ราชินีมังกรครองสวรรค์

ตอนที่ 5 — เบื้องลึกหุบเหวไร้นาม: ตื่นขึ้นสู่สายเลือดบรรพกาล

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

200 ตอน · 1,313 คำ

ร่างของหลิงเยว่ร่วงหล่นดิ่งลงสู่ความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้ง ท่ามกลางห้วงอากาศที่ว่างเปล่าเบื้องล่างนั้นดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด สายลมหวีดหวิวปะทะใบหน้าฉับพลันราวกับคมมีดนับพันเล่มกรีดแทงทุกอณูผิว ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นกระแสลมวนอันบ้าคลั่งที่ดูดกลืนทุกสิ่งลงสู่ห้วงเหวเบื้องล่างอย่างไม่ปรานี ความหนาวเหน็บกัดกินลึกเข้าไปในกระดูกสันหลังจนกายสั่นสะท้าน มือทั้งสองข้างกำแน่นโดยสัญชาตญาณ ดวงตาปิดสนิทขณะที่จิตใจพยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายให้กลับคืนมา ความหวาดกลัวคล้ายเงามืดกำลังกลืนกินเธอจากภายใน ‌ความตายดูเหมือนจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม ทว่าในห้วงแห่งความสิ้นหวังนั้นเอง น้ำเสียงแหบพร่าของท่านปู่ที่กำชับให้เธอมีชีวิตรอดกลับดังก้องขึ้นในหูซ้ำแล้วซ้ำเล่า “จงมีชีวิตรอด ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม! จงจำไว้ หลิงเยว่ เจ้าคือความหวังสุดท้ายของตระกูล!”

เพียงเสี้ยววินาทีที่ความมืดและความหนาวเหน็บเข้าครอบงำ ​ทันใดนั้น ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งก็แผ่ซ่านเข้ามาในร่าง มันไม่ได้มาจากภายนอก หากแต่ก่อตัวขึ้นจากภายในกายเธอเองอย่างน่าอัศจรรย์ ความอบอุ่นนั้นค่อยๆ แผ่ขยายออกไปช้าๆ คล้ายเส้นเลือดที่กำลังสูบฉีดโลหิตอุ่นๆ ไปทั่วทุกส่วนของร่างกายที่กำลังอ่อนล้าและเย็นเฉียบ ‍พร้อมกันนั้น แสงสีทองเรืองรองบางเบาก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นโอบล้อมกายเธอไว้ คล้ายเกราะป้องกันที่มองไม่เห็น แรงดึงดูดที่เคยกระชากร่างให้ร่วงหล่นอย่างรุนแรงกลับผ่อนคลายลง ความเร็วในการดิ่งพสุธาลดลงอย่างน่าอัศจรรย์ ความรู้สึกเหมือนกำลังจะชนกับพื้นเบื้องล่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่กลับกลายเป็นความนุ่มนวลอย่างประหลาด ‌ราวกับมีอะไรบางอย่างรองรับเธอไว้อย่างแผ่วเบา ประหนึ่งปุยนุ่นที่โอบอุ้มให้เธอร่อนลงสู่เบื้องล่างอย่างช้าๆ

“ตูม!” เสียงหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับความรู้สึกเย็นยะเยือกของผืนน้ำที่โอบรับร่างอย่างนุ่มนวล เธอตกลงสู่ผืนน้ำสีทองเรืองรองที่ไม่ลึกมากนัก แรงกระแทกนั้นเบาบางจนแทบไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใดๆ ความเย็นวาบแรกแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นที่โอบกอดไว้ ร่างกายที่อ่อนล้าคล้ายถูกฟื้นฟูอย่างช้าๆ ‍พลังงานบางอย่างไหลเวียนเข้าสู่ทุกอณูของร่างกาย ชำระล้างความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดให้จางหายไป หลิงเยว่ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพแรกที่เห็นคือเพดานถ้ำอันสูงชันที่ประดับประดาด้วยผลึกสีเงินยวงสะท้อนแสงสีทองจากผืนน้ำราวกับดวงดาวนับล้านที่ส่องประกายระยิบระยับ หินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตาห้อยระย้าลงมาคล้ายม่านน้ำแข็งเรืองแสงที่ประดับประดาด้วยอัญมณี ผนังถ้ำกว้างขวางเกินกว่าจินตนาการ คล้ายโถงขนาดมหึมาที่ถูกสร้างสรรค์โดยธรรมชาติ ​ห่างออกไปไม่ไกล ต้นไม้แปลกๆ ที่มีใบสีน้ำเงินเข้มและดอกไม้สีม่วงเรืองแสงอ่อนๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่ว สร้างบรรยากาศลึกลับและงดงามราวกับดินแดนในความฝันที่หลุดออกมาจากตำนาน อากาศบริสุทธิ์และอุดมไปด้วยพลังปราณที่เข้มข้นจนสัมผัสได้ คล้ายมีชีวิตชีวาจนสามารถสูดหายใจเข้าไปได้อย่างเต็มปอด ผืนน้ำที่เธอตกลงมานั้นไม่ใช่แค่น้ำธรรมดา ​มันส่องประกายระยิบระยับราวกับเต็มไปด้วยอนุภาคทองคำเล็กๆ นับไม่ถ้วน และให้ความรู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด ราวกับกำลังแช่ตัวอยู่ในบ่อน้ำทิพย์แห่งสรวงสวรรค์

เธอพยุงตัวขึ้นจากผืนน้ำช้าๆ ทุกส่วนของร่างกายรู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน บาดแผลและรอยถลอกเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นจากการหลบหนีคล้ายกำลังสมานตัวอย่างรวดเร็ว ​ผิวหนังกลับมาเรียบเนียนดังเดิมราวกับไม่เคยมีรอยขีดข่วนใดๆ หลิงเยว่มองไปรอบๆ อย่างอัศจรรย์ใจ ถ้ำแห่งนี้ไม่ใช่แค่ถ้ำ แต่มันคืออาณาจักรใต้ดินที่ซ่อนเร้นจากโลกภายนอก ผนังถ้ำแต่ละด้านสลักเสลาด้วยลวดลายโบราณที่วิจิตรบรรจง เรื่องราวของมังกรตัวมหึมาที่กำลังโบยบินบนฟากฟ้าอย่างสง่างาม มังกรที่กำลังต่อสู้กับอสูรร้ายอย่างดุเดือด และมังกรที่กำลังหลับใหลอย่างสงบสุขในอ้อมกอดแห่งนิรันดร์ ภาพสลักเหล่านี้ดูมีชีวิตชีวาและเปี่ยมไปด้วยพลังบางอย่างที่ทำให้ใจของเธอเต้นระรัว คล้ายกำลังเล่าขานตำนานอันยิ่งใหญ่ที่ถูกลืมเลือน

สายตาของเธอจับจ้องไปยังใจกลางห้องโถงกว้างใหญ่ ที่นั่น ผืนน้ำสีทองสว่างจ้ากว่าบริเวณอื่น และเหนือผืนน้ำนั้น คือโครงกระดูกมังกรขนาดยักษ์มหึมา! มันใหญ่โตจนแทบจะจรดเพดานถ้ำ เกล็ดที่เคยหุ้มกายบัดนี้กลายเป็นหินผาที่ส่องประกายสีทองอร่ามราวกับทองคำบริสุทธิ์ที่ถูกแกะสลักอย่างประณีต ดวงตาของโครงกระดูกมังกรนั้นว่างเปล่า แต่จากเบ้าตาที่กลวงโบ๋นั้นกลับมีแสงสีทองอ่อนๆ ส่องประกายออกมา ราวกับมังกรตนนี้ยังคงมีชีวิตและกำลังเฝ้ามองเธออยู่ เสียงคำรามที่เธอได้ยินก่อนจะกระโดดลงมา ต้องเป็นเสียงของมันอย่างแน่นอน หลิงเยว่รู้สึกได้ถึงพลังงานมหาศาลที่แผ่ออกมาจากโครงกระดูกมังกรโบราณนี้ เป็นพลังงานที่ทั้งบริสุทธิ์ ทรงพลัง และคุ้นเคยอย่างประหลาด คล้ายสายเลือดในกายเธอเองกำลังตอบสนองต่อพลังนั้นอย่างเร่าร้อน

ทันใดนั้น พลังงานสีทองมหาศาลจากโครงกระดูกมังกรก็พวยพุ่งเข้าใส่ร่างของหลิงเยว่ ไม่ใช่การโจมตี แต่เป็นการโอบล้อม เธอยืนนิ่งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยพลังที่มองไม่เห็น ร่างกายของเธอถูกยกขึ้นจากผืนน้ำอย่างช้าๆ ลอยอยู่กลางอากาศ ภาพในอดีต ภาพในอนาคต ภาพที่พร่ามัวเกินกว่าจะเข้าใจ พุ่งเข้าสู่จิตสำนึกของเธออย่างรวดเร็ว ในชั่วพริบตา เธอกลับไปเห็นภาพบรรพบุรุษของเธอ ผู้เป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ในชุดขาวบริสุทธิ์ ผู้กำลังยืนเคียงข้างมังกรทองอันสง่างามกำลังต่อสู้กับเหล่าอสูรร้ายที่หมายจะทำลายล้างโลก ภาพสตรีผู้โอบกอดไข่มังกรสีทองก่อนที่ดวงตาของเธอจะค่อยๆ ปิดลงราวกับยอมจำนนต่อชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ภาพเหล่านี้ชัดเจนราวกับเกิดขึ้นจริงต่อหน้าต่อตาเธอ ก่อนจะจางหายไปในความมืดพร้อมกับเสียงหนึ่งที่ดังก้องขึ้นในจิตใจ เสียงนั้นโบราณ ลึกซึ้ง และทรงพลัง ราวกับมาจากห้วงอวกาศอันไกลโพ้น ทว่ากลับใกล้ชิดประหนึ่งกระซิบอยู่ข้างหู

“ในที่สุด เจ้าก็มาถึง… ผู้สืบทอดสายเลือดมังกรโบราณ ผู้ที่ถูกกำหนดให้แบกรับชะตากรรมอันยิ่งใหญ่”

หลิงเยว่ตะลึงงัน เสียงนั้นไม่ใช่เสียงที่มาจากภายนอก แต่เป็นเสียงที่ดังขึ้นในใจของเธอโดยตรง เธอพยายามมองหาที่มาของเสียง แต่ไม่พบสิ่งใดนอกจากโครงกระดูกมังกรทองที่ยังคงส่องประกายเจิดจ้า “ท่านเป็นใคร? ที่นี่คือที่ไหนกันแน่?” เธอเปล่งคำถามออกมาอย่างยากลำบาก น้ำเสียงสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกและอัศจรรย์ใจ

“ข้าคือวิญญาณบรรพกาลของมังกรทอง ผู้เฝ้ารักษาสถานที่แห่งนี้ และสายเลือดของเจ้า” เสียงนั้นตอบกลับอย่างแผ่วเบาแต่กังวาน “ที่นี่คือ ‘รังมังกรนิรันดร์’ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกซ่อนเร้นจากโลกภายนอกมานับพันปี เพื่อรอคอยการตื่นขึ้นของผู้ที่เหมาะสม ผู้ที่ถูกเลือกโดยสายเลือดแห่งราชันย์มังกร”

หัวใจของหลิงเยว่เต้นระรัวราวกับกลองศึก “สายเลือดราชันย์มังกร? หมายความว่าอย่างไร? ข้า… ข้าไม่เข้าใจ”

“เจ้ามีสายเลือดแห่งมังกรโบราณที่บริสุทธิ์ที่สุดไหลเวียนอยู่ในกาย เลือดที่ถูกปิดผนึกมานานนับพันปี จนกระทั่งเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนได้ปลุกเร้ามันให้ตื่นขึ้น” เสียงนั้นอธิบายอย่างใจเย็น “เลือดของเจ้าเป็นที่ต้องการของพรรคโลหิตทมิฬ พวกมันต้องการใช้พลังของมังกรเพื่อบรรลุแผนการชั่วร้ายของพวกมัน และยึดครองโลกนี้ให้ตกอยู่ภายใต้ความมืดมิด”

หลิงเยว่รู้สึกหนาวไปถึงไขสันหลัง เธอนึกถึงความเจ็บปวดทรมานเมื่อคืนก่อน ตอนที่พลังแปลกประหลาดไหลเวียนในกาย และดวงตาของเธอกลายเป็นสีทองเรืองรอง ความทรงจำอันเลวร้ายนั้นยังคงสดใหม่ “ข้าต้องทำอย่างไร? ข้าอ่อนแอเกินไปที่จะต่อสู้กับพวกเขา ข้าไม่มีพลังอะไรเลย” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ความสิ้นหวังเริ่มกัดกินหัวใจอีกครั้ง

“ไม่ เจ้าไม่ได้อ่อนแอ หากแต่พลังของเจ้ายังไม่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างแท้จริง” วิญญาณมังกรกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เจ้าจะต้องผ่านการชำระล้างสายเลือดที่นี่ เพื่อปลดผนึกพลังที่แท้จริงของมังกร และเมื่อนั้น เจ้าจะแข็งแกร่งพอที่จะเผชิญหน้ากับชะตากรรมของเจ้า ผู้สืบทอดแห่งราชันย์มังกร”

ทันใดนั้น ผืนน้ำสีทองเรืองรองใต้เท้าของหลิงเยว่ก็พลันสั่นสะเทือน อนุภาคทองคำเล็กๆ นับไม่ถ้วนพุ่งขึ้นมารวมตัวกันรอบกายเธอ คล้ายละอองดาวที่กำลังเต้นระบำอย่างงดงาม พลังปราณที่เข้มข้นจนสัมผัสได้นั้นไหลเวียนเข้าสู่ร่างเธออย่างรุนแรง หลิงเยว่รู้สึกเจ็บปวดราวกับกระดูกและกล้ามเนื้อกำลังถูกฉีกกระชาก ก่อนจะถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยพลังอันบริสุทธิ์ ผิวหนังของเธอเริ่มเรืองแสงสีทองจางๆ เกล็ดมังกรเล็กๆ ปรากฏขึ้นชั่วขณะบนแขน ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว เธอรู้สึกได้ถึงความร้อนที่พุ่งพล่านจากกระดูกสันหลังขึ้นไปถึงกระหม่อมราวกับมีไฟลุกโชนอยู่ภายใน ดวงตาของเธอพลันเปล่งประกายสีทองเรืองรองคล้ายแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณที่เจิดจ้า ภาพความทรงจำมากมายที่เกี่ยวกับมังกรและพลังต่างๆ พุ่งเข้ามาในจิตใจของเธอ คล้ายกำลังได้รับการถ่ายทอดความรู้โบราณโดยตรงจากบรรพบุรุษมังกร

“จงผ่อนคลาย ปลดปล่อยจิตใจ และยอมรับพลังของบรรพบุรุษ” เสียงวิญญาณมังกรสั่งด้วยความเมตตา “นี่คือการชำระล้างสายเลือดมังกร ซึ่งเป็นเพียงก้าวแรกสู่การเป็นราชินีมังกรที่แท้จริง จงอย่าต่อต้านพลังที่กำลังหลั่งไหลเข้ามา จงเปิดใจรับมัน”

หลิงเยว่กัดฟันแน่น ทนต่อความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามา เธอมุ่งความสนใจไปที่ภาพของมังกรโบราณที่สลักอยู่บนผนังถ้ำ พยายามเชื่อมโยงกับพลังงานที่เธอรู้สึกได้ ความเจ็บปวดเริ่มลดลงช้าๆ แทนที่ด้วยความรู้สึกทรงพลังที่พุ่งพล่านไปทั่วทุกอณูของร่างกาย เธอรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่ก่อตัวขึ้นภายใน มองเห็นสายเลือดสีทองเรืองรองอยู่ในเส้นเลือดของตนเอง มองเห็นพลังที่กำลังเต้นเร่าคล้ายชีพจรของมังกรโบราณที่กำลังตื่นขึ้นจากหลับใหล

“ดีมาก! พลังของเจ้ากำลังตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์” วิญญาณมังกรกล่าวด้วยความพอใจอย่างยิ่ง “แต่การชำระล้างนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เจ้ายังมีหนทางอีกยาวไกลที่จะต้องเดิน การฝึกฝน การเรียนรู้ และการเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า”

ขณะที่พลังในกายเธอกำลังหลอมรวมและมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ หลิงเยว่ก็พลันรู้สึกได้ถึงการสั่นสะเทือนบางอย่างจากเบื้องบน มันไม่ใช่การสั่นสะเทือนตามธรรมชาติ แต่เป็นพลังปราณที่ชั่วร้ายและคุ้นเคย พลังของพรรคโลหิตทมิฬ! พวกมันตามมาจนถึงที่นี่ได้อย่างไร? หรือพวกมันจะหาวิธีลงมาได้แล้ว? ความรู้สึกไม่สบายใจแผ่ซ่านเข้ามาในใจเธอ

“พวกมันกำลังจะมาถึง” วิญญาณมังกรกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความกังวล “เจ้าต้องเตรียมพร้อม ผู้สืบทอดสายเลือดมังกร การชำระล้างเลือดของเจ้ายังไม่สมบูรณ์ แต่เจ้าต้องใช้พลังที่ตื่นขึ้นนี้เพื่อปกป้องตัวเอง และค้นหา ‘แก่นมังกรโบราณ’ ที่ซ่อนอยู่ในรังแห่งนี้ ก่อนที่พวกมันจะค้นพบมัน!”

เสียงคำเตือนของวิญญาณมังกรดังก้องในจิตใจ พร้อมกับการสั่นสะเทือนที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลิงเยว่กำหมัดแน่น ดวงตาสีทองฉายแววมุ่งมั่น เธอไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว เธอมีสายเลือดมังกรไหลเวียนอยู่ในกาย และมีชะตากรรมที่ต้องแบกรับ แต่ ‘แก่นมังกรโบราณ’ คืออะไร? และเธอจะหามันพบได้อย่างไร ก่อนที่ศัตรูจะบุกเข้ามาในรังมังกรศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ได้? คำถามมากมายผุดขึ้นในใจ แต่เวลากลับเหลือน้อยเต็มที เธอต้องตัดสินใจและลงมือทำทันที เพื่อปกป้องทั้งตัวเองและรังมังกรแห่งนี้จากเงื้อมมือของความชั่วร้าย.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ราชินีมังกรครองสวรรค์

ราชินีมังกรครองสวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!