ความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้งถาโถมเข้าใส่ดวงจิตของหลิงเยว่ กัดกินทุกสัมผัสและสติสัมปชัญญะ ทว่าลึกเข้าไปในห้วงแห่งความว่างเปล่านั้น แสงสีทองเรืองรองประดุจดวงตะวันแรกแย้มค่อยๆ ส่องสว่างขึ้นมาอย่างช้าๆ มันไม่ใช่แสงที่ทำให้ตาพร่ามัว แต่เป็นความอบอุ่นที่แผ่ซ่าน ชโลมบาดแผลและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของจิตวิญญาณทีละน้อย ความรู้สึกเจ็บปวดที่เคยกัดกินร่างกายพลันเลือนหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่คล้ายกับการหลับใหลมาเนิ่นนาน
เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในมหาสมุทรแห่งพลังงานอันบริสุทธิ์ ทุกอณูของร่างกายถูกอาบไล้ด้วยกระแสพลังงานอันมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย มันไม่ใช่พลังปราณที่เคยสัมผัส ไม่ใช่พลังของนักฆ่าเงาอสนี และไม่ใช่พลังชั่วร้ายของมังกรอสูรราตรีที่เพิ่งเผชิญหน้า มันคือพลังแห่งชีวิต พลังแห่งการกำเนิดใหม่ และเหนือสิ่งอื่นใด มันคือพลังที่กรีดร้องอยู่ในสายเลือดของเธอ เรียกหาการตื่นขึ้นที่แท้จริง เสียงคำรามอันกึกก้องกังวานอยู่ในห้วงจิตสำนึก คล้ายเสียงของสัตว์ร้ายโบราณที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหลนับพันปี มันไม่ใช่เสียงที่น่าหวาดกลัว แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคยอย่างประหลาด คล้ายกับเป็นส่วนหนึ่งของตัวเธอเอง
เปลือกตาของหลิงเยว่กระตุกเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ เปิดออกอย่างเชื่องช้า ภาพแรกที่ปรากฏในสายตาคือยอดไม้สูงตระหง่านที่บดบังท้องฟ้าอันมืดมิด บรรยากาศรอบกายยังคงเป็นป่าลึกยามค่ำคืน แต่ความเงียบสงบที่ปกคลุมอยู่นั้นผิดแผกไปจากเดิม มันไม่ใช่ความเงียบสงบที่เต็มไปด้วยภยันตราย แต่เป็นความเงียบสงบที่บ่งบอกถึงการผ่านพ้นของพายุใหญ่ ทั่วทั้งบริเวณมีร่องรอยของการทำลายล้าง ต้นไม้ล้มระเนนระนาด พื้นดินเป็นหลุมเป็นบ่อคล้ายถูกพลังงานมหาศาลกระแทกใส่ แต่สิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดกลัวอย่างมังกรอสูรราตรีกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยติดอยู่ในอากาศเท่านั้น
หลิงเยว่พยุงกายลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบากเล็กน้อย เธอรู้สึกเวียนศีรษะ แต่ก็ไม่ถึงกับรุนแรงนัก และสิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจยิ่งกว่าคือความรู้สึกของพลังงานที่เอ่อล้นอยู่ภายในร่างกาย มันไม่ใช่ความว่างเปล่าที่เคยมี แต่มันคือพลังที่บริบูรณ์ พลังที่เข้มข้นจนเธอรู้สึกว่าสามารถฉีกภูผาและทำลายแม่น้ำได้ด้วยการยกมือเพียงครั้งเดียว นี่คือพลังที่แตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง
ขณะที่เธอกำลังสำรวจความเปลี่ยนแปลงภายใน พลันมีเสียง 'ติ๊ง!' ดังขึ้นในห้วงความคิด ตามมาด้วยแผงสถานะโปร่งใสสีฟ้าอ่อนที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว
"ติ๊ง! ตรวจพบการหลอมรวมพลังงานโบราณระดับสูงสุดสำเร็จ! สายเลือดมังกรโบราณตื่นขึ้นสมบูรณ์!" "คุณสมบัติกายภาพของผู้ใช้เพิ่มขึ้นมหาศาล!" "ได้รับทักษะใหม่: [หายใจมังกร] (Dragon's Breath) ระดับ 1!" "ได้รับทักษะใหม่: [เกล็ดมังกรทมิฬ] (Abyssal Dragon Scales) ระดับ 1!" "ระดับฝึกฝนของผู้ใช้เลื่อนขึ้นสู่: [ขั้นก่อกำเนิดปราณ ระดับ 8]!" "ภารกิจลับสำเร็จ: [การตื่นขึ้นของราชันมังกรโบราณ]! รางวัล: [แก่นแท้ปราณมังกรศักดิ์สิทธิ์] (Sacred Dragon Qi Core) (ผูกติด), [ร่างกายมังกรอมตะ] (Immortal Dragon Body) (ขั้นต้น)!"
ข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นต่อเนื่องยาวเหยียดทำให้หลิงเยว่ตกอยู่ในอาการตะลึงงันไปชั่วขณะ เธอใช้เวลาหลายอึดใจเพื่อประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่ระบบเพิ่งมอบให้ สายเลือดมังกรโบราณตื่นขึ้น? ขั้นก่อกำเนิดปราณระดับแปด? ทักษะใหม่? และรางวัลพิเศษอีกมากมาย!
เธอพยายามเรียกดูข้อมูลของแต่ละทักษะและรางวัลที่ได้รับ [หายใจมังกร]: ทักษะการโจมตีระยะไกล ปล่อยพลังปราณมังกรบริสุทธิ์ออกมาในรูปแบบของเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามระดับการฝึกฝนและความเข้าใจในพลังมังกร [เกล็ดมังกรทมิฬ]: ทักษะการป้องกันขั้นสูง สร้างเกล็ดมังกรทมิฬที่แข็งแกร่งปกคลุมร่างกาย ลดทอนความเสียหายจากการโจมตีทางกายภาพและพลังปราณได้อย่างมหาศาล [แก่นแท้ปราณมังกรศักดิ์สิทธิ์]: แก่นพลังงานบริสุทธิ์ที่เกิดจากการหลอมรวมพลังมังกรโบราณและพลังชีวิตจากโลก ทำให้ผู้ใช้มีแหล่งพลังปราณที่ไม่มีที่สิ้นสุด ฟื้นฟูพลังงานได้อย่างรวดเร็ว และเสริมความแข็งแกร่งของทุกทักษะ [ร่างกายมังกรอมตะ] (ขั้นต้น): ร่างกายที่ได้รับการหล่อหลอมด้วยพลังมังกรโบราณขั้นต้น มอบความแข็งแกร่งทางกายภาพ ความทนทาน และการฟื้นฟูที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า อีกทั้งยังทนทานต่อพิษและโรคภัยไข้เจ็บ
หลิงเยว่ยกมือขึ้นมามอง พลังมังกรในตัวเธอไม่ใช่เพียงแค่พลังปราณที่หมุนเวียน แต่เป็นความรู้สึกถึงการเชื่อมโยงกับบางสิ่งที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่กว่านั้น ลึกเข้าไปในจิตใจ เธอสัมผัสได้ถึงเสียงคำรามอันศักดิ์สิทธิ์ที่สะท้อนก้อง มันคล้ายกับวิญญาณมังกรโบราณที่ตื่นขึ้นและหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเธอ
“มังกรอสูรราตรีตัวนั้น… มันหายไปแล้วจริงๆ หรือ?” หลิงเยว่พึมพำกับตัวเอง เธอพยายามนึกย้อนถึงเหตุการณ์ก่อนหมดสติ ภาพสุดท้ายคือแสงสีทองที่พวยพุ่งขึ้นจากใต้ดิน ผสานเข้ากับรัศมีสีแดงฉานจากตัวเธอเอง มันต้องเป็นพลังงานเหล่านั้นที่จัดการกับอสูรร้ายระดับภัยคุกคามตัวนั้น และในขณะเดียวกันก็เปลี่ยนแปลงเธอไปตลอดกาล
เธอสำรวจรอบกายอย่างละเอียดอีกครั้ง พื้นดินรอบๆ มีร่องรอยของการเผาไหม้เป็นวงกว้าง ต้นไม้ขนาดใหญ่หลายต้นถูกฉีกขาดราวกับกระดาษ และมีหลุมลึกขนาดมหึมาอยู่ตรงจุดที่เธอเคยหมดสติ ราวกับมีบางสิ่งขนาดใหญ่ถูกดึงขึ้นมาจากใต้พิภพ การทำลายล้างเหล่านี้ไม่ใช่ฝีมือของมังกรอสูรราตรีอย่างแน่นอน แต่เป็นผลมาจากพลังที่ตื่นขึ้นในตัวเธอต่างหาก
หลิงเยว่ก้าวเท้าเดินออกไปช้าๆ ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยพลังและความมั่นคงที่ไม่เคยมีมาก่อน เธอรู้สึกถึงกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งขึ้น เส้นเอ็นที่เหนียวแน่นขึ้น และกระดูกที่แกร่งราวกับเหล็กกล้า การเคลื่อนไหวของเธอคล่องแคล่วและรวดเร็วจนน่าตกใจ เธอลองยกมือขึ้นแล้วรวบรวมพลังปราณมังกร ความร้อนระอุแผ่ออกมาจากฝ่ามือ ก่อนที่เปลวเพลิงสีทองอมแดงจะพวยพุ่งออกจากปลายนิ้ว เผาผลาญก้อนหินเบื้องหน้าจนกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา
“นี่คือ… หายใจมังกร?” เธอพึมพำด้วยความประหลาดใจ พลังนี้รุนแรงและควบคุมได้ง่ายดายกว่าที่คิด เธอรู้สึกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของเธอ ราวกับเป็นแขนขาที่สาม
จากนั้น เธอรวบรวมพลังอีกครั้ง คราวนี้เป็นทักษะเกล็ดมังกรทมิฬ แสงสีดำอมม่วงเรืองรองขึ้นปกคลุมทั่วร่างของเธออย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะแปรสภาพเป็นเกล็ดหนาที่ดูแข็งแกร่งราวกับชุดเกราะที่สลักเสลาขึ้นจากหินอัญมณีสีดำ เกล็ดเหล่านั้นปกป้องเธอจากภายนอก แต่ภายในเธอกลับรู้สึกสบายอย่างประหลาด มันไม่ใช่ความรู้สึกอึดอัด แต่เป็นเหมือนการสวมใส่เสื้อผ้าที่พอดีตัว
“พลังที่เหลือเชื่อ!” หลิงเยว่อุทานด้วยความตื่นเต้น นี่คือพลังที่สามารถเปลี่ยนโฉมหน้าของยุทธภพได้! ด้วยพลังนี้ เธอไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนอีกต่อไป เธอสามารถปกป้องตัวเองและค้นหาความจริงเกี่ยวกับชาติกำเนิดของเธอได้อย่างแท้จริง
ทว่าความตื่นเต้นก็ถูกแทนที่ด้วยความกังวลเล็กน้อย พลังที่มหาศาลเช่นนี้ย่อมมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่หลวง และย่อมดึงดูดสายตาของผู้แข็งแกร่งคนอื่นๆ ในยุทธภพ ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าสายเลือดมังกรโบราณที่ตื่นขึ้นนี้มีความหมายอย่างไรต่อโลกใบนี้ และจะมีผลกระทบอย่างไรต่อตัวเธอเอง
เธอใช้เวลาอีกครู่หนึ่งในการสำรวจสภาพแวดล้อมและพยายามทำความเข้าใจกับพลังใหม่ของตนเอง ก่อนจะตัดสินใจว่าไม่ควรอยู่ตรงนี้นานเกินไป การต่อสู้ครั้งใหญ่และการตื่นขึ้นของพลังงานโบราณเมื่อครู่ ย่อมต้องดึงดูดความสนใจจากสิ่งมีชีวิตอื่น หรือแม้แต่นักล่าสมบัติและผู้ฝึกยุทธ์ผู้แข็งแกร่งในบริเวณใกล้เคียง เธอต้องการสถานที่เงียบสงบเพื่อทำความเข้าใจกับพลังที่เพิ่งได้รับมาอย่างละเอียด และวางแผนสำหรับอนาคต
หลิงเยว่เก็บเกี่ยวสมบัติที่อาจหลงเหลือจากมังกรอสูรราตรี แต่กลับไม่พบอะไรนอกจากเศษซากหินและร่องรอยของการทำลายล้าง มันราวกับว่าอสูรร้ายตัวนั้นถูกเผาผลาญจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก เหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายของพลังปราณที่ยังคงวนเวียนจางๆ เท่านั้น
เธอตัดสินใจมุ่งหน้าออกจากป่าลึกแห่งนี้ โดยใช้ทักษะกายาเงาอสนีที่ได้รับการเสริมพลังจากสายเลือดมังกร ทำให้การเคลื่อนไหวของเธอรวดเร็วและเงียบเชียบยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า เพียงพริบตาเดียว เธอก็หายลับไปในความมืดมิดของพงไพรราวกับเงาที่พลิ้วไหวไปตามสายลม
ระหว่างเดินทาง เธอก็ยังคงเรียกแผงสถานะขึ้นมาดูบ่อยครั้ง เพื่อทำความเข้าใจกับคุณสมบัติของตนเองอย่างละเอียด ชื่อ: หลิงเยว่ สายเลือด: มังกรโบราณ (ระดับราชันย์ – ตื่นขึ้นสมบูรณ์) ระดับฝึกฝน: ขั้นก่อกำเนิดปราณ ระดับ 8 พลังปราณ: แก่นแท้ปราณมังกรศักดิ์สิทธิ์ (ไม่จำกัด) กายภาพ: ร่างกายมังกรอมตะ (ขั้นต้น) ทักษะ:
พลังปราณไม่จำกัด? หลิงเยว่แทบไม่เชื่อสายตา นี่หมายความว่าเธอสามารถใช้ทักษะได้โดยไม่ต้องกังวลว่าพลังปราณจะหมดสิ้นไปใช่หรือไม่? นี่คือคุณสมบัติที่น่าเหลือเชื่ออย่างแท้จริง!
ความรู้สึกของความหิวโหยและความอ่อนล้าที่เคยเป็นปัญหาสำหรับเธอในอดีต ดูเหมือนจะหายไป ร่างกายมังกรอมตะขั้นต้นช่วยให้เธอรักษาสภาพร่างกายให้อยู่ในจุดสูงสุดได้ตลอดเวลา เธอไม่จำเป็นต้องกินอาหารหรือดื่มน้ำบ่อยครั้งเท่ามนุษย์ทั่วไป อีกทั้งยังฟื้นตัวจากบาดแผลได้เร็วกว่าเดิมมาก
ยิ่งเธอใช้เวลาในการสำรวจร่างกายและพลังใหม่ของตนเองมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอมากขึ้นเท่านั้น เธอไม่ได้เป็นแค่เด็กสาวที่ถูกทอดทิ้งอีกต่อไป แต่เธอกลับกลายเป็นผู้สืบทอดสายเลือดมังกรโบราณ ผู้ที่ถูกกำหนดให้เป็นราชินีมังกรในอนาคต
ระหว่างที่เธอเดินทางลึกเข้าไปในป่าอีกด้านหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสิ่งไม่พึงประสงค์ ดวงตาของหลิงเยว่ก็พลันเหลือบไปเห็นแสงสลัวๆ ลิบๆ อยู่เบื้องหน้า มันเป็นแสงไฟจากกองไฟขนาดเล็ก ที่กำลังเต้นระริกอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของป่าลึก
“มีคนอยู่ที่นี่?” หลิงเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอไม่เคยคิดว่าจะมีใครกล้าตั้งค่ายพักแรมในป่าลึกแห่งนี้ โดยเฉพาะหลังจากพลังงานมหาศาลที่เพิ่งระเบิดขึ้น
เธอลดความเร็วลง และเคลื่อนที่เข้าใกล้แสงไฟอย่างเงียบเชียบที่สุด พลังปราณมังกรในตัวเธอทำให้เธอสามารถควบคุมลมหายใจและเสียงฝีเท้าได้อย่างสมบูรณ์ เธอซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้หนา สอดส่องมองไปยังกลุ่มคนที่อยู่รอบกองไฟ
มีชายฉกรรจ์สามคนกำลังนั่งล้อมกองไฟ พวกเขาสวมชุดเกราะหนังที่ดูบึกบึน และมีอาวุธคมกริบวางพิงอยู่ข้างกาย แต่ละคนล้วนมีกลิ่นอายของพลังปราณที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับต่ำอย่างแน่นอน และสิ่งที่ทำให้หลิงเยว่รู้สึกไม่สบายใจยิ่งกว่าคือป้ายหยกสีดำที่ติดอยู่บนอกเสื้อของชายคนหนึ่ง บนป้ายนั้นมีสัญลักษณ์รูปพยัคฆ์คำรณที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด
“มันต้องเป็นพยัคฆ์ดำแน่” ชายคนหนึ่งพูดขึ้น น้ำเสียงห้าวหาญ แต่แฝงด้วยความกังวล “ข้าสัมผัสได้ถึงพลังมังกรที่ระเบิดขึ้น พลังนั้นมหาศาลจนน่ากลัว!”
“ใช่แล้ว! พลังระดับนั้นต้องเป็นพยัคฆ์ดำที่แข็งแกร่งที่สุดในป่านี้เท่านั้น!” ชายอีกคนเห็นด้วย “แต่ที่น่าประหลาดใจคือหลังจากนั้นพลังนั้นก็เงียบหายไปอย่างรวดเร็วราวกับไม่เคยมีอยู่จริง”
“หรือว่า… พยัคฆ์ดำตัวนั้นจะถูกสังหารแล้ว?” ชายคนที่สามเอ่ยขึ้น ดวงตาเป็นประกายด้วยความโลภ “ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง สมบัติที่อยู่ในตัวมันจะต้องมีมูลค่ามหาศาลอย่างแน่นอน!”
หลิงเยว่เบิกตากว้าง พยัคฆ์ดำ? พวกเขากำลังพูดถึงมังกรอสูรราตรีที่เธอเพิ่งเผชิญหน้าอย่างนั้นหรือ? และพวกเขาคิดว่ามันถูกสังหารไปแล้ว? หรือพวกเขากำลังตามหาศพของมัน?
“พวกเราต้องรีบออกตามหา!” หัวหน้ากลุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ถ้ามีคนอื่นเจอศพของพยัคฆ์ดำก่อน พวกเราจะเสียโอกาสครั้งสำคัญไป!”
ชายทั้งสามคนลุกขึ้นยืน เตรียมพร้อมที่จะออกเดินทาง หลิงเยว่รู้ดีว่าเธอไม่ควรปรากฏตัวในตอนนี้ พวกเขากำลังตามหาสมบัติ และถ้าพวกเขารู้ว่าเธอคือผู้ที่ทำให้พยัคฆ์ดำตัวนั้นหายไป พวกเขาคงไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ อย่างแน่นอน
เธอตัดสินใจถอยห่างออกไปอย่างเงียบเชียบอีกครั้ง ปล่อยให้ชายกลุ่มนั้นออกไปตามหา "พยัคฆ์ดำ" ที่ไม่เหลือแม้แต่เถ้าธุลีไปตามลำพัง
แต่ขณะที่เธอกำลังจะถอยห่างออกไป เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นมาอีกครั้งอย่างกะทันหัน
"ติ๊ง! ตรวจพบออร่าพลังงานของ [สายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬ] ในบริเวณใกล้เคียง! สายเลือดมังกรโบราณของผู้ใช้เกิดปฏิกิริยา!" "ภารกิจใหม่: [ตามหาสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬ]! รายละเอียด: ตรวจสอบแหล่งกำเนิดของออร่าพลังงานอสูรพยัคฆ์ทมิฬที่ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน อาจมีความเกี่ยวข้องกับความลับของป่าโบราณแห่งนี้ รางวัล: [แก่นพลังอสูรพยัคฆ์], [ตำราทักษะลับเฉพาะเผ่าพันธุ์]!"
หลิงเยว่หยุดชะงัก ปฏิกิริยาของสายเลือดมังกร? สายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬ? ชายกลุ่มเมื่อครู่ดูเหมือนกำลังตามหาอะไรบางอย่างที่เรียกว่า "พยัคฆ์ดำ" และตอนนี้ระบบก็แจ้งเตือนเกี่ยวกับ "สายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬ" มันจะเป็นเรื่องบังเอิญหรือมีความเกี่ยวข้องกัน?
ความจริงที่ว่าระบบให้ภารกิจใหม่ทันทีหลังจากตรวจพบออร่านี้ ทำให้หลิงเยว่มั่นใจว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน ป่าแห่งนี้อาจซ่อนความลับที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เธอคิด และการตื่นขึ้นของสายเลือดมังกรในตัวเธออาจเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาเหล่านี้
หลิงเยว่หันกลับไปมองทิศทางที่ชายกลุ่มนั้นเพิ่งออกเดินทางไป พร้อมกับทิศทางที่ระบบชี้ว่าเป็นแหล่งกำเนิดของออร่าอสูรพยัคฆ์ทมิฬ มันคือทิศทางเดียวกัน…
เธอจะต้องตามไปหรือไม่? การเผชิญหน้ากับกลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านั้นอาจนำไปสู่ปัญหา แต่ถ้าไม่ตามไป เธออาจพลาดโอกาสที่จะไขปริศนาเกี่ยวกับสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬ และรางวัลที่ระบบเสนอมาก็ล่อตาล่อใจอย่างยิ่ง
แสงจันทร์ทอประกายลงมาต้องใบหน้าของหลิงเยว่ สะท้อนแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอไม่ใช่อดีตเด็กสาวที่อ่อนแออีกต่อไป แต่เป็นราชินีมังกรที่ตื่นขึ้นจากเถ้าธุลี ผู้พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายของยุทธภพที่เต็มไปด้วยผู้แข็งแกร่งและผู้ที่หมายปองพลังอำนาจ
สายลมพัดโชยมาเบาๆ พัดเอาเศษซากใบไม้แห้งให้ปลิวไปตามพื้น เธอหลุบตาลงมองป้ายหยกสีดำที่ตกลงมาจากชายคนหนึ่งโดยไม่ตั้งใจ มันเป็นป้ายที่มีสัญลักษณ์รูปพยัคฆ์คำรณ และด้านหลังมีอักษรโบราณสลักไว้ว่า ‘สำนักพยัคฆ์คำรณ’
“สำนักพยัคฆ์คำรณ…” หลิงเยว่พึมพำกับตัวเอง เธอเคยได้ยินชื่อสำนักนี้ เป็นหนึ่งในสำนักใหญ่ที่ทรงอิทธิพลในอาณาจักรทางเหนือ แต่ทำไมพวกเขาถึงมาอยู่ในป่าลึกแห่งนี้ และทำไมถึงตามหาสิ่งที่เรียกว่า "พยัคฆ์ดำ" ซึ่งน่าจะหมายถึงอสูรระดับสูงที่ถูกจัดการไปแล้ว
ความอยากรู้อยากเห็นผสานกับความต้องการที่จะไขความลับของสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬ ผลักดันให้หลิงเยว่ตัดสินใจ เธอจะตามไป แต่จะไม่ปรากฏตัวจนกว่าจะแน่ใจว่าเธอจะได้ประโยชน์สูงสุดจากสถานการณ์นี้
เธอเก็บป้ายหยกนั้นใส่ถุงมิติอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าสู่ความมืดมิดอีกครั้ง ติดตามร่องรอยของชายทั้งสามไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้เลยว่าการเดินทางครั้งนี้จะพาเธอไปพบกับความลับที่ยิ่งใหญ่กว่าแค่สายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬ แต่มันอาจนำเธอไปสู่รากฐานของความขัดแย้งโบราณที่หลับใหลอยู่ใต้พิภพมาเนิ่นนาน และสิ่งที่รอคอยเธออยู่เบื้องหน้าอาจเป็นได้ทั้งภัยคุกคามอันตรายถึงชีวิต หรือโอกาสที่จะก้าวขึ้นเป็นราชินีมังกรที่แท้จริง

ราชินีมังกรครองสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก