โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
200 ตอน · 1,291 คำ
พลังมหาศาลปะทุขึ้นภายในกาย หลิงเยว่รู้สึกราวกับสายฟ้าพันเส้นวิ่งพล่านในทุกอณู ตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า เลือดในกายเดือดพล่านราวกับน้ำที่ถูกต้มจนเดือด พลังงานสีทองอร่ามล้นทะลักออกจากเรือนร่าง เปล่งประกายเป็นรัศมีเจิดจ้าจับตา แม้จะเจ็บปวดและทรมานจากกระบวนการปรับตัว แต่ความรู้สึกแห่งพลังอำนาจที่ตื่นขึ้นมานั้นกลับน่าอัศจรรย์ยิ่งกว่าสิ่งใด เธอรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริง ราวกับว่าโลกทั้งใบอยู่ภายใต้การควบคุมของเธอ เสียงคำรามกึกก้องกังวานจากภายในจิตวิญญาณ ไม่ใช่เสียงของเธอ แต่เป็นเสียงของมังกรโบราณที่หลับใหลอยู่ภายใน ได้ตื่นขึ้นแล้วอย่างสมบูรณ์
“เร็วเข้า หลิงเยว่! เจ้าต้องหาแก่นมังกรโบราณให้พบ! พลังชั่วร้ายของพรรคโลหิตทมิฬกำลังจะมาถึงแล้ว!” เสียงของวิญญาณบรรพกาลมังกรทองดังก้องขึ้นในจิตใจของเธอ เต็มไปด้วยความเร่งรีบและวิตกกังวล
หลิงเยว่พยักหน้า พยายามสะกดความเจ็บปวดและความตื่นตะลึงในพลังใหม่ ทันทีที่เธอพยายามรวบรวมสมาธิ เซลล์ทุกเซลล์ในกายก็ตอบสนอง ราวกับเธอได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เธอสามารถสัมผัสได้ถึงการไหลเวียนของพลังงานธาตุในอากาศ เสียงกระซิบของสายลมที่พัดผ่านรอยแยกของถ้ำ และที่สำคัญที่สุดคือคลื่นพลังงานแปลกประหลาดที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ นั่นคือกลิ่นอายแห่งความชั่วร้าย กลิ่นคาวเลือด และความมืดมิด ที่กำลังกัดกินบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ของถ้ำแห่งนี้
“แก่นมังกรโบราณอยู่ที่ไหน ท่านบรรพบุรุษ?” เธอถามกลับไปในใจ เสียงของเธอเองก็ยังคงสั่นเครือเล็กน้อยจากความตื่นเต้นและอาการสั่นสะท้านจากพลังที่พุ่งพล่าน
“มันซ่อนอยู่ลึกที่สุดของรังแห่งนี้... ใต้ที่พักผ่อนของข้า ที่ซึ่งชีวิตโบราณถือกำเนิด... สัมผัสถึงมันเถิด ด้วยสายเลือดของเจ้า” วิญญาณมังกรตอบกลับอย่างกระตือรือร้น
หลิงเยว่กวาดสายตามองไปรอบๆ ถ้ำขนาดมหึมา โครงกระดูกมังกรทองที่ส่องประกายเรืองรองราวกับภูเขาทองคำยังคงเป็นจุดศูนย์กลาง เธอก้าวเดินเข้าไปใกล้โครงกระดูกนั้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยพลังที่แตกต่างออกไป เธอรู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับโครงกระดูกนั้น ราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของเธอเอง
เธอวางฝ่ามือลงบนกระดูกสันหลังที่ใหญ่ที่สุดของโครงกระดูกมังกร พลังมังกรสีทองในกายเธอไหลผ่านฝ่ามือ ซึมซับเข้าไปในกระดูกทันที ทันใดนั้น กระดูกมังกรก็เปล่งประกายสีทองเรืองรองขึ้นอย่างรุนแรง ลวดลายโบราณที่สลักลึกลงไปในกระดูกปรากฏขึ้นมา เปล่งแสงสลับซับซ้อนราวกับแผนที่แห่งดวงดาว แสงนั้นส่องนำทางเธอไปยังจุดหนึ่งใต้กรงเล็บหน้าของโครงกระดูก ที่ซึ่งพื้นถ้ำดูจะแตกต่างออกไป เป็นหินที่เรียบเนียนกว่าปกติ และมีรอยสลักรูปมังกรที่บอบบางซ่อนอยู่แทบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
เธอสัมผัสรอยสลักนั้น แสงสีทองจากมือเธอไหลเข้าไปในรอยสลัก และทันใดนั้น พื้นถ้ำก็แยกออกด้วยเสียงครืนครั่นกึกก้อง แสงสีทองเจิดจ้าสาดส่องขึ้นมาจากเบื้องล่าง เผยให้เห็นทางเดินลับที่ทอดลึกลงไปสู่เบื้องล่างของถ้ำ กลิ่นอายแห่งพลังโบราณที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมพวยพุ่งขึ้นมาจนเธอรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาล
“ลงไปเถิด นั่นคือทางไปยังแก่นมังกรโบราณ” วิญญาณบรรพกาลกระตุ้น
หลิงเยว่ไม่ลังเล ก้าวเดินลงไปในทางเดินลับนั้น ทางเดินที่มืดมิดแต่กลับสว่างไสวด้วยพลังมังกรที่ออกมาจากตัวเธอและจากผนังถ้ำที่ประดับประดาด้วยอักขระมังกรโบราณที่เปล่งประกายเรืองรอง เธอเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ ราวกับถูกดึงดูดด้วยแรงอันไม่อาจต้านทานได้ จนกระทั่งมาถึงห้องโถงใต้ดินขนาดเล็ก ที่ซึ่งพลังงานมังกรเข้มข้นถึงขีดสุด ทำให้มวลอากาศรอบตัวเธอหนักอึ้งราวกับถูกกดดันด้วยภูเขา
ตรงกลางห้องโถงนั้น ปรากฏภาพที่ทำให้หลิงเยว่ต้องหยุดชะงักด้วยความตะลึงงัน เบื้องหน้าเธอคือสระน้ำสีทองอร่ามที่เปล่งแสงเรืองรองอย่างเป็นธรรมชาติ เหนือผิวน้ำนั้นมีก้อนผลึกใสขนาดเท่าศรีษะเด็กที่ลอยอยู่กลางอากาศ ผลึกนั้นโปร่งใสราวกับไม่มีอยู่จริง แต่ภายในกลับมีพลังงานสีทองหมุนวนราวกับพายุขนาดย่อม มันไม่ใช่แค่ผลึก แต่เป็นสิ่งที่ดูเหมือนหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะช้าๆ ส่งคลื่นพลังงานที่บริสุทธิ์และเก่าแก่แผ่ซ่านออกมาจนทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างประหลาด นี่คือ ‘แก่นมังกรโบราณ’ อย่างไม่ต้องสงสัย
“นี่คือหัวใจของรังแห่งนี้ นี่คือแหล่งพลังงานที่หล่อเลี้ยงรังแห่งนี้มาตั้งแต่ครั้งบรรพกาล มันเป็นทั้งเกราะป้องกัน ปราการแห่งชีวิต และยังเป็นที่เก็บสะสมความรู้ของเหล่ามังกรโบราณ” วิญญาณบรรพกาลอธิบายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงและเปี่ยมด้วยความเคารพ “เจ้าต้องผสานรวมกับมัน แต่ตอนนี้เจ้ายังไม่พร้อม ต้องใช้เวลาและพลังมหาศาล แต่เจ้าสามารถกระตุ้นพลังป้องกันของมันได้”
ทันใดนั้น พลังงานชั่วร้ายจากภายนอกก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันเข้มข้นจนทำให้พื้นถ้ำสั่นสะเทือน เสียงปะทะกันของพลังอำนาจดังมาจากด้านบน ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังถูกโจมตีอย่างรุนแรง
“พวกเขามาถึงแล้ว!” วิญญาณมังกรอุทานด้วยความตกใจ “หลิงเยว่! อย่ารอช้า! จงสัมผัสแก่นมังกรโบราณและหลอมรวมกับมันเพื่อกระตุ้นปราการป้องกัน!”
หลิงเยว่รู้สึกถึงความเร่งรีบในคำพูดของวิญญาณบรรพกาล เธอรู้ดีว่าเธอไม่มีเวลาลังเลแล้ว เธอก้าวเข้าไปใกล้แก่นมังกรโบราณ ยกมือขึ้นช้าๆ แสงสีทองจากกายเธอแผ่ไปโอบล้อมก้อนผลึกนั้น และเมื่อปลายนิ้วของเธอสัมผัสลงบนพื้นผิวที่เย็นเยียบและเรียบลื่นนั้น พลังงานมหาศาลก็พุ่งทะลักเข้าสู่กายเธอทันที ราวกับสายฟ้าฟาดที่ไร้ความเจ็บปวด หากแต่เปี่ยมด้วยความรู้และพลังอันบริสุทธิ์
ดวงตาของหลิงเยว่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ภาพลวงตามากมายพุ่งเข้ามาในจิตใจของเธอ เธอเห็นโลกใบเก่า โลกที่เต็มไปด้วยมังกรโบราณที่เหินหาวเหนือเมฆา เสียงคำรามกึกก้องกังวานไปทั่วผืนฟ้า เธอสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแห่งการก่อกำเนิดของโลกใบนี้ และความผูกพันอันลึกซึ้งของเหล่ามังกรกับผืนแผ่นดิน ความรู้โบราณมากมายหลั่งไหลเข้ามาในสมองของเธอราวกับเขื่อนที่พังทลาย แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะทำความเข้าใจมันทั้งหมด
เธอรวบรวมสมาธิ พยายามดึงพลังงานจากแก่นมังกรโบราณเพื่อใช้ในการป้องกันตามที่วิญญาณบรรพกาลแนะนำ พลังมังกรในกายเธอรวมเข้ากับพลังจากแก่นมังกร หล่อหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว แสงสีทองอร่ามสว่างจ้าจนแทบจะกลืนกินทุกสิ่งในห้องโถง แสงนั้นพุ่งทะลุขึ้นไปด้านบน ผ่านทางเดินลับ และแผ่ซ่านไปทั่วทั้งถ้ำโบราณ
ภายนอกถ้ำ พรรคโลหิตทมิฬได้มาถึงแล้ว เหล่าจอมเวทโลหิตและนักฆ่าชุดดำจำนวนมากยืนเรียงรายอยู่เบื้องหน้าปากทางเข้าถ้ำ ม่านพลังสีดำทมิฬถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องด้วยพลังโลหิตที่รุนแรง พลังของหลิงเยว่ที่เพิ่งตื่นขึ้นยังไม่เพียงพอที่จะคงปราการป้องกันไว้ได้นานเท่าที่ควร และตอนนี้มันกำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า
ผู้นำของพรรคโลหิตทมิฬ ชายร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าคลุม แต่ดวงตาของเขาทอประกายสีแดงฉานราวกับสัตว์ร้าย กำลังมองดูม่านพลังที่อ่อนลงด้วยรอยยิ้มอันอำมหิต
“ในที่สุด ม่านพลังโบราณก็เริ่มสั่นคลอนแล้ว! เร่งมือเข้า! เลือดมังกรโบราณจะต้องเป็นของเรา!” เขาตะโกนสั่ง เสียงของเขาดุดันและเต็มไปด้วยอำนาจ
ทันใดนั้น ม่านพลังสีดำที่กำลังจะพังทลายก็พลันเปล่งประกายสีทองอร่ามขึ้นอย่างรุนแรง ม่านพลังนั้นแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พลังโลหิตของพรรคโลหิตทมิฬที่โจมตีเข้าไปชนกับม่านพลังนั้นราวกับกระทบเข้ากับกำแพงเหล็กกล้า แรงสะท้อนกลับทำให้จอมเวทโลหิตบางคนกระเด็นถอยหลังอย่างรุนแรง
“อะไรกัน? พลังป้องกันตื่นขึ้นแล้วหรือ!” ผู้นำพรรคโลหิตทมิฬอุทานด้วยความตกใจ ดวงตาแดงก่ำของเขาจ้องมองไปยังปากทางเข้าถ้ำ ที่ซึ่งพลังสีทองกำลังพวยพุ่งออกมาอย่างรุนแรง “ไม่ผิดแน่! นี่คือกลิ่นอายของพลังมังกรที่ตื่นขึ้น!”
ภายในถ้ำ หลิงเยว่หลับตาลง สัมผัสถึงการหลอมรวมของพลังจากแก่นมังกรที่ไหลผ่านเส้นเลือดของเธอ เธอรู้สึกถึงชีวิต ชีวา และความแข็งแกร่งที่แท้จริง ราวกับเธอได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของมังกรโบราณเอง พลังป้องกันของถ้ำได้ถูกกระตุ้นขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว ม่านพลังที่เธอรับรู้ว่ากำลังจะพังทลายไปเมื่อครู่ ตอนนี้กลับแข็งแกร่งและมั่นคงยิ่งกว่าเดิม
ทว่า การกระตุ้นพลังป้องกันเป็นเพียงจุดเริ่มต้น การต่อสู้ที่แท้จริงกำลังจะมาถึง
“พวกเขาบุกเข้ามาแล้ว!” เสียงของวิญญาณบรรพกาลดังก้องขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “แม้ปราการจะแข็งแกร่งขึ้น แต่พวกมันก็กำลังจะฝ่าเข้ามา!”
หลิงเยว่เปิดดวงตาขึ้น สีทองอร่ามเปล่งประกายออกมาจากดวงตาของเธอ มันไม่ใช่สีทองธรรมดา แต่เป็นสีทองที่มีประกายระยิบระยับราวกับเกล็ดมังกรนับพัน ดวงตาของเธอสามารถมองทะลุม่านพลังออกไป เห็นเงาของพรรคโลหิตทมิฬที่พยายามจะทำลายปราการป้องกัน เธอเห็นใบหน้าของจอมเวทโลหิตเหล่านั้น เห็นพลังอำนาจแห่งความมืดมิดที่ปะทุออกมาจากพวกเขา
เธอถอนหายใจเฮือกหนึ่ง เตรียมพร้อมรับมือกับการปะทะที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ มือของเธอเปล่งประกายสีทอง พลังมังกรในกายพร้อมที่จะปลดปล่อยออกมา
แต่แล้ว เสียงอันดุดันก็ดังขึ้นมาจากปากถ้ำ ราวกับเสียงของสัตว์ร้ายที่กำลังคำราม
“หึหึ... มังกรน้อยที่เพิ่งตื่น... ถึงคราวที่เจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมของเจ้าแล้ว!”
หลิงเยว่หันหน้าไปทางปากถ้ำที่กำลังสั่นสะเทือน เธอมองเห็นเงาของบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังก้าวผ่านม่านพลังที่อ่อนแอลงอย่างช้าๆ ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยความมืดมิด แต่ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองมาที่เธออย่างเยือกเย็นและกระหายเลือด
“จอมมารโลหิต!” วิญญาณบรรพกาลอุทานออกมาด้วยความตกใจแทบจะสิ้นสติ
และแล้ว ม่านพลังป้องกันก็พลันแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างของผู้นำพรรคโลหิตทมิฬที่ก้าวเข้ามาภายในถ้ำอย่างเต็มตัว เขาไม่ได้มาคนเดียว ข้างกายเขายังมีเงาร่างสีดำอีกสามคน ที่แต่ละคนล้วนมีกลิ่นอายพลังอำนาจที่น่าสะพรึงกลัวไม่แพ้กัน
หลิงเยว่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าแก่นมังกรโบราณ เธอเพิ่งจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับพลังที่ไม่อาจหยั่งถึง แต่ศัตรูที่อยู่เบื้องหน้าเธอนั้นดูเหมือนจะเหนือกว่าที่เธอจะจินตนาการได้มากนัก จอมมารโลหิตเงยหน้าขึ้น เผยรอยยิ้มอันน่าขนลุกที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายและชัยชนะ ดวงตาของเขาทอดมองมาที่หลิงเยว่ ราวกับเธอก็เป็นเพียงเหยื่ออันโอชะที่พร้อมจะถูกกลืนกิน
“ในที่สุด... เราก็ได้พบกันเสียที... ผู้สืบสายเลือดมังกร...” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก ราวกับว่าคำพูดของเขาเองก็ทำให้มวลอากาศรอบตัวแข็งเป็นน้ำแข็ง
หลิงเยว่เตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ เธอรู้ดีว่าเธอไม่สามารถถอยได้อีกแล้ว พลังงานมังกรสีทองเปล่งประกายออกมาจากมือของเธอ และเธอก็รู้ว่าการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดที่แท้จริงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
จอมมารโลหิตยกมือขึ้น พลังโลหิตสีดำสนิทรวมตัวกันเป็นลูกบอลขนาดใหญ่ที่หมุนวนอย่างรุนแรง เขาเล็งมันไปที่หลิงเยว่โดยไม่ลังเล และเมื่อเขากระพริบตา พลังนั้นก็พุ่งเข้าใส่เธออย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด ทิ้งหลิงเยว่ไว้ในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับความตายโดยตรงในทันที
เธอจะต้านทานการโจมตีอันรุนแรงของจอมมารโลหิตได้หรือไม่? หรือนี่จะเป็นจุดจบของราชินีมังกรที่เพิ่งตื่นขึ้น?

ราชินีมังกรครองสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก