หลิงเยว่พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเธอคล่องแคล่วว่องไวกว่าเดิมหลายเท่าตัว พลังมังกรที่ไหลเวียนอยู่ในกายเปรียบเสมือนน้ำมันหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อทุกส่วน ทำให้ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยพลังและความสง่างาม ท่ามกลางรัตติกาลที่มืดมิด เธอเคลื่อนที่ราวกับเงาไร้เสียง ไร้ร่องรอยทิ้งไว้เบื้องหลัง ความสามารถในการรับรู้ของเธอก็คมชัดขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ เธอได้ยินเสียงใบไม้ไหวเพียงแผ่วเบา สัมผัสถึงกระแสลมที่พัดผ่าน และดมกลิ่นอายของมนุษย์สามคนที่นำหน้าเธอไปได้อย่างแม่นยำ
นักรบทั้งสามจากสำนักพยัคฆ์คำรณเป็นชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่ บ่งบอกถึงการฝึกฝนวิชาภายนอกอย่างหนักหน่วง พวกเขาสวมชุดนักรบสีเข้ม มีตราสัญลักษณ์รูปพยัคฆ์คำรณปักอยู่บนหน้าอก พวกเขาเคลื่อนที่ด้วยความระมัดระวัง แต่ไม่ถึงกับปิดบังร่องรอยมากนัก แสดงว่าพวกเขาไม่คาดคิดว่าจะมีใครตามมาในป่าลึกเช่นนี้ หลิงเยว่เห็นถึงความกระวนกระวายใจในท่าทีของพวกเขา รวมถึงความเร่งรีบที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความระมัดระวังนั้น
"หัวหน้าลู่ เราจะเจอ 'พยัคฆ์ดำ' นั่นจริงหรือขอรับ" เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่ด้วยประสาทสัมผัสที่เฉียบคมของหลิงเยว่ เธอได้ยินมันอย่างชัดเจน
"เงียบเสีย! เสี่ยวซาน" ชายที่น่าจะเป็นหัวหน้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงห้าว "เรื่องนี้เป็นความลับสุดยอดของสำนัก หากรั่วไหลออกไปแม้แต่น้อย เจ้าก็รู้ว่าจุดจบจะเป็นเช่นไร"
"ขออภัยขอรับหัวหน้า" เสี่ยวซานรีบตอบรับ
"พยัคฆ์ดำตนนั้นมีพลังอำนาจลึกลับ มันปรากฏตัวขึ้นไม่บ่อยนัก แต่ทุกครั้งที่มันสำแดงเดช ย่อมเกิดความปั่นป่วนไปทั่วบริเวณ" หัวหน้าลู่กล่าวต่อ "ข่าวที่ว่ามันปรากฏตัวใกล้กับป่าอสูรราตรีแห่งนี้เป็นโอกาสทองที่สำนักเราจะได้รับพลังอันยิ่งใหญ่มาครอบครอง หากเราจับมันได้ สำนักพยัคฆ์คำรณของเราจะได้ผงาดขึ้นเหนือสำนักอื่นในอาณาจักรต้าหลงอย่างแน่นอน"
หลิงเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย 'พยัคฆ์ดำ' ไม่ใช่แค่สัตว์อสูรธรรมดาอย่างที่เธอคิดไว้ในตอนแรก ดูเหมือนว่ามันจะมีความสำคัญและมีพลังอำนาจมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ สอดคล้องกับภารกิจที่ระบบมอบให้ในการตามหาสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬ หาก 'พยัคฆ์ดำ' ตัวนี้คือสิ่งเดียวกับ 'สายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬ' จริงๆ นั่นหมายความว่าเธออาจจะต้องเผชิญหน้ากับสำนักพยัคฆ์คำรณโดยตรง
เธอเร่งฝีเท้าขึ้นเล็กน้อย รักษาระยะห่างจากกลุ่มนักรบไม่ให้ห่างจนเกินไป แต่ก็ไม่ใกล้จนอาจถูกจับได้ เธอหลบซ่อนตัวตามพุ่มไม้ใหญ่และโขดหินที่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์หนาทึบ บรรยากาศในป่าลึกยามค่ำคืนเต็มไปด้วยเสียงแปลกๆ ของสัตว์อสูรยามราตรี แต่หลิงเยว่ก็ยังคงจดจ่ออยู่กับการสะกดรอยตาม
นักรบทั้งสามมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ลึกเข้าไปในเขตป่าที่ดูเหมือนจะเก่าแก่และอันตรายยิ่งขึ้น ต้นไม้สูงใหญ่เสียดฟ้าปกคลุมจนแสงจันทร์ส่องลงมาไม่ถึง ทำให้ทัศนวิสัยมืดมิดจนแทบมองไม่เห็น แต่หลิงเยว่กลับมองเห็นได้ดีขึ้นกว่าเดิมด้วยพลังมังกรที่เสริมสร้างสายตาของเธอให้เฉียบคมราวกับเหยี่ยวราตรี
หลังจากเดินทางต่อไปอีกครึ่งชั่วยาม พวกเขาก็มาถึงบริเวณที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่กว่าปกติหลายเท่า เถาวัลย์หนาเตอะปกคลุมลำต้นและกิ่งก้านที่บิดเบี้ยวจนดูคล้ายกับงูยักษ์ที่กำลังเลื้อยไปมา ที่ใจกลางของบริเวณนั้นมีถ้ำขนาดใหญ่ปากถ้ำถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์และมอสสีเขียวชอุ่มจนแทบมองไม่เห็นทางเข้า
"ถึงแล้ว!" หัวหน้าลู่กระซิบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "นี่คือถ้ำลับที่พยัคฆ์ดำเคยปรากฏตัวเมื่อหลายร้อยปีก่อน ตามบันทึกโบราณของสำนัก พลังชีวิตของมันจะไหลเวียนรุนแรงเป็นพิเศษในช่วงกลางเดือนจันทรา ซึ่งก็คือคืนนี้!"
"พวกเราต้องระวังให้มาก พลังของพยัคฆ์ดำนั้นไม่ธรรมดา มันสามารถบิดเบือนจิตใจของผู้ที่เข้าใกล้ได้" นักรบอีกคนเตือน
หลิงเยว่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ เธอรู้สึกถึงกระแสพลังงานประหลาดที่แผ่ออกมาจากถ้ำนั้น มันไม่ใช่พลังชีวิตที่บริสุทธิ์ แต่เป็นพลังงานที่มืดมิดและปั่นป่วน คล้ายกับความโกรธแค้นที่ถูกกักเก็บไว้มาช้านาน
"ติ๊ง! ตรวจพบแหล่งพลังงานแห่งสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬ ระดับความบริสุทธิ์: ปานกลาง" "ติ๊ง! ภารกิจหลัก: ค้นหาสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬ (ความคืบหน้า 50%)" "ติ๊ง! ภารกิจย่อย: สังเกตการณ์สำนักพยัคฆ์คำรณ (สำเร็จ)" "ติ๊ง! ภารกิจย่อย: เข้าใกล้แหล่งพลังงานสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬ (ยังไม่สำเร็จ)" "ติ๊ง! ภารกิจใหม่: แย่งชิงสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬจากสำนักพยัคฆ์คำรณ (รางวัล: หยกฝึกฝนระดับสูง 1 ชิ้น, ตำราวิชา 'กรงเล็บมังกรทมิฬ', 500 แต้มระบบ)"
คำแจ้งเตือนจากระบบผุดขึ้นมาในห้วงความคิดของหลิงเยว่ ยืนยันว่า 'พยัคฆ์ดำ' ที่นักรบเหล่านี้ตามหานั้นคือ 'สายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬ' ที่ระบบต้องการจริงๆ และตอนนี้มันยังเพิ่มภารกิจให้เธอแย่งชิงมันมาอีกด้วย! นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะต้องเผชิญหน้ากับนักรบสามคนจากสำนักใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังไม่รู้ว่า 'พยัคฆ์ดำ' ตัวนี้มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร และมีพลังมากแค่ไหน
หลิงเยว่ตัดสินใจยังไม่บุ่มบ่ามเข้าไป เธอต้องการข้อมูลเพิ่มเติม เธอซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้สูงใหญ่ต้นหนึ่ง แล้วเรียกใช้ทักษะ 'สัมผัสแห่งมังกร' ที่เพิ่งตื่นขึ้นมาพร้อมกับสายเลือดมังกรโบราณ ทักษะนี้ช่วยให้เธอสามารถขยายขอบเขตการรับรู้พลังงานในบริเวณกว้างขึ้นได้ เธอหลับตาลง สมาธิทั้งหมดจดจ่อไปที่กระแสพลังงานที่แผ่ออกมาจากถ้ำนั้น
ภาพในห้วงความคิดของเธอเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เธอเห็นกลุ่มพลังงานมืดมิดขนาดใหญ่กำลังเต้นระริกอยู่ลึกเข้าไปในถ้ำ มันเป็นพลังงานที่ดุร้ายและบริสุทธิ์ในเวลาเดียวกัน คล้ายกับเปลวเพลิงสีดำที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง
ขณะเดียวกัน นักรบทั้งสามก็เริ่มเคลื่อนไหว หัวหน้าลู่หยิบยันต์สีทองแผ่นหนึ่งออกมาจากถุงมิติ แล้วร่ายคาถาโบราณ ยันต์นั้นเรืองแสงขึ้นมาอย่างอ่อนโยน ก่อนที่เขาจะปาเข้าไปที่ปากถ้ำ เถาวัลย์ที่ปกคลุมปากถ้ำพลันเหี่ยวเฉาและม้วนตัวหนีออกไป เผยให้เห็นทางเข้าถ้ำที่มืดมิดและน่าขนลุก
"เข้าไป! ระวังตัวให้ดี อย่าให้มันหนีไปได้" หัวหน้าลู่สั่ง
นักรบทั้งสามคนก้าวเข้าไปในถ้ำอย่างระมัดระวัง หลิงเยว่รออยู่ครู่หนึ่งจนแน่ใจว่าพวกเขาเข้าไปลึกพอแล้ว เธอจึงเริ่มเคลื่อนที่ เธอใช้ทักษะ 'ย่างก้าวไร้เงา' ที่เธอได้รับมาใหม่ เคลื่อนที่เข้าไปในถ้ำอย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว
ภายในถ้ำมืดมิดและเย็นยะเยือก กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ผนังถ้ำเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกประหลาด เมื่อหลิงเยว่ก้าวลึกเข้าไป เธอเริ่มได้ยินเสียงคำรามต่ำๆ ที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งถ้ำ เสียงนั้นเต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยวและพลังอำนาจที่ไม่อาจมองข้าม
ไม่นานนัก เธอก็ตามมาทันกลุ่มนักรบ พวกเขากำลังยืนอยู่หน้าลานกว้างขนาดใหญ่ภายในถ้ำ แสงสว่างจางๆ จากผลึกเรืองแสงที่ติดอยู่บนผนังถ้ำทำให้เธอมองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ชัดเจนขึ้น
ที่กลางลานกว้าง มีกรงเหล็กขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ภายในกรงนั้นมีสัตว์อสูรรูปร่างคล้ายพยัคฆ์ดำสนิทกำลังถูกล่ามโซ่ตรวนเหล็กสีดำขนาดใหญ่ไว้ มันมีขนาดมหึมากว่าพยัคฆ์ทั่วไป ดวงตาของมันเป็นสีแดงฉานราวกับโลหิต เขี้ยวเล็บคมกริบราวกับมีด ดำขลับราวกับความมืดมิด และแผ่พลังงานอสูรที่รุนแรงออกมาจนน่าสะพรึงกลัว
นี่คือ 'พยัคฆ์ดำ' หรือ 'สายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬ' ที่ระบบกล่าวถึง! มันดูเหมือนจะอยู่ในสภาพที่อ่อนแอ ถูกล่ามโซ่ไว้ แต่พลังงานที่แผ่ออกมานั้นยังคงน่าเกรงขามอย่างยิ่ง
"มันถูกกักขังไว้ที่นี่นานแล้ว" เสี่ยวซานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตกใจ "พลังของมันอ่อนแอลงมาก แต่มันก็ยังคงดุร้ายไม่เปลี่ยน"
"นั่นเป็นเพราะโซ่ตรวน 'พันธนาการอสูร' ที่สำนักเราใช้กักขังมันไว้ตั้งแต่โบราณ" หัวหน้าลู่กล่าวด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ "แต่แม้จะถูกพันธนาการ มันก็ยังคงเป็นขุมพลังมหาศาล พวกเราต้องใช้ 'ผนึกวิญญาณพยัคฆ์' เพื่อดูดซับพลังของมันอย่างช้าๆ"
หัวหน้าลู่หยิบม้วนคัมภีร์เก่าแก่สีน้ำตาลออกมาจากถุงมิติ เขาคลี่มันออก เผยให้เห็นอักขระโบราณนับพันตัวที่ส่องประกายเรืองรอง คัมภีร์นั้นดูเก่าแก่และเต็มไปด้วยพลังลึกลับ เขาวางคัมภีร์ลงบนแท่นหินที่อยู่ใกล้กับกรง แล้วเริ่มร่ายคาถาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
ทันใดนั้น คัมภีร์ก็ลอยขึ้นกลางอากาศ แผ่รัศมีสีทองออกมา อักขระโบราณบนคัมภีร์เริ่มเต้นระริก ก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่พยัคฆ์ดำที่ถูกกักขัง พยัคฆ์ดำคำรามอย่างเจ็บปวด พยายามจะดิ้นรนหลุดพ้นจากพันธนาการ แต่โซ่เหล็กสีดำกลับรัดแน่นขึ้นกว่าเดิม
หลิงเยว่รู้สึกได้ถึงพลังชีวิตของพยัคฆ์ดำที่กำลังถูกดูดกลืนไปอย่างรวดเร็ว หากเป็นเช่นนี้ต่อไป พยัคฆ์ดำจะต้องตายอย่างแน่นอน และเธอก็จะพลาดภารกิจไป
เธอต้องลงมือแล้ว!
แต่จะทำอย่างไร? นักรบทั้งสามคนดูแข็งแกร่ง และหัวหน้าลู่กำลังใช้คัมภีร์โบราณที่ทรงพลัง หากเธอเข้าไปตรงๆ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
หลิงเยว่สำรวจสภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็ว เธอเห็นก้อนหินขนาดใหญ่ที่หล่นลงมาจากเพดานถ้ำเมื่อนานมาแล้ว กองรวมกันเป็นพุ่มอยู่ไม่ไกลจากลานประลอง เธอตัดสินใจใช้มันเป็นที่กำบัง
"ระบบ แสดงข้อมูลทักษะที่ใช้ได้ตอนนี้" เธอคิดในใจ
"ติ๊ง! ทักษะที่ใช้งานได้:
หลิงเยว่พิจารณาทักษะต่างๆ 'พยับหมอกมังกร' ดูเหมือนจะเป็นประโยชน์ที่สุดในสถานการณ์นี้ เธอสามารถใช้มันเพื่อสร้างความปั่นป่วนและเปิดโอกาสให้เธอเข้าใกล้พยัคฆ์ดำ หรืออย่างน้อยก็ก่อกวนการดูดซับพลังของหัวหน้าลู่ได้
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ร่างกายของเธอเริ่มเรืองแสงสีทองจางๆ พลังมังกรในตัวเธอเริ่มไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง เธอพุ่งตัวออกจากที่ซ่อนด้วยความเร็วสูงสุด พุ่งตรงไปยังกลุ่มนักรบ
"ใครน่ะ!" เสี่ยวซานเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของเธอ เขาร้องเตือนด้วยความตกใจ
หัวหน้าลู่หันขวับมามอง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ เขายังคงร่ายคาถาต่อไป แต่พลังงานที่ปล่อยออกมาจากคัมภีร์ก็เริ่มอ่อนแรงลง
"พยับหมอกมังกร!" หลิงเยว่ตะโกนในใจ
ทันใดนั้น ควันสีขาวขุ่นหนาทึบก็พวยพุ่งออกมาจากร่างของเธอ ปกคลุมทั่วทั้งบริเวณถ้ำอย่างรวดเร็ว หมอกนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่หมอกธรรมดา แต่มันเต็มไปด้วยพลังมังกรที่ทำให้การมองเห็นและประสาทสัมผัสของนักรบทั้งสามถูกบิดเบือน
"อั่ก! นี่มันอะไรกัน!" นักรบคนหนึ่งร้องออกมาอย่างตื่นตระหนก "มองไม่เห็นอะไรเลย!"
"ระวังตัว! ศัตรู!" หัวหน้าลู่ตะโกนสั่ง แต่เสียงของเขาก็เริ่มแตกพร่าด้วยความตกใจ
ท่ามกลางความสับสนอลหม่าน หลิงเยว่ใช้โอกาสนี้พุ่งเข้าหาพยัคฆ์ดำที่อยู่ในกรง โซ่ตรวนเหล็กสีดำที่พันธนาการมันไว้ดูเหมือนจะแข็งแกร่งอย่างยิ่ง แต่เธอต้องหาทางช่วยมันให้ได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม
เธอแตะมือลงบนโซ่ตรวน ความรู้สึกเย็นเยียบและพลังงานชั่วร้ายไหลเข้าสู่มือของเธอ โซ่ตรวนนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยพลังงานอสูรและวิชาเฉพาะของสำนักพยัคฆ์คำรณ มันไม่ใช่โซ่ธรรมดาที่จะทำลายได้ง่ายๆ
"ระบบ วิเคราะห์โซ่ตรวน 'พันธนาการอสูร'" เธอสั่ง
"ติ๊ง! วิเคราะห์ 'พันธนาการอสูร' กำลังดำเนินการ... เป็นโซ่ตรวนที่สร้างขึ้นจากแร่เหล็กทมิฬผสานกับวิชาผนึกอสูรโบราณของสำนักพยัคฆ์คำรณ มีพลังป้องกันสูง สามารถดูดซับพลังปราณของผู้ที่พยายามทำลายได้ การโจมตีด้วยพลังปราณปกติจะไร้ผล ต้องใช้พลังงานธาตุที่รุนแรงหรือพลังงานสายเลือดที่มีความบริสุทธิ์สูงในการทำลาย"
หลิงเยว่ขบกรามแน่น พลังปราณทั่วไปไม่สามารถทำลายได้? นั่นหมายความว่าเธอต้องใช้พลังมังกรโดยตรง หรือพลังธาตุที่แข็งแกร่ง แต่เธอจะทำอย่างไรโดยไม่ให้ถูกจับได้? หมอกมังกรจะอยู่ได้ไม่นาน และนักรบเหล่านั้นกำลังจะปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้แล้ว
ขณะที่เธอกำลังใช้ความคิด พยัคฆ์ดำที่อยู่ในกรงก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงฉานของมันจ้องมองมาที่เธออย่างไม่กระพริบ ราวกับจะสื่อสารบางอย่าง มันคำรามออกมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นเสียงคำรามที่ดูสิ้นหวังและอ่อนแรงกว่าเดิมมาก
"แกเป็นใครกันแน่ กล้าดียังไงถึงมาขัดขวางเรื่องสำคัญของสำนักพยัคฆ์คำรณ!" เสียงคำรามของหัวหน้าลู่ดังขึ้นมาจากในหมอก
หลิงเยว่รู้สึกได้ว่าหมอกมังกรกำลังจะสลายไปในไม่ช้า เธอเหลือเวลาไม่มากแล้ว หากเธอไม่สามารถช่วยพยัคฆ์ดำได้ ภารกิจก็จะล้มเหลว และโอกาสที่จะได้ครอบครองสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬก็จะหายไป
เธอตัดสินใจเสี่ยง เธอหลับตาลงรวบรวมพลังมังกรทั้งหมดที่มีอยู่ในร่าง พลังมังกรสีทองเข้มข้นไหลเวียนมารวมกันที่ฝ่ามือของเธอ จนเกิดแสงสว่างจ้าขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิดของหมอก
"กรงเล็บมังกรเงิน!" หลิงเยว่ตะโกน พร้อมกับฟาดมือลงไปบนโซ่ตรวนที่พันธนาการพยัคฆ์ดำ
พลังมังกรสีเงินพุ่งออกมาจากฝ่ามือของเธอในรูปแบบของกรงเล็บมังกรขนาดใหญ่ที่เปี่ยมด้วยพลัง มันปะทะเข้ากับโซ่ตรวน 'พันธนาการอสูร' อย่างรุนแรง เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งถ้ำ เปลวไฟสีเงินปะทุขึ้นมา แล้วค่อยๆ กัดกร่อนโซ่เหล็กสีดำนั้น
"อะไรกัน!" หัวหน้าลู่ร้องขึ้นด้วยความตกใจ "พลังอะไรนั่น!"
นักรบคนอื่นๆ พยายามจะพุ่งเข้ามาโจมตี แต่หมอกมังกรก็เริ่มสลายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้พวกเขาต้องหยุดชะงักและมองหาศัตรู
โซ่ตรวน 'พันธนาการอสูร' ไม่ได้ขาดออกในทันที แต่มันเริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้น พลังมังกรของหลิงเยว่สามารถกัดกร่อนมันได้! เธอต้องโจมตีซ้ำอีกครั้ง!
"เจ้านั่นแหละ! เจ้าเด็กเหลือขอ! บังอาจมาขัดขวางข้า!" หัวหน้าลู่ปรากฏตัวออกมาจากหมอกที่จางหายไป เขามองเห็นหลิงเยว่ที่ยืนอยู่ข้างกรงพยัคฆ์ดำ แววตาของเขาเต็มไปด้วยโทสะ
"ตายซะเถอะ!" เขาพุ่งเข้าใส่หลิงเยว่ด้วยความเร็วสูง พร้อมกับกระบี่ในมือที่เปล่งประกายสีเขียว
หลิงเยว่ไม่มีเวลาที่จะใช้ทักษะป้องกัน เธอรวบรวมพลังมังกรอีกครั้งอย่างรวดเร็ว กรงเล็บมังกรเงินอีกครั้งพุ่งเข้าใส่โซ่ตรวนอย่างไม่ลดละ
ฉัวะ!
ในที่สุด โซ่ตรวนเส้นแรกก็ขาดสะบั้นลงด้วยพลังของกรงเล็บมังกรเงิน!
แต่ในขณะเดียวกัน กระบี่ของหัวหน้าลู่ก็มาถึงตัวเธอแล้ว! แสงกระบี่สีเขียวพุ่งตรงมาที่ศีรษะของเธออย่างอำมหิต เธอไม่มีเวลาหลบหลีก!
ในเสี้ยววินาทีนั้น พยัคฆ์ดำที่อยู่ในกรงพลันส่งเสียงคำรามก้องฟ้า พลังงานมืดมิดที่ถูกกักเก็บไว้ระเบิดออกมาจากร่างของมันอย่างรุนแรง โซ่ตรวนที่เหลืออยู่พลันขาดสะบั้นลงพร้อมกันทั้งหมด กรงเหล็กขนาดใหญ่บิดเบี้ยวจนเสียรูป พยัคฆ์ดำหลุดพ้นจากพันธนาการแล้ว!
และในจังหวะเดียวกัน มันก็พุ่งเข้าใส่หัวหน้าลู่ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายฟ้าฟาด เล็บอันแหลมคมของมันฟาดใส่ร่างของหัวหน้าลู่ด้วยความรุนแรง!
"อ๊ากกกกกก!" หัวหน้าลู่ร้องเสียงหลง ร่างของเขากระเด็นไปกระแทกกับผนังถ้ำอย่างแรง เลือดสดๆ ไหลอาบออกมาจากอกของเขา
นักรบอีกสองคนถึงกับผงะ ถอยหลังไปสองสามก้าวด้วยความตกใจ พวกเขาไม่คิดว่าพยัคฆ์ดำจะหลุดพ้นจากพันธนาการได้รวดเร็วขนาดนี้
พยัคฆ์ดำหันกลับมามองหลิงเยว่ ดวงตาแดงฉานของมันจ้องมองเธออย่างลึกซึ้ง ไม่มีความดุร้ายปรากฏอยู่ในแววตา แต่กลับเป็นความรู้สึกที่คล้ายกับ...ความขอบคุณ?
มันคำรามอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นเสียงที่แสดงถึงความเจ็บปวดและเหนื่อยล้า พลังที่มันระเบิดออกมาเมื่อครู่นี้ทำให้มันอ่อนแรงลงมาก ร่างกายที่เคยสง่างามของมันเริ่มมีรอยร้าวและพลังชีวิตก็เริ่มจางลง
หลิงเยว่รู้ว่าพยัคฆ์ดำกำลังจะตาย หากเธอไม่ทำอะไรสักอย่าง มันก็จะหายไปตลอดกาล
"ระบบ! ฉันต้องทำยังไง!" เธอรีบถามในใจ
"ติ๊ง! ตรวจพบสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬอยู่ในสภาวะวิกฤต สามารถรวมร่างกับผู้ที่มีสายเลือดมังกรโบราณได้ หากสำเร็จ จะได้รับพลังสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬอย่างสมบูรณ์ และบรรลุภารกิจหลัก!"
รวมร่าง? หลิงเยว่ตกใจ แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว หากเธอต้องการพลังนี้ เธอต้องเสี่ยง
นักรบทั้งสองคนจากสำนักพยัคฆ์คำรณกำลังจะตั้งตัวได้และเตรียมจะพุ่งเข้ามาโจมตี หลิงเยว่ไม่มีเวลาลังเลอีกต่อไป
เธอพุ่งเข้าหาพยัคฆ์ดำที่กำลังจะล้มลงอย่างรวดเร็ว เธอแตะมือลงบนร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลของมัน
"ติ๊ง! ตรวจพบความเข้ากันได้ของสายเลือดมังกรโบราณและสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬ ระดับสูงมาก! เริ่มกระบวนการรวมร่าง..."
แสงสีดำทมิฬและแสงสีทองอร่ามพลันปะทุออกมาจากร่างของหลิงเยว่และพยัคฆ์ดำ แสงทั้งสองผสานรวมกัน หมุนวนเป็นเกลียวขนาดใหญ่ที่สว่างไสวจนแทบจะทำให้ตาบอด
พลังงานมหาศาลที่เกิดจากการรวมร่างทำให้ผนังถ้ำสั่นสะเทือน นักรบทั้งสองคนถูกแรงกระแทกกระเด็นไปไกล หัวหน้าลู่ที่บาดเจ็บสาหัสก็ถูกซ้ำเติมจนหมดสติไป
หลิงเยว่รู้สึกเหมือนร่างกายของเธอกำลังถูกฉีกกระชากออกจากกันและประกอบขึ้นใหม่ ความเจ็บปวดแสนสาหัสถาโถมเข้ามา แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีกระแสพลังงานอันยิ่งใหญ่และมืดมิดไหลทะลักเข้ามาในร่างของเธอ
เธอเห็นภาพหลอน ภาพของพยัคฆ์ดำที่วิ่งทะยานไปทั่วผืนป่าอันกว้างใหญ่ ต่อสู้กับสัตว์อสูรและนักรบมากมาย ภาพความทรงจำของมันกำลังหลั่งไหลเข้ามาในจิตใจของเธอ
เมื่อแสงสว่างจางลง หลิงเยว่ก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม แต่รูปลักษณ์ภายนอกของเธอดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย เส้นผมสีดำของเธอมีประกายสีเงินแซมขึ้นมา ดวงตาของเธอเปล่งประกายสีทองเข้ม และผิวของเธอดูขาวผ่องราวกับหยก
แต่ที่น่าตกใจที่สุดคือพลังงานที่แผ่ออกมาจากร่างของเธอ มันไม่ใช่เพียงแค่พลังมังกรที่คุ้นเคยอีกต่อไป แต่เป็นพลังงานมังกรที่ผสานกับพลังอสูรพยัคฆ์ทมิฬอย่างสมบูรณ์ สร้างเป็นออร่าสีทองดำที่น่าเกรงขาม
เธอรู้สึกถึงพลังที่อัดแน่นอยู่ในทุกอนูของร่างกาย พลังที่แข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว เธอรู้สึกว่าตอนนี้เธอสามารถฉีกภูเขาให้เป็นเสี่ยงๆ ได้ด้วยมือเปล่า
"ติ๊ง! กระบวนการรวมร่างสำเร็จ! ผู้เล่น 'หลิงเยว่' ได้รับสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬอย่างสมบูรณ์!" "ติ๊ง! ภารกิจหลัก: ค้นหาสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬ (สำเร็จ)!" "ติ๊ง! ภารกิจใหม่: แย่งชิงสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬจากสำนักพยัคฆ์คำรณ (สำเร็จ)!" "ติ๊ง! ผู้เล่นได้รับรางวัล: หยกฝึกฝนระดับสูง 1 ชิ้น, ตำราวิชา 'กรงเล็บมังกรทมิฬ', 500 แต้มระบบ!" "ติ๊ง! ผู้เล่นได้รับทักษะใหม่: 'พยัคฆ์เงาทมิฬ', 'คำรามพยัคฆ์ราชันย์'!" "ติ๊ง! ระดับฝึกฝนของผู้เล่น 'หลิงเยว่' ก้าวกระโดด! บรรลุระดับ: ปรมาจารย์วิถีฟ้าขั้นต้น!"
หลิงเยว่ตะลึงกับคำประกาศของระบบ เธอไม่ได้เพียงแค่ได้พลังของพยัคฆ์ดำมา แต่ระดับการฝึกฝนของเธอก็ยังพุ่งทะยานขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ! จากระดับศิษย์ฝึกหัด เธอก้าวกระโดดข้ามขั้นมาเป็นปรมาจารย์วิถีฟ้าขั้นต้นในพริบตา! นี่มันเป็นการเพิ่มพลังที่น่าเหลือเชื่อเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้
เธอหันไปมองนักรบทั้งสองคนที่กำลังพยายามลุกขึ้นยืน พวกเขาจ้องมองเธอด้วยแววตาหวาดกลัวและไม่เชื่อสายตา ไม่ใช่แค่พลังที่น่าเกรงขาม แต่เป็นออร่าแห่งราชันที่แผ่ออกมาจากร่างของหลิงเยว่ ทำให้พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
หลิงเยว่ยืดตัวตรง เธอรู้สึกถึงสายเลือดมังกรและพยัคฆ์ที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวภายในกาย พลังอำนาจที่เอ่อล้นนี้ทำให้เธอรู้สึกราวกับเป็นผู้ปกครองแห่งสรรพสัตว์ เธอไม่คิดเลยว่าการเดินทางครั้งนี้จะพาเธอมาไกลถึงเพียงนี้
แต่ในขณะที่เธอกำลังดื่มด่ำกับพลังใหม่ที่ได้รับมา ทันใดนั้น ผนังถ้ำด้านหนึ่งก็เกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ เสียงหินถล่มดังสนั่นหวั่นไหว พื้นถ้ำสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหว แรงสั่นสะเทือนนั้นรุนแรงจนทำให้เศษหินขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงมาจากเพดาน
สิ่งที่ปรากฏขึ้นจากรอยแยกนั้นไม่ใช่เพียงแค่หินดินทราย แต่เป็นกลุ่มนักรบชุดดำอีกกลุ่มหนึ่ง พวกเขาสวมหน้ากากเหล็กสีดำสนิท มีตราสัญลักษณ์รูปงูเห่าสามหัวปักอยู่บนแขนเสื้อ ออร่าของพวกเขาดูมืดมิดและชั่วร้ายกว่านักรบจากสำนักพยัคฆ์คำรณเสียอีก
"แย่แล้ว! นั่นมันคนของสำนักอสรพิษทมิฬ!" นักรบจากสำนักพยัคฆ์คำรณคนหนึ่งร้องออกมาด้วยความตกใจ
หัวหน้าของกลุ่มนักรบชุดดำก้าวออกมา เขาตัวสูงใหญ่กำยำ ดวงตาภายใต้หน้ากากเปล่งประกายสีแดงก่ำ เขากวาดสายตาไปรอบๆ ถ้ำ ก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างของหลิงเยว่
"ฮ่าๆๆๆ! ในที่สุดก็เจอแล้ว! พลังแห่งสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬ!" เสียงหัวเราะของเขาทุ้มต่ำและน่าขนลุก "แต่ข้าไม่คิดเลยว่าจะมาอยู่ในร่างของเด็กสาวเช่นเจ้า! ดูท่าว่าสำนักพยัคฆ์คำรณจะทำภารกิจไม่สำเร็จตามเคยสินะ"
หลิงเยว่ขมวดคิ้วแน่น สถานการณ์พลิกผันอีกครั้ง! ดูเหมือนว่าความลับของพยัคฆ์ดำไม่ได้มีเพียงแค่สำนักพยัคฆ์คำรณที่ต้องการ แต่ยังมีสำนักอสรพิษทมิฬ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นศัตรูของสำนักพยัคฆ์คำรณอีกด้วยเข้ามาเกี่ยวข้อง
พลังใหม่ที่เธอเพิ่งได้รับมา ดูเหมือนจะนำพาเธอเข้าสู่ความขัดแย้งที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เธอคิดไว้มากนัก!

ราชินีมังกรครองสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก