โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
200 ตอน · 1,293 คำ
ความเงียบงันเข้าปกคลุมวิหารโบราณอีกครั้ง ทว่าในความเงียบงันนั้นกลับเต็มไปด้วยเสียงสะท้อนจากคำพูดของไนท์แดร็กเกอร์ – มังกรดำผู้พิทักษ์ที่มอบทุกสิ่งและจากไปอย่างกะทันหัน เสียงทุ้มลึกที่ก้องกังวานในโสตประสาทของหลิงเยว่ยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งได้ยินเมื่อครู่ “เจ้าคือความหวังสุดท้าย… จงเชื่อมั่นในสัญชาตญาณมังกรของเจ้า”
หลิงเยว่ยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของวิหารที่ครั้งหนึ่งเคยโอ่อ่าสง่างาม อากาศเย็นยะเยือกจับใจแทรกซึมเข้าสู่กระดูกทุกส่วน แต่ความหนาวเหน็บภายนอกนั้นไม่อาจเทียบได้กับความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาในอกของเธอ ความจริงที่ว่าเธอคือผู้สืบทอดสายเลือดราชันมังกรโบราณ เป็นเหมือนฟ้าผ่ากลางใจที่ยังคงทิ้งรอยไหม้เอาไว้ พลังงานที่พุ่งพล่านในกายยังคงเต้นระรัวราวกับคลื่นทะเลที่กำลังบ้าคลั่ง มันไม่ใช่ความรู้สึกที่คุ้นเคย หากแต่เป็นความรู้สึกดิบเถื่อน ทรงพลัง และกระหายที่จะถูกปลดปล่อย ดุจดั่งมังกรหลับใหลที่เพิ่งตื่นจากการจำศีลอันยาวนาน
“ระบบราชันมังกร… ตื่นขึ้นแล้ว” เสียงแหบพร่าเล็ดรอดจากริมฝีปากของเธอ ขณะที่ดวงตาคู่สวยจ้องมองไปยังพื้นที่ว่างเปล่าเบื้องหน้า ทันใดนั้น แสงสีทองเรืองรองก็ปรากฏขึ้นชั่วขณะ ก่อนจะก่อร่างเป็นแผ่นกระดานโปร่งแสงที่ประดับประดาด้วยลวดลายของมังกรโบราณ ดูลึกลับและศักดิ์สิทธิ์ ตัวอักษรโบราณปรากฏขึ้นทีละบรรทัดบนแผ่นกระดานนั้น ราวกับถูกเขียนด้วยปลายพู่กันแห่งดวงดาว
[ผู้ใช้งาน: หลิงเยว่] [สายเลือด: ราชันมังกร (ระดับ 1/???)] [พลังบ่มเพาะ: ขั้นก่อแก่นจิตวิญญาณ (แรกเริ่ม)] [ทักษะ: ยังไม่มี] [คลัง: ยังไม่มี] [ภารกิจปัจจุบัน: ภารกิจแรก: วิถีแห่งราชัน]
หลิงเยว่กะพริบตาถี่ๆ ไม่เคยมีครั้งใดที่เธอจะได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์เช่นนี้มาก่อน มันเป็นดั่งปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่ท้าทายความเข้าใจทุกอย่างของเธอ มือบางเอื้อมออกไปคล้ายจะสัมผัสแผ่นกระดานนั้น แต่ทันทีที่ปลายนิ้วเฉียดเข้าไปใกล้ แผ่นกระดานก็ตอบสนองด้วยการขยายหน้าต่างภารกิจให้ใหญ่ขึ้น พร้อมกับมีเสียงทุ้มต่ำ ก้องกังวานดุจเสียงมังกรคำรามแผ่วเบาในจิตใจของเธอ
[ภารกิจแรก: วิถีแห่งราชัน] [วัตถุประสงค์: หนีรอดจากการไล่ล่าของ 'หน่วยสังหารเงาอสนี' และเดินทางไปยัง 'ป่าหมอกทมิฬ' ภายในสามวัน] [รางวัล: พลังวิญญาณแห่งมังกร x500, เคล็ดวิชา 'เงาไร้ร่องรอย', ปลดล็อกระดับถัดไปของระบบ] [บทลงโทษ: พลังชีวิตถูกลดลง 50%, สูญเสียพลังวิญญาณที่ได้รับ, ภารกิจล้มเหลว]
หน่วยสังหารเงาอสนี? ป่าหมอกทมิฬ? ข้อมูลเหล่านั้นประดังเข้ามาในสมองของหลิงเยว่พร้อมกับความรู้สึกไม่ชอบมาพากล เธอเพิ่งจะได้รับพลังที่ยิ่งใหญ่ แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับภารกิจเอาชีวิตรอดที่แสนอันตรายเสียแล้ว ราวกับโชคชะตาไม่ยอมให้เธอได้หยุดพักหายใจแม้แต่วินาทีเดียว
“หนีรอด…” เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ทันใดนั้นเอง โสตประสาทที่เฉียบคมขึ้นอย่างผิดปกติก็จับสัญญาณได้ถึงเสียงฝีเท้าที่กำลังใกล้เข้ามาจากภายนอกวิหาร ไม่ใช่ฝีเท้าธรรมดา แต่เป็นฝีเท้าที่เบาแต่รวดเร็ว ราวกับเงาที่เคลื่อนที่ไปพร้อมกับสายลม เสียงกระซิบแผ่วเบาที่แทบจะกลืนหายไปกับเสียงของธรรมชาติ แต่สำหรับหลิงเยว่ในตอนนี้ มันชัดเจนราวกับเสียงฟ้าร้องคำรามอยู่ข้างหู
‘มาแล้วหรือนี่’ ความหนาวเย็นวิ่งแล่นไปทั่วสันหลังของเธอ เธอรู้ดีว่าคำเตือนของไนท์แดร็กเกอร์ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น มีคนรู้เรื่องเธอ และพวกเขากำลังมาเพื่ออะไรบางอย่างที่เธอไม่อาจคาดเดาได้ แต่ที่แน่ๆ คือมันไม่ใช่เรื่องดี
“เร็วเข้า! ตรวจสอบทุกซอกทุกมุม!” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากทางเข้าวิหาร มันเป็นเสียงที่เย็นชา ไร้อารมณ์ใดๆ ราวกับมาจากหุ่นยนต์ไร้ชีวิต หลิงเยว่รีบซ่อนตัวหลังเสาหินขนาดใหญ่ที่พังทลายลงมา เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว แสงจันทร์สีนวลสาดส่องเข้ามาทางช่องโหว่บนหลังคา เผยให้เห็นเงามืดทะมึนหลายร่างที่ปรากฏตัวขึ้นภายในวิหาร พวกเขาเคลื่อนไหวราวกับสายฟ้าแลบ ร่างกายห่มคลุมด้วยชุดสีดำสนิท มีตราสัญลักษณ์รูปอสนีบาตสีเงินปักอยู่บนแขนเสื้อ สัญลักษณ์ที่ดูน่าเกรงขามและอันตราย นี่คือหน่วยสังหารเงาอสนีที่ระบบกล่าวถึง!
“พบร่องรอยพลังปราณที่แปลกประหลาดที่นี่ มันเพิ่งจะตื่นขึ้นมา” เสียงอีกเสียงรายงาน สังเกตการณ์รอบๆ อย่างระมัดระวัง พวกเขาน่าจะเป็นผู้บ่มเพาะพลังระดับสูง ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถสัมผัสถึงพลังที่เพิ่งตื่นขึ้นของเธอได้ หลิงเยว่กัดริมฝีปาก เธอรู้ว่าการซ่อนตัวแบบนี้จะอยู่ได้ไม่นาน พวกเขากำลังเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เสียงฝีเท้าที่ไร้เสียงนั้นกลับน่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าเสียงฝีเท้าที่ดังกึกก้องเสียอีก
สัญชาตญาณบางอย่างกระตุ้นเตือนให้เธอต้องเคลื่อนไหว ร่างกายของเธอเบาและว่องไวกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเธอใช้กำลังภายในที่เพิ่งได้รับมาเพื่อวิ่งฝ่าออกไปทางด้านหลังของวิหาร เป้าหมายคือการออกไปจากสถานที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุด! เธอไม่รู้ว่ากำลังภายในนี้ทำงานอย่างไร แต่สัญชาตญาณมังกรของเธอบอกว่ามันคือสิ่งที่เธอต้องใช้
“ทางนั้น!” เสียงกร้าวหนึ่งตะโกนขึ้นทันทีที่เงาของเธอปรากฏในสายตาของนักฆ่าคนหนึ่ง แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาทำให้เงาของเธอทอดยาวและถูกจับได้ในพริบตา
หลิงเยว่ไม่หันกลับไปมอง เธอพุ่งตัวราวกับธนูที่หลุดจากแหล่ง เคลื่อนที่ผ่านซากปรักหักพังอย่างรวดเร็ว กิ่งไม้แห้งและเศษหินครูดกับผิวหนังของเธอ แต่เธอไม่รู้สึกเจ็บปวด เธอรู้สึกเพียงความเร่งรีบและความกระหายที่จะรอดชีวิต มือของเธอกำแน่น พลังงานบางอย่างปั่นป่วนอยู่ในฝ่ามือ แต่เธอยังไม่รู้วิธีที่จะใช้มันอย่างเต็มที่ เธอเพียงแค่ปล่อยให้สัญชาตญาณนำทาง
“พวกเจ้าไปทางซ้าย ข้าจะไปทางขวา ล้อมกรอบนางไว้!” คำสั่งเด็ดขาดดังขึ้น นักฆ่าแบ่งกำลังเป็นสองกลุ่ม พุ่งทะยานตามเธอมาอย่างไม่ลดละ พวกเขาใช้เคล็ดวิชาเคลื่อนไหวที่รวดเร็วราวสายฟ้า แสงสีฟ้าอมม่วงเรืองรองที่เท้าของพวกเขาบ่งบอกถึงพลังธาตุอสนีที่พวกเขาใช้ ยิ่งกว่านั้น พวกเขายังเคลื่อนที่อย่างไร้เสียง ราวกับเงาที่ไม่มีตัวตนจริงๆ ทำให้ยากที่จะคาดเดาทิศทาง
หลิงเยว่หอบหายใจหนัก แรงกายของเธอกำลังถูกดึงไปใช้อย่างมหาศาล แต่พลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในกายก็ช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้าได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน เธอรู้สึกเหมือนกับว่าทุกเส้นประสาท ทุกกล้ามเนื้อในร่างกายของเธอมันถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา และตอบสนองต่อทุกการเคลื่อนไหวอย่างสมบูรณ์แบบ เธอพุ่งตัวข้ามสิ่งกีดขวาง ใช้ความฉลาดและประสบการณ์การเอาชีวิตรอดที่สั่งสมมาตลอดชีวิตเพื่อเลือกเส้นทางที่ซับซ้อนและคาดเดายากที่สุด เธอเคยเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในโลกที่โหดร้าย แต่ตอนนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองมีบางอย่างที่พิเศษกว่านั้น
เธอปีนป่ายกำแพงที่พังทลาย วิ่งผ่านห้องโถงที่มืดมิด และกระโดดข้ามช่องว่างขนาดใหญ่ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของพื้นวิหาร เธอพยายามทุกวิถีทางเพื่อทิ้งห่างพวกนักฆ่าให้ได้ เธอจำคำพูดของไนท์แดร็กเกอร์ได้ “จงเชื่อมั่นในสัญชาตญาณมังกรของเจ้า” สัญชาตญาณนั้นกำลังตะโกนก้องในตัวเธอ บอกให้เธอไปทางไหน บอกให้เธอหลบเลี่ยงอะไร มันเป็นเสียงกระซิบที่ทรงพลังและชัดเจน
ในขณะที่กำลังวิ่งผ่านห้องเก็บคัมภีร์เก่าแก่ที่เต็มไปด้วยชั้นวางที่พังทลายและคัมภีร์ที่กระจัดกระจาย หลิงเยว่สังเกตเห็นว่านักฆ่าคนหนึ่งกำลังเร่งความเร็วตามมาติดๆ พร้อมกับเงื้อฝ่ามือขึ้น แสงอสนีบาตสีฟ้าเข้มเริ่มก่อตัวขึ้นที่ปลายมือของเขา เธอรู้ว่าหากโดนเข้าจังๆ ต้องไม่รอดแน่ สัญชาตญาณมังกรภายในกายพลันเตือนภัย เธอสะบัดตัวหลบอย่างรวดเร็ว เสียงระเบิดดังสนั่นผนังหินเบื้องหลังเธอพังทลายลง ฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่ว เศษหินกระเด็นใส่แผ่นหลังของเธอ สร้างรอยแผลถลอกเล็กน้อย แต่ไม่ใช่บาดแผลที่ทำให้เธอต้องหยุด
ความเจ็บปวดนั้นกระตุ้นให้จิตใจของเธอลุกโชนด้วยความโกรธ เธอไม่ใช่เหยื่อ! เธอคือผู้สืบทอดราชันมังกร! เธอต้องรอด!
เธอพุ่งทะยานต่อไป ทะลุผ่านผนังวิหารที่ยังคงเหลืออยู่ไม่มากนัก ออกมาสู่ผืนป่าทึบที่อยู่เบื้องหลัง ความมืดมิดของราตรีในป่าเป็นเหมือนผ้าห่มที่ช่วยปกคลุมเธอจากสายตาของเหล่านักฆ่า หลิงเยว่กระโจนเข้าไปในดงไม้รกทึบโดยไม่ลังเล เธอรู้ว่าป่าคือพันธมิตรของเธอในสถานการณ์เช่นนี้ เธอเริ่มใช้เคล็ดวิชาเคลื่อนไหวที่ไนท์แดร็กเกอร์ถ่ายทอดให้เธอเพียงชั่วครู่ แม้จะไม่สมบูรณ์ แต่ก็ทำให้เธอสามารถพุ่งทะยานไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วและไร้เสียงยิ่งขึ้น เธอจดจำชื่อ 'เงาไร้ร่องรอย' ที่ปรากฏในระบบได้ เคล็ดวิชานี้ต้องมีความสำคัญต่อการเอาชีวิตรอดของเธอแน่ๆ
เธอวิ่งลึกเข้าไปในป่า เสียงฝีเท้าของเหล่านักฆ่าเริ่มห่างออกไป แต่ก็ยังคงตามมาไม่ห่าง ความพยายามของพวกเขานั้นน่ากลัวยิ่งกว่าที่เธอคิด หลิงเยว่พยายามควบคุมการหายใจ ชะลอจังหวะหัวใจให้สงบลง เธอมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งน่าจะเป็นทิศทางของป่าหมอกทมิฬที่ระบบบอกไว้ เธอใช้ความมืดและสภาพภูมิประเทศที่ซับซ้อนของป่าให้เป็นประโยชน์ พรางตัวไปตามพุ่มไม้และก้อนหินใหญ่ เธอรู้สึกได้ถึงพลังงานที่ไหลเวียนในกายอย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอสามารถวิ่งได้นานกว่าที่เคย
ในขณะที่เธอกำลังพุ่งตัวผ่านพุ่มไม้สูงท่วมหัวอย่างรวดเร็ว สายตาของเธอก็พลันเหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่น่าขนลุก ร่างของสัตว์ป่าขนาดใหญ่ตัวหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่ใต้ต้นไม้ ลำตัวของมันถูกฉีกขาดเป็นชิ้นๆ อย่างสยดสยอง เลือดสีแดงสดเปื้อนดินจนเป็นวงกว้าง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ชวนให้ขนลุกขนพอง
นี่ไม่ใช่การโจมตีของสัตว์ป่าธรรมดา… และมันไม่ใช่ฝีมือของหน่วยสังหารเงาอสนีที่กำลังไล่ตามเธอมา เพราะบาดแผลเหล่านี้ดูดิบเถื่อนและทรงพลังกว่านั้นมากนัก เหมือนถูกฉีกด้วยกรงเล็บขนาดมหึมา หรือฟันที่แหลมคมของอสูรกายบางอย่าง กลิ่นคาวเลือดที่รุนแรงจนแสบจมูกบอกว่าเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน
หลิงเยว่หยุดนิ่ง ตัวของเธอแข็งทื่อ ความรู้สึกหวาดหวั่นที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนค่อยๆ คืบคลานเข้าสู่จิตใจของเธอ หากไม่ใช่หน่วยสังหารเงาอสนี แล้วใครกันที่อยู่เบื้องหน้าของเธอในป่านี้? ใครที่สามารถสังหารสัตว์ป่าขนาดใหญ่ได้ในสภาพเช่นนี้? ความรู้สึกเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจยิ่งกว่าอากาศหนาวเหน็บในยามค่ำคืน
เธอก้มมองร่องรอยการต่อสู้ที่ยังคงสดใหม่ สังเกตเห็นรอยเท้าขนาดใหญ่ที่ฝังลึกบนพื้นดินรอบๆ ซากสัตว์ รอยเท้าที่ใหญ่เกินกว่าสัตว์ป่าทั่วไป รอยเท้าที่บ่งบอกถึงพละกำลังอันมหาศาล ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า ดวงตาคู่สวยหรี่ลง สายตาที่เฉียบคมของราชันมังกรที่เพิ่งตื่นขึ้นสามารถมองเห็นเงาทะมึนลางๆ ที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ อยู่ในเงามืดของป่าลึก ไม่ใช่เงาของมนุษย์… แต่เป็นเงาร่างขนาดมหึมาที่ใหญ่โตเกินกว่าจะจินตนาการได้ และจากเงาที่มองเห็น มันดูเหมือน… มังกร
เงามืดนั้นกำลังมองมาที่เธออย่างเงียบงัน ราวกับผู้ล่าที่กำลังพิจารณาเหยื่ออย่างใจเย็น และนั่นหมายความว่า อันตรายที่แท้จริง อาจจะไม่ได้อยู่ข้างหลังเธอเลย แต่มันกำลังรอเธออยู่ข้างหน้า… ในป่าหมอกทมิฬแห่งนั้นที่ระบบได้ระบุไว้… เธอรู้สึกเหมือนกำลังก้าวเข้าสู่กับดักที่ซับซ้อนยิ่งกว่าที่เธอเคยจินตนาการได้

ราชินีมังกรครองสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก