ราชินีมังกรครองสวรรค์

ตอนที่ 30 — คลื่นมรณะโถมกระหน่ำ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

200 ตอน · 1,951 คำ

ดวงตาของหลิงเยว่หรี่ลงทันที พลังปราณระดับสูงที่ว่านั้น ไม่ใช่แค่สูงกว่ากลุ่มคนเมื่อครู่เท่านั้น แต่มันยังสูงกว่าตัวนางในตอนนี้ที่ยังคงปกปิดพลังไว้เสียอีก นางสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว ราวกับภูเขาน้ำแข็งขนาดยักษ์ที่กำลังเคลื่อนที่ และที่สำคัญ...มันไม่ใช่แค่คนเดียว พลังปราณที่สัมผัสได้นั้นมีถึงสี่สาย ‌แต่ละสายล้วนแข็งแกร่งเกินกว่าจอมยุทธ์ทั่วไป ความรู้สึกหนาวเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาในจิตสำนึก ไม่ใช่ความเย็นของน้ำแข็งธรรมดา แต่มันคือความเย็นแห่งความตาย ความมืดมิดที่แฝงเร้นอยู่ในพลังปราณเหล่านั้น ราวกับเงาที่คลืบคลานมาจากห้วงอเวจี

"ระบบ! วิเคราะห์ข้อมูลของคลื่นพลังปราณที่กำลังเคลื่อนที่มา" หลิงเยว่สั่งการในใจ ​ใบหน้ายังคงนิ่งสงบ แม้ภายในใจจะเกิดคลื่นลมรุนแรง ระบบตอบสนองในทันที "กำลังวิเคราะห์... กลุ่มผู้บุกรุก สี่คน ระดับพลังปราณ: สามคนอยู่ในขั้นก่อกำเนิดปราณระดับปลาย ‍อีกหนึ่งคนอยู่ในขั้นสร้างแก่นปราณระดับต้น ผู้ที่อยู่ในขั้นสร้างแก่นปราณระดับต้นมีปราณธาตุเงาผสมธาตุหยิน มีเจตนาคุกคามสูงมาก!"

สร้างแก่นปราณ! หลิงเยว่กัดริมฝีปากเบาๆ ระดับพลังปราณของนางในตอนนี้ที่เปิดเผยออกมาให้ภายนอกรับรู้คือขั้นก่อกำเนิดปราณระดับกลางเท่านั้น หากต้องเผชิญหน้ากับผู้บำเพ็ญเพียรขั้นสร้างแก่นปราณโดยตรง โดยที่ยังคงปกปิดพลังที่แท้จริงไว้ นั่นย่อมเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่ง ‌แม้จะมีพลังมังกรเหมันต์ซ่อนอยู่ แต่การเปิดเผยออกมาในตอนนี้ อาจนำมาซึ่งหายนะที่ใหญ่หลวงกว่าเดิม การใช้สติปัญญาและเล่ห์กลจึงเป็นสิ่งจำเป็นสูงสุด นางกวาดสายตามองไปรอบๆ ถ้ำน้ำแข็งแห่งนี้ สถานที่ที่เต็มไปด้วยกับดักธรรมชาติและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อนางมากที่สุด

เสียงฝีเท้าหนักๆ เริ่มดังใกล้เข้ามา ‍ก้องกังวานไปทั่วโถงถ้ำขนาดใหญ่ แสงสว่างจากไฟฉายปราณเริ่มสาดส่องเข้ามาจากปากทางเข้า เผยให้เห็นร่างเงาของชายฉกรรจ์สี่คน กลุ่มผู้บุกรุกชุดใหม่ปรากฏตัวขึ้น พวกเขาสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากครึ่งใบ เผยให้เห็นเพียงดวงตาที่ฉายแววอำมหิตและทะมึนทึน ผู้นำของกลุ่มคือชายชราผู้หนึ่ง ​ร่างกายเหี่ยวแห้ง ทว่าดวงตาของเขากลับฉายประกายแกร่งกร้าวและเย็นชาอย่างยิ่ง รอบกายของเขามีออร่าสีดำอมเทาบางๆ แผ่คลุม ราวกับเงาที่ลอยล่องไปมา

"หือ... ดูเหมือนว่าเจ้าหนูที่หลบหนีไปเมื่อครู่จะทิ้งของดีไว้ให้ข้าสินะ" ชายชรากล่าวเสียงห้าวแหบ ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบๆ ​ก่อนจะหยุดอยู่ที่หลิงเยว่ "เด็กน้อยเจ้าเป็นใคร? เหตุใดจึงมาอยู่ในถ้ำแห่งนี้ และเจ้าเกี่ยวข้องอะไรกับกลิ่นอายของพญาอสรพิษเหมันต์ทมิฬที่จางหายไป?"

หลิงเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย นางไม่ได้คาดคิดว่าคนผู้นี้จะสามารถสัมผัสได้ถึงร่องรอยของพญาอสรพิษเหมันต์ทมิฬ ซึ่งนางได้ดูดซับพลังและแก่นแท้ไปจนหมดสิ้นแล้ว ใบหน้าของนางยังคงความนิ่งสงบ หากแต่ในใจกลับเริ่มคำนวณแผนการตอบโต้ ​"ข้าเพียงแค่หลงทางเข้ามาในถ้ำแห่งนี้ และเผอิญพบร่องรอยของการต่อสู้ ส่วนเรื่องกลิ่นอายของพญาอสรพิษที่ท่านกล่าวถึง ข้ามิอาจทราบได้" นางตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามไม่เปิดเผยพิรุธใดๆ

"เจ้าโกหก!" ชายชราตวาด ดวงตาของเขาหรี่ลง "กลิ่นอายของอสรพิษเหมันต์ทมิฬหายไปอย่างกะทันหัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ข้าเฝ้ารอมานานนับร้อยปี และในถ้ำแห่งนี้กลับมีเพียงเจ้าเด็กน้อยอ่อนแอเช่นเจ้าอยู่ลำพัง หากไม่เกี่ยวข้องกับเจ้า แล้วจะให้เกี่ยวข้องกับผู้ใดได้อีก! บอกมาว่าเจ้าซ่อนแก่นอสูรของพญาอสรพิษไว้ที่ใด มิเช่นนั้น... เจ้าจะได้รับความทรมานที่เจ้าไม่เคยจินตนาการถึง!"

หลิงเยว่ยังคงใบหน้านิ่งเฉย แต่ภายในใจกลับเย้ยหยัน แก่นอสูรน่ะหรือ? มันได้หลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของนางไปแล้วต่างหาก "ข้าไม่ทราบเรื่องแก่นอสูรที่ท่านกล่าวถึง และข้าก็มิได้ซ่อนสิ่งใดไว้ หากท่านไม่เชื่อก็สุดแล้วแต่" นางตอบอย่างไม่แยแส คำพูดของนางทำให้ลูกน้องทั้งสามของชายชราเดือดดาล

"บังอาจ! เจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม กล้าดีอย่างไรมาตอบโต้ท่านปรมาจารย์เงาทมิฬเช่นนี้!" ลูกน้องคนหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้า มือข้างหนึ่งกุมด้ามดาบที่เอวเอาไว้ อีกคนหนึ่งเตรียมพร้อมด้วยหมัดและเท้า ส่วนคนสุดท้ายที่ดูเงียบขรึมกว่าเพื่อน รอบกายมีไอพิษจางๆ ลอยอวลอยู่

ปรมาจารย์เงาทมิฬ หลิงเยว่จดจำชื่อนี้ไว้ในใจ มันเป็นชื่อที่บ่งบอกถึงวิชาที่เขาฝึกฝนได้อย่างชัดเจน นางรู้ดีว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงการต่อสู้ได้อีกต่อไป หากแต่การเปิดเผยพลังที่แท้จริงในตอนนี้ยังคงเป็นทางเลือกสุดท้าย นางจะต้องใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่นางมีเพื่อเอาชีวิตรอด และอาจจะหาโอกาสช่วงชิงบางอย่างจากพวกเขาด้วย

"โจมตี! อย่าให้มันหลบหนีไปได้ ข้าจะสอบสวนมันทีหลัง!" ปรมาจารย์เงาทมิฬออกคำสั่ง น้ำเสียงเย็นชาปราศจากความรู้สึก

ลูกน้องทั้งสามพุ่งเข้าใส่หลิงเยว่พร้อมกันในทันที ชายถือดาบพุ่งเข้าจู่โจมจากด้านหน้าด้วยคมดาบที่วาดผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว ปราณดาบสีเทาเงินพุ่งเข้าหา นางหลบหลีกคมดาบได้อย่างคล่องแคล่วราวกับสายลม ชายถือหมัดจากด้านข้างปล่อยหมัดที่หนักหน่วงหวังปิดทางหนี ส่วนชายชุดดำที่ดูเงียบขรึมที่สุดกลับถอยไปด้านหลังเล็กน้อย มือของเขากำลังร่ายเวทบางอย่าง ไอพิษสีเขียวอ่อนเริ่มก่อตัวขึ้นรอบๆ ปลายนิ้วของเขา

หลิงเยว่ไม่รอช้า นางสะบัดข้อมือเบาๆ ปราณน้ำแข็งบริสุทธิ์พุ่งออกจากฝ่ามือ สร้างม่านน้ำแข็งบางๆ ขึ้นในพริบตาเพื่อปะทะกับคมดาบของชายถือดาบ เสียงฉะฉานดังขึ้นเมื่อคมดาบปะทะกับม่านน้ำแข็ง ม่านน้ำแข็งแตกกระจายออก แต่ก็ชะลอการโจมตีของเขาได้เพียงพอให้นางได้ตั้งหลัก

ในขณะเดียวกัน นางก็ใช้เท้าซ้ายยันพื้น ส่งร่างพุ่งไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว หลบหมัดของชายถือหมัดได้อย่างหวุดหวิด พลังปราณน้ำแข็งไหลเวียนไปทั่วร่างอย่างเงียบงัน "ทักษะเคลื่อนย้ายเหมันต์" นางใช้วิชาเคลื่อนไหวที่นางสร้างสรรค์ขึ้นมาเอง โดยอาศัยความเข้าใจในธาตุน้ำแข็งและการควบคุมปราณอย่างละเอียด นางเคลื่อนที่ไปมาในถ้ำน้ำแข็งด้วยความเร็วที่ยากจะคาดเดา ราวกับร่างของนางกำลังลื่นไหลไปบนผิวน้ำแข็ง

"เร็วมาก!" ชายถือดาบอุทาน เขาไม่คิดว่าเด็กสาวที่ดูอ่อนแอเช่นนี้จะมีความเร็วถึงเพียงนี้ ปรมาจารย์เงาทมิฬที่ยืนมองดูอยู่ห่างๆ ก็อดแปลกใจไม่ได้เช่นกัน ดวงตาของเขาฉายแววสนใจเล็กน้อย

หลิงเยว่ตัดสินใจที่จะไม่ยืดเยื้อ นางจะต้องจัดการกับลูกน้องเหล่านี้ให้เร็วที่สุดก่อนที่ปรมาจารย์เงาทมิฬจะลงมือเอง นางใช้ความเร็วและความว่องไวของตนเองให้เป็นประโยชน์ พุ่งเข้าหาชายถือดาบอย่างกะทันหัน ในขณะที่เขากำลังจะตั้งหลัก หลิงเยว่กลับตวัดฝ่ามือออกไป ปราณน้ำแข็งพุ่งออกไปเป็นรูปกรงเล็บมังกรเหมันต์ขนาดเล็กสีขาวบริสุทธิ์ พุ่งเข้าโจมตีจุดชีพจรสำคัญของชายถือดาบอย่างแม่นยำ

"อั่ก!" ชายถือดาบกรีดร้องเบาๆ ร่างกายแข็งทื่อไปในทันที ปราณน้ำแข็งได้แทรกซึมเข้าสู่เส้นชีพจรของเขา ทำให้พลังปราณหมุนเวียนติดขัดและร่างกายชาไปครู่หนึ่ง หลิงเยว่ไม่ปล่อยโอกาส นางใช้เท้าข้างหนึ่งเตะเข้าที่ต้นขาของเขาอย่างรุนแรง ส่งร่างของเขากระเด็นไปกระแทกกับผนังถ้ำน้ำแข็งอย่างจัง จนสลบไปในที่สุด

"เจ้า!" ชายถือหมัดโกรธจัด เขาพุ่งเข้ามาพร้อมกับพลังหมัดที่รุนแรงกว่าเดิม พลังปราณธาตุดินสีเหลืองอ่อนห่อหุ้มหมัดของเขา ทำให้หมัดนั้นดูแข็งแกร่งราวกับหินผา หลิงเยว่รู้ดีว่าไม่ควรปะทะโดยตรง นางใช้ปราณน้ำแข็งสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาในพริบตาเพื่อรับหมัดนั้น

ตูม! เสียงระเบิดดังสนั่น กำแพงน้ำแข็งแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ แต่ก็ทำให้แรงปะทะของหมัดนั้นลดลงไปได้มาก หลิงเยว่ใช้จังหวะนั้นร่อนหลบไปด้านหลังของชายถือหมัดอย่างรวดเร็ว นางรวบรวมปราณน้ำแข็งไว้ที่ปลายนิ้ว ก่อนจะใช้ทักษะ "ดัชนีเหมันต์ทะลวงเมฆา" จิ้มลงไปที่แผ่นหลังของเขาอย่างแม่นยำ

ปึก! ชายถือหมัดสะดุ้งเฮือก พลังปราณน้ำแข็งที่อัดแน่นได้พุ่งเข้าสู่ร่างกายของเขา ทำให้เส้นชีพจรถูกแช่แข็งในทันที เขาทรุดลงกับพื้น ร่างกายแข็งทื่อ ใบหน้าซีดเผือด แต่ยังไม่สลบไปในทันที

"บังอาจนัก!" เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นจากปรมาจารย์เงาทมิฬ แววตาของเขาฉายประกายอำมหิตอย่างรุนแรง เขายกมือขึ้นช้าๆ รอบกายของเขาปรากฏกลุ่มหมอกสีดำหนาทึบ หมอกนั้นเริ่มก่อตัวเป็นรูปทรงของกงจักรเงาหลายอัน ลอยวนอยู่รอบตัวเขา

ในขณะเดียวกัน ชายชุดดำที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวก็ได้ร่ายเวทเสร็จสิ้นแล้ว เขาสะบัดมือ ไอพิษสีเขียวเข้มพุ่งออกมาเป็นรูปงูพิษหลายตัว เคลื่อนที่ไปตามพื้นถ้ำน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว มุ่งตรงเข้าหาหลิงเยว่

หลิงเยว่ผงะถอยหลังเล็กน้อย พิษ! นี่เป็นสิ่งที่นางไม่ต้องการเผชิญหน้ามากที่สุด เพราะพลังมังกรเหมันต์ของนาง แม้จะบริสุทธิ์และแข็งแกร่ง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่สามารถขับพิษร้ายแรงได้โดยสมบูรณ์หากได้รับในปริมาณมาก นางรวบรวมปราณน้ำแข็ง สร้างเกราะน้ำแข็งบางๆ ห่อหุ้มร่างกายไว้ ก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนผนังถ้ำ ใช้พลังปราณยึดเกาะกับน้ำแข็งแล้วไต่ขึ้นไปอย่างรวดเร็ว พยายามหลบเลี่ยงงูพิษที่พุ่งเข้ามา

"ฮึ่ม! คิดจะหนีหรือ!" ปรมาจารย์เงาทมิฬแค่นเสียงเย้ยหยัน "ในถ้ำแห่งนี้ไม่มีที่ใดที่เจ้าจะหลบหนีจากเงาของข้าได้!" กงจักรเงาที่ลอยวนอยู่รอบตัวเขาพุ่งออกไปในทันที มันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ไม่ได้พุ่งเข้าโจมตีหลิงเยว่โดยตรง แต่กลับพุ่งไปที่ผนังถ้ำที่นางกำลังยึดเกาะอยู่

ครืน! เสียงน้ำแข็งแตกดังสนั่น ผนังถ้ำน้ำแข็งที่แข็งแกร่งราวกับหินผาถูกกงจักรเงาบดขยี้แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ หลิงเยว่ต้องรีบกระโดดออกไปในทันที ร่างของนางร่วงหล่นลงมาอย่างรวดเร็ว

"แย่แล้ว!" หลิงเยว่อุทานในใจ นางพยายามปรับสมดุลของร่างกายกลางอากาศ แต่ก็ยังคงถูกงูพิษที่รออยู่เบื้องล่างโอบล้อมเอาไว้

ในจังหวะที่หลิงเยว่กำลังร่วงหล่นลงมา ปรมาจารย์เงาทมิฬก็ร่ายเวทอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้ใช้กงจักรเงา แต่กลับยกมือขึ้น กำมือแน่น พลังปราณธาตุเงารวมตัวกันที่ฝ่ามือ ก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีหลิงเยว่โดยตรง พลังโจมตีนี้รวดเร็วและหนักหน่วงกว่าเดิมมาก ราวกับหมัดเงาที่มองไม่เห็น มันพุ่งเข้าหาหลิงเยว่ราวกับจะบดขยี้ร่างของนางให้แหลกเป็นผุยผง

หลิงเยว่ไม่มีทางเลือกอื่น นางกัดฟันแน่น รวบรวมปราณน้ำแข็งที่เหลืออยู่ทั้งหมด สร้างเกราะน้ำแข็งที่หนาและแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่นางจะทำได้ในตอนนี้ เกราะน้ำแข็งสีขาวทมิฬก่อตัวขึ้นห่อหุ้มร่างของนางไว้ พลังปราณมังกรเหมันต์ที่นางปกปิดไว้บางส่วนก็ถูกกระตุ้นออกมาเล็กน้อย ทำให้เกราะน้ำแข็งนั้นมีลวดลายของเกล็ดมังกรน้ำแข็งปรากฏขึ้นจางๆ

"พลังนี่..." ปรมาจารย์เงาทมิฬหรี่ตา เขาเริ่มรู้สึกว่าเด็กสาวผู้นี้ไม่ธรรมดาอย่างที่คิด

ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม! เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งถ้ำ แรงปะทะของหมัดเงาและเกราะน้ำแข็งทำให้เกิดคลื่นพลังปราณรุนแรงพัดกระหน่ำไปทั่วบริเวณ เศษน้ำแข็งและก้อนหินปลิวว่อน พลังที่รุนแรงนี้ทำให้ถ้ำน้ำแข็งสั่นสะเทือนราวกับจะพังทลายลงมาในทุกเมื่อ

หลิงเยว่ถูกแรงปะทะกระแทกจนร่างกระเด็นไปไกล เกราะน้ำแข็งที่สร้างขึ้นมาแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ นางกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ใบหน้าซีดขาวราวกับหิมะ แม้จะใช้พลังปราณมังกรเหมันต์ช่วยในการป้องกัน แต่พลังโจมตีของปรมาจารย์เงาทมิฬก็ยังคงรุนแรงเกินกว่าที่นางจะต้านทานได้โดยสมบูรณ์โดยที่ยังคงปกปิดพลังที่แท้จริง

"ระบบ! รายงานสถานะ!" หลิงเยว่สั่งในใจ "พลังปราณเหลือ 40%! ร่างกายได้รับความเสียหายภายในระดับปานกลาง! ระดับภัยคุกคาม: วิกฤต!"

หลิงเยว่พยายามจะลุกขึ้นยืน แต่ร่างกายกลับเจ็บปวดไปหมด นางเหลือบมองไปที่ปรมาจารย์เงาทมิฬ ชายชราผู้นั้นกำลังเดินเข้ามาหานางอย่างช้าๆ ใบหน้าของเขาไม่มีร่องรอยความเมตตาแม้แต่น้อย ดวงตาของเขาฉายแววอำมหิต ราวกับนักล่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อที่บาดเจ็บ

"เจ้าเด็กน้อย เจ้าแข็งแกร่งเกินกว่าที่ข้าคาดคิดนัก แต่ถึงกระนั้น... เจ้าก็ยังไม่คู่ควรที่จะมาขวางทางของข้า! บอกมาว่าแก่นอสูรอยู่ที่ใด มิเช่นนั้น... ข้าจะบีบเค้นความลับจากเจ้าด้วยวิธีการของข้าเอง!" ปรมาจารย์เงาทมิฬยกมือขึ้นอีกครั้ง กลุ่มปราณธาตุเงาสีดำเข้มเริ่มก่อตัวที่ฝ่ามือของเขา พลังปราณที่รุนแรงและกดดันยิ่งกว่าเดิมกำลังพุ่งเข้าใส่นาง

หลิงเยว่รู้ดีว่านางไม่สามารถต้านทานการโจมตีครั้งต่อไปได้อีกแล้ว หากนางยังคงปกปิดพลังที่แท้จริง นางจะต้องตายอย่างแน่นอน พลังมังกรเหมันต์ที่หลับใหลอยู่ภายในกำลังกระตุ้นเตือนให้นางปลดปล่อยมันออกมา แต่การทำเช่นนั้นย่อมหมายถึงการเปิดเผยความลับอันยิ่งใหญ่ของนางต่อโลกภายนอก

ในวินาทีที่พลังปราณธาตุเงากำลังจะพุ่งเข้าปะทะร่างของนาง เสียงคำรามที่ก้องกังวานและทรงพลังก็ดังก้องไปทั่วทั้งถ้ำ ราวกับเสียงของสัตว์ร้ายโบราณที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล

ตูม!

พื้นถ้ำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง น้ำแข็งที่อยู่รอบตัวหลิงเยว่และปรมาจารย์เงาทมิฬพลันแตกกระจายออก เผยให้เห็นรอยแยกขนาดใหญ่ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วจากใต้เท้าของหลิงเยว่ ออร่าเย็นยะเยือกที่บริสุทธิ์และแข็งแกร่งอย่างไม่เคยมีมาก่อนพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกนั้น ราวกับจิตวิญญาณของพญาอสรพิษเหมันต์ทมิฬกำลังตื่นขึ้นมาอีกครั้ง!

"นี่มันอะไรกัน!" ปรมาจารย์เงาทมิฬอุทานด้วยความตกใจ ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นซีดเผือด เขาไม่เคยสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่บริสุทธิ์และแข็งแกร่งถึงเพียงนี้มาก่อน ราวกับว่ามันไม่ใช่พลังของสิ่งมีชีวิตในแดนมนุษย์

ในขณะที่พลังปราณน้ำแข็งอันบริสุทธิ์พุ่งขึ้นมาจากรอยแยก ลำแสงสีฟ้าอ่อนก็พุ่งขึ้นสู่เพดานถ้ำในทันที แสงนั้นสว่างจ้าจนทำให้ปรมาจารย์เงาทมิฬและลูกน้องที่เหลืออยู่ต้องหรี่ตาลง หลิงเยว่เองก็ตกใจไม่แพ้กัน แต่นางกลับรู้สึกเชื่อมโยงกับพลังนั้นอย่างประหลาด ราวกับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของตัวนางเอง

แสงสีฟ้าอ่อนนั้นเริ่มก่อตัวเป็นรูปทรงที่คุ้นตา... มังกรเหมันต์ขนาดใหญ่ที่กำลังแผดเสียงคำราม! มันไม่ใช่ร่างจริง แต่เป็นภาพมายาที่ประกอบขึ้นจากพลังปราณน้ำแข็งบริสุทธิ์ แต่มันกลับดูสมจริงจนน่าขนลุก ดวงตาของมังกรจ้องมองมาที่หลิงเยว่ ราวกับกำลังส่งผ่านข้อความบางอย่าง

"มังกรเหมันต์! นี่มันเป็นไปไม่ได้!" ปรมาจารย์เงาทมิฬถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความหวาดกลัว เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นสิ่งมีชีวิตในตำนานเช่นนี้ปรากฏขึ้นตรงหน้า

แต่ทว่า ในวินาทีที่ภาพมายาของมังกรเหมันต์กำลังจะสลายไป มันกลับพ่นลมหายใจออกมา แรงลมนั้นไม่ได้รุนแรง หากแต่เต็มไปด้วยพลังปราณน้ำแข็งที่บริสุทธิ์อย่างยิ่ง พลังปราณนั้นไม่ได้พุ่งเข้าโจมตีปรมาจารย์เงาทมิฬ แต่กลับพุ่งเข้าสู่ร่างของหลิงเยว่โดยตรง!

ร่างกายของหลิงเยว่สั่นสะท้านอย่างรุนแรง พลังปราณน้ำแข็งที่บริสุทธิ์ราวกับธารน้ำแข็งโบราณไหลทะลักเข้าสู่เส้นชีพจรของนางอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดภายในร่างกายพลันหายไป พลังปราณของนางที่กำลังลดลง กลับเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และที่สำคัญที่สุด... พลังมังกรเหมันต์ที่หลับใหลอยู่ในตัวนาง กลับตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์!

ดวงตาของหลิงเยว่พลันกลายเป็นสีฟ้าอ่อนราวกับน้ำแข็งที่บริสุทธิ์ ผมสีดำยาวสลวยของนางเริ่มมีประกายสีขาวหม่นจางๆ ปราณน้ำแข็งสีขาวทมิฬที่บริสุทธิ์และแข็งแกร่งอย่างไม่เคยมีมาก่อนพวยพุ่งออกมาจากร่างของนางอย่างควบคุมไม่ได้ รอบกายของนางปรากฏเกล็ดน้ำแข็งใสราวกับคริสตัลลอยวนอยู่

ปรมาจารย์เงาทมิฬและลูกน้องของเขามองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความหวาดผวา พลังปราณที่แผ่ออกมาจากหลิงเยว่ในตอนนี้ แข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อ ราวกับไม่ใช่พลังของมนุษย์ นางดูราวกับเทพธิดาน้ำแข็งที่ลงมาจุติ!

หลิงเยว่รู้สึกได้ถึงพลังที่ไร้ขีดจำกัดภายในร่างกาย นางไม่เคยรู้สึกแข็งแกร่งถึงเพียงนี้มาก่อน ทุกอณูของร่างกายเต็มไปด้วยปราณมังกรเหมันต์ที่บริสุทธิ์และทรงพลัง นางเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยเป็นประกายระยิบระยับของนางในยามนี้กลับเต็มไปด้วยความเยือกเย็นยะเยือกและอำนาจที่ยากจะคาดเดา

"ปรมาจารย์เงาทมิฬ ท่านต้องการแก่นอสูรของพญาอสรพิษเหมันต์ทมิฬหรือ... น่าเสียดายที่มันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของข้าไปแล้ว" เสียงของหลิงเยว่เปลี่ยนไปเล็กน้อย มันฟังดูเย็นชาและเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจ ราวกับเสียงที่ดังมาจากห้วงน้ำแข็งอันลึกสุดหยั่ง

ปรมาจารย์เงาทมิฬตัวสั่นสะท้าน เขาสัมผัสได้ถึงพลังที่น่าสะพรึงกลัวจากเด็กสาวผู้นี้ พลังที่สามารถบดขยี้เขาได้ในพริบตา เขากำลังจะถอยหนี แต่ทว่า... พลังปราณที่รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่าก็พวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกใต้เท้าของหลิงเยว่อีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่แค่พลังปราณ แต่เป็นออร่าสีดำสนิทที่เต็มไปด้วยจิตสังหารมหาศาล! ออร่านั้นแตกต่างจากพลังของปรมาจารย์เงาทมิฬโดยสิ้นเชิง มันเป็นออร่าของ... อสูร!

เสียงคำรามก้องกังวานอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เสียงของมังกร แต่เป็นเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความดุร้ายและกระหายเลือด ลำแสงสีดำทมิฬพุ่งขึ้นมาจากรอยแยก และตรงเข้าห่อหุ้มร่างของหลิงเยว่ในทันที!

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ราชินีมังกรครองสวรรค์

ราชินีมังกรครองสวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!