แสงสีฟ้าอ่อนอันน่าพิศวงนั้นกลืนกินร่างของหลิงเยว่ไปจนหมดสิ้น ไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดอย่างที่นางคาดไว้ มีเพียงความว่างเปล่าที่ไร้ขอบเขตราวกับนางกำลังล่องลอยอยู่ในห้วงอวกาศอันมืดมิด มีเพียงแสงสีฟ้าอ่อนระเรื่อที่คอยโอบอุ้มนางไว้เท่านั้น ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย แต่ในความเย็นนั้นกลับแฝงด้วยความอบอุ่นบางอย่างที่ยากจะอธิบายได้ บาดแผลฉกรรจ์ที่เคยฉีกขาดตามร่างกายกลับรู้สึกชาชิน ไม่เจ็บปวดอีกต่อไป คล้ายกับว่ากระแสพลังงานประหลาดกำลังซ่อมแซมและเยียวยาทุกส่วนของนางอย่างเงียบงัน
นางพยายามที่จะขยับตัว พยายามที่จะส่งเสียง แต่ราวกับว่าร่างกายและจิตวิญญาณได้ถูกตรึงไว้กับที่ ไม่มีสิ่งใดที่นางควบคุมได้ มีเพียงกระแสพลังงานลึกลับที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างไม่หยุดหย่อน มันแทรกซึมผ่านทุกอณู ผ่านเส้นเลือด ผ่านกระดูก ผ่านไขกระดูก และตรงเข้าสู่ใจกลางของแก่นพลังปราณที่เคยบอบช้ำ พลังงานสีฟ้าอ่อนนั้นไม่ใช่พลังงานที่รุนแรง หากแต่บริสุทธิ์และอ่อนโยนอย่างเหลือเชื่อ มันค่อยๆ ชำระล้างสิ่งสกปรกและสิ่งเจือปนที่เคยเกาะกินในร่างกายของนาง ราวกับสายธารแห่งชีวิตที่กำลังรินไหลชโลมจิตวิญญาณให้กลับคืนสู่ความบริสุทธิ์ดั้งเดิม
ในความมืดมิดที่ไร้ขอบเขตนั้น ภาพความทรงจำต่างๆ ของหลิงเยว่ก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดอย่างไม่ขาดสาย ตั้งแต่ยามที่นางถูกทอดทิ้งอย่างโดดเดี่ยวในวัยเยาว์ การถูกรังแก กดขี่ข่มเหง การต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดในโลกที่โหดร้าย ทุกหยาดน้ำตา ทุกความเจ็บปวด ทุกความสิ้นหวัง ล้วนถูกฉายซ้ำราวกับภาพยนตร์ แต่ในครั้งนี้ ความรู้สึกเหล่านั้นกลับไม่สามารถสั่นคลอนจิตใจของนางได้อีกต่อไป เพราะมีกระแสพลังงานอันอบอุ่นที่ห่อหุ้มจิตวิญญาณ ช่วยให้นางมองเห็นอดีตเหล่านั้นด้วยสายตาที่สงบและมั่นคงยิ่งขึ้น หลิงเยว่รู้สึกได้ว่าจิตใจของนางกำลังถูกขัดเกลาให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ทันใดนั้น เสียงเตือนของระบบก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของนาง ราวกับเป็นเสียงสวรรค์ที่ช่วยฉุดรั้งนางจากความว่างเปล่า
“ติ๊ง! ตรวจพบพลังงานมังกรบรรพกาลบริสุทธิ์ระดับสูง กำลังซ่อมแซมและยกระดับสายเลือดมังกรของโฮสต์!” “ติ๊ง! ระบบกำลังทำการเชื่อมต่อและหลอมรวมพลังงานมังกรบรรพกาล” “ติ๊ง! การเชื่อมต่อสำเร็จ! เริ่มต้นการปลุกพลังสายเลือดมังกรขั้นสูงสุด!”
เมื่อเสียงของระบบเงียบลง ความรู้สึกที่ว่างเปล่าก็ถูกแทนที่ด้วยความร้อนระอุที่แผดเผาทุกขุมขน ร่างกายของหลิงเยว่เริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เลือดในกายเดือดพล่านราวกับลาวาที่กำลังปะทุขึ้นจากใจกลางโลก เส้นเอ็นและกระดูกส่งเสียงลั่นครืนๆ ราวกับกำลังถูกจัดเรียงใหม่ ความเจ็บปวดที่แท้จริงเริ่มปรากฏขึ้น มันเป็นความเจ็บปวดที่รุนแรงกว่าบาดแผลใดๆ ที่นางเคยได้รับมา เจ็บปวดราวกับร่างกายกำลังถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ แล้วประกอบขึ้นใหม่ทีละชิ้นส่วน ทว่าในความเจ็บปวดนั้น กลับมีพลังงานมหาศาลไหลเวียนเข้าสู่ร่างไม่หยุดยั้ง
“อ๊ากกก!” หลิงเยว่กรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง แต่เสียงนั้นกลับถูกกลืนหายไปในกระแสพลังงานสีฟ้าที่หมุนวนรอบตัวนางอย่างบ้าคลั่ง เกล็ดมังกรทมิฬที่เคยปรากฏบนร่างของนางกลับเรืองแสงเจิดจ้ายิ่งขึ้น มันไม่ได้เป็นเพียงสีดำสนิทอีกต่อไป หากแต่มีประกายสีฟ้าอมม่วงส่องสะท้อนออกมาจากภายใน เกล็ดแต่ละเกล็ดขยายใหญ่ขึ้น หนาแน่นขึ้น และแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เส้นผมสีดำสนิทของนางค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มประกายม่วงราวกับท้องฟ้ายามราตรีที่มีดวงดาวระยิบระยับ ดวงตาของนางที่เคยเป็นสีนิลก็เริ่มเปล่งประกายสีทองอร่ามราวกับดวงตามังกรที่ตื่นขึ้นจากหลับใหล
“ติ๊ง! สายเลือดมังกรของโฮสต์ได้รับการยกระดับเป็น ‘สายเลือดราชินีมังกรบรรพกาล’!” “ติ๊ง! โฮสต์ได้รับทักษะใหม่: ‘แก่นแท้ราชินีมังกร’ (ระดับเทพ), ‘เกล็ดมังกรแก้วมณี’ (ระดับมหาเทพ), ‘คำรามราชินีมังกรสะท้านฟ้า’ (ระดับมหาเทพ)!” “ติ๊ง! ทักษะ ‘ปีกมังกรทมิฬ’ ได้รับการอัปเกรดเป็น ‘ปีกราชินีมังกรทมิฬ’ (ระดับมหาเทพ)! ความเร็วในการเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล! สามารถเดินทางข้ามมิติได้ในระยะใกล้!” “ติ๊ง! โฮสต์ได้รับพลังกายและพลังปราณเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล! ระดับการบ่มเพาะทะลวงผ่านไปสู่ขอบเขตผู้ฝึกยุทธ์มิติ!”
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราวกับกำลังประกาศถึงการถือกำเนิดใหม่ของหลิงเยว่ ทุกคำพูดของระบบล้วนนำมาซึ่งความตื่นตะลึงและยินดีอย่างสุดซึ้ง แม้ว่าความเจ็บปวดจะยังคงกัดกินร่างกาย แต่หลิงเยว่ก็รู้ดีว่านี่คือโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของนาง โอกาสที่จะพลิกผันชะตากรรมที่เคยถูกกำหนดไว้ให้จมดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งความสิ้นหวัง
กระแสพลังงานสีฟ้าอ่อนยังคงไหลเวียนเข้าสู่ร่างของนางอย่างไม่หยุดยั้ง มันไม่ได้เป็นเพียงพลังงานที่บริสุทธิ์เท่านั้น หากแต่ยังเต็มไปด้วยความรู้และภูมิปัญญาโบราณ หลิงเยว่รู้สึกราวกับว่ากำลังมีภาพต่างๆ ฉายเข้ามาในห้วงความคิด เป็นภาพของมังกรโบราณที่ยิ่งใหญ่ตระหง่านอยู่บนท้องฟ้า ภาพของโลกที่เคยเต็มไปด้วยเผ่าพันธุ์มังกรที่ทรงพลัง ภาพของสงครามโบราณที่สั่นสะเทือนสวรรค์และปฐพี และภาพของราชินีมังกรองค์แรกที่ปกครองเผ่าพันธุ์มังกรด้วยความเมตตาและพลังอำนาจที่ไร้เทียมทาน
ความทรงจำเหล่านี้ไม่ใช่ของนาง แต่กลับปรากฏขึ้นในจิตใจราวกับเป็นของตนเอง หลิงเยว่ค่อยๆ เข้าใจถึงที่มาที่ไปของสายเลือดมังกรที่ไหลเวียนอยู่ในกาย นางคือผู้สืบทอดสายเลือดราชินีมังกรบรรพกาลผู้ยิ่งใหญ่ สายเลือดที่ซ่อนเร้นมานับพันปี และบัดนี้ได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งในตัวของนาง
เมื่อพลังงานสีฟ้าอ่อนเริ่มจางหายไป ความเจ็บปวดก็ค่อยๆ บรรเทาลง ทว่าความรู้สึกแข็งแกร่งที่แท้จริงกลับเข้ามาแทนที่ หลิงเยว่รู้สึกว่าร่างกายของนางเบาหวิวราวกับขนนก พลังปราณในกายไหลเวียนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทุกส่วนของร่างกายเต็มไปด้วยพลังงานที่เอ่อล้นราวกับมหาสมุทรที่ไร้ขอบเขต เมื่อนางลืมตาขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าก็ไม่ใช่ความมืดมิดอีกต่อไป
นางพบว่าตัวเองอยู่ในถ้ำขนาดมหึมา ถ้ำแห่งนี้ส่องสว่างด้วยแสงสีฟ้าอ่อนระเรื่อที่เปล่งประกายออกมาจากผลึกแก้วมณีขนาดใหญ่ที่ฝังตัวอยู่ตามผนังถ้ำ ผลึกเหล่านี้ส่องแสงเรืองรองราวกับดวงดาวในห้วงอวกาศ ทำให้ภายในถ้ำดูงดงามและลึกลับอย่างบอกไม่ถูก ใจกลางถ้ำมีแอ่งน้ำสีฟ้าใสที่เปี่ยมไปด้วยพลังงานมังกรบริสุทธิ์ นางเดาว่าแอ่งน้ำนี้เองคือแหล่งกำเนิดพลังงานที่ดึงดูดนางลงมาที่นี่
ร่างกายของหลิงเยว่บัดนี้ไม่ได้มีบาดแผลใดๆ หลงเหลืออยู่เลย เกล็ดมังกรแก้วมณีสีฟ้าอมม่วงปกคลุมทั่วร่างของนางอย่างงดงามและแข็งแกร่ง เส้นผมสีน้ำเงินเข้มพลิ้วไหวราวกับสายน้ำตก ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายสีทองอร่ามราวกับอัญมณีล้ำค่า นางเอื้อมมือไปสัมผัสผิวของตัวเอง รู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลที่สถิตอยู่ในทุกอณู
“นี่ข้า... เปลี่ยนไปมากขนาดนี้เชียวหรือ” นางพึมพำกับตัวเอง เสียงของนางบัดนี้ไม่ได้เป็นเสียงอันอ่อนหวานของหญิงสาวอีกต่อไป หากแต่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่นและอำนาจบางอย่างที่ยากจะอธิบาย
“ติ๊ง! โฮสต์ได้เข้าสู่ ‘อาณาจักรราชินีมังกรบรรพกาล’ โดยสมบูรณ์! ขอแสดงความยินดี!” เสียงของระบบดังขึ้นอีกครั้ง “อาณาจักรราชินีมังกรบรรพกาล?” หลิงเยว่ทวนคำถามในใจ นางกวาดสายตามองไปรอบๆ ถ้ำอันกว้างใหญ่แห่งนี้อย่างพิจารณา
ที่ปลายอีกด้านหนึ่งของถ้ำ นางเห็นแท่นหินโบราณขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ บนแท่นหินนั้นมีศิลาจารึกขนาดใหญ่สลักด้วยอักษรโบราณที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ด้วยสายเลือดราชินีมังกรที่ตื่นขึ้น ความหมายของอักษรเหล่านั้นกลับปรากฏขึ้นในจิตใจของนางอย่างชัดเจน
“ผู้สืบทอดสายเลือดมังกรเอ๋ย เจ้าผู้ซึ่งถูกลิขิตให้แบกรับภาระอันยิ่งใหญ่ บัดนี้เจ้าได้มาถึงยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้แล้ว ที่นี่คือจุดกำเนิดของเผ่าพันธุ์มังกร เป็นสถานที่ที่ราชินีมังกรองค์แรกได้ถือกำเนิดขึ้น พลังงานแห่งมังกรบรรพกาลจะมอบความแข็งแกร่งและภูมิปัญญาแก่เจ้า จงใช้พลังนี้เพื่อปกป้องโลกและนำพาเผ่าพันธุ์มังกรกลับคืนสู่ความรุ่งโรจน์อีกครั้ง”
หลิงเยว่อ่านข้อความบนศิลาจารึกด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ถาโถมเข้ามาในจิตใจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความมุ่งมั่นอันแรงกล้าผุดขึ้นมาในหัวใจ นางไม่ใช่เพียงแค่หญิงสาวผู้ถูกทอดทิ้งอีกต่อไปแล้ว บัดนี้นางคือราชินีมังกรผู้สืบทอดสายเลือดอันศักดิ์สิทธิ์ และมีชะตากรรมที่ยิ่งใหญ่รอคอยอยู่เบื้องหน้า
นางเดินเข้าไปใกล้แท่นหินนั้นอย่างช้าๆ เมื่อเท้าของนางก้าวเหยียบลงบนพื้นหิน เสียงกึกก้องก็ดังขึ้นจากใต้พื้นดิน ถ้ำทั้งถ้ำเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แสงสีฟ้าอ่อนเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น และแอ่งน้ำสีฟ้าใสใจกลางถ้ำก็เริ่มเดือดพล่านราวกับลาวาที่กำลังปะทุ
“เกิดอะไรขึ้น?” หลิงเยว่เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน
ทันใดนั้น ผนังถ้ำด้านหนึ่งก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวเปิดออก เผยให้เห็นทางเดินลับที่ทอดลึกเข้าไปในความมืด ทางเดินนั้นส่องสว่างด้วยแสงสีฟ้าอ่อนจางๆ ที่นำพาจิตใจไปสู่ความลึกลับที่อยู่เบื้องหลัง
“ติ๊ง! ตรวจพบเส้นทางสู่ ‘อาณาจักรมังกรลับ’ โฮสต์ต้องการเดินทางเข้าสู่เส้นทางนี้หรือไม่?” เสียงของระบบดังขึ้นอีกครั้ง
หลิงเยว่จ้องมองไปยังทางเดินลับนั้นด้วยความสงสัยและความตื่นเต้น นางรู้สึกได้ถึงพลังงานที่แข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่าที่พุ่งออกมาจากเส้นทางนั้น ราวกับว่ามีสิ่งล้ำค่าบางอย่างที่รอคอยการค้นพบอยู่ที่ปลายทาง
“อาณาจักรมังกรลับงั้นหรือ… ดูเหมือนว่าการผจญภัยของข้าเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ”
นางหันกลับไปมองแอ่งน้ำสีฟ้าใสที่ยังคงเดือดพล่าน และศิลาจารึกที่ยังคงเปล่งประกายแห่งภูมิปัญญาโบราณ ก่อนที่จะหันกลับมามองเส้นทางลับอีกครั้ง ด้วยความมุ่งมั่นที่แรงกล้า หลิงเยว่ตัดสินใจที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทางนั้นโดยไม่ลังเล แม้จะยังไม่รู้ว่าสิ่งใดรอคอยนางอยู่เบื้องหน้า แต่ด้วยพลังของราชินีมังกรที่เพิ่งตื่นขึ้น นางก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง
เมื่อร่างของหลิงเยว่ก้าวเข้าไปในทางเดินลับ แสงสีฟ้าอ่อนก็ค่อยๆ กลืนกินร่างของนางไปจนหมดสิ้น และผนังถ้ำก็ปิดลงอย่างเงียบงัน ราวกับว่าไม่เคยมีเส้นทางลับนี้อยู่มาก่อน ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบภายในถ้ำที่กลับคืนสู่สภาพเดิม พร้อมกับความลับที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ผืนพิภพมานับพันปี และการกำเนิดใหม่ของราชินีมังกรที่กำลังจะเปิดฉากตำนานบทใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
เส้นทางที่ทอดลึกเข้าไปนั้นมืดมิดและวกวน หลิงเยว่สัมผัสได้ถึงกระแสลมเย็นที่พัดโชยมาเป็นระยะๆ แต่มันไม่ใช่ลมธรรมดา หากแต่เป็นกระแสลมที่เต็มไปด้วยพลังปราณอันบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนอยู่ในอากาศ ทำให้การหายใจของนางรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าอย่างน่าประหลาด เสียงหยดน้ำกระทบพื้นหินดังก้องเป็นจังหวะในความเงียบสงัด ทำให้บรรยากาศยิ่งดูลึกลับชวนค้นหา
“ติ๊ง! ตรวจพบพลังงานมังกรโบราณเข้มข้นในบริเวณนี้! แนะนำให้โฮสต์ดูดซับพลังงานเพื่อเพิ่มพูนการบ่มเพาะ!” เสียงระบบเตือนขึ้น
หลิงเยว่พยักหน้าเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงพลังงานที่ว่านั้นมาตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาแล้ว มันเป็นพลังงานที่ละเอียดอ่อนและบริสุทธิ์กว่าพลังงานปราณทั่วไปหลายเท่า นางหยุดเดินชั่วครู่และเริ่มโคจรพลังปราณตามเคล็ดวิชาที่เพิ่งได้รับจากการปลุกพลังสายเลือดราชินีมังกรบรรพกาลทันที
เมื่อนางเริ่มดูดซับพลังงาน กระแสพลังปราณมังกรโบราณก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างของนางอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ราวกับเขื่อนที่พังทลายลง พลังงานเหล่านั้นไม่ได้เพียงแค่เพิ่มพูนพลังปราณให้นางเท่านั้น แต่ยังซึมซาบเข้าสู่ทุกส่วนของร่างกาย ขัดเกลาเส้นเอ็น กระดูก และผิวหนังให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น หลิงเยว่รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในทุกขณะ การบ่มเพาะของนางก้าวหน้าอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วยาม การบ่มเพาะของนางก็ทะลุผ่านขอบเขตผู้ฝึกยุทธ์มิติขั้นกลางและกำลังจะก้าวเข้าสู่ขั้นสูงแล้ว
“พลังนี้ช่างน่าอัศจรรย์นัก” หลิงเยว่คิดในใจ ความเร็วในการบ่มเพาะที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนี้เป็นสิ่งที่นางไม่เคยคาดคิดมาก่อน มันทำให้ความมั่นใจของนางเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล
นางใช้เวลาอีกพักใหญ่ในการดูดซับพลังงานที่อยู่รอบๆ จนรู้สึกว่าร่างกายอิ่มเอมไปด้วยพลังปราณแล้ว จึงตัดสินใจเดินทางต่อไป เส้นทางนั้นเริ่มกว้างขึ้นเรื่อยๆ และผนังถ้ำก็เริ่มปรากฏภาพสลักที่เลือนลางของมังกรโบราณต่างๆ ภาพสลักเหล่านั้นเล่าเรื่องราวของเผ่าพันธุ์มังกรในอดีตกาล ความรุ่งโรจน์ ความเสื่อมถอย และการจากไปอย่างลึกลับ หลิงเยว่หยุดยืนพิจารณาภาพสลักเหล่านั้นอย่างตั้งใจ ราวกับกำลังย้อนเวลากลับไปสู่ยุคโบราณที่มังกรยังคงครองโลก
ยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่ บรรยากาศก็ยิ่งเปลี่ยนไป จากความมืดมิดและเงียบสงัด ก็เริ่มมีแสงสว่างสีทองอ่อนๆ ส่องออกมาจากปลายทาง และเสียงคำรามที่คุ้นเคยก็ดังแว่วมาในโสตประสาท เสียงคำรามนั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความดุร้าย หากแต่แฝงไว้ด้วยความเหงาและโหยหาบางอย่าง
“เสียงอะไรน่ะ?” หลิงเยว่รู้สึกใจเต้นระรัว นางเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น ความสงสัยและความตื่นเต้นปะปนกันอยู่ในใจ
เมื่อนางเดินพ้นจากทางเดินลับเข้าสู่โถงถ้ำขนาดใหญ่ สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้นางถึงกับต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ใจกลางโถงถ้ำมีมังกรสีทองตัวมหึมานอนขดตัวอยู่ มังกรตัวนั้นมีขนาดใหญ่โตจนแทบจะเต็มโถงถ้ำ เกล็ดสีทองของมันเปล่งประกายระยิบระยับราวกับทองคำบริสุทธิ์ ดวงตาของมันปิดสนิทราวกับกำลังหลับใหล ทว่าลมหายใจอันสม่ำเสมอของมันกลับบ่งบอกว่ามันยังมีชีวิตอยู่
“ติ๊ง! ตรวจพบมังกรทองบรรพกาลกำลังหลับใหล! ตรวจสอบสถานะ: อ่อนแออย่างยิ่ง! พลังงานใกล้หมด!” เสียงระบบแจ้งเตือนขึ้น หลิงเยว่ก้าวเท้าเข้าไปใกล้มังกรทองอย่างช้าๆ หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายได้ มังกรตัวนี้ดูสง่างามและน่าเกรงขามอย่างยิ่ง แม้จะอยู่ในสภาพที่อ่อนแอ แต่มันก็ยังคงแผ่รัศมีแห่งอำนาจออกมาอย่างชัดเจน
นางเอื้อมมือไปสัมผัสเกล็ดสีทองของมัน เกล็ดนั้นเย็นเฉียบและหยาบกร้าน เมื่อปลายนิ้วของนางสัมผัสกับเกล็ด มังกรทองก็ลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาของมันเป็นสีทองอ่อนๆ ที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความเศร้า มันมองมาที่หลิงเยว่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
“เจ้า... ผู้สืบทอดสายเลือด... ในที่สุด... เจ้าก็มาถึง...” เสียงของมังกรทองดังขึ้นในจิตใจของหลิงเยว่ มันเป็นเสียงที่แหบพร่าและอ่อนแรง แต่ก็เต็มไปด้วยภูมิปัญญาและความยิ่งใหญ่ของมังกรบรรพกาล
หลิงเยว่รู้สึกได้ถึงกระแสจิตที่เชื่อมโยงระหว่างนางกับมังกรทอง มันเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้งราวกับญาติสนิทที่พลัดพรากจากกันมานาน
“ท่าน... คือใคร? และทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?” หลิงเยว่ถามกลับไปในจิตใจ “ข้า... คือผู้พิทักษ์... ของอาณาจักรแห่งนี้... และข้า... ได้รอคอยเจ้ามานานแสนนาน...” มังกรทองตอบกลับด้วยเสียงที่แผ่วเบา “พลังของข้า... กำลังจะหมดลง... แต่เจ้า... คือความหวังสุดท้าย... ของเผ่าพันธุ์มังกร...”
มันค่อยๆ ยกหัวขึ้นมามองหลิงเยว่ด้วยแววตาที่อ่อนโยน ก่อนที่จะเอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยความยากลำบาก “จงรับ... พลังที่เหลืออยู่ของข้าไป... และจงสานต่อ... เจตนารมณ์... แห่งราชินีมังกร...”
ก่อนที่หลิงเยว่จะทันได้ตอบสนอง ร่างกายของมังกรทองก็เริ่มเปล่งแสงสีทองอร่าม แสงนั้นสว่างจ้าจนแทบจะกลืนกินทุกสิ่งในโถงถ้ำ พลังงานมหาศาลพุ่งตรงเข้าสู่ร่างของหลิงเยว่โดยตรง ความรู้สึกเจ็บปวดจากการดูดซับพลังงานเข้ามาอีกครั้ง แต่นางก็กัดฟันอดทน เพราะรู้ดีว่านี่คือภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ที่นางต้องแบกรับ
“ติ๊ง! โฮสต์กำลังดูดซับพลังงานจาก ‘มังกรทองบรรพกาล’ โปรดเตรียมพร้อมสำหรับการอัปเกรดครั้งใหญ่!” เสียงของระบบดังขึ้นด้วยความตื่นเต้น
หลิงเยว่รู้สึกว่าร่างกายของนางกำลังถูกหลอมรวมกับพลังของมังกรทองบรรพกาล เกล็ดมังกรแก้วมณีบนร่างของนางส่องประกายสีทองอร่าม ดวงตาของนางเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม นางรู้สึกได้ถึงความผูกพันอันลึกซึ้งกับมังกรทองที่กำลังส่งมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่นาง
เมื่อแสงสีทองจางหายไป มังกรทองบรรพกาลก็สลายกลายเป็นผงธุลีสีทองที่โปรยปรายลงมาบนพื้น เหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายของพลังมังกรที่ยังคงอบอวลอยู่ในโถงถ้ำ หลิงเยว่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น หัวใจของนางเต็มไปด้วยความเศร้าโศก แต่ก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำตามเจตนารมณ์ของมังกรทอง
“ข้าจะสานต่อเจตนารมณ์ของท่าน... ท่านมังกรทองบรรพกาล” หลิงเยว่กล่าวออกมาเสียงแผ่วเบา ราวกับกำลังให้คำมั่นสัญญากับมังกรทองที่จากไป
ร่างกายของนางเต็มไปด้วยพลังที่ไม่เคยมีมาก่อน การบ่มเพาะของนางทะลุผ่านขอบเขตผู้ฝึกยุทธ์มิติขั้นสูง และกำลังมุ่งหน้าสู่ขอบเขตเหนือมิติ! พลังงานที่มหาศาลนี้ทำให้หลิงเยว่รู้สึกราวกับว่านางสามารถฉีกกระชากท้องฟ้าและพลิกคว่ำผืนปฐพีได้ด้วยพละกำลังเพียงเล็กน้อย
“ติ๊ง! โฮสต์ได้รับ ‘แก่นพลังมังกรทองบรรพกาล’ (ระดับมหาเทพ)! พลังปราณและพลังกายเพิ่มขึ้นอย่างถาวร!” “ติ๊ง! ทักษะ ‘คำรามราชินีมังกรสะท้านฟ้า’ ได้รับการอัปเกรดเป็น ‘คำรามราชินีมังกรทองสะท้านสวรรค์’ (ระดับจักรพรรดิเทพ)! สามารถเรียกอัญเชิญเงาร่างมังกรทองบรรพกาลเพื่อโจมตีศัตรู!” “ติ๊ง! โฮสต์ได้รับ ‘มรดกความรู้มังกรทองบรรพกาล’ ปลดล็อกข้อมูลเกี่ยวกับ ‘อาณาจักรสวรรค์มังกร’!”
เสียงของระบบยังคงแจ้งเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับหลิงเยว่ อาณาจักรสวรรค์มังกร? นี่คืออะไรกันแน่? หลิงเยว่รู้สึกได้ถึงความลับที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมที่กำลังรอคอยการเปิดเผย
เมื่อการดูดซับพลังงานเสร็จสิ้นลง หลิงเยว่ก็รู้สึกได้ถึงพลังงานที่แปลกประหลาดที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในโถงถ้ำแห่งนี้ มันไม่ใช่พลังงานของมังกร แต่เป็นพลังงานที่มืดมิดและชั่วร้าย ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังซ่อนตัวอยู่
“ติ๊ง! ตรวจพบร่องรอยของพลังงานอสูรโบราณในบริเวณใกล้เคียง! โปรดระมัดระวัง!”
หลิงเยว่หันขวับไปตามทิศทางที่ระบบแจ้งเตือน นางมองเห็นรอยแตกเล็กๆ บนผนังถ้ำที่ดูเหมือนจะเพิ่งเกิดขึ้นใหม่ รอยแตกนั้นเปล่งแสงสีดำมืดออกมาจางๆ พลังงานอสูรโบราณงั้นหรือ? มังกรทองบรรพกาลที่อ่อนแอลงก็เพราะพลังงานนี้ใช่หรือไม่?
นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของอันตรายที่กำลังใกล้เข้ามา แต่ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกท้าทายผุดขึ้นมาในใจ หลิงเยว่บัดนี้ไม่ใช่หญิงสาวที่เคยหวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว นางคือราชินีมังกรผู้ทรงพลัง พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกอุปสรรคที่ขวางทาง
นางก้าวเดินไปยังรอยแตกนั้นอย่างไม่ลังเล พลังงานมังกรทองบรรพกาลที่เพิ่งได้รับมาไหลเวียนอยู่ในร่างกายอย่างเต็มเปี่ยม เมื่อนางเข้าใกล้รอยแตกมากขึ้น แสงสีดำก็ยิ่งสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ เผยให้เห็นดวงตาปีศาจสีแดงฉานที่กำลังจ้องมองออกมาจากความมืดมิด ราวกับมันกำลังรอคอยการมาถึงของนาง
“ใครกันที่บังอาจมาหลับใหลอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้!” หลิงเยว่เอ่ยออกมาด้วยเสียงที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ ดวงตาของนางเปล่งประกายสีทองเจิดจ้า ราวกับกำลังประกาศถึงการมาถึงของราชินีมังกรองค์ใหม่ที่พร้อมจะกวาดล้างความชั่วร้ายทุกรูปแบบ
รอยแตกบนผนังถ้ำเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และจากภายในนั้นก็มีเงาร่างสีดำขนาดมหึมาค่อยๆ คลืบคลานออกมา กลิ่นอายของความชั่วร้ายแผ่ซ่านไปทั่วทั้งโถงถ้ำ ทำให้บรรยากาศที่เคยศักดิ์สิทธิ์กลับกลายเป็นความมืดมิดและน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด
“เจ้า... ราชินีมังกรองค์ใหม่... ดูเหมือนว่าข้าจะต้องขจัดเจ้าให้พ้นทางเสียก่อนที่จะได้เห็นความรุ่งโรจน์ของเผ่าพันธุ์มังกรอีกครั้ง!” เสียงของปีศาจดังขึ้นในจิตใจของหลิงเยว่ มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความแค้นและความกระหายเลือด
หลิงเยว่จ้องมองไปยังเงาร่างสีดำที่กำลังปรากฏตัวออกมาอย่างเต็มตัว มันคืออสูรโบราณที่มีรูปร่างคล้ายสัตว์ประหลาดขนาดมหึมา มีปีกค้างคาวขนาดใหญ่และกรงเล็บที่แหลมคม ดวงตาของมันเปล่งประกายสีแดงฉานราวกับเปลวเพลิงแห่งนรก
ศึกแรกในฐานะราชินีมังกรกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!

ราชินีมังกรครองสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก