ราชินีมังกรครองสวรรค์

ตอนที่ 24 — มหาศึกมังกรคำรณ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

200 ตอน · 2,435 คำ

... "วิสัยทัศน์มังกรแท้" ทันที ดวงตาของนางพลันเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม มองทะลุเห็นการไหลเวียนของพลังงานมหาศาลที่กำลังอัดแน่นอยู่ที่ปากของมังกรบรรพกาล ราวกับว่ามิติแห่งกาลเวลาและอวกาศได้หยุดนิ่งลงชั่วขณะ เผยให้เห็นถึงแก่นแท้ของพลังที่กำลังจะถูกปลดปล่อย

มันคือพลังงานแห่งการทำลายล้างบริสุทธิ์ ไม่ใช่แค่เพียงการโจมตีทางกายภาพ ‌แต่มันยังแฝงไปด้วยเจตจำนงแห่งการกดขี่ที่สามารถบดขยี้จิตวิญญาณของผู้ที่อ่อนแอได้ หลิงเยว่เห็นถึงจุดศูนย์รวมของพลังงานซึ่งเป็นแกนกลางสีดำสนิทที่หมุนวนอยู่ภายในมวลพลังงานสีแดงฉานขนาดมหึมา นางสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนระดับปรมาจารย์ที่แผ่ออกมา มันไม่ใช่เพียงแค่ทักษะ แต่เป็นอำนาจที่ฝังรากลึกอยู่ในสายเลือดของมังกรบรรพกาลนับพันปี

“พลังงานมังกรขั้นสุดยอด... สังเคราะห์ด้วยแกนวิญญาณ!” เสียงของระบบดังขึ้นในหูของหลิงเยว่ "ระวัง! ​การโจมตีนี้มีพลังทำลายล้างถึงระดับราชันย์สวรรค์ขั้นต้น!"

ราชันย์สวรรค์! นั่นคือระดับที่อยู่เหนือราชันย์ขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง หลิงเยว่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตราชันย์ นางยังไม่มีเวลาแม้แต่จะทำความคุ้นเคยกับพลังใหม่ของตนเองดีด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้กลับต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีในระดับที่สูงกว่าถึงหนึ่งขั้น!

ไม่มีเวลาให้ลังเล พลังงานมหาศาลจากปากของมังกรบรรพกาลได้พุ่งทะยานออกมาแล้ว มันไม่ใช่ลำแสง แต่เป็นคลื่นพลังงานสีแดงเข้มที่บิดเบี้ยว ‍ราวกับมิติเองก็ไม่อาจทนทานต่อแรงกดดันนี้ได้ คลื่นพลังนั้นพุ่งตรงมาหานางด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ เพียงชั่วพริบตาเดียวมันก็มาถึงเบื้องหน้านางแล้ว

หลิงเยว่กัดฟันแน่น นางรวบรวมพลังปราณมังกรทั้งหมดที่มีอยู่ในร่างกาย พลังปราณสีทองอร่ามพุ่งออกมาจากร่างของนาง ก่อตัวเป็นม่านพลังป้องกันสองชั้นซ้อนกัน ชั้นแรกคือ ‘เกราะปราณมังกร’ ‌ที่เพิ่งได้รับการเสริมความแข็งแกร่งจากการทะลวงขอบเขต และชั้นที่สองคือ ‘โล่มังกรสุริยะ’ ซึ่งเป็นทักษะป้องกันขั้นสูงที่นางได้รับมาจากระบบเมื่อนานมาแล้ว

“ตูม!!!”

เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งอุโมงค์ แรงปะทะรุนแรงเสียจนพื้นดินสั่นสะเทือน กำแพงหินแข็งแกร่งแตกละเอียดเป็นผุยผง ก้อนหินขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงมาไม่หยุดหย่อน หากไม่ใช่เพราะอุโมงค์นี้สร้างขึ้นด้วยพลังงานพิเศษของเผ่ามังกร ‍มันคงพังทลายลงไปนานแล้ว

ม่านพลังป้องกันของหลิงเยว่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เกราะปราณมังกรปรากฏรอยร้าวขึ้นอย่างรวดเร็ว โล่มังกรสุริยะก็เช่นกัน มันเริ่มกะพริบไม่หยุดราวกับจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ หลิงเยว่รู้สึกถึงแรงกระแทกมหาศาลที่ทะลวงผ่านเข้ามาถึงร่างกาย เลือดร้อนๆ พุ่งขึ้นมาจุกที่คอหอย แต่นางก็กัดฟันกลืนลงไป ​พลังมังกรในร่างปั่นป่วนอย่างรุนแรง

“ระบบ! สถานะ!” นางตะโกนในใจ

[ผู้ใช้: หลิงเยว่] [ขอบเขตพลัง: ราชันย์ขั้นต้น (10%)] [พลังชีวิต: 78%] [ค่าพลังป้องกัน: ลดลง ​30% ชั่วคราว] [ทักษะ: เกราะปราณมังกร (เสียหาย 80%), โล่มังกรสุริยะ (เสียหาย 95%), ​วิสัยทัศน์มังกรแท้ (ใช้งานอยู่), พลังมังกรฟื้นฟู (ใช้งานอยู่)] [หมายเหตุ: การโจมตีของมังกรบรรพกาลผู้พิทักษ์ได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างพลังงานของผู้ใช้ กรุณาตอบโต้หรือถอยหนี]

ลดลง 30% ชั่วคราว! นี่เป็นเพียงการโจมตีครั้งแรกเท่านั้น และมันก็ทำให้พลังป้องกันของนางลดลงไปเกือบหนึ่งในสามแล้ว หากเป็นเช่นนี้ต่อไป นางคงไม่รอดแน่

มังกรบรรพกาลไม่รอช้า เมื่อเห็นว่าการโจมตีแรกของมันไม่สามารถบดขยี้หลิงเยว่ได้ทันที มันก็คำรามออกมาด้วยเสียงที่สะท้านฟ้าสะเทือนดิน แรงสั่นสะเทือนจากเสียงคำรามทำให้หลิงเยว่รู้สึกเจ็บปวดในโสตประสาทอย่างรุนแรง ร่างกายของนางชาไปชั่วขณะ

“มันกำลังจะโจมตีซ้ำ!” ระบบเตือน

หลิงเยว่รู้ดี มังกรบรรพกาลไม่เหมือนสัตว์อสูรทั่วไป มันมีสติปัญญาและประสบการณ์การต่อสู้ที่สูงส่ง มันจะไม่ยอมปล่อยให้เหยื่อมีโอกาสหายใจ

“หลบหลีกไม่ใช่ทางเลือก! ต้องตอบโต้!” หลิงเยว่ตัดสินใจ นางเปิดใช้งาน ‘กายาทมิฬมังกร’ ซึ่งเป็นทักษะที่เพิ่มความคล่องตัวและความแข็งแกร่งทางกายภาพอย่างมหาศาล ร่างกายของนางพลันปรากฏเกล็ดมังกรสีดำสนิทแวววาวขึ้นปกคลุม ผสมผสานกับพลังปราณมังกรสีทอง ทำให้เกิดออร่าที่น่าเกรงขาม

นางพุ่งทะยานเข้าหามังกรบรรพกาลอย่างไม่คิดชีวิต แทนที่จะหลบเลี่ยงการโจมตีครั้งที่สอง นางเลือกที่จะเผชิญหน้า

“หลิงเยว่! นี่มันบ้าไปแล้ว!” ระบบร้องเตือนด้วยความตกใจ

“ข้าจะไม่ยอมให้มันข่มขู่ได้!” หลิงเยว่ตอบกลับด้วยความมุ่งมั่น ในขณะที่พุ่งเข้าหา ร่างกายของนางก็เริ่มรวบรวมพลังปราณมังกรอย่างบ้าคลั่ง พลังงานสีทองเข้มข้นหมุนวนรอบฝ่ามือของนาง ก่อตัวเป็นลูกแก้วพลังงานมังกรขนาดเล็กที่ส่องประกายเจิดจ้า

นี่คือ ‘ระเบิดมังกรคำราม’ ทักษะโจมตีที่ทรงพลังที่สุดของนางในตอนนี้!

มังกรบรรพกาลประหลาดใจเล็กน้อยกับความกล้าหาญของมนุษย์ตัวน้อยตรงหน้า ดวงตาสีแดงฉานหรี่ลงเล็กน้อย มันไม่คาดคิดว่าจะมีผู้ใดกล้าพุ่งเข้าหามันเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ลดทอนความตั้งใจที่จะโจมตีลง พลังงานแห่งการทำลายล้างครั้งที่สองกำลังก่อตัวขึ้นที่ปากของมันอีกครั้ง

หลิงเยว่ใช้ ‘วิสัยทัศน์มังกรแท้’ ตรวจจับการไหลเวียนของพลังงานอีกครั้ง นางเห็นจุดอ่อนเล็กๆ จุดหนึ่งที่แกนกลางพลังงานมังกรของมัน ซึ่งเป็นจุดที่พลังงานยังไม่สมบูรณ์เต็มที่เนื่องจากถูกเรียกใช้เร็วกว่ากำหนด

“ที่นั่น!”

ด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ หลิงเยว่พุ่งตัวหลบเลี่ยงคลื่นพลังงานมังกรที่สองที่พุ่งออกมาจากปากของมังกรบรรพกาลได้อย่างหวุดหวิด ร่างกายของนางบิดพลิ้วราวกับสายลม มุ่งตรงไปยังจุดอ่อนที่นางเห็นด้วยวิสัยทัศน์มังกรแท้

“ระเบิดมังกรคำราม!”

ลูกแก้วพลังงานมังกรสีทองถูกยิงออกไปจากฝ่ามือของหลิงเยว่ มันพุ่งทะยานราวกับดาวตกสีทองเข้าปะทะกับมวลพลังงานสีแดงฉานที่ยังก่อตัวไม่สมบูรณ์ดีนักของมังกรบรรพกาล

“ตูม!!!”

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่เสียงที่เกิดจากพลังมังกรของมังกรบรรพกาลเพียงฝ่ายเดียว มันคือการปะทะกันของพลังงานสองสายเลือดมังกรที่แตกต่างกัน

มังกรบรรพกาลคำรามด้วยความเจ็บปวดเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ที่มันปรากฏตัวขึ้น ร่างกายขนาดมหึมาของมันสั่นสะเทือนเล็กน้อย พลังงานมังกรที่มันกำลังจะปลดปล่อยออกมารอบสองนั้นแตกสลายไปในอากาศพร้อมกับแรงระเบิดที่รุนแรง

[ผู้ใช้: หลิงเยว่ ได้สร้างความเสียหาย 5% แก่มังกรบรรพกาลผู้พิทักษ์] [คะแนน: +500] [หมายเหตุ: มังกรบรรพกาลผู้พิทักษ์แสดงความประหลาดใจเล็กน้อย]

5% นี่คือผลลัพธ์ของการโจมตีสุดกำลังของนาง และมันก็สร้างความเสียหายให้มังกรบรรพกาลได้เพียง 5% เท่านั้น! แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือมันทำให้มังกรบรรพกาลประหลาดใจ หลิงเยว่รู้ว่านี่คือโอกาสของนาง

“มันไม่ได้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน! มันก็มีจุดอ่อน!” หลิงเยว่คิดในใจ นางรู้สึกถึงความเจ็บปวดจากแรงกระแทกที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในร่างกาย แต่จิตใจของนางกลับฮึกเหิมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

มังกรบรรพกาลเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองหลิงเยว่อย่างพิจารณา ราวกับกำลังประเมินค่าของนางใหม่ มันสัมผัสได้ถึงพลังงานมังกรบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนอยู่ในกายของหลิงเยว่ และความกล้าหาญที่เหนือความคาดหมายของมนุษย์

จากนั้น มันก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างรุนแรง ลมหายใจนั้นไม่ใช่แค่ลมธรรมดา แต่มันแฝงไปด้วยพลังปราณมังกรที่เย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็ง หลิงเยว่รู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว บรรยากาศรอบตัวนางเริ่มก่อตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งขนาดเล็ก

“ระวัง! มังกรบรรพกาลผู้พิทักษ์กำลังจะใช้ทักษะ ‘พายุหิมะมังกร’!” ระบบเตือน

ก่อนที่หลิงเยว่จะได้ตอบสนอง พายุหิมะมังกรก็พัดโหมกระหน่ำเข้าใส่นางทันที มันไม่ใช่พายุหิมะธรรมดา แต่เป็นพายุที่ประกอบไปด้วยเกล็ดน้ำแข็งแหลมคมนับพันนับหมื่นที่หมุนวนด้วยความเร็วสูง แต่ละเกล็ดน้ำแข็งมีพลังทำลายล้างเทียบเท่ากับอาวุธวิญญาณระดับต่ำ

หลิงเยว่เปิดใช้งาน ‘เกราะปราณมังกร’ และ ‘โล่มังกรสุริยะ’ อีกครั้ง แต่คราวนี้พลังป้องกันของนางลดลงไปมากแล้ว นางรู้ดีว่าไม่สามารถทนทานการโจมตีนี้ได้นาน

“ระบบ! มีทักษะอะไรที่สามารถต้านทานความเย็นได้บ้าง?” หลิงเยว่ถามอย่างรวดเร็ว

[กำลังวิเคราะห์... แนะนำทักษะ: ‘ประกายเพลิงมังกรทมิฬ’ (ใช้งานได้เมื่อผู้ใช้มีพลังปราณมังกรบริสุทธิ์ระดับสูง)]

ประกายเพลิงมังกรทมิฬ! หลิงเยว่จำได้ว่านี่คือทักษะที่นางได้รับมาจากการดูดซับแกนอสูรของมังกรทมิฬเมื่อครั้งก่อน แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ใช้เลย เพราะมันต้องการพลังปราณมังกรบริสุทธิ์ในระดับที่สูงมาก ซึ่งเพิ่งจะทำได้เมื่อทะลวงสู่ขอบเขตราชันย์

“เปิดใช้งานประกายเพลิงมังกรทมิฬ!” หลิงเยว่สั่งทันที

ในขณะที่พายุหิมะมังกรกำลังเข้าปะทะกับร่างของนางอย่างรุนแรง พลังปราณมังกรสีดำสนิทก็พวยพุ่งออกมาจากร่างของหลิงเยว่ มันไม่ใช่พลังปราณธรรมดา แต่มันคือเปลวเพลิงสีดำที่แผ่รังสีความร้อนออกมาอย่างมหาศาล

เปลวเพลิงสีดำนั้นหมุนวนรอบตัวหลิงเยว่ ก่อตัวเป็นเกราะป้องกันเพลิงทมิฬที่น่าเกรงขาม เกล็ดน้ำแข็งแหลมคมของพายุหิมะมังกรที่พุ่งเข้าปะทะกับเกราะเพลิงทมิฬก็ละลายหายไปในพริบตา ราวกับน้ำแข็งที่พบกับเปลวไฟที่ร้อนแรงที่สุด

“ฮ่าฮ่าฮ่า!” หลิงเยว่หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกที่ได้ปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของตัวเองออกมานั้นช่างน่าอัศจรรย์ใจนัก

[ทักษะ ‘ประกายเพลิงมังกรทมิฬ’ ใช้งานสำเร็จ] [ผู้ใช้: หลิงเยว่ ได้รับบัฟ: ต้านทานความเย็น 80%, สร้างความเสียหายไฟทมิฬ 200% ต่อเป้าหมายที่สัมผัส] [หมายเหตุ: พลังงานมังกรทมิฬเข้ากันได้ดีกับพลังมังกรบริสุทธิ์ของผู้ใช้ ทำให้เกิดพลังงานใหม่ที่ทรงอานุภาพ]

มังกรบรรพกาลคำรามอีกครั้งด้วยความประหลาดใจ คราวนี้มันไม่ใช่แค่ความประหลาดใจธรรมดา แต่มันเป็นความตกใจอย่างแท้จริง มังกรบรรพกาลตัวนี้มีอายุหลายพันปี ไม่เคยมีมนุษย์คนใดที่สามารถต้านทาน ‘พายุหิมะมังกร’ ของมันได้ง่ายดายเช่นนี้ แถมยังใช้พลังที่ดูเหมือนจะเป็นพลังงานมังกรทมิฬอันเก่าแก่ ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในยุคปัจจุบัน

พายุหิมะมังกรยังคงโหมกระหน่ำ แต่เกราะเพลิงทมิฬของหลิงเยว่ก็ยังคงต้านทานได้อย่างมั่นคง หลิงเยว่พุ่งตัวผ่านพายุหิมะราวกับเทพธิดาแห่งไฟทมิฬ มุ่งตรงเข้าหามังกรบรรพกาลอีกครั้ง

“จะโจมตีด้วยการโจมตีระยะประชิดหรือ?” ระบบถามด้วยความสงสัย

“ใช่! มันแข็งแกร่งเกินไปในระยะไกล ข้าต้องหาทางเข้าใกล้ และโจมตีจุดอ่อนของมันอีกครั้ง!” หลิงเยว่ตอบอย่างเด็ดขาด

นางรู้ดีว่าการต่อสู้กับมังกรบรรพกาลนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย มันเป็นสิ่งมีชีวิตระดับตำนานที่มีประสบการณ์การต่อสู้มาอย่างยาวนานและมีพลังมหาศาล แต่หลิงเยว่ก็มีข้อได้เปรียบของตัวเอง นั่นคือความยืดหยุ่น ความเร็ว และพลังปราณมังกรที่บริสุทธิ์ซึ่งเป็นพื้นฐานของวิทยายุทธ์มังกรที่นางฝึกฝน

เมื่อเข้าใกล้พอ หลิงเยว่ก็เห็นจุดอ่อนอีกครั้งด้วย ‘วิสัยทัศน์มังกรแท้’ คราวนี้มันเป็นตำแหน่งเล็กๆ ใต้ปีกซ้ายของมังกรบรรพกาล ซึ่งเป็นจุดที่เกล็ดมังกรดูเหมือนจะบางกว่าส่วนอื่นเล็กน้อย

“ดาบมังกรผ่าปฐพี!”

หลิงเยว่เรียกดาบวิญญาณคู่ใจของนางออกมา ดาบวิญญาณส่องประกายสีทองอร่าม มันถูกหลอมรวมด้วยพลังปราณมังกร ทำให้คมดาบเรืองแสงสีดำสลับทอง นางพุ่งตัวเข้าแทงไปยังจุดอ่อนใต้ปีกซ้ายของมังกรบรรพกาลด้วยความเร็วสูงสุด

มังกรบรรพกาลสัมผัสได้ถึงอันตราย มันพยายามที่จะกระพือปีกเพื่อหลบเลี่ยง แต่หลิงเยว่เร็วกว่า นางใช้ทักษะ ‘เงาร่างมังกร’ เพื่อเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ ร่างของนางปรากฏขึ้นเบื้องหลังจุดอ่อนนั้นทันที

“ฉึบ!”

เสียงคมดาบกรีดผ่านเกล็ดมังกรดังขึ้น แม้จะบางกว่าส่วนอื่น แต่เกล็ดมังกรบรรพกาลก็ยังคงแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ ดาบของหลิงเยว่สามารถแทงเข้าไปได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็เพียงพอที่จะสร้างความเสียหายให้มันได้

มังกรบรรพกาลคำรามด้วยความเจ็บปวดอีกครั้ง คราวนี้เสียงคำรามของมันเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ปีกซ้ายของมันกระตุกอย่างรุนแรง เลือดสีเข้มข้นหยดลงมาบนพื้นดิน

[ผู้ใช้: หลิงเยว่ ได้สร้างความเสียหาย 8% แก่มังกรบรรพกาลผู้พิทักษ์] [คะแนน: +800] [หมายเหตุ: มังกรบรรพกาลผู้พิทักษ์ได้เข้าสู่สภาวะ ‘โกรธเกรี้ยว’ พลังโจมตีเพิ่มขึ้น 50% ความเร็วในการใช้ทักษะเพิ่มขึ้น 30%]

โกรธเกรี้ยว! หลิงเยว่รู้ว่านี่ไม่ใช่ข่าวดี การที่พลังโจมตีของมังกรบรรพกาลเพิ่มขึ้น 50% นั้นหมายความว่าการโจมตีครั้งต่อไปของมันจะรุนแรงยิ่งกว่าเดิมมากนัก

มังกรบรรพกาลหันขวับมาทางหลิงเยว่ ดวงตาสีแดงฉานของมันลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งความพิโรธ มันสะบัดหางอันทรงพลังเข้าใส่นางด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ หางของมันใหญ่และแข็งแกร่งราวกับภูเขาทั้งลูกที่กำลังพุ่งเข้าชน

“หลบเร็ว!” ระบบเตือนด้วยความตื่นตระหนก

หลิงเยว่ไม่มีเวลาแม้แต่จะคิด ร่างกายของนางตอบสนองด้วยสัญชาตญาณมังกรอันบริสุทธิ์ นางเปิดใช้งาน ‘กายาทมิฬมังกร’ และ ‘เงาร่างมังกร’ ในเวลาเดียวกัน พุ่งตัวหลบการโจมตีของหางมังกรได้อย่างหวุดหวิดเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด

แต่แรงลมจากการสะบัดหางก็ยังคงรุนแรงเสียจนร่างของหลิงเยว่กระเด็นไปกระแทกกับผนังถ้ำอย่างจัง

“อั๊ก!” หลิงเยว่กระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง พลังชีวิตของนางลดลงฮวบฮาบ

[พลังชีวิต: 55%]

มังกรบรรพกาลไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไป มันอ้าปากกว้างอีกครั้ง พลังงานมังกรสีแดงเข้มที่ผสมผสานกับเปลวเพลิงสีดำที่รุนแรงกว่าเดิมเริ่มก่อตัวขึ้นที่ปากของมัน พลังงานนี้ดูดกลืนแสงสว่างรอบข้าง ทำให้บริเวณนั้นมืดมิดลงอย่างรวดเร็ว

“นี่คือ ‘ลมหายใจมังกรเพลิงทมิฬ’ ของมัน! เป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของมังกรบรรพกาล! ระดับหายนะ!” ระบบร้องเตือนด้วยเสียงที่จริงจังกว่าเดิม

หลิงเยว่รู้สึกได้ถึงพลังกดดันที่น่าสะพรึงกลัว คราวนี้มันรุนแรงกว่าการโจมตีครั้งแรกและครั้งที่สองรวมกันเสียอีก ร่างกายของนางชาไปทั้งตัว ความหวาดกลัวเริ่มคืบคลานเข้ามาในจิตใจ แต่ในขณะเดียวกัน สายเลือดมังกรในกายของนางก็ร้องคำรามออกมา ราวกับท้าทายความตาย

ไม่มีทางหนี ไม่มีทางหลบเลี่ยงได้ นี่คือการโจมตีที่นางต้องเผชิญหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ลมหายใจมังกรเพลิงทมิฬพุ่งออกมาจากปากของมังกรบรรพกาล มันเป็นลำแสงสีดำสนิทที่โอบล้อมด้วยเปลวเพลิงสีแดงเพลิง พุ่งตรงเข้าหาหลิงเยว่ด้วยความเร็วที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ มันราวกับว่าจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าให้มอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน

หลิงเยว่หลับตาลงชั่วขณะ นางรวบรวมพลังปราณมังกรทั้งหมดที่มีอยู่ในร่างกาย รวมทั้งพลังมังกรทมิฬที่เพิ่งปลุกเร้าขึ้นมา นางกัดฟันแน่นและคำรามออกมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ข้าจะไม่ยอมแพ้!”

พลังปราณมังกรสีทองและสีดำสนิทพวยพุ่งออกจากร่างของหลิงเยว่ ก่อตัวเป็นม่านพลังป้องกันที่ดูเปราะบางเมื่อเทียบกับลมหายใจมังกรเพลิงทมิฬที่กำลังพุ่งเข้ามา แต่ในม่านพลังนั้น หลิงเยว่ก็ได้เตรียมการบางอย่างไว้แล้ว

นางเปิดใช้งานทักษะ ‘อัญเชิญมังกรพิทักษ์’ ซึ่งเป็นทักษะที่นางได้รับมาจากการดูดซับแก่นแท้ของมังกรโบราณเมื่อครั้งแรกที่ตื่นขึ้น พลังงานมหาศาลพุ่งออกมาจากร่างของนาง ก่อตัวเป็นเงาร่างมังกรทองโปร่งแสงขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้านาง เพื่อรับมือกับการโจมตีของลมหายใจมังกรเพลิงทมิฬ

เงาร่างมังกรทองคำรามออกมาเสียงดังสนั่น ก่อนที่จะพุ่งเข้าปะทะกับลมหายใจมังกรเพลิงทมิฬอย่างไม่เกรงกลัว

“ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!”

เสียงระเบิดที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ดังสนั่นไปทั่วทั้งอุโมงค์ แรงปะทะทำให้มิติโดยรอบบิดเบี้ยว กำแพงถ้ำพังทลายลงมาเป็นวงกว้าง พื้นดินยุบตัวลงไปหลายเมตร ก้อนหินขนาดใหญ่ลอยคว้างในอากาศก่อนที่จะร่วงหล่นลงมาอย่างรุนแรง

พลังงานมหาศาลปะทะกันอย่างดุเดือด แสงสีทองและสีดำปะปนกันวุ่นวายจนไม่อาจมองเห็นอะไรได้ หลิงเยว่ถูกแรงปะทะกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบเมตร ร่างกายของนางเจ็บปวดไปทุกอณู เลือดทะลักออกมาจากปากไม่หยุดยั้ง

เงาร่างมังกรทองของนางเริ่มเลือนรางลงอย่างรวดเร็ว มันไม่สามารถต้านทานลมหายใจมังกรเพลิงทมิฬได้ทั้งหมด เพียงชั่วพริบตาเดียว เงาร่างมังกรทองก็แตกสลายไปในอากาศพร้อมกับเสียงคำรามสุดท้ายที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

และหลังจากที่เงาร่างมังกรทองหายไป ลมหายใจมังกรเพลิงทมิฬก็พุ่งตรงเข้าใส่ร่างของหลิงเยว่ที่ไร้การป้องกันอย่างเต็มที่

“หลิงเยว่!” เสียงของระบบแฝงไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างแท้จริง

พลังงานมหาศาลกลืนกินร่างของหลิงเยว่ในพริบตา ร่างของนางถูกปกคลุมด้วยเปลวเพลิงสีดำสนิทและพลังงานทำลายล้าง มิติรอบตัวนางสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนราวกับจะฉีกขาด

มังกรบรรพกาลจ้องมองไปยังจุดที่หลิงเยว่เคยยืนอยู่ด้วยดวงตาสีแดงฉาน มันมั่นใจว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดจะสามารถรอดพ้นจากการโจมตี ‘ลมหายใจมังกรเพลิงทมิฬ’ ของมันไปได้

แต่ในขณะที่พลังงานทำลายล้างกำลังจะสลายไป เสียงของระบบก็ดังขึ้นในใจของมังกรบรรพกาล

[การทดสอบของราชินีมังกรขั้นที่ 1: ล้มเหลว] [การทดสอบของราชินีมังกรขั้นที่ 1: ผ่าน]

เสียงสองเสียงที่ขัดแย้งกันดังขึ้นพร้อมกัน ทำให้มังกรบรรพกาลถึงกับผงะ

ในท่ามกลางกลุ่มควันและเปลวเพลิงที่กำลังจางหายไปนั้น มีร่างๆ หนึ่งยืนหยัดอยู่ ร่างนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ เสื้อผ้าฉีกขาดจนแทบไม่เหลือชิ้นดี เส้นผมยุ่งเหยิง แต่ดวงตาของนางกลับยังคงส่องประกายด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้

มันคือหลิงเยว่! นางรอดชีวิตมาได้!

แม้พลังชีวิตของนางจะเหลือเพียง 1% นางก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้

มังกรบรรพกาลเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง มันไม่เคยพบเจอสิ่งมีชีวิตใดที่สามารถรอดพ้นจากการโจมตี ‘ลมหายใจมังกรเพลิงทมิฬ’ ของมันไปได้ แม้แต่มังกรที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคโบราณก็ยังต้องบาดเจ็บสาหัส

[หมายเหตุ: ผู้ใช้ได้เปิดใช้งานทักษะ ‘ร่างอมตะมังกร’ (ระดับตำนาน) โดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นทักษะติดตัวของสายเลือดมังกรบรรพกาลแท้]

ร่างอมตะมังกร! หลิงเยว่รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ยังคงกัดกินร่างกาย แต่พลังงานมังกรในร่างของนางกลับเริ่มฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว นางไม่รู้ว่าทักษะนี้ทำงานอย่างไร แต่ที่แน่ๆ คือมันช่วยชีวิตนางไว้

มังกรบรรพกาลจ้องมองหลิงเยว่ด้วยสายตาที่ซับซ้อน มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยวอีกต่อไป แต่มันคือความชื่นชมและยอมรับในพลังที่แท้จริงของนาง

“เจ้า... ผ่านการทดสอบ” เสียงของมังกรบรรพกาลดังขึ้นเป็นครั้งแรก เสียงของมันทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยพลังอำนาจ “แม้เจ้าจะไม่ได้เอาชนะข้าได้ แต่เจ้าก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและพลังแห่งสายเลือดมังกรที่แท้จริง”

หลิงเยว่ทรุดตัวลงคุกเข่า นางเหนื่อยล้าจนแทบหมดสติ แต่ในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกยินดีอย่างท่วมท้น นางผ่านการทดสอบแล้ว!

[การทดสอบของราชินีมังกรขั้นที่ 1: ผ่านแล้ว!] [ได้รับรางวัล: ‘แก่นแท้แห่งมังกรบรรพกาล’ (ระดับตำนาน), ‘วิทยายุทธ์มังกรเพลิงทมิฬ’ (ระดับสูงสุด), เพิ่มพลังปราณมังกรบริสุทธิ์ 500 หน่วย] [ได้รับสถานะพิเศษ: ‘ผู้สืบทอดมังกรบรรพกาล’]

แก่นแท้แห่งมังกรบรรพกาล! วิทยายุทธ์มังกรเพลิงทมิฬ! และผู้สืบทอดมังกรบรรพกาล! รางวัลเหล่านี้ช่างล้ำค่าเกินกว่าที่นางจะจินตนาการได้

มังกรบรรพกาลค่อยๆ ย่อตัวลงมาใกล้หลิงเยว่ ดวงตาของมันอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่มันจะก้มหัวลงมาอย่างช้าๆ เผยให้เห็นถึงจุดกึ่งกลางหน้าผากที่มีเกล็ดมังกรเรืองแสงสีทองอยู่

“พลังที่เจ้ามีอยู่ในตัวนั้น... จะนำพาสู่ความยิ่งใหญ่ จงรับเอาแก่นแท้แห่งข้าไป นี่คือชะตากรรมที่เจ้าต้องแบกรับ”

หลิงเยว่มองไปยังจุดที่เกล็ดมังกรเรืองแสงนั้นด้วยความตกตะลึง นี่คือแก่นแท้ของมังกรบรรพกาลผู้พิทักษ์ มันกำลังจะมอบพลังที่สำคัญที่สุดของมันให้นาง!

แต่ในขณะที่หลิงเยว่กำลังจะเอื้อมมือไปรับแก่นแท้แห่งมังกรนั้น ทันใดนั้นเอง ระบบก็ส่งเสียงเตือนขึ้นมาอย่างรุนแรง

[คำเตือน! ตรวจพบการแทรกแซงจากภายนอก! พลังงานระดับราชันย์สวรรค์ขั้นสูงกำลังเข้าใกล้!] [คำเตือน! ตรวจพบการแทรกแซงจากภายนอก! พลังงานระดับราชันย์สวรรค์ขั้นสูงกำลังเข้าใกล้!]

เสียงคำเตือนดังซ้ำๆ ด้วยความเร่งรีบ มังกรบรรพกาลเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีแดงฉานของมันเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและความโกรธเกรี้ยว

“เป็นไปไม่ได้! พวกมันมาได้อย่างไร!”

ก่อนที่หลิงเยว่หรือมังกรบรรพกาลจะทันได้ตอบสนอง ผนังอุโมงค์ด้านบนก็ระเบิดออกด้วยเสียงอันดังสนั่นหวั่นไหว เศษหินขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงมาเป็นจำนวนมาก

ร่างเงาสามร่างที่รายล้อมไปด้วยพลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวได้ปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้าของอุโมงค์ ร่างเงาทั้งสามนั้นแผ่รัศมีอำนาจที่ทำให้แม้แต่มังกรบรรพกาลยังต้องถอยร่น

“ในที่สุดก็เจอตัวแกแล้ว... มังกรบรรพกาลผู้พิทักษ์” หนึ่งในร่างเงาพูดขึ้นด้วยเสียงที่เย็นชาและเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า “และที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือ... เจ้าหนูมนุษย์ผู้นี้มีพลังมังกรบรรพกาลอยู่ในตัว!”

หลิงเยว่เงยหน้ามองร่างเงาทั้งสามด้วยความยากลำบาก พลังปราณที่แผ่ออกมาจากพวกเขานั้นหนักหน่วงเสียจนนางแทบจะหายใจไม่ออก

ราชันย์สวรรค์ขั้นสูง! ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่มีถึงสามคน!

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ราชินีมังกรครองสวรรค์

ราชินีมังกรครองสวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!