ถ้อยคำอันหยิ่งทะนงจากชายผู้นำหน้ากลุ่มชุดดำทำให้หลิงเยว่ขมวดคิ้วแน่น สถานการณ์พลิกผันอย่างกะทันหัน ความยินดีที่ได้บรรลุระดับปรมาจารย์วิถีฟ้าขั้นต้นยังไม่ทันจางหาย เธอกลับต้องเผชิญหน้ากับศัตรูกลุ่มใหม่ที่ดูท่าจะแข็งแกร่งและอันตรายกว่าสำนักพยัคฆ์คำรณเสียอีก
กลุ่มชายชุดดำสิบกว่าคนกระจายกำลังโอบล้อมพวกเขาไว้ แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาสะท้อนประกายเย็นเยียบจากอาวุธในมือของพวกเขา แต่ละคนล้วนมีกลิ่นอายพลังที่ล้ำลึก ไม่ต่ำกว่าระดับวิถีฟ้าขั้นกลาง และผู้นำกลุ่มนั้น...กลิ่นอายพลังของเขาราวกับห้วงเหวลึกที่ไม่อาจหยั่งถึง!
“พวกเจ้าคือใคร!” หลิงเยว่เอ่ยถามเสียงเย็น พลังมังกรในกายหมุนวนเตรียมพร้อมรับมือ ขณะเดียวกัน เธอก็สัมผัสได้ถึงพลังสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬที่เพิ่งหลอมรวมเข้ากับนาง กำลังก่อตัวเป็นกระแสความร้อนระอุภายใน ปลุกเร้าสัญชาตญาณดุดันที่ซ่อนอยู่
ชายผู้นำชุดดำหัวเราะหึๆ เสียงของเขาแหบพร่าคล้ายงูเลื้อย “พวกเราคือผู้ที่จะมา ‘ทวงคืน’ สิ่งที่ควรจะเป็นของสำนักอสรพิษทมิฬอย่างไรเล่า แม่หนู หากเจ้าฉลาด ก็จงส่งพลังสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬมาแต่โดยดี ข้าจะละเว้นชีวิตเจ้าและปล่อยให้เจ้าเป็นอิสระ”
“ทวงคืน? ตลกสิ้นดี!” หลิงเยว่แค่นเสียงหัวร่อ พลังงานแห่งความพิโรธเริ่มก่อตัว “สิ่งที่อยู่กับข้า ย่อมเป็นของข้า ไม่มีใครมีสิทธิ์มาทวง!”
“โอ้โห ปากกล้าไม่เบา” ชายผู้นำยกยิ้มมุมปาก “คงเป็นเพราะเพิ่งได้พลังมาสินะถึงได้ฮึกเหิมถึงเพียงนี้ แต่เจ้าคงไม่รู้ว่ากำลังเล่นอยู่กับไฟ” เขาสบตาหลิงเยว่ ก่อนจะหันไปทางถ้ำที่เหลือแต่ร่องรอยการต่อสู้และโซ่ตรวนที่ขาดสะบั้น “ดูเหมือนเจ้าพวกพยัคฆ์คำรณจะยังไร้ประโยชน์เหมือนเคย พวกมันไม่คู่ควรที่จะครอบครองพลังอันยิ่งใหญ่นี้”
คำพูดนั้นยืนยันสิ่งที่หลิงเยว่คาดเดา สำนักอสรพิษทมิฬและสำนักพยัคฆ์คำรณเป็นศัตรูกัน และทั้งคู่ต่างหมายตาพลังสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬนี้ หลิงเยว่รู้สึกราวกับตัวเองกำลังถูกดึงเข้าสู่พายุแห่งความขัดแย้งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
“เอาตัวนางมา!” ชายผู้นำออกคำสั่งโดยไม่รอช้า สมาชิกสำนักอสรพิษทมิฬสามคนพุ่งเข้าใส่หลิงเยว่พร้อมกัน พวกเขากวัดแกว่งมีดสั้นที่เคลือบด้วยพิษสีเขียวมรกต พุ่งเป้าหมายไปยังจุดชีพจรสำคัญ
หลิงเยว่ไม่รอช้า ปีกมังกรทมิฬกางออก พลังแห่งความมืดมิดและลมปราณมังกรโอบล้อมร่างนางไว้ ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกได้ถึงความปรารถนาอันรุนแรงของพลังสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬที่อยากจะปลดปล่อยออกมา
“พยับหมอกมังกร!”
ร่างของหลิงเยว่เลือนหายไปในพริบตา เหลือเพียงเงามังกรสีดำที่วูบไหวราวกับหมอกควัน พลังความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากการบรรลุขั้นปรมาจารย์วิถีฟ้า ผสานกับทักษะพยับหมอกมังกร ทำให้นางเร็วจนยากจะจับต้องได้ เธอหลบหลีกคมมีดที่พุ่งเข้ามาอย่างแม่นยำ ก่อนจะปรากฏตัวด้านหลังนักรบคนหนึ่ง
“กรงเล็บมังกรเงิน!”
ปลายนิ้วของหลิงเยว่แปรเปลี่ยนเป็นกรงเล็บสีเงินวาววับ ปล่อยพลังปราณมังกรที่คมกริบออกไป มันฉีกกระชากชุดของนักรบผู้นั้นจนขาดวิ่น และทิ้งรอยเล็บลึกบนแผ่นหลังของเขา เลือดสดๆ ไหลซึมออกมา นักรบผู้นั้นร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
“หึ พลังไม่เลว” ชายผู้นำชุดดำพึมพำ แต่รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้าคล้ายกำลังสนุก
นักรบอีกสองคนโกรธจัดเมื่อเห็นสหายบาดเจ็บ พวกเขาประสานมือกัน ปล่อยคลื่นพิษสีเขียวเข้มเข้าใส่หลิงเยว่พร้อมกัน คลื่นพิษนั้นแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง หวังจะปิดทางหนีทั้งหมดของนาง
ในชั่วพริบตานั้นเอง หลิงเยว่รู้สึกถึงกระแสพลังใหม่ที่พลุ่งพล่าน สัญชาตญาณดิบของพยัคฆ์ที่เพิ่งหลอมรวมเข้ากับนางส่งสัญญาณเตือน นางไม่จำเป็นต้องหลบเลี่ยงอีกต่อไป!
“อ้าคคค!”
หลิงเยว่คำรามกึกก้อง เสียงคำรามนั้นไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่เป็นเสียงคำรามของพยัคฆ์ทมิฬดุร้ายที่สะเทือนไปทั่วบริเวณ คลื่นเสียงอานุภาพทำลายล้างแผ่กระจายออกไป พร้อมด้วยพลังปราณมังกรและพลังสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬที่ผสานรวมกันอย่างสมบูรณ์แบบ!
คลื่นพิษสีเขียวที่กำลังพุ่งเข้ามาปะทะกับคลื่นเสียงพยัคฆ์คำรณอย่างจัง! เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น คลื่นพิษสลายหายไปในอากาศราวกับไม่เคยมีอยู่จริง นักรบทั้งสองที่ปล่อยคลื่นพิษออกไปกระอักเลือด พลังปราณในกายปั่นป่วนจนยืนแทบไม่ไหว
[ติ๊ง! ท่านใช้ทักษะใหม่ ‘คำรณพยัคฆ์ทมิฬ’ สำเร็จ! พลังสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬได้รับการปลุกเร้า! ความชำนาญทักษะเพิ่มขึ้น!] [ติ๊ง! ท่านสังหารนักรบสำนักอสรพิษทมิฬ (ระดับวิถีฟ้าขั้นกลาง) จำนวน 1 ท่าน! ได้รับค่าประสบการณ์ 500 หน่วย!] [ติ๊ง! ท่านทำให้นักรบสำนักอสรพิษทมิฬ (ระดับวิถีฟ้าขั้นกลาง) จำนวน 2 ท่านบาดเจ็บสาหัส! ได้รับค่าประสบการณ์ 200 หน่วย!]
หลิงเยว่รู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มพูนอย่างมหาศาล เสียงคำรามเมื่อครู่เป็นเพียงการปลดปล่อยสัญชาตญาณตามธรรมชาติ แต่กลับมีอานุภาพถึงเพียงนี้! เธอเพิ่งจะรวมร่างกับพยัคฆ์ดำได้ไม่นาน แต่ราวกับว่าพลังนี้ได้ตื่นขึ้นและพร้อมจะใช้งานแล้ว
“เป็นไปไม่ได้!” นักรบสำนักอสรพิษทมิฬที่บาดเจ็บสาหัสคนหนึ่งสบถออกมาด้วยความตกใจ “คำรณพยัคฆ์ทมิฬ...นางใช้มันได้อย่างไร!”
ชายผู้นำชุดดำ สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย “น่าสนใจ...ดูเหมือนเจ้าจะหลอมรวมกับพยัคฆ์ดำได้สมบูรณ์กว่าที่เราคาดไว้” เขาโบกมือ สมาชิกที่เหลืออีกเจ็ดคนก็พุ่งเข้าใส่หลิงเยว่พร้อมกัน โดยมีนักรบที่บาดเจ็บสองคนพยายามจะถอยร่นออกไป
“คิดจะหนีงั้นรึ!” หลิงเยว่เห็นการเคลื่อนไหวของพวกเขา นางไม่ปล่อยให้ศัตรูที่บาดเจ็บหนีไปได้ง่ายๆ นางเร่งความเร็ว พุ่งเข้าหานักรบที่บาดเจ็บสาหัสที่สุดอย่างรวดเร็ว ปีกมังกรทมิฬกระพือพัดพานางไปราวกับสายฟ้า
“กรงเล็บมังกรเงิน!”
ครั้งนี้นางรวมพลังมังกรและพลังพยัคฆ์ทมิฬเข้าด้วยกัน กรงเล็บสีเงินส่องประกายด้วยพลังสีดำทมิฬ พุ่งเข้าปะทะร่างของนักรบผู้นั้นเต็มแรง!
ฉัวะ!
ร่างของนักรบผู้นั้นถูกฉีกออกเป็นสองส่วนอย่างโหดเหี้ยม เลือดและชิ้นเนื้อกระจัดกระจายไปทั่วพื้นถ้ำ สร้างภาพที่น่าสะพรึงกลัว!
[ติ๊ง! ท่านสังหารนักรบสำนักอสรพิษทมิฬ (ระดับวิถีฟ้าขั้นกลาง) จำนวน 1 ท่าน! ได้รับค่าประสบการณ์ 500 หน่วย!]
หลิงเยว่ไม่รู้สึกสะทกสะท้านกับการสังหารที่โหดร้าย เธอรู้ดีว่าในโลกของผู้ฝึกยุทธ์นี้ ความเมตตาคือความตาย และศัตรูที่คิดจะทำร้ายเธอ ย่อมต้องชดใช้ด้วยชีวิต!
นักรบสำนักอสรพิษทมิฬที่เหลืออีกหกคนหยุดชะงัก สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว หลิงเยว่ในตอนนี้ราวกับปีศาจที่หลุดออกมาจากนรกภูมิ ทั้งความเร็ว พลังโจมตี และความดุดัน ทุกสิ่งทุกอย่างเหนือกว่าที่พวกเขาคาดคิดไว้มากนัก!
“พวกกระจอก!” ชายผู้นำชุดดำสบถเสียงต่ำ เขาก้าวเท้าออกมาข้างหน้า พลังปราณอันหนักหน่วงแผ่กระจายออกไปกดดันรอบด้าน “ดูเหมือนข้าจะต้องลงมือเองแล้ว”
กลิ่นอายพลังที่ไม่อาจหยั่งถึงของชายผู้นำกดดันหลิงเยว่จนรู้สึกอึดอัด แม้เธอจะบรรลุระดับปรมาจารย์วิถีฟ้าขั้นต้นแล้ว แต่เขาก็ยังเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเกินไป
“ระบบ วิเคราะห์ศัตรู!” หลิงเยว่สั่งการในใจ
[ติ๊ง! กำลังวิเคราะห์ศัตรู...] [ชื่อ: ซางเหยียน (ผู้อาวุโสสำนักอสรพิษทมิฬ)] [ระดับ: ปรมาจารย์วิถีฟ้าขั้นสมบูรณ์] [สายเลือด: อสรพิษมรกต (ต่ำ)] [สถานะ: ต้องการพลังสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬ] [ความแข็งแกร่ง: อันตรายถึงชีวิต!]
ปรมาจารย์วิถีฟ้าขั้นสมบูรณ์! หลิงเยว่เบิกตากว้าง นี่คือระดับสูงสุดของวิถีฟ้า เหนือกว่าระดับของเธอถึงสามขั้น! ช่องว่างระหว่างพวกเขาราวกับเหวที่ไม่สามารถข้ามได้!
“เอาล่ะ แม่หนู ได้เวลาจบเกมแล้ว” ซางเหยียนยิ้มเยือกเย็น เขากางมือออก ปล่อยพลังปราณสีเขียวเข้มพุ่งเข้าใส่หลิงเยว่ พลังปราณนั้นไม่ธรรมดา แต่มันแปรเปลี่ยนเป็นร่างของงูยักษ์ที่เต็มไปด้วยเกล็ดสีมรกต ตาสีแดงก่ำ และมีเขี้ยวพิษแหลมคมพุ่งเข้าขย้ำ!
“อสรพิษคำรามกลืนฟ้า!”
พลังปราณของซางเหยียนรุนแรงราวกับพายุที่พัดโหมกระหน่ำ หลิงเยว่สัมผัสได้ถึงความอันตรายที่แท้จริง นางรู้ดีว่าไม่สามารถเผชิญหน้ากับมันตรงๆ ได้
“พยับหมอกมังกร!”
หลิงเยว่ใช้ทักษะความเร็วสูงสุดของนาง ปีกมังกรทมิฬกระพืออย่างรุนแรง พานางหลบเลี่ยงการโจมตีของงูยักษ์พิษอย่างหวุดหวิด งูยักษ์พิษพุ่งชนผนังถ้ำอย่างจัง ทำให้ถ้ำสั่นสะเทือนหินร่วงหล่นลงมา
“หนีไปก็เท่านั้น! พลังสายเลือดพยัคฆ์ของเจ้าจะถูกข้ากลืนกินในไม่ช้า!” ซางเหยียนหัวเราะด้วยความบ้าคลั่ง เขากระโจนเข้าหาหลิงเยว่ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ไม่แพ้นางเลยแม้แต่น้อย
หลิงเยว่พยายามตอบโต้ด้วย ‘กรงเล็บมังกรเงิน’ และ ‘คำรณพยัคฆ์ทมิฬ’ แต่พลังของซางเหยียนเหนือกว่าเธอมาก เขาปัดป้องการโจมตีของนางได้อย่างง่ายดาย และทุกครั้งที่เขาสวนกลับ หลิงเยว่ก็ต้องใช้พลังทั้งหมดเพื่อป้องกันตัว
ปัง!
ฝ่ามือของซางเหยียนปะทะเข้ากับกำแพงพลังของหลิงเยว่ เสียงระเบิดดังสนั่น ร่างของหลิงเยว่ลอยกระเด็นไปชนผนังถ้ำอย่างแรง เลือดสดๆ ไหลออกจากมุมปาก
[ติ๊ง! ท่านได้รับบาดเจ็บสาหัส! ค่าสถานะลดลงชั่วคราว!] [คำแนะนำ: ผู้เล่นอยู่ในสถานะอันตรายถึงชีวิต! โปรดใช้ทักษะป้องกันหรือหลบหนี!]
“ฮ่าๆๆ! พลังสายเลือดมังกรของเจ้าก็แค่นี้เองรึ!” ซางเหยียนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เขาก้าวเข้ามาใกล้ ดึงหอกพิษสีเขียวมรกตที่ปลายหอกมีเขี้ยวพิษขนาดใหญ่จากด้านหลังออกมา “ได้เวลาที่สายเลือดพยัคฆ์ทมิฬจะกลับคืนสู่ที่ที่ควรจะเป็น!”
หลิงเยว่รู้สึกวิงเวียนไปหมด แรงกระแทกเมื่อครู่ทำให้กระดูกซี่โครงของนางร้าวไปหลายซี่ แต่นางไม่ยอมแพ้! พลังสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬในกายกำลังคำรามอย่างรุนแรง มันปฏิเสธที่จะถูกใครกลืนกิน!
“ไม่!” หลิงเยว่กัดฟันแน่น นางลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล ดวงตาของนางแปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม แสงสีดำทะมึนของพยัคฆ์ทมิฬเริ่มแผ่ออกมาจากร่าง พร้อมกับเกล็ดมังกรสีดำที่ปรากฏขึ้นบนผิวหนังบางส่วน
[ติ๊ง! พลังสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง! ‘สัญชาตญาณพยัคฆ์คลั่ง’ ปลดล็อก!] [สัญชาตญาณพยัคฆ์คลั่ง: เมื่อผู้เล่นอยู่ในภาวะอันตรายถึงชีวิต พลังสายเลือดพยัคฆ์ทมิฬจะถูกปลุกเร้า ปลดปล่อยพลังโจมตีและป้องกันเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่จะสูญเสียการควบคุมตนเองชั่วคราว และมีผลข้างเคียงเมื่อสิ้นสุดภาวะคลั่ง]
หลิงเยว่ไม่สนใจคำเตือนของระบบอีกต่อไปแล้ว! ในตอนนี้ มีเพียงความโกรธแค้นและความปรารถนาที่จะทำลายล้างเท่านั้นที่ครอบงำจิตใจนาง!
“อ้าคคคคค!”
เสียงคำรามของพยัคฆ์ทมิฬผสานกับเสียงคำรามของมังกรดุร้าย พลังสีดำทะมึนพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกเมฆหมอกบนฟากฟ้ายามค่ำคืน ร่างของหลิงเยว่ขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย กล้ามเนื้อเกร็งแน่น ผิวหนังบางส่วนปกคลุมด้วยขนสีดำดุจรัตติกาล และดวงตาของนางลุกโชนด้วยไฟแห่งพยัคฆ์!
“นี่มันอะไรกัน!” ซางเหยียนถึงกับหยุดชะงัก สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก “พลังสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬ...มันคลั่ง!”
หลิงเยว่ในสภาพกึ่งมังกรกึ่งพยัคฆ์ทมิฬไม่สนใจสิ่งรอบข้าง นางพุ่งเข้าใส่ซางเหยียนด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิม พลังโจมตีเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด! กรงเล็บที่ตอนนี้ยาวและแหลมคมกว่าเดิม ปล่อยพลังมังกรสีดำทะมึนและพลังพยัคฆ์สีแดงฉานเข้าใส่ซางเหยียนอย่างบ้าคลั่ง!
ซางเหยียนพยายามป้องกันด้วยหอกพิษของเขา แต่พลังของหลิงเยว่ในตอนนี้รุนแรงเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้ง่ายๆ!
เคร้ง!
หอกพิษปะทะกับกรงเล็บมังกรพยัคฆ์อย่างจัง เกิดประกายไฟและเสียงระเบิดดังสนั่น ซางเหยียนถูกแรงกระแทกจนถอยหลังไปหลายก้าว เลือดซึมจากมุมปาก เขาไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน!
“เจ้าจะต้องตาย!” เสียงของหลิงเยว่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด นางราวกับสัตว์ป่าที่คลั่ง!
[ติ๊ง! 'สัญชาตญาณพยัคฆ์คลั่ง' กำลังทำงาน! พลังโจมตี +200%, ความเร็ว +100%, ค่าป้องกัน +150%! ผู้เล่นไม่สามารถใช้ทักษะที่ต้องอาศัยการควบคุมสติได้!]
พลังของหลิงเยว่ในตอนนี้ถึงขีดสุด แต่จิตใจของนางกลับถูกครอบงำด้วยสัญชาตญาณดิบ ซางเหยียนรู้ดีว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้ เขาจะต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้!
“พวกเจ้าที่เหลือ! ช่วยข้า!” ซางเหยียนตะโกนสั่ง แต่สมาชิกสำนักอสรพิษทมิฬที่เหลือหกคนนั้นตัวสั่นงันงก พวกเขากลัวร่างที่คลุ้มคลั่งของหลิงเยว่จนไม่กล้าเข้าใกล้
“บัดซบ!” ซางเหยียนสบถ เขาตัดสินใจในชั่วพริบตา พลังปราณทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ที่หอกพิษสีเขียวมรกต เขี้ยวพิษของหอกขยายใหญ่ขึ้น แผ่ไอพิษที่รุนแรงออกมา
“อสรพิษมรกตกลืนวิญญาณ!”
ซางเหยียนปล่อยท่าไม้ตายออกมา! งูยักษ์พิษสีมรกตขนาดใหญ่กว่าเดิมนับสิบเท่า ปรากฏขึ้นจากหอกพิษ มันอ้าปากกว้างราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ พุ่งเข้าใส่หลิงเยว่ด้วยความเร็วและพลังที่น่าสะพรึงกลัว!
หลิงเยว่ในภาวะคลุ้มคลั่งไม่คิดหลบ นางพุ่งเข้าใส่พลังงูยักษ์พิษนั้นตรงๆ!
“คำรณมังกรพยัคฆ์พิโรธ!”
พลังงานสีดำและสีแดงรวมตัวกันที่กรงเล็บของหลิงเยว่ พลังมังกรและพยัคฆ์ทมิฬที่รุนแรงที่สุดเท่าที่นางเคยปลดปล่อยออกมา พุ่งเข้าปะทะกับงูยักษ์พิษมรกตของซางเหยียนอย่างดุเดือด!
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!
เสียงระเบิดที่ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ แสงสว่างจ้าปะทุขึ้นในถ้ำ แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนหินและฝุ่นผงร่วงหล่นลงมาอย่างบ้าคลั่ง ถ้ำทั้งถ้ำสั่นสะเทือนราวกับจะพังทลายลงมาในพริบตา!
เมื่อแสงสว่างจางลง ปรากฏร่างของหลิงเยว่ที่ยืนอยู่กลางฝุ่นควัน นางอยู่ในสภาพสะบักสะบอม เสื้อผ้าขาดวิ่น มีบาดแผลมากมาย และพลังงานในกายก็ลดลงอย่างน่าใจหาย แต่...นางยังคงยืนอยู่ได้!
ส่วนซางเหยียน เขานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น หอกพิษของเขาแตกหักเป็นชิ้นๆ พลังปราณในกายปั่นป่วนอย่างรุนแรง ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับคนตาย และมีรอยกรงเล็บลึกสามรอยปรากฏอยู่บนหน้าอกของเขา เลือดสีดำไหลซึมออกมาอย่างต่อเนื่อง!
“เป็นไปไม่ได้...ข้า...ข้าจะแพ้ให้กับเด็กสาวเช่นเจ้าได้อย่างไร!” ซางเหยียนเอ่ยเสียงแผ่วเบาด้วยความไม่เชื่อสายตา
แต่ก่อนที่หลิงเยว่จะตอบโต้ หรือซางเหยียนจะทำอะไรได้ ทันใดนั้น!
ฟิ้ววววววววว!
เสียงลมกรรโชกแรงดังขึ้นจากด้านนอกถ้ำ พร้อมกับเงาร่างของกลุ่มคนชุดขาวที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว กลุ่มคนเหล่านั้นมีสัญลักษณ์พยัคฆ์คำรณประดับอยู่บนเสื้อ! และผู้นำของพวกเขาคือชายชราผู้หนึ่งที่มีเคราขาวยาวเหยียด ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมและพลังปราณที่แข็งแกร่งไม่แพ้ซางเหยียน!
“สำนักพยัคฆ์คำรณ!” ซางเหยียนร้องออกมาด้วยความตกใจ
ชายชราชุดขาวผู้นั้นเหลือบมองซางเหยียนและหลิงเยว่สลับกัน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่สายตาของเขาจะหยุดอยู่ที่หลิงเยว่ ซึ่งมีกลิ่นอายของพลังสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬแผ่ออกมาอย่างชัดเจน!
“พลังสายเลือดอสูรพยัคฆ์ทมิฬ...มันหลอมรวมกับนางไปแล้ว!” ชายชราเอ่ยด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความพิโรธ “สำนักอสรพิษทมิฬ เจ้าพวกงูพิษ! พวกเจ้าก่อเรื่องอะไรขึ้นอีก!”
สถานการณ์พลิกผันอีกครั้ง! หลิงเยว่ถูกรายล้อมด้วยศัตรูทั้งสองฝ่าย ทั้งสำนักอสรพิษทมิฬและสำนักพยัคฆ์คำรณ! แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่นาง นางเพิ่งจะผ่านการต่อสู้ที่ดุเดือดมา ร่างกายอ่อนล้าถึงขีดสุด แต่ในตอนนี้กลับต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก!
หลิงเยว่รู้สึกราวกับกำลังถูกดึงเข้าสู่ปากเหวแห่งความตาย นางเหลือบมองซางเหยียนที่บาดเจ็บหนัก และกลุ่มสำนักพยัคฆ์คำรณที่เพิ่งมาถึง!
หรือว่านี่จะเป็นจุดจบของนางแล้วจริงๆ?

ราชินีมังกรครองสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก