เงาร่างสีดำทะมึนของอสูรโบราณพลันคำรามกึกก้อง คลื่นเสียงอัมหิตพุ่งเข้าใส่หลิงเยว่ราวกับพายุทมิฬ ท้องถ้ำศักดิ์สิทธิ์สั่นสะเทือน ดินหินร่วงหล่นลงมาเป็นทาง หลิงเยว่ยืนหยัดอย่างมั่นคง แม้ใบหน้าจะยังคงแสดงความตกตะลึงกับรูปลักษณ์อันน่าเกรงขามของมัน แต่แววตาของนางกลับฉายประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวไม่หวั่นเกรง พลังมังกรในกายที่เพิ่งตื่นขึ้นไหลเวียนอย่างบ้าคลั่งราวกับแม่น้ำเชี่ยวกรากเตรียมพร้อมจะปะทุออกมา
“เจ้าผู้ถือครองสายเลือดมังกร… บัดนี้เจ้าได้ตื่นขึ้นแล้วสินะ” เสียงของอสูรโบราณแผ่ซ่านเข้ามาในจิตใจของหลิงเยว่ มันไม่ใช่แค่เสียงที่เปล่งออกจากลำคอ หากแต่เป็นพลังจิตที่รุนแรงราวกับการบีบอัดของแรงดันมหาศาล “ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเผ่าพันธุ์ที่เคยเหยียบย่ำพวกข้า… กลิ่นอายที่ข้าเกลียดชัง!”
ทันใดนั้น อสูรโบราณก็กระพือปีกค้างคาวขนาดมหึมาอย่างแรง พลังงานอสูรสีดำทะมึนก่อตัวขึ้นรอบกายมัน พุ่งเข้าโจมตีหลิงเยว่ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาจะจับได้ กรงเล็บแหลมคมของมันที่เปรียบดั่งมีดกรีดอากาศ กำลังจะฉีกร่างของนางเป็นชิ้นๆ หลิงเยว่ไม่รอช้า พลังปราณมังกรสีฟ้าครามปะทุออกจากร่างนาง แผ่ขยายออกไปเป็นเกราะป้องกันบางๆ แต่แข็งแกร่งราวกับกำแพงเหล็กกล้า
ปัง!
เสียงปะทะดังสนั่นกึกก้องไปทั่วทั้งถ้ำ แรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้หลิงเยว่ถอยหลังไปหลายก้าว เท้าของนางฝังลึกลงไปในพื้นหิน แต่เกราะพลังปราณของนางยังคงไม่บุบสลาย เพียงแต่สั่นไหวเล็กน้อยเท่านั้น ดวงตาของอสูรโบราณเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย มันไม่คาดคิดว่าหญิงสาวตัวเล็กๆ ที่เพิ่งตื่นขึ้นจะสามารถต้านทานการโจมตีของมันได้ถึงเพียงนี้
“พลังปราณที่แข็งแกร่ง… ไม่เลว” อสูรโบราณคำราม “แต่แค่นั้นยังไม่พอที่จะหยุดข้า!”
หลิงเยว่ไม่ตอบโต้ด้วยคำพูด แต่นางตอบโต้ด้วยการกระทำ สัญชาตญาณการต่อสู้ที่ฝังลึกอยู่ในสายเลือดมังกรบรรพกาลพลันตื่นขึ้น ร่างกายของนางเคลื่อนไหวราวกับสายฟ้าแลบ พุ่งทะยานเข้าหาอสูรโบราณด้วยความเร็วที่ไม่ด้อยไปกว่ากัน พลังปราณมังกรสีฟ้าครามรวมตัวกันที่กำปั้นของนาง ก่อตัวเป็นประกายแสงที่เจิดจ้าดุจดวงดาวแห่งมังกร
หมัดมังกรผ่าสมุทร!
หลิงเยว่ซัดหมัดออกไปอย่างรุนแรง พลังปราณมังกรพุ่งทะยานออกไปเป็นลำแสงสีฟ้าครามขนาดใหญ่ แหวกอากาศด้วยเสียงคำรามราวกับมังกรที่กำลังโกรธเกรี้ยว พุ่งเข้าชนลำตัวของอสูรโบราณอย่างจัง อสูรโบราณไม่ทันตั้งตัว มันไม่คิดว่าหลิงเยว่จะกล้าโจมตีสวนกลับมาโดยตรง ร่างของมันถูกกระแทกจนเซถอยหลังไปเล็กน้อย พลังปราณมังกรได้ทิ้งรอยไหม้เกรียมเอาไว้บนเกล็ดสีดำสนิทของมัน
“อ๊ากกก!” อสูรโบราณคำรามด้วยความเจ็บปวด มันไม่เคยถูกสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์ต่ำต้อยโจมตีจนได้รับบาดเจ็บถึงเพียงนี้มาก่อน ความโกรธแค้นพลันปะทุขึ้นในดวงตาที่แดงฉานของมัน
“เจ้าบังอาจทำร้ายข้า… เจ้าจะได้รับบทเรียนที่ไม่มีวันลืม!”
ปีกค้างคาวขนาดมหึมาของมันกระพืออีกครั้ง พลังงานอสูรสีดำทะมึนแผ่ซ่านออกมาจากร่างของมันอย่างบ้าคลั่ง ก่อตัวเป็นหนามแหลมคมสีดำนับไม่ถ้วน พุ่งเข้าใส่หลิงเยว่ราวกับห่าฝน หลิงเยว่สัมผัสได้ถึงพลังที่รุนแรงและมุ่งร้ายที่แฝงอยู่ในหนามแต่ละอัน หากถูกโจมตีเข้าเต็มๆ แม้แต่สายเลือดมังกรของนางก็อาจได้รับอันตราย
ในชั่วพริบตา ระบบพลันปรากฏขึ้นในจิตใจของหลิงเยว่
[ตรวจพบการโจมตีจากพลังงานอสูรโบราณ ระดับภัยคุกคาม: สูง] [แนะนำ: ใช้ทักษะ ‘เกล็ดมังกรทมิฬคุ้มกาย’ หรือ ‘โล่มังกรแห่งแสง’]
หลิงเยว่ไม่ลังเล นางตัดสินใจเลือกใช้ทักษะที่เพิ่งได้รับมาจากการหลอมรวมสายเลือดมังกร ทักษะ ‘เกล็ดมังกรทมิฬคุ้มกาย’
ทันใดนั้น ผิวหนังของหลิงเยว่ก็เปล่งประกายสีดำอมฟ้าเข้ม เกล็ดมังกรขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าปรากฏขึ้นทั่วร่างของนางอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งและวาววับราวกับอัญมณีสีนิล หนามแหลมคมสีดำนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าปะทะกับเกราะเกล็ดมังกร เกิดเสียงกระทบกันดัง “แกร๊ก แกร๊ก” ราวกับเสียงของโลหะกระทบกัน
หนามอสูรเหล่านั้นไม่สามารถเจาะทะลุเกล็ดมังกรได้แม้แต่น้อย เพียงแต่ทิ้งรอยขีดข่วนบางๆ ไว้เท่านั้น ก่อนจะแตกสลายกลายเป็นผงธุลีสีดำ
“เป็นไปได้อย่างไร!?” อสูรโบราณตะโกนด้วยความตกใจ ดวงตาของมันจ้องมองไปยังหลิงเยว่ด้วยความไม่เชื่อ มันไม่เคยพบเห็นพลังป้องกันเช่นนี้มาก่อน
หลิงเยว่รู้สึกได้ถึงพลังปราณมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในเกล็ดมังกรทมิฬคุ้มกาย ทักษะนี้ไม่เพียงแต่ป้องกันการโจมตี แต่ยังดูดซับพลังงานบางส่วนจากการโจมตีของศัตรูมาเสริมความแข็งแกร่งให้ตัวเองอีกด้วย นี่คือพลังของสายเลือดราชินีมังกรบรรพกาลอย่างแท้จริง
[ทักษะ ‘เกล็ดมังกรทมิฬคุ้มกาย’ ระดับ 1: ป้องกันกาย +100, ดูดซับพลังงานโจมตี 5%] [พลังชีวิต: 100/100] [พลังปราณ: 95/100]
หลิงเยว่มองเห็นสถานะของตัวเองที่ปรากฏขึ้นในจิตใจ พลังปราณของนางลดลงเล็กน้อยจากการใช้ทักษะ แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่สูงมาก นางรู้สึกมั่นใจมากขึ้นในการเผชิญหน้ากับอสูรตนนี้
“เจ้าไม่ควรดูถูกราชินีมังกร!” หลิงเยว่ประกาศเสียงดัง พลังปราณมังกรในร่างพลันพุ่งทะยานสูงขึ้น เปล่งรัศมีสีฟ้าครามที่เจิดจ้าจนส่องสว่างไปทั่วทั้งถ้ำ ร่างของนางลอยขึ้นกลางอากาศอย่างสง่างาม ผมสีดำสนิทพลิ้วไหวราวกับคลื่นทะเล ดวงตาของนางเปล่งประกายสีทองอร่ามราวกับดวงตะวัน
“ราชินีมังกร? ฮ่าๆๆๆ!” อสูรโบราณหัวเราะเสียงดัง “ราชินีมังกรที่อ่อนแอเช่นเจ้าจะทำอะไรข้าได้! เผ่าพันธุ์ของเจ้าถูกข้ากวาดล้างจนแทบสิ้นซากไปแล้ว!”
“นั่นมันเมื่อก่อน!” หลิงเยว่ตวาดกลับ “ตอนนี้ข้าคือผู้สืบทอดสายเลือด! ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นถึงพลังที่แท้จริงของเผ่าพันธุ์มังกร!”
หลิงเยว่รวบรวมพลังปราณมังกรทั้งหมดไว้ที่ฝ่ามือขวาของนาง ก่อตัวเป็นลูกแก้วพลังงานสีฟ้าครามที่หมุนวนอย่างรวดเร็ว ภายในลูกแก้วนั้นมีภาพจำลองของมังกรโบราณขนาดมหึมาที่กำลังคำรามกึกก้อง พลังงานที่แผ่ออกมาจากลูกแก้วนั้นรุนแรงจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว
[ทักษะ ‘มังกรคำรณพิฆาต’ ระดับ 1: สร้างความเสียหายเวทมนตร์มหาศาลแก่ศัตรูเดี่ยว พลังปราณที่ใช้: 30]
“จงรับการพิพากษาจากมังกร!”
หลิงเยว่ปล่อยลูกแก้วพลังงานออกไป ลูกแก้วนั้นพุ่งทะยานเข้าหาอสูรโบราณด้วยความเร็วเหนือเสียง ทิ้งร่องรอยของพลังงานมังกรเอาไว้เบื้องหลัง อสูรโบราณรู้สึกได้ถึงภัยคุกคามที่รุนแรง มันรีบใช้ปีกขนาดใหญ่ของมันกางออกเพื่อป้องกันตัวเอง พร้อมกับรวบรวมพลังงานอสูรสีดำมาปกคลุมทั่วร่าง
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งถ้ำ แรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้ถ้ำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม หินขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงมาจากเพดานถ้ำ ฝุ่นควันและเศษหินฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณจนมองไม่เห็นสิ่งใด
หลิงเยว่ร่อนลงสู่พื้น นางหอบหายใจเล็กน้อยจากการใช้พลังปราณไปมาก แต่แววตาของนางยังคงเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น นางจ้องมองไปยังบริเวณที่อสูรโบราณถูกโจมตีด้วยสายตาที่คมกริบ
เมื่อฝุ่นควันค่อยๆ จางหายไป ภาพที่ปรากฏทำให้หลิงเยว่ต้องขมวดคิ้ว อสูรโบราณยังคงยืนหยัดอยู่ แต่สภาพของมันย่ำแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด ปีกของมันมีรอยฉีกขาดหลายแห่ง เกล็ดสีดำสนิทบางส่วนแตกหัก เผยให้เห็นเนื้อหนังสีม่วงคล้ำด้านใน เลือดสีดำเหนียวข้นไหลเยิ้มออกมาจากบาดแผล
[อสูรโบราณ: พลังชีวิต 60/100]
ระบบแสดงสถานะของอสูรโบราณ หลิงเยว่พยักหน้าเล็กน้อย แม้การโจมตีของนางจะรุนแรง แต่ก็ยังไม่สามารถสังหารมันได้ในการโจมตีครั้งเดียว อสูรโบราณตนนี้แข็งแกร่งกว่าที่นางคาดไว้มาก
“เจ้า… เจ้าบังอาจ… ทำร้ายข้าถึงเพียงนี้!” อสูรโบราณคำรามด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น ดวงตาของมันลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความอาฆาต “ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ ให้มังกรทองตัวนั้นได้เห็นว่าเผ่าพันธุ์ของมันอ่อนแอแค่ไหน!”
พลังงานอสูรสีดำรอบกายของมันเริ่มปั่นป่วนอย่างรุนแรง มันดูดซับพลังงานจากสภาพแวดล้อมรอบๆ อย่างบ้าคลั่ง ขนาดตัวของมันเริ่มพองโตขึ้น เกล็ดที่แตกหักค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างช้าๆ แต่พลังงานที่แผ่ออกมากลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม
[อสูรโบราณกำลังเข้าสู่โหมด ‘คลั่ง’ พลังโจมตีและพลังป้องกันเพิ่มขึ้น 50% ทุกทักษะใช้พลังปราณน้อยลง 30%] [คำเตือน! ระวังทักษะ ‘กรงเล็บแห่งความมืด’ และ ‘คำสาปอัมหิต’]
ระบบเตือนหลิงเยว่อีกครั้ง นางรู้ว่าสถานการณ์กำลังเลวร้ายลง อสูรที่เข้าสู่โหมดคลั่งย่อมอันตรายกว่าเดิมหลายเท่า หลิงเยว่กำหมัดแน่น นางจะต้องเอาชนะมันให้ได้ ไม่ใช่เพื่อตัวนางเอง แต่เพื่อศักดิ์ศรีของเผ่าพันธุ์มังกร!
“เจ้าจะคลั่งแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์!” หลิงเยว่ตะโกน “ข้าคือราชินีมังกร! ข้าจะไม่มีวันพ่ายแพ้ต่อปีศาจเช่นเจ้า!”
หลิงเยว่เรียกใช้ทักษะอีกครั้ง พลังปราณมังกรสีฟ้าครามไหลเวียนจากแก่นแท้มังกรในกายของนางอย่างไม่หยุดยั้ง นางประสานมือเข้าหากัน รวบรวมพลังงานมังกรจำนวนมหาศาลมาไว้ที่กึ่งกลางระหว่างฝ่ามือ แสงสีฟ้าครามที่เจิดจ้าเกินกว่าจะมองตรงๆ ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นลำแสงมังกรขนาดมหึมาที่พุ่งตรงไปยังอสูรโบราณ
[ทักษะ ‘ลำแสงมังกรบรรพกาล’ ระดับ 1: สร้างความเสียหายเวทมนตร์วงกว้างแก่ศัตรูทั้งหมดในระยะ พลังปราณที่ใช้: 40]
อสูรโบราณพุ่งเข้าหาหลิงเยว่ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ กรงเล็บแห่งความมืดของมันเปล่งแสงสีดำทมิฬ พุ่งเข้าจู่โจมนางพร้อมกับลำแสงมังกรบรรพกาลที่พุ่งเข้าใส่มัน
ศึกการปะทะของพลังปราณมังกรและพลังงานอสูรกำลังจะตัดสินชะตาของทั้งสอง! อสูรโบราณคำรามกึกก้อง มันยกกรงเล็บอันแข็งแกร่งขึ้นฟาดฟันเข้าใส่ลำแสงมังกรบรรพกาลที่พุ่งตรงมา ในขณะเดียวกัน ร่างของหลิงเยว่ก็พุ่งเข้าหามันอย่างไม่เกรงกลัว มือของนางแปรเปลี่ยนเป็นกรงเล็บมังกรที่เปล่งประกายสีเงินยวง เตรียมพร้อมที่จะฉีกกระชากร่างของอสูรโบราณออกเป็นเสี่ยงๆ นี่ไม่ใช่แค่การต่อสู้เพื่อชีวิตรอด แต่เป็นการพิสูจน์ถึงการกำเนิดใหม่ของราชินีมังกร!

ราชินีมังกรครองสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก