จิตของหลิงเยว่ถูกตรึงอยู่กับดวงตาสีอำพันคู่นั้นดุจต้องมนตร์สะกด ร่างกายที่อ่อนล้าจนแทบทรุดจมดิ่งลงสู่ความเย็นยะเยือกของพื้นหินแข็งกระด้าง แต่ทว่าภายในใจกลับร้อนรุ่มราวกับเปลวเพลิงที่กำลังปะทุ แสงจันทร์สีนวลสาดส่องลงมาต้องเกล็ดสีนิลทมิฬของมังกรโบราณ ทำให้มันดูราวกับภูเขาลูกมหึมาที่แกะสลักจากหินอัญมณีล้ำค่าที่เปล่งประกายเรืองรองในความมืด ทุกอณูของอากาศรอบกายดูจะหนักอึ้งและเต็มไปด้วยพลังงานโบราณที่กดทับวิญญาณจนแทบหายใจไม่ออก
เสียงกระซิบนั้นไม่เหมือนเสียงใดที่นางเคยได้ยิน ไม่ใช่คำพูดที่เปล่งออกจากลำคอ แต่เป็นคลื่นความคิดที่แผ่ซ่านเข้ามาในห้วงจิตวิญญาณโดยตรง มันเต็มไปด้วยความเก่าแก่ที่ยากจะหยั่งถึง ความสง่างามที่น่าเกรงขาม และความเหงาหงอยที่ไม่อาจจะบรรยายได้ ราวกับเสียงสะท้อนจากก้นบึ้งของกาลเวลา
“ในที่สุด... เจ้าก็มา” เสียงนั้นสะท้อนก้องในห้วงคำนึงของหลิงเยว่ ราวกับเสียงก้องของวิหารร้างที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหลนับพันปี มันสั่นสะเทือนจิตใจของนางอย่างรุนแรง “เลือดบรรพกาลได้ตื่นขึ้นอีกครั้ง”
หลิงเยว่พยายามจะขยับกาย หนีจากความรู้สึกหวาดกลัวที่กัดกินจิตใจจากภายใน แต่ร่างกายนางกลับไม่เชื่อฟัง แม้แต่จะเปล่งเสียงออกมาก็ยังทำไม่ได้ ลำคอแห้งผากราวกับถูกบีบรัด นางทำได้เพียงจ้องมองดวงตาคู่นั้นที่ลึกเกินหยั่งถึง ดุจห้วงอวกาศที่ไร้จุดสิ้นสุด และรอคอยชะตากรรมที่ไม่อาจคาดเดาว่าจะนำพานางไปสู่สิ่งใด
“เจ้าคือทายาทแห่งราชันมังกรคราม... ผู้ซึ่งถูกสาปให้สูญสิ้นเผ่าพันธุ์ แต่โชคชะตาไม่เคยทอดทิ้งผู้ที่คู่ควร” มังกรดำขยับกายช้าๆ เกล็ดแต่ละแผ่นส่งเสียงเสียดสีกันเบาๆ ราวกับเสียงคำรามแห่งกาลเวลาที่กำลังเคลื่อนไหว “ข้าคือ ไนท์แดร็กเกอร์... ผู้พิทักษ์แห่งวิหารบรรพกาลนี้ ผู้ซึ่งรอคอยการตื่นของเลือดราชันมานับพันปี”
หลิงเยว่ตระหนกตกใจจนแทบหยุดหายใจ นางคือทายาทแห่งราชันมังกรครามหรือ? และมังกรดำตรงหน้าคือผู้พิทักษ์? ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยรู้มากลับกลายเป็นความว่างเปล่า ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้จิตใจของนางสั่นคลอนอย่างรุนแรง ความสับสนถาโถมเข้าใส่จนแทบรับไม่ไหว
“ผู้พิทักษ์โลหิต... พวกมันไล่ล่าเจ้า เพราะเลือดในกายเจ้าคือกุญแจสำคัญสู่พลังอำนาจที่พวกมันปรารถนา” ไนท์แดร็กเกอร์กล่าวต่อ พลางกวาดสายตาสำรวจร่างของหลิงเยว่ด้วยแววตาที่ลุ่มลึก “เลือดมังกรครามในตัวเจ้ามิใช่เพียงเลือดธรรมดา แต่มันคือแก่นแท้แห่งวิญญาณราชัน ที่สามารถปลุก ‘ระบบ’ แห่งจักรวาลให้ตื่นขึ้นได้”
ทันทีที่คำว่า ‘ระบบ’ ถูกเอ่ยขึ้น แสงสีทองเรืองรองก็ปรากฏขึ้นจากเบื้องล่างของซากวิหาร มันพุ่งตรงเข้าหาร่างของหลิงเยว่ และหลอมรวมเข้ากับนาง ร่างกายของหลิงเยว่รู้สึกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอันทรงพลังพุ่งเข้าใส่ ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นไปทั่วทุกเส้นประสาท ทุกอณูของร่างกายราวกับถูกฉีกกระชาก ก่อนที่จะตามมาด้วยความรู้สึกเบาสบายอย่างที่ไม่เคยประสบมาก่อน ราวกับวิญญาณได้หลุดพ้นจากพันธนาการ
เบื้องหน้าของหลิงเยว่ ปรากฏแผ่นจารึกโปร่งแสงสีครามขึ้นมากลางอากาศ มันส่องประกายเรืองรองและเต็มไปด้วยอักษรโบราณที่นางไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต แต่กลับเข้าใจความหมายได้อย่างน่าประหลาดใจ ราวกับว่าความรู้นั้นถูกฝังอยู่ในสายเลือดมาตั้งแต่กำเนิด
[ ยินดีต้อนรับสู่ระบบราชันมังกร! ] [ ตรวจพบบรรพบุรุษมังกรโบราณ : ไนท์แดร็กเกอร์ – ผู้พิทักษ์แห่งวิหารบรรพกาล ] [ กำลังผูกมัดผู้ใช้... 10%... 50%... 100% ] [ ผูกมัดสำเร็จ! ] [ ผู้ใช้: หลิงเยว่ ] [ สายเลือด: ราชันมังกรคราม (บรรพกาล) ] [ สถานะ: ผู้ถูกไล่ล่า / ทายาทที่ถูกซ่อน ] [ พลังวิญญาณ: 15/100 (อ่อนแอ) ] [ ทักษะ: เปลวเพลิงมังกรคราม (ระดับ 1) ] [ เควสหลัก: ปลุกพลังวิญญาณแห่งราชัน (0/5000) – เป้าหมาย: สะสมพลังวิญญาณให้ถึงจุดสูงสุด เพื่อปลดล็อกพลังที่แท้จริงของสายเลือดมังกรโบราณ ] [ รางวัล: ปลดล็อกทักษะใหม่, เพิ่มพลังวิญญาณ ] [ บทลงโทษหากล้มเหลว: สูญสิ้นสายเลือดราชันมังกร ]
หลิงเยว่จ้องมองแผ่นจารึกตรงหน้าด้วยความอัศจรรย์ใจและความตื่นตะลึง นี่คือ ‘ระบบ’ ที่ไนท์แดร็กเกอร์กล่าวถึง? มันเป็นเหมือนโลกอีกใบที่เปิดออกตรงหน้าเธอ มีข้อมูลทุกอย่างราวกับสิ่งมีชีวิตที่คิดได้เอง มันซับซ้อนแต่ก็เข้าใจง่ายอย่างน่าประหลาดใจ
“ระบบนี้คือมรดกที่บรรพบุรุษมังกรทิ้งไว้ เพื่อช่วยนำทางทายาทที่คู่ควรให้กลับมาทวงคืนบัลลังก์” ไนท์แดร็กเกอร์อธิบายอย่างใจเย็น เสียงของมันยังคงก้องกังวานในห้วงจิต “มันจะมอบพลัง ทักษะ และเส้นทางให้แก่เจ้า แต่ทุกย่างก้าว เจ้าต้องเป็นผู้เลือกเอง ไม่มีใครสามารถบังคับชะตาของเจ้าได้”
ความกลัวที่เคยกัดกินในใจของหลิงเยว่ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ นางไม่รู้ว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงหรือฝันไป แต่ความรู้สึกของพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในกายนั้นเป็นของจริง นางสัมผัสได้ถึงกระแสเลือดมังกรที่ร้อนระอุในทุกอณูของร่างกาย ราวกับสายน้ำที่เพิ่งถูกปลดปล่อย
“ทำไม... ทำไมข้าถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน?” หลิงเยว่ถามออกไปในที่สุด เสียงของนางแหบพร่า แต่ก็เต็มไปด้วยความสงสัยและความต้องการที่จะเข้าใจ
“เพราะว่าเลือดแห่งราชันถูกผนึกไว้” ไนท์แดร็กเกอร์ตอบ “ตระกูลที่รับเลี้ยงเจ้าเป็นเพียงคนในกลุ่มที่ถูกมอบหมายให้ปกป้องสายเลือดนี้มาหลายชั่วอายุคน และเมื่อสิบแปดปีที่แล้ว พลังแห่งราชันก็ถึงเวลาที่จะตื่นขึ้น แต่การผนึกยังคงแข็งแกร่ง จนกระทั่งเจ้าถูกไล่ล่าและถูกบีบคั้นถึงที่สุด พลังแห่งความสิ้นหวังและความโกรธแค้น ได้ทลายกำแพงที่กั้นขวางไว้ ปลุกพลังที่แท้จริงให้ตื่นขึ้น”
“ผู้พิทักษ์โลหิต... พวกมันมาจากที่ใด?” หลิงเยว่ถามต่อ ดวงตาฉายแววความแค้นเมื่อนึกถึงใบหน้าของคนที่เคยไล่ล่านาง
“พวกมันเป็นเพียงเบี้ยหมากในกระดานของเหล่าผู้มีอำนาจในอาณาจักรต่างๆ ที่ล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของสายเลือดราชันมังกร” มังกรดำกล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเดียดฉันท์ที่ไม่อาจปกปิด “พวกมันหวังจะใช้พลังของเจ้าเพื่อยกระดับตนเอง หรือไม่ก็กำจัดเจ้าเสียเพื่อไม่ให้มีใครสามารถครอบครองพลังอันยิ่งใหญ่นี้ได้”
“แล้วข้า... ต้องทำอย่างไร?” หลิงเยว่ถาม เสียงของนางเต็มไปด้วยความสั่นเครือ แต่แววตาเริ่มฉายแววความมุ่งมั่นที่ไม่อาจหักห้าม “ข้าจะเอาตัวรอดได้อย่างไรในโลกที่เต็มไปด้วยอันตรายเช่นนี้?”
“ระบบจะนำทางเจ้า” ไนท์แดร็กเกอร์ตอบ “แต่มันไม่ได้ง่ายดาย เส้นทางของราชันมังกรเต็มไปด้วยขวากหนามและความเสียสละ เจ้าต้องฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้น ปลดล็อกพลังที่ถูกผนึกไว้ในสายเลือดของเจ้าให้หมดสิ้น ทวงคืนอำนาจที่ควรจะเป็นของเจ้า และสร้างอาณาจักรแห่งมังกรขึ้นมาอีกครั้ง”
“แล้วท่านเล่า... ท่านจะช่วยข้าได้อย่างไร?” หลิงเยว่เงยหน้ามองมังกรยักษ์ตรงหน้าด้วยความหวัง
มังกรดำลดศีรษะลงช้าๆ จนดวงตาขนาดมหึมาของมันจ้องมองเข้าไปในดวงตาของหลิงเยว่โดยตรง “ข้า... คือเศษเสี้ยววิญญาณที่เหลืออยู่จากยุคบรรพกาลนี้ ข้าไม่อาจติดตามเจ้าไปได้อีกแล้ว แต่ข้าสามารถมอบความรู้และพลังบางส่วนให้เจ้าได้ ณ ที่แห่งนี้ ก่อนที่ข้าจะหลับใหลไปตลอดกาล”
แสงสีทองสว่างวาบขึ้นอีกครั้งจากร่างของไนท์แดร็กเกอร์ มันพุ่งเข้าหาหลิงเยว่อย่างรวดเร็ว พลังงานมหาศาลทะลักเข้าสู่ร่างของนางราวกับเขื่อนที่พังทลาย หลิงเยว่รู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ร่างกายราวกับจะฉีกเป็นเสี่ยงๆ ทุกเซลล์ในร่างกรีดร้องด้วยความทรมาน แต่ท่ามกลางความเจ็บปวดนั้น นางก็รู้สึกได้ถึงพลังที่กำลังหล่อหลอมรวมอยู่ในตัว กระดูกและกล้ามเนื้อถูกปรับเปลี่ยน เส้นลมปราณเปิดกว้าง พลังวิญญาณในระบบพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่งราวกับพายุ
[ พลังวิญญาณเพิ่มขึ้น! (15 -> 500) ] [ ทักษะใหม่ถูกปลดล็อก: ควบคุมจิตมังกร (ระดับ 1) – สามารถสะกดจิตสัตว์อสูรที่มีระดับต่ำกว่าได้ ] [ ทักษะใหม่ถูกปลดล็อก: วงแหวนป้องกันมังกรคราม (ระดับ 1) – สร้างเกราะพลังงานป้องกันการโจมตี ]
เมื่อแสงสีทองจางหายไป ความเจ็บปวดก็คลายลง หลงเหลือไว้เพียงความรู้สึกสดชื่นและแข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน หลิงเยว่ลุกขึ้นยืนได้อย่างมั่นคง ความอ่อนล้าทั้งหมดหายไปสิ้น แววตาของนางฉายแววเป็นประกายมั่นคงและเด็ดเดี่ยว ราวกับเพลิงที่ลุกโชนในยามราตรี
“เจ้า... แข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วเกินคาด” ไนท์แดร็กเกอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน แต่แฝงด้วยความพึงพอใจและภาคภูมิใจ “พลังวิญญาณที่ข้ามอบให้จะช่วยให้เจ้าเริ่มต้นได้ แต่เส้นทางที่เหลือเจ้าต้องสร้างด้วยตัวเอง อย่าได้ลืมว่าเจ้าคือทายาทแห่งราชันมังกรคราม และชะตากรรมของเผ่าพันธุ์มังกรโบราณขึ้นอยู่กับเจ้า”
มังกรดำค่อยๆ สลายตัวเป็นละอองแสงสีดำนับล้านๆ อนุภาค มันลอยวนรอบกายของหลิงเยว่ราวกับจะบอกลาด้วยความอาลัย ก่อนที่แสงเหล่านั้นจะค่อยๆ จมลงสู่พื้นดินและหายลับไปในเงามืด เหลือไว้เพียงความเงียบงันและความอ้างว้างของซากวิหารโบราณ
หลิงเยว่ยืนนิ่งอยู่พักใหญ่ มองไปยังที่ที่มังกรดำเคยอยู่ ความรู้สึกเศร้าและโดดเดี่ยวถาโถมเข้ามา แต่มันก็ถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า ตอนนี้นางไม่ใช่เพียงหลิงเยว่คนเดิมอีกแล้ว นางคือผู้ถูกเลือก ผู้ที่แบกรับชะตากรรมของราชันมังกร ผู้ที่ต้องทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเป็นของนาง
นางกำมือแน่น พลังมังกรครามในกายเต้นระรัว ราวกับจะบอกให้นางออกเดินทาง ทักษะใหม่ที่ได้มาทำให้ความหวังของนางเจิดจ้าขึ้นอีกครั้ง แต่นางก็รู้ว่าภารกิจนั้นใหญ่หลวงนัก และเต็มไปด้วยอันตรายที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า
ระบบราชันมังกรยังคงเปิดอยู่ตรงหน้า และในส่วนของเควสหลักที่ระบุว่า ‘ปลุกพลังวิญญาณแห่งราชัน’ ได้มีการอัปเดตข้อมูลขึ้นมาใหม่ พร้อมกับเควสรองที่ปรากฏขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน
[ เควสรอง: ค้นหาคัมภีร์มังกรโบราณ – สถานที่: ถ้ำพยัคฆ์ทมิฬ ในเขตแดนของอาณาจักรอู๋ – เป้าหมาย: ค้นหาคัมภีร์โบราณที่กล่าวถึงวิชาฝึกฝนจิตใจของมังกร ] [ รางวัล: ทักษะจิตมังกรระดับสูง, เพิ่มพลังวิญญาณ 1000 ] [ บทลงโทษหากล้มเหลว: สูญเสียทักษะควบคุมจิตมังกร ]
ถ้ำพยัคฆ์ทมิฬ? อาณาจักรอู๋? หลิงเยว่ไม่เคยได้ยินชื่อสถานที่เหล่านี้มาก่อน แต่ระบบได้แสดงแผนที่คร่าวๆ ขึ้นมาบนแผ่นจารึก มันแสดงเส้นทางที่คดเคี้ยวและยาวไกลจากจุดที่นางอยู่ ราวกับจะบอกว่าการเดินทางครั้งนี้จะไม่ง่ายดาย
ทันใดนั้น เสียงคำรามกึกก้องก็ดังสนั่นจากภายนอกวิหาร มันเป็นเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความดุร้ายและเกรี้ยวกราด ไม่ใช่เสียงของมังกร แต่เป็นเสียงของสัตว์อสูรขนาดมหึมาที่กำลังใกล้เข้ามา หลิงเยว่สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดิน และเงาร่างขนาดใหญ่ที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอยู่ภายนอกวิหาร ดูเหมือนว่าแม้จะหลบหนีมาถึงที่แห่งนี้แล้ว อันตรายก็ยังคงตามรังควานอย่างไม่ลดละ และนางก็รู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น... ในอีกไม่กี่อึดใจนี้ ชีวิตของหลิงเยว่จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป

ราชินีมังกรครองสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก