พลังงานสีเลือดเข้มปานหยาดโลหิตแผดเผาเข้ามาพร้อมกับความร้อนระอุราวกับเพลิงอเวจี สัมผัสแรกคือแรงกดดันที่มหาศาลจนแทบจะบดขยี้ทุกเซลล์ในร่าง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนน่าเวียนหัวราวกับยืนอยู่ท่ามกลางสมรภูมิรบที่เพิ่งจบลง และเสียงหัวเราะเยาะหยันของจอมมารโลหิตที่ดังสะท้อนก้องทั่วถ้ำอย่างบ้าคลั่ง ยิ่งทำให้จิตใจของหลิงเยว่ต้องแข็งแกร่งขึ้นเป็นทวีคูณ เธอไม่เคยเผชิญหน้ากับพลังงานที่ชั่วร้ายและทรงอำนาจถึงเพียงนี้มาก่อน พลังที่แผ่ออกมาจากจอมมารโลหิตนั้นไม่ใช่แค่ความแข็งแกร่งทางกายภาพ แต่เป็นความมืดมิดที่กัดกินจิตวิญญาณ ความรู้สึกหวาดกลัวเริ่มคืบคลานเข้ามา แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น ภาพความทรงจำของหมู่บ้านที่ถูกทำลายสิ้นซาก ความตายอันน่าเวทนาของบิดามารดาที่ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม และคำสาบานที่เธอเคยให้ไว้กับตัวเองว่าจะต้องแก้แค้นให้จงได้ ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดอย่างชัดเจน ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่ลุกโชนดุจเปลวเพลิงในดวงตา
“ไร้เดียงสานัก! คิดจะต้านทานพลังโลหิตทมิฬของข้าหรือ เจ้าเด็กน้อย!” จอมมารโลหิตตะโกนก้อง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มอันน่าสะอิดสะเอียนที่เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคม ดวงตาแดงก่ำราวกับเพลิงนรก มือของเขากำแน่น พลังปราณสีเลือดพวยพุ่งออกมาจากร่างราวกับน้ำพุร้อนที่เดือดพล่าน ก่อนจะรวมตัวกันเป็นกรงเล็บโลหิตขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยออร่าแห่งความตาย พุ่งเข้าตะครุบหลิงเยว่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าอย่างรวดเร็วและไร้ความปรานี หลิงเยว่รู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดที่รุนแรงของกรงเล็บนั้น ราวกับมันกำลังจะฉีกวิญญาณออกจากร่างของเธอ ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างให้สิ้นซาก
แต่แล้ว ในห้วงลึกของจิตสำนึก วิญญาณมังกรโบราณก็คำรามก้อง เสียงสะท้อนราวกับฟ้าผ่าในหูของเธอ ‘หลิงเยว่! ปล่อยพลัง! ปราการจะตอบรับ!’ เสียงนั้นดุดันแต่แฝงไว้ด้วยความเร่งรีบและเชื่อมั่น หลิงเยว่ไม่ได้ลังเลอีกต่อไป ด้วยสัญชาตญาณที่ถูกกระตุ้นจากแก่นแท้ของมังกร เธอหลับตาลงและปลดปล่อยพลังงานทั้งหมดที่เพิ่งหลอมรวมกับแก่นมังกรโบราณออกมาอย่างไม่คิดชีวิต ร่างกายของเธอเปล่งประกายสีทองอร่ามเจิดจ้า ลวดลายเกล็ดมังกรโบราณที่เพิ่งปรากฏขึ้นบนผิวหนังเรืองรองอย่างเด่นชัดราวกับมีชีวิต พลังปราณมังกรที่บริสุทธิ์และเก่าแก่ดุจดังมหาสมุทรที่ไร้ที่สิ้นสุด ปะทะเข้ากับกรงเล็บโลหิตทมิฬอย่างรุนแรงจนเกิดเป็นคลื่นพลังงานที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เกิดระเบิดตูมสนั่นหวั่นไหว แรงสะเทือนทำให้ผนังถ้ำสั่นคลอนอย่างรุนแรง เศษหินร่วงหล่นลงมาเป็นห่าฝนราวกับวันสิ้นโลก แสงสีทองและสีแดงดำปะทะกันอย่างดุเดือดกลางอากาศ พลังมังกรของหลิงเยว่ไม่ได้เพียงแต่หยุดยั้งการโจมตี แต่ยังแผ่ขยายออกไปสัมผัสกับปราการป้องกันของรังมังกรโบราณที่เธอเพิ่งกระตุ้น เมื่อแก่นแท้ของราชันมังกรเชื่อมโยงกับมรดกที่ทิ้งไว้ ปราการที่หลับใหลมานานหลายพันปีก็ตื่นขึ้นเต็มรูปแบบราวกับสัตว์ร้ายที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน
เสาหินโบราณขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่รอบสระน้ำศักดิ์สิทธิ์พลันเปล่งแสงสีฟ้าคราม สลักรูปมังกรที่พันเกี่ยวตามเสาหินราวกับมีชีวิตชีวา ดวงตาของมังกรบนเสาหินกะพริบอย่างช้าๆ ก่อนจะพ่นพลังงานธาตุออกมาเป็นสายฟ้าสีฟ้าครามหลายสิบสายพุ่งเข้าใส่เหล่าสมุนของพรรคโลหิตทมิฬที่ติดตามจอมมารโลหิตเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงม เหล่าสมุนที่ต่ำต้อยกว่าหลายสิบคนสลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงเถ้าถ่านสีดำและคราบเลือดกระเด็นไปทั่วบริเวณ บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความมืดมิดพลันถูกฉีกกระชากด้วยแสงสีฟ้าครามและเสียงอันน่าสะพรึงกลัว
จอมมารโลหิตคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว “ปราการป้องกันของมังกรโบราณงั้นรึ? ช่างน่าสนใจ! แต่คิดว่าจะหยุดยั้งข้าได้งั้นรึ!” เขาสะบัดมือ แสงสีเลือดเข้มจากร่างแผ่ขยายออกเป็นโล่ป้องกันขนาดใหญ่ ป้องกันการโจมตีจากสายฟ้าเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะพุ่งเข้าหาหลิงเยว่ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิมหลายเท่า ดวงตาของเขาจ้องมองมาที่เธอด้วยความกระหายเลือด เขารู้ว่าพลังของปราการนั้นเชื่อมโยงกับหลิงเยว่ การกำจัดเธอคือทางเดียวที่จะทำลายปราการนี้ให้สิ้นซากและยึดครองพลังมังกรที่เขาปรารถนามานานนับพันปี
‘รับมือให้ดี หลิงเยว่! พลังของเจ้ายังไม่เสถียรพอที่จะต้านทานเขาได้นาน! จงใช้ความคล่องตัวของเจ้า!’ เสียงของวิญญาณมังกรเตือน หลิงเยว่กัดฟันกรอด รับรู้ถึงความจริงนั้น เธอรู้สึกว่าพลังปราณในร่างกายถูกดึงออกไปอย่างรวดเร็วราวกับเขื่อนที่แตก พลังอันมหาศาลนี้มันใหญ่เกินกว่าที่ร่างของเธอจะรับไหว เธอยังไม่สามารถควบคุมมันได้อย่างแท้จริง เธอเพิ่งเป็นเพียงภาชนะที่เพิ่งถูกเติมเต็ม แต่ยังไม่ได้เรียนรู้วิธีการใช้มันอย่างเชี่ยวชาญ
จอมมารโลหิตปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเธอในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาห่างจากใบหน้าของเธอเพียงไม่กี่คืบ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหื่นกระหายและอำมหิต มือที่เต็มไปด้วยพลังโลหิตพุ่งเข้าใส่หัวใจของเธออย่างไม่ปรานี หลิงเยว่เบิกตากว้าง พยายามยกแขนขึ้นป้องกัน แต่ความเร็วของเขานั้นเหนือกว่า เธอรู้ว่าหากพลาดแม้เพียงเสี้ยววินาที ชีวิตของเธอจะดับสิ้นลงที่นี่อย่างแน่นอน ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม
แต่แล้ว ในวินาทีวิกฤติที่สุด เสียงกระซิบของวิญญาณมังกรก็ดังขึ้นอีกครั้ง ‘ช่องว่างด้านหลังเสาต้นที่เจ็ด! พลังเคลื่อนย้ายฉับพลัน!’ หลิงเยว่ไม่ได้คิด เธอเชื่อมั่นในคำพูดนั้นอย่างหมดใจ สัญชาตญาณแห่งมังกรในตัวเธอตอบสนอง ร่างกายของเธอเปล่งแสงสีทองจางๆ ก่อนจะหายไปจากตรงหน้าจอมมารโลหิตราวกับสายลม พลังเคลื่อนย้ายฉับพลันที่เธอไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ได้ถูกกระตุ้นขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์
จอมมารโลหิตโจมตีพลาดเป้า หมัดของเขากระแทกเข้ากับอากาศว่างเปล่า ทำให้เกิดแรงลมมหาศาลพัดพาฝุ่นฟุ้งกระจาย เขาสะบัดหน้ามองหาหลิงเยว่อย่างรวดเร็ว พบว่าเธอปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่ด้านหลังเสาหินขนาดใหญ่ต้นหนึ่ง ห่างออกไปไม่กี่สิบเมตร ใบหน้าของหลิงเยว่ซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลท่วมกาย พลังที่ใช้ไปเมื่อครู่แม้เพียงเสี้ยวเดียวก็ทำให้เธออ่อนแรงอย่างหนัก แต่เธอก็รอดมาได้อีกครั้งหนึ่ง
“พลังเคลื่อนย้ายงั้นรึ? เจ้าเด็กอวดดี! คิดว่าจะหนีข้าพ้นงั้นรึ?!” จอมมารโลหิตคำรามอย่างบ้าคลั่ง เขารู้สึกเสียหน้าอย่างรุนแรงที่ถูกเด็กสาวอายุเพียงสิบแปดปีหลบหนีการโจมตีได้ถึงสองครั้ง เขากระโดดพุ่งเข้าใส่หลิงเยว่อีกครั้ง คราวนี้ร่างของเขากลายเป็นเงาสีเลือดที่พุ่งทะยานผ่านอากาศด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ ปราการป้องกันของถ้ำพยายามตอบโต้ด้วยการส่งสายฟ้าและกระแสพลังงานเข้าขัดขวาง แต่จอมมารโลหิตก็สามารถปัดป้องหรือหลบหลีกได้อย่างง่ายดายราวกับเป็นเพียงแมลงวันตัวเล็กๆ
‘ไม่มีทางเลือกแล้ว หลิงเยว่! เจ้าต้องหนีไป! ถ้ำนี้มีเส้นทางลับออกไปสู่โลกภายนอกอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ใต้แท่นบูชาที่ห้า! จงนำพลังมังกรออกไปให้พ้นจากที่นี่!’ วิญญาณมังกรกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว แต่แฝงไว้ด้วยความอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด หลิงเยว่รู้ดีว่าวิญญาณมังกรกำลังใช้พลังงานส่วนสุดท้ายที่มีเพื่อช่วยเธอ เธอไม่อาจทำให้ท่านผิดหวังได้
หลิงเยว่พยักหน้าอย่างแน่วแน่ มองเห็นจอมมารโลหิตที่เข้ามาใกล้ขึ้นทุกที เธอรู้ว่าการหนีในสถานการณ์แบบนี้เป็นเรื่องอันตราย แต่การอยู่ต่อคือความตายที่แน่นอน เธอตัดสินใจพลิกแพลงใช้พลังที่เหลืออยู่ทั้งหมดเพื่อสร้างช่องว่าง พลังปราณมังกรพุ่งออกจากฝ่ามือของเธอ ก่อตัวเป็นลำแสงสีทองขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่จอมมารโลหิตอย่างเต็มแรง เป็นการโจมตีที่รวบรวมพลังที่เธอจะสามารถกระตุ้นได้ทั้งหมดในขณะนั้น เป็นการเดิมพันครั้งสุดท้าย
จอมมารโลหิตหัวเราะเยาะ “การโจมตีที่ไร้สาระ!” เขายกมือขึ้นปัดป้องลำแสงนั้นได้อย่างง่ายดายราวกับปัดแมลงวัน แต่ในจังหวะที่เขากำลังดูถูกดูแคลนนั้น หลิงเยว่ก็ใช้พลังเคลื่อนย้ายฉับพลันอีกครั้ง ปรากฏตัวขึ้นเหนือแท่นบูชาหินโบราณที่ห้าทันที เธอทุบกำปั้นลงไปที่แท่นบูชาอย่างสุดแรง เกิดเสียงคำรามก้อง พื้นดินสั่นสะเทือน ปราการป้องกันของถ้ำดูเหมือนจะเข้าใจเจตนาของเธอ มันไม่เพียงแค่กระตุ้นช่องทางลับให้เปิดออก แต่ยังส่งพลังงานธาตุจำนวนมากมารวมตัวกันรอบๆ ช่องทางนั้นเพื่อสร้างม่านพลังหน่วงเวลาการติดตาม
พื้นหินใต้แท่นบูชาแยกออกจากกัน เผยให้เห็นอุโมงค์มืดมิดที่พุ่งดิ่งลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็ว หลิงเยว่ไม่รอช้า พุ่งตัวลงไปในอุโมงค์นั้นทันทีราวกับถูกผลักดันด้วยแรงบางอย่าง จอมมารโลหิตที่เพิ่งปัดป้องการโจมตีของเธอได้สำเร็จ ถึงกับชะงักงันเมื่อเห็นหลิงเยว่หนีลงไปในช่องทางลับนั้น ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยว
“จะไปไหน! ไม่มีทางที่เจ้าจะหนีข้าพ้น!” จอมมารโลหิตคำรามลั่นราวกับอสูรกายที่หลุดออกจากพันธนาการ เขาพุ่งทะยานเข้าหาช่องว่างนั้นทันที แต่ถูกขัดขวางโดยม่านพลังงานธาตุที่ปราการมังกรสร้างขึ้น มันเป็นม่านพลังที่เหนียวแน่นและแข็งแกร่งราวกับกำแพงที่มองไม่เห็น แม้จอมมารโลหิตจะสามารถทะลวงผ่านไปได้ แต่ก็ต้องใช้เวลาและพลังงานจำนวนมาก ทำให้หลิงเยว่มีเวลาช่วงหนึ่งที่จะหนีไปได้ไกลขึ้น
หลิงเยว่ร่อนลงสู่พื้นดินด้านล่างด้วยความยากลำบาก อุโมงค์ลับนั้นคดเคี้ยวและลึกลงไปใต้ดินนับร้อยเมตร เธอรู้สึกอ่อนแรงจนแทบจะหมดสติ พลังปราณในร่างกายถูกใช้ไปเกือบทั้งหมด แต่เธอก็ยังกัดฟันวิ่งต่อไปในความมืดมิด เสียงคำรามก้องของจอมมารโลหิตยังคงดังสะท้อนตามหลังมา ทำให้เธอรู้ว่าเขาไม่ได้ยอมแพ้ เธอจะต้องหนีให้พ้น ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
เธอวิ่งผ่านโถงถ้ำใต้ดินที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อย ร่างกายของเธอชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและฝุ่นดิน เธอยังไม่เคยวิ่งเร็วขนาดนี้มาก่อนในชีวิต แต่สัญชาตญาณของการเอาชีวิตรอดและแรงขับเคลื่อนจากเลือดมังกรโบราณที่ตื่นขึ้นในตัวเธอ ทำให้เธอมีพละกำลังที่น่าเหลือเชื่อ ช่องทางลับนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเพียงเส้นทางหลบหนีธรรมดา เพราะมันมีกับดักและเขาวงกตธรรมชาติที่ซับซ้อน คล้ายกับถูกออกแบบมาเพื่อทดสอบและคัดกรองผู้สืบทอดที่คู่ควรอย่างแท้จริง
ในขณะที่หลิงเยว่กำลังต่อสู้กับความเหนื่อยล้าและเส้นทางที่วกวน วิญญาณมังกรก็ยังคงส่งกระแสจิตอันอ่อนแรงมาบอกทิศทาง ‘ขึ้นไปทางเหนือ…ผ่านทางแยกหินรูปหัวมังกร…เจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่…’ เสียงนั้นแผ่วลงเรื่อยๆ จนแทบจะไม่ได้ยิน หลิงเยว่รู้ว่าวิญญาณมังกรกำลังจะหมดสิ้นพลังลงแล้ว แต่เธอก็ยังคงเดินหน้าต่อไปตามคำแนะนำด้วยความหวังอันริบหรี่
ในที่สุด หลังจากวิ่งมาเป็นระยะทางยาวนานราวกับไม่มีที่สิ้นสุด แสงสว่างจางๆ ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า มันไม่ใช่แสงอาทิตย์ แต่เป็นแสงสีเขียวอมฟ้าที่ส่องสว่างมาจากปากถ้ำ หลิงเยว่พุ่งตัวออกไปจากอุโมงค์นั้นอย่างไม่คิดชีวิต เธอทรุดตัวลงบนพื้นหญ้าที่ปกคลุมไปด้วยน้ำค้างเย็นยะเยือก หายใจหอบถี่จนปอดแทบแตก ท้องฟ้ายามรุ่งสางเป็นสีม่วงอ่อนๆ ตัดกับขอบฟ้าที่เริ่มมีสีส้มจากแสงแรกของวัน ความเงียบสงบของป่าในยามเช้าช่างแตกต่างจากความโกลาหลที่เธอเพิ่งจากมาอย่างสิ้นเชิง ราวกับโลกทั้งสองใบที่อยู่คนละมิติ
แต่ความโล่งใจนั้นอยู่ได้ไม่นานนัก สายลมยามเช้าพัดพากลิ่นคาวเลือดและกลิ่นอายพลังชั่วร้ายที่คุ้นเคยมาแตะจมูก หลิงเยว่เงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางที่กลิ่นนั้นลอยมา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเบื้องหน้าเธอ ในระยะที่มองเห็น ป่าที่เคยเขียวขจีได้กลายเป็นทุ่งสังหาร ต้นไม้ใหญ่ถูกโค่นล้ม พื้นดินเต็มไปด้วยรอยไหม้และหลุมบ่อขนาดใหญ่ มีศพของสัตว์ป่านอนกระจัดกระจาย และที่น่าตกใจที่สุดคือ มีเหล่าสมุนของพรรคโลหิตทมิฬจำนวนนับร้อยยืนเรียงรายราวกับกองทัพอันชั่วร้าย พวกเขากำลังกระจายกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่างอย่างกระหายเลือด และดูเหมือนจะกำลังเคลื่อนเข้ามายังทิศทางที่เธออยู่เรื่อยๆ
จอมมารโลหิตไม่ได้ไล่ล่าเธอมาเพียงลำพัง…เขามีเครือข่ายที่กว้างขวางและพลังอำนาจที่เหนือกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้มากนัก! หลิงเยว่กำหมัดแน่น พลังมังกรในตัวเธออ่อนแรงจนแทบไม่เหลือ แต่เสียงฝีเท้าที่กำลังใกล้เข้ามาพร้อมกับเสียงตะโกนค้นหา ก็ทำให้เธอรู้ว่าการผจญภัยที่แท้จริงของเธอกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ ที่แห่งนี้ ในป่าที่แสนกว้างใหญ่ภายใต้เงาแห่งโลหิตที่คืบคลานเข้ามา.

ราชินีมังกรครองสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก