมกับเสียงของระบบ ร่างของเทพธิดามังกรก็สลายกลายเป็นละอองแสงสีทองนับล้านดวง ละอองแสงเหล่านั้นหมุนวนรอบตัวเส้าหลิน ก่อนที่จะพุ่งเข้าสู่ร่างของเขาอย่างต่อเนื่อง เส้าหลินรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรง ราวกับร่างกายกำลังถูกฉีกออกเป็นเสี่ยงๆ และประกอบขึ้นใหม่ในเวลาเดียวกัน เสียงคำรามของมังกรดังก้องอยู่ในหัวของเขา เลือดมังกรในตัวเขากำลังพลุ่งพล่าน พลังมหาศาลที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนไหลเวียนไปทั่วทุกอณูของร่างกาย
“เทพธิดามังกร!” เส้าหลินคำรามด้วยความเจ็บปวดและความโกรธแค้น เขาแหงนหน้ามองมหาอสูรแห่งความว่างเปล่าที่ยังคงลอยอยู่เบื้องบน ซึ่งบัดนี้เริ่มเผยร่างจริงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้นไปอีก มันไม่ใช่เพียงแค่เงามืดอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่มีอวัยวะบิดเบี้ยว ดวงตานับร้อยดวงของมันจ้องมองมายังเขา และคราวนี้ มันกำลังมองมาที่เขาเพียงผู้เดียว
ในขณะเดียวกัน พลังมารบรรพกาลจากเบื้องล่างก็ปะทุขึ้นสู่ผิวน้ำ มันเป็นปีศาจตัวมหึมาที่มีปีกดุจค้างคาว ผิวหนังสีดำสนิท และเขาที่แหลมคม มันคำรามกึกก้องไปทั่วทั้งโลก บ่งบอกถึงการตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ และสิ่งมีชีวิตนั้นก็กำลังมุ่งหน้าขึ้นมายังเบื้องบน ด้วยสายตาที่จ้องมองมายังเส้าหลินเช่นกัน
เส้าหลินยืนอยู่ตรงกลางระหว่างหายนะสองด้าน ร่างกายของเขายังคงถูกหล่อหลอมด้วยพลังมังกรบริสุทธิ์จากเทพธิดามังกรที่ได้จากไป แสงสีทองส่องประกายจากร่างของเขาอย่างเจิดจ้า พลังระดับใหม่ที่เพิ่งได้รับทำให้เขารู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่มันก็มาพร้อมกับความเจ็บปวดและภาระอันหนักอึ้ง
เขาจะต้องเผชิญหน้ากับทั้งมหาอสูรแห่งความว่างเปล่าที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง และมารบรรพกาลที่เพิ่งตื่นขึ้น การแก้แค้นให้กับตระกูลที่ถูกทำลายนั้นยังไม่ทันจะเริ่มต้นดีนัก บัดนี้กลับต้องแบกรับชะตากรรมของโลกทั้งใบไว้บนบ่าเพียงคนเดียว… และเขาก็รู้สึกได้ว่า ‘วิชาผนึกเทพมังกรอมตะ’ ที่ระบบได้มอบให้นั้นไม่ได้เป็นเพียงการผนึก แต่เป็นการต่อสู้ที่ต้องใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามี… รวมถึงชีวิตของเขาด้วยเช่นกัน

จอมเทพระบบอมตะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก