ราชินีมังกรครองสวรรค์

ตอนที่ 29 — เล่ห์พรางพลัง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

200 ตอน · 1,792 คำ

หลิงเยว่สัมผัสได้ถึงพลังงานที่แปลกประหลาดอีกสายหนึ่งกำลังใกล้เข้ามา ราวกับเป็นหอกแหลมคมที่พุ่งตรงมายังจุดที่นางอยู่ มันไม่ใช่พลังบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์อสูร แต่เป็นพลังปราณที่ถูกควบคุมโดยมนุษย์ กลุ่มคนเหล่านี้นับว่ารวดเร็วนัก บ่งบอกว่าพวกเขาอาจจะอยู่ไม่ไกลจากถ้ำแห่งนี้ตั้งแต่แรกแล้ว หรือไม่ก็เป็นผู้ที่มีการบ่มเพาะพลังในระดับที่สูงพอสมควรที่จะเดินทางมาถึงได้อย่างรวดเร็ว

นางเร่งเก็บกลืนพลังมังกรเหมันต์ที่ยังคงหมุนวนอยู่ภายในร่างให้สงบลง ดวงตาสีทองอมครามหรี่ลงเล็กน้อย ‌พลังที่เพิ่งได้รับมานั้นมหาศาลเกินกว่าที่นางจะควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ในทันที การเผยแพร่ออร่าอันทรงพลังออกไปในสถานการณ์เช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องดี นางยังไม่พร้อมที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงในตอนนี้ หลิงเยว่ตัดสินใจปกปิดพลังที่แท้จริงไว้ สวมบทบาทเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาที่เพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บหนัก การแสดงออกถึงความอ่อนแอเล็กน้อยอาจเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในยามนี้

เสียงฝีเท้าหนักๆ เริ่มดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงสนทนาหยาบกระด้างที่ลอดเข้ามาในถ้ำ ​หลิงเยว่รีบกวาดตามองไปรอบๆ แอ่งน้ำเย็นยะเยือกเบื้องหลังยังคงส่งไอเย็นออกมาจางๆ พญาอสรพิษเหมันต์ทมิฬที่ถูกสะกดไว้ยังคงขดตัวนิ่งอยู่ที่ก้นแอ่ง ดวงตาที่เคยดุร้ายบัดนี้ฉายแววหวาดระแวงและยอมจำนน ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ จากมัน ราวกับกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งตัวมหึมา หลิงเยว่พอใจกับการควบคุมของตน ‍นางรู้ดีว่าหากพญาอสรพิษตัวนี้ถูกค้นพบ มันจะเป็นชนวนของปัญหาใหญ่หลวงอย่างแน่นอน

ประตูถ้ำที่ถูกทำลายทลายลงมาด้วยแรงกระแทกจากภายนอก เผยให้เห็นกลุ่มคนประมาณห้าถึงหกคน สวมชุดเกราะสีดำทะมึน บางคนถือกระบี่ บางคนถือทวน ทุกคนมีใบหน้าดุดันและแววตาที่เต็มไปด้วยความโลภและความทะเยอทะยาน ผู้นำของกลุ่มเป็นชายร่างสูงใหญ่ ‌มีหนวดเคราครึ้ม ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น เขาถือกระบี่ขนาดใหญ่ที่เปล่งประกายสีแดงเข้มเล็กน้อย บ่งบอกว่าเป็นอาวุธระดับสูง พลังปราณของเขานั้นแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม ราวกับเป็นพยัคฆ์ที่จ้องตะครุบเหยื่อ

"ฮ่าๆ! ในที่สุดก็หาเจอเสียที! ถ้ำแห่งนี้คงเป็นรังของเจ้าอสรพิษเหมันต์นั่นอย่างแน่นอน!" ‍ชายผู้นำหัวเราะเสียงดังก้องกังวาน สายตาของเขากวาดไปทั่วภายในถ้ำ ก่อนจะหยุดลงที่ร่างของหลิงเยว่ที่กำลังยืนอยู่ข้างแอ่งน้ำเย็นยะเยือก

หลิงเยว่ทำทีเป็นสะดุ้งตกใจเล็กน้อย ถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้าแสดงความหวาดกลัวอย่างเป็นธรรมชาติ "พ-พวกท่านเป็นใครกัน?" นางเอ่ยถามเสียงสั่นเทา พยายามปกปิดความเย็นชาในดวงตาเอาไว้

ชายผู้นำหรี่ตาลง ​มองสำรวจหลิงเยว่ตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาเต็มไปด้วยความสงสัยและแฝงไปด้วยความหื่นกระหายบางอย่าง "โอ้? มีสาวงามอยู่ในถ้ำลึกลับแห่งนี้ด้วยหรือนี่? ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนรอดจากไอสังหารของอสรพิษเหมันต์มาได้" เขาเดินเข้ามาใกล้อีกสองสามก้าว ลูกน้องคนอื่นๆ ก็เริ่มกระจายตัวออกไปสำรวจรอบๆ ​ถ้ำ

"ข-ข้า...ข้าแค่บังเอิญพลัดหลงเข้ามาที่นี่ แล้วก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส" หลิงเยว่กล่าว พลางยกมือขึ้นกุมหน้าอกด้านซ้ายเล็กน้อย ทำท่าทางอ่อนแอและหวาดกลัว เพื่อลดทอนความระแวงของอีกฝ่ายให้น้อยที่สุด

"ได้รับบาดเจ็บ?" ชายผู้นำเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง "แต่ดูจากสภาพเจ้าแล้ว ​ไม่เหมือนคนที่เพิ่งฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บสาหัสเลยนะ ใบหน้าเจ้าดูซีดเซียวก็จริง แต่พลังชีวิตของเจ้ากลับยังสมบูรณ์ดี" เขาจ้องมองอย่างจับผิด หลิงเยว่รู้สึกได้ว่าชายผู้นำผู้นี้มีสัมผัสที่เฉียบคมกว่าลูกน้องของเขามากนัก

"ข้า...ข้าดื่มน้ำจากแอ่งนี้เข้าไป มันช่วยบรรเทาอาการบาดเจ็บของข้าได้บ้างเจ้าค่ะ" หลิงเยว่ชี้ไปยังแอ่งน้ำเบื้องหลัง ซึ่งเป็นจุดที่พญาอสรพิษเหมันต์ทมิฬซ่อนตัวอยู่

ทันทีที่หลิงเยว่พูดจบ ลูกน้องคนหนึ่งก็ร้องอุทานขึ้น "ท่านหัวหน้า! ดูนี่สิ! มีร่องรอยการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่นี่! และ...และนี่คือเกล็ดของอสรพิษเหมันต์ทมิฬ! มันใหญ่มาก!"

ชายผู้นำหันไปมองตามเสียง ก่อนที่สายตาของเขาจะเบิกกว้างเมื่อเห็นเกล็ดสีดำทมิฬขนาดมหึมาที่ฝังอยู่กับผนังถ้ำ มันเป็นเกล็ดที่หลุดออกมาจากการต่อสู้ของพญาอสรพิษกับหลิงเยว่ก่อนหน้านี้ "เป็นมันจริงๆ! อสรพิษเหมันต์ทมิฬ! แสดงว่าไอ้สัตว์ร้ายนั่นคงจะอยู่ในถ้ำนี้อย่างแน่นอน! หรือไม่ก็ถูกสังหารไปแล้ว!" แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความโลภที่ยากจะปกปิด

เขาหันกลับมามองหลิงเยว่อีกครั้งด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป "เจ้าหนู เจ้าอยู่ในถ้ำนี้มานานเท่าไรแล้ว? และเจ้าเห็นอะไรบ้าง? อย่าคิดที่จะโกหกข้า ไม่เช่นนั้นเจ้าจะต้องเสียใจ!" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันและคุกคามทันที

หลิงเยว่ถอนหายใจในใจ นางรู้ว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าได้อีกต่อไป นางก้มหน้าลงเล็กน้อย ทำท่าทางหวาดกลัวอย่างต่อเนื่อง "ข้า...ข้าไม่เห็นอะไรเลยเจ้าค่ะ ข้าเพิ่งฟื้นจากสลบไปไม่นานนี้เอง"

"เหลวไหล! หากเจ้าไม่เห็นอะไรเลย แล้วร่องรอยการต่อสู้เหล่านี้มาจากไหน? และทำไมเจ้าถึงยังมีชีวิตรอดอยู่ได้?" ชายผู้นำก้าวเข้ามาประชิดตัวหลิงเยว่ เอื้อมมือใหญ่ไปคว้าแขนของนาง "พูดความจริงมาซะ! เจ้าต้องรู้บางอย่างเกี่ยวกับสัตว์อสูรนั่น!"

ในเสี้ยววินาทีที่มือของชายผู้นำสัมผัสแขนของหลิงเยว่ แววตาของนางก็ฉายประกายเย็นยะเยือกวูบหนึ่ง พลังมังกรเหมันต์ในกายของนางเกือบจะปะทุออกมาโดยสัญชาตญาณ แต่หลิงเยว่ก็สามารถควบคุมมันไว้ได้ทัน นางจงใจปล่อยให้พลังปราณน้ำแข็งอ่อนๆ ซึมผ่านผิวหนังของนางเข้าไปยังมือของชายผู้นำ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น พอที่จะทำให้เขาสะดุ้ง แต่ไม่ถึงกับสร้างความเสียหาย

"อ๊ะ!" ชายผู้นำร้องอุทาน เขาชักมือกลับอย่างรวดเร็ว สีหน้าประหลาดใจ "เจ้า...เจ้ามีพลังปราณน้ำแข็งหรือ?"

"ข้า...ข้าไม่รู้เจ้าค่ะ" หลิงเยว่ตอบเสียงเบา "บางทีอาจเป็นเพราะน้ำในแอ่งนี้ก็เป็นได้"

"น้ำในแอ่งนี้?" ชายผู้นำหันไปมองแอ่งน้ำเย็นยะเยือกเบื้องหลังด้วยความสนใจ เขามองเห็นไอเย็นที่ลอยขึ้นมาจางๆ และสัมผัสได้ถึงพลังงานที่แปลกประหลาดที่แผ่ออกมาจากมัน "หรือว่า...แก่นแท้ของอสรพิษเหมันต์ทมิฬจะอยู่ที่นี่? หรือนี่คือสมบัติล้ำค่าที่มันเฝ้ารักษา?" ความโลภในดวงตาของเขายิ่งทวีคูณ

"ท่านหัวหน้า! ดูนั่น!" ลูกน้องอีกคนร้องขึ้น พร้อมกับชี้ไปยังก้นแอ่งน้ำที่ใสราวคริสตัล แต่ลึกลงไปจนมองเห็นไม่ชัด "มีบางอย่างอยู่ข้างล่างนั่น! มันใหญ่มาก!"

เมื่อทุกคนหันไปมองก้นแอ่งน้ำ หลิงเยว่ก็แอบถอนหายใจโล่งอก แผนการเบี่ยงเบนความสนใจของนางได้ผล ชายผู้นำและลูกน้องของเขาพุ่งความสนใจไปที่แอ่งน้ำและสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในทันที

"ลงไปดูสิ! ระวังตัวด้วย! อาจจะมีกับดัก!" ชายผู้นำออกคำสั่ง ลูกน้องสองคนรีบกระโดดลงไปในแอ่งน้ำที่เย็นยะเยือกทันที

"อ๊ากกก! หนาว! หนาวมาก!" ลูกน้องคนหนึ่งร้องขึ้นด้วยความตกใจ ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน แต่เขาก็ยังคงมุ่งหน้าดำดิ่งลงไปด้านล่างอย่างไม่ลดละ

หลิงเยว่มองดูพวกเขาด้วยความเย็นชา นางรู้ดีว่าหากพวกเขาไปแตะต้องพญาอสรพิษเหมันต์ทมิฬโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนาง ผลลัพธ์ย่อมไม่เป็นที่น่าพอใจแน่นอน

ไม่นานนัก ลูกน้องทั้งสองคนก็ดำดิ่งลงไปถึงก้นแอ่ง และในที่สุดพวกเขาก็ได้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่...ร่างมหึมาของพญาอสรพิษเหมันต์ทมิฬที่ขดตัวนิ่งสงบราวกับหลับใหล

"ท่านหัวหน้า! มันคืออสรพิษเหมันต์ทมิฬ! มันใหญ่มาก! แต่มันดูเหมือนจะ...หลับไปแล้ว?" ลูกน้องคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาด้วยความตกใจระคนยินดี

"หลับไปแล้วหรือ?" ชายผู้นำหัวเราะเสียงดัง "ดี! ดีมาก! นี่คือโอกาสของเรา! เราจะสังหารมันและชิงแก่นแท้ปราณน้ำแข็งของมันมา! และสมบัติอื่นๆ ที่มันเฝ้าอยู่จะต้องเป็นของเรา!"

หลิงเยว่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสีหน้าเรียบเฉย นางรู้ดีว่าการที่พญาอสรพิษเหมันต์ทมิฬดูเหมือนหลับไปนั้น เป็นผลมาจากการสะกดของนางเอง มันเป็นเพียงการควบคุมที่ชั่วคราวเท่านั้น หากมีใครไปรบกวนมันอย่างรุนแรง พลังที่ถูกสะกดไว้อาจจะปะทุออกมาได้

"พวกเจ้าขึ้นมา! เราจะร่วมมือกันจัดการมัน!" ชายผู้นำออกคำสั่งพร้อมกับชักกระบี่สีแดงเข้มในมือขึ้นมา แสงสีแดงฉานเริ่มเปล่งประกายจากคมกระบี่ ลูกน้องคนอื่นๆ ก็เตรียมอาวุธและพลังปราณของตนเองเช่นกัน

ลูกน้องสองคนที่อยู่ในน้ำพยายามจะปีนขึ้นมา แต่ดูเหมือนร่างกายของพวกเขาจะถูกความเย็นกัดกินจนเริ่มชาไปหมด การเคลื่อนไหวของพวกเขาช้าลงอย่างเห็นได้ชัด

"ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบการคุกคามต่อสัตว์อสูรที่อยู่ภายใต้การควบคุมชั่วคราวของโฮสต์! ภารกิจเร่งด่วน: ปกป้องพญาอสรพิษเหมันต์ทมิฬจากการถูกทำร้าย! หากพญาอสรพิษถูกโจมตี พลังควบคุมชั่วคราวอาจหลุดออก และโฮสต์จะได้รับผลกระทบ" เสียงของระบบดังขึ้นในหัวของหลิงเยว่ ทำให้ดวงตาของนางหรี่ลงเล็กน้อย

นางรู้ดีว่าพญาอสรพิษตัวนี้มีความสำคัญต่อการควบคุมพลังมังกรเหมันต์ของนางในตอนนี้ หากมันถูกทำร้าย พลังที่เพิ่งได้รับมาอาจจะแปรปรวน และที่สำคัญ นางไม่ต้องการให้สมบัติของนางถูกช่วงชิงไปง่ายๆ

"หยุดเดี๋ยวนี้!" หลิงเยว่ตะโกนขึ้นมาอย่างกะทันหัน เสียงของนางแม้จะฟังดูแผ่วเบา แต่กลับแฝงด้วยความเยือกเย็นบางอย่างที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกสะท้าน

ชายผู้นำและลูกน้องทุกคนหันมามองหลิงเยว่ด้วยความประหลาดใจ

"เจ้าหนู! เจ้ากำลังพูดอะไร? เจ้าต้องการขัดขวางพวกเราอย่างนั้นหรือ?" ชายผู้นำกล่าวด้วยน้ำเสียงคุกคาม

"ท่านไม่ควรแตะต้องมัน" หลิงเยว่กล่าวอย่างมั่นคง "มันเป็นสัตว์อสูรที่ทรงพลัง หากท่านปลุกมันขึ้นมา ท่านจะเดือดร้อน"

"ฮ่าๆๆ! ดูนางพูดเข้าสิ! เจ้าคิดว่าพวกเรากลัวอสรพิษที่หลับใหลอยู่หรือไร? หรือว่าเจ้าเองก็ต้องการสมบัติของมันด้วย?" ชายผู้นำหัวเราะเยาะ "เอาเถอะ! หากเจ้าอยากได้ ก็ลงไปแย่งกับพวกเราสิ! แต่ก่อนอื่น..." เขากวาดตามองหลิงเยว่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความทะลึ่ง "เจ้าคงต้องมาเป็นของขวัญให้ข้าก่อนเป็นอันดับแรก!"

ลูกน้องคนอื่นๆ ก็หัวเราะตามไปด้วย ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความหยาบคายและดูถูก หลิงเยว่รู้สึกถึงความรังเกียจที่พุ่งขึ้นมาในใจ แต่นางยังคงสงบสติอารมณ์ไว้

"ถอยไปซะ" หลิงเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาขึ้นเล็กน้อย แววตาของนางเริ่มฉายประกายสีครามจางๆ ที่แทบจะมองไม่เห็น

"โอ้โห! สาวน้อยนี่เริ่มมีปากมีเสียงแล้วแฮะ! ไม่เลว! ข้าชอบผู้หญิงที่มีความดื้อรั้นแบบนี้แหละ!" ชายผู้นำหัวเราะดังลั่น ก่อนจะพุ่งเข้าหาหลิงเยว่ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าคนธรรมดา กระบี่สีแดงฉานในมือของเขาพุ่งตรงมายังร่างของนางอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด

หลิงเยว่ยังคงยืนนิ่ง ไม่ได้หลบหลีกแม้แต่น้อย เมื่อกระบี่ใกล้จะถึงตัวนาง นางก็ยกมือขึ้นเล็กน้อย พลังปราณน้ำแข็งสายหนึ่งแผ่ออกมาจากฝ่ามือของนางราวกับม่านบางๆ มันไม่ใช่การโจมตี แต่เป็นการป้องกันที่มองไม่เห็น

"เคร้ง!"

เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้น ชายผู้นำรู้สึกราวกับกระบี่ของเขาฟาดเข้ากับกำแพงน้ำแข็งที่มองไม่เห็น เขาถูกแรงสะท้อนกลับกระแทกจนต้องถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกใจ

"เป็นไปไม่ได้!" เขาอุทาน "เจ้าใช้พลังอะไรกันแน่?"

หลิงเยว่ไม่ตอบ นางเพียงจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นยะเยือก "ข้าเตือนท่านแล้ว"

ลูกน้องคนอื่นๆ ที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ตกใจ พวกเขาไม่เคยเห็นใครรับการโจมตีจากหัวหน้าของพวกเขาได้ง่ายดายถึงเพียงนี้

"ไปจัดการนางซะ!" ชายผู้นำตะโกนด้วยความโกรธ "อย่าให้เสียเวลา!"

ลูกน้องสามคนพุ่งเข้าใส่หลิงเยว่พร้อมกัน คนหนึ่งใช้ทวนแทงตรง คนหนึ่งใช้กระบี่ฟันเฉียง อีกคนหนึ่งปล่อยพลังปราณสายฟ้าเข้าใส่จากระยะไกล หลิงเยว่ยังคงสงบนิ่ง ร่างกายของนางพลิ้วไหวราวกับสายลมหลีกเลี่ยงการโจมตีที่เข้ามาได้อย่างง่ายดาย

ทักษะการเคลื่อนไหวของนางรวดเร็วจนยากจะมองเห็นด้วยตาเปล่า นางไม่ได้ใช้พลังปราณที่รุนแรง แต่เน้นไปที่ความคล่องตัวและเทคนิคการต่อสู้ที่ซับซ้อนราวกับผ่านการฝึกฝนมาอย่างยาวนาน ทุกครั้งที่นางหลบหลีก ร่างกายของนางจะส่งไอเย็นจางๆ ออกมา ทำให้คู่ต่อสู้รู้สึกหนาวสะท้านและชะงักงันไปชั่วขณะ

"ระบบแจ้งเตือน: ทักษะ 'เงาเหมันต์ลวงตา' บรรลุระดับเชี่ยวชาญ! ความคล่องตัว +10, โอกาสหลบหลีกเพิ่มขึ้น 5%"

หลิงเยว่รู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้น นางใช้ประโยชน์จากทักษะใหม่นี้อย่างเต็มที่ ในขณะที่หลบหลีก นางก็ใช้โอกาสจู่โจมกลับไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ นางใช้ฝ่ามือฟาดใส่จุดชีพจรของลูกน้องคนหนึ่งอย่างรวดเร็ว ทำให้เขารู้สึกชาไปครึ่งร่างและทรุดลงไปนั่งกับพื้น

อีกคนหนึ่งที่ถือกระบี่พุ่งเข้าใส่นางอย่างบ้าคลั่ง หลิงเยว่หลบกระบี่ที่พุ่งเข้ามาอย่างเฉียดฉิว ก่อนจะใช้เท้าเตะไปที่ข้อศอกของเขาอย่างแรง จนกระบี่ในมือของเขากระเด็นหลุดออกไป เขากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

ลูกน้องที่ปล่อยพลังปราณสายฟ้าเห็นเพื่อนร่วมทีมของตนถูกจัดการอย่างง่ายดาย ก็เริ่มหวาดกลัว เขาพยายามจะหนี แต่หลิงเยว่ไวกว่า นางพุ่งเข้าหาเขาอย่างรวดเร็วราวกับสายลมเย็นยะเยือก ก่อนจะใช้ปลายนิ้วจิ้มไปที่จุดสำคัญบนร่างของเขา ทำให้เขาแข็งทื่อไปทั้งตัว ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้

ภายในเวลาไม่กี่อึดใจ ลูกน้องสามคนก็ถูกจัดการลงอย่างง่ายดายโดยที่หลิงเยว่ยังไม่ได้เผยพลังมังกรเหมันต์ที่แท้จริงออกมาเลยแม้แต่น้อย นางใช้เพียงความคล่องตัว ทักษะการต่อสู้ และพลังปราณน้ำแข็งที่ควบคุมอย่างละเอียดอ่อนเท่านั้น

ชายผู้นำจ้องมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตกตะลึง ใบหน้าของเขาซีดเผือด เขารู้ดีว่าหญิงสาวที่ดูอ่อนแอตรงหน้าไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน พลังที่นางแสดงออกมานั้นเหนือกว่าที่เขาจะจินตนาการได้มากนัก

"เจ้า...เจ้าเป็นใครกันแน่!" เขาตะโกนถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด

"ข้าเป็นแค่คนที่มาเตือนท่าน" หลิงเยว่กล่าว น้ำเสียงของนางเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็ง "ท่านไม่ควรโลภในสิ่งที่ไม่ใช่ของท่าน"

ในขณะนั้นเอง ลูกน้องอีกสองคนที่อยู่ในแอ่งน้ำก็เริ่มปีนขึ้นมาได้แล้ว พวกเขากรีดร้องด้วยความหนาวเหน็บและหวาดกลัวเมื่อเห็นเพื่อนร่วมทีมของตนถูกจัดการไปอย่างง่ายดาย

"หัวหน้า! ถอยเถอะขอรับ! นางไม่ใช่คนธรรมดา!" ลูกน้องคนหนึ่งตะโกน

ชายผู้นำลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ความโลภยังคงสู้กับความกลัวในใจของเขา แต่เมื่อเขานึกถึงพลังที่หลิงเยว่แสดงออกมาเมื่อครู่ เขาก็ตัดสินใจได้ในทันที

"ถอย! ถอยไปให้หมด!" เขาตะโกนออกคำสั่ง พลางรีบหันหลังกลับและวิ่งออกจากถ้ำไปอย่างรวดเร็ว ลูกน้องที่เหลือก็รีบตามไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งให้ลูกน้องที่บาดเจ็บและถูกสะกดไว้นอนกองอยู่บนพื้น

หลิงเยว่มองตามร่างของพวกเขาที่วิ่งหนีไปจนลับตา ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ นางรู้ดีว่าคนเหล่านี้จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ อาจจะกลับมาพร้อมกับกำลังเสริมที่แข็งแกร่งกว่าเดิม

นางหันกลับมามองลูกน้องที่นอนเจ็บอยู่บนพื้น นางไม่ได้สังหารพวกเขา เพียงแค่ทำให้พวกเขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ชั่วคราว เพื่อเป็นบทเรียนและเพื่อไม่ให้พวกเขาเป็นภัยคุกคามในตอนนี้

แต่ในขณะที่นางกำลังคิดจะจัดการกับพวกเขาให้เรียบร้อย เสียงของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง

"ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบคลื่นพลังปราณระดับสูงกำลังเคลื่อนที่มายังพื้นที่! ความแข็งแกร่งเกินกว่ากลุ่มผู้บุกรุกก่อนหน้านี้! ระดับภัยคุกคาม: สูงมาก!"

ดวงตาของหลิงเยว่หรี่ลงทันที พลังปราณระดับสูงที่ว่านั้น ไม่ใช่แค่สูงกว่ากลุ่มคนเมื่อครู่เท่านั้น แต่มันยังสูงกว่าตัวนางในตอนนี้ที่ยังคงปกปิดพลังไว้เสียอีก นางสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว ราวกับภูเขาน้ำแข็งขนาดยักษ์ที่กำลังเคลื่อนที่ และที่สำคัญ...มันไม่ใช่แค่คนเดียว...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ราชินีมังกรครองสวรรค์

ราชินีมังกรครองสวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!