สิ่งที่อาร์คเห็นทำให้เลือดในกายของเขากลายเป็นน้ำแข็ง เขามองเห็นเงาตะคุ่มขนาดมหึมาที่กำลังเคลื่อนที่ช้าๆ ตัดผ่านแสงสีทองของยามเย็นที่ปลายขอบฟ้า มันเป็นเงาที่ใหญ่โตเกินกว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตธรรมดา และยิ่งมันเคลื่อนที่เข้ามาใกล้เท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเห็นรายละเอียดของมันชัดขึ้นเท่านั้น
ไม่ใช่แค่ทหาร… พวกมันกำลังนำ ‘อะไรบางอย่าง’ ที่ใหญ่โตและน่าสะพรึงกลัวมาด้วย!
เงาที่เขาเห็นนั้นค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นรูปร่างที่ชัดเจนขึ้น ภายในรัศมีแสงสีทองอร่าม มันคือโครงสร้างหินขนาดมหึมาที่เคลื่อนที่ด้วยขาหนาเตอะสี่ข้าง ร่างกายกำยำประดุจภูเขาหินสวมเกราะเหล็กสีดำสนิท ดวงตาเปล่งประกายสีแดงฉานประหนึ่งลาวาเดือดพล่าน ทุกย่างก้าวของมันทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน เลือดในกายของอาร์คที่เคยเย็นเฉียบพลันถูกแทนที่ด้วยความตื่นตัวอย่างถึงที่สุด “นี่มัน… สโตนบีฮีมอธ!” เขาอุทานออกมาเบาๆ แต่คำพูดนั้นกลับหนักอึ้งราวกับก้อนหินยักษ์มาทับถมอยู่ในห้องบัญชาการ
เซธที่ยืนอยู่ข้างๆ สั่นสะท้านไปทั้งร่าง ใบหน้าซีดเผือดกว่าเดิมหลายเท่า “ท่านแม่ทัพ… สโตนบีฮีมอธจริงหรือขอรับ? สัตว์อสูรระดับหายนะที่สามารถบดขยี้ปราสาทได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว?” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด ไม่เพียงแค่เซธ แต่ทหารหน่วยลาดตระเวนที่กลับมารายงานต่างก็แสดงสีหน้าไม่ต่างกัน พวกเขาเคยได้ยินเรื่องราวของสัตว์อสูรตัวนี้มาบ้าง แต่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นมันด้วยตาตัวเอง แถมยังเป็นศัตรูที่กำลังมุ่งหน้ามาหาพวกเขาด้วย!
อาร์คหลับตาลงชั่วขณะเพื่อรวบรวมสมาธิ ข้อมูลที่ระบบป้อนให้ปรากฏขึ้นในห้วงความคิด ‘สโตนบีฮีมอธ: สัตว์อสูรโบราณธาตุดิน มีพลังทำลายล้างมหาศาล เกราะหินธรรมชาติแข็งแกร่งดุจเพชร ความเร็วในการเคลื่อนที่ต่ำมาก แต่พลังโจมตีรุนแรงถึงขีดสุด จุดอ่อน: แกนพลังงานที่กลางอก (ต้องทำลายเกราะหินภายนอกก่อน), พลังเวทมนตร์ธาตุลมและธาตุน้ำแข็ง’
“ใช่… สโตนบีฮีมอธ” อาร์คยืนยันเสียงเรียบ เขาเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเขาไม่เหลือความหวาดหวั่นอีกต่อไป มีเพียงความมุ่งมั่นและประกายแห่งการคำนวณที่ฉายชัด “นี่มันเกินกว่าที่เราจะรับมือได้ด้วยกำลังคนร้อยกว่าคน” เขาเดินไปยังแผนที่ที่กางอยู่กลางโต๊ะบัญชาการ นิ้วเรียวยาวของเขาไล้ไปตามเส้นทางที่กองทัพฟลาเทียร์จะใช้เดินทางมาถึงฐานทัพมังกรดำ “หนึ่งพันนายบวกกับสโตนบีฮีมอธ… นี่ไม่ใช่แค่การทำสงคราม แต่เป็นการกวาดล้าง”
เซธกลืนน้ำลายอึกใหญ่ “แล้ว… แล้วเราจะทำอย่างไรดีขอรับท่านแม่ทัพ? เราจะสู้หรือ… หรือจะถอย?”
คำถามของเซธสะท้อนความรู้สึกของทุกคนในห้อง พวกเขาทราบดีว่าการเผชิญหน้ากับกองทัพที่มีกำลังเหนือกว่าสิบเท่า แถมยังมีสัตว์อสูรระดับหายนะนำทัพนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ต่างจากการฆ่าตัวตาย แต่ในฐานะกองทัพมังกรดำ พวกเขาก็ไม่เคยคิดที่จะยอมแพ้
อาร์คเงยหน้าขึ้นมองเซธและทหารที่ยืนอยู่ “ถอย?” เขายิ้มเย็น “เราจะถอยไปไหน? พวกเราไม่มีที่ให้ถอยอีกแล้ว ที่นี่คือบ้านหลังใหม่ของเรา และเราจะปกป้องมันจนถึงที่สุด”
“แต่ท่านแม่ทัพ…” เซธพยายามทักท้วง
“เงียบก่อนเซธ” อาร์คยกมือห้าม “ข้าเข้าใจดีถึงความหวาดกลัวของพวกเจ้า แต่ในฐานะแม่ทัพ ข้าจะไม่ยอมให้พวกเราต้องตายอย่างเปล่าประโยชน์” เขาหันกลับมายังแผนที่อีกครั้ง “กองทัพฟลาเทียร์ใช้เส้นทางหลักผ่านหุบเขาอสรพิษ ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวที่สามารถนำกำลังคนจำนวนมากและสโตนบีฮีมอธเข้ามาได้”
“ใช่ขอรับ เส้นทางนั้นเป็นเส้นทางที่กว้างที่สุดและเดินทางสะดวกที่สุด” เซธพยักหน้า
“ดี” อาร์คเอ่ย “นั่นหมายความว่าเรายังมีเวลาเตรียมตัว พวกมันคงใช้เวลาอย่างน้อยอีกสองวันจึงจะมาถึง” เขาหลับตาลงอีกครั้ง พยายามเรียกใช้ระบบสงครามของเขา “ระบบ! มีวิธีการรับมือกับภัยคุกคามระดับนี้หรือไม่?”
เสียงสังเคราะห์ของระบบดังขึ้นในหัวของเขา ‘คำนวณข้อมูล… กองทัพของท่านมีกำลังรบ 120 นาย (รวมผู้บัญชาการ) กำลังพลฝ่ายศัตรู 1,000 นาย + สโตนบีฮีมอธ (ระดับ A-)’
‘คำแนะนำ: หลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรง ป้อมปราการของท่านในปัจจุบันมีค่าการป้องกัน 400 จุด หากสโตนบีฮีมอธโจมตีด้วยพลังเต็มที่ ป้อมปราการอาจถูกทำลายได้ภายใน 3-5 ครั้ง’
‘ทางเลือก 1: ถอนกำลังไปยังตำแหน่งที่ปลอดภัยกว่า (ไม่แนะนำ – เสียฐานทัพ)’
‘ทางเลือก 2: เรียกกำลังเสริม (ไม่สามารถทำได้ในเวลานี้ – ไม่มีทรัพยากรและไม่มีพื้นที่การควบคุมที่เพียงพอ)’
‘ทางเลือก 3: สร้างป้อมปราการป้องกันฉุกเฉินและจัดวางแผนการรบแบบตั้งรับ (แนะนำ – ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากและเวลา)’
‘ทางเลือก 4: เปิดใช้งานภารกิจฉุกเฉิน: ‘การป้องกันปราการแห่งมังกรดำ’ – หากทำสำเร็จ จะได้รับรางวัลพิเศษ: ‘หน่วยรบพิเศษ: กองพลหมาป่าทมิฬ’ x 100 นาย และ ‘แบบแปลนสิ่งก่อสร้าง: หอคอยเวทมนตร์ป้องกัน’ x 1’
ดวงตาของอาร์คเปิดโพลงขึ้นเมื่อเห็นภารกิจฉุกเฉินและรางวัล เขามีโอกาส! “เปิดใช้งานภารกิจฉุกเฉิน: ‘การป้องกันปราการแห่งมังกรดำ’!”
‘ภารกิจฉุกเฉิน ‘การป้องกันปราการแห่งมังกรดำ’ เปิดใช้งานแล้ว! เป้าหมาย: ป้องกันฐานทัพจากกองทัพฟลาเทียร์และสโตนบีฮีมอธเป็นเวลา 48 ชั่วโมง’
อาร์คกวาดสายตาไปรอบห้องบัญชาการอีกครั้ง เขามองเห็นความหวาดกลัวในดวงตาของทหาร แต่เขาก็เห็นประกายแห่งความภักดีและความเชื่อมั่นในตัวเขาเช่นกัน “ฟังนะทหาร!” เสียงของอาร์คดังกังวานและเต็มไปด้วยพลัง ราวกับว่าความกลัวทั้งหมดได้ถูกปัดเป่าออกไปจากตัวเขาแล้ว “เรามีเวลาสองวัน! สองวันที่จะตัดสินชะตากรรมของพวกเราทุกคน!”
เขาเดินไปที่โต๊ะบัญชาการอีกครั้ง ชี้ไปที่แผนที่ “กองทัพฟลาเทียร์จะเดินทัพผ่านหุบเขาอสรพิษ ซึ่งเป็นเส้นทางแคบๆ มีหน้าผาสูงชันขนาบข้าง” อาร์คหันไปมองเซธ “เซธ! เจ้าต้องนำหน่วยสำรวจไปตรวจสอบเส้นทางนี้อย่างละเอียด มองหาจุดที่เป็นไปได้ในการสร้างกับดัก หรือจุดที่สามารถสร้างความเสียหายให้กับพวกมันได้มากที่สุด!”
“ขอรับท่านแม่ทัพ!” เซธรับคำอย่างแข็งขัน ความกลัวในดวงตาของเขาถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่น
“หน่วยวิศวกร! เตรียมเสริมความแข็งแกร่งของป้อมปราการ ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งหมด! ไม้ หิน ดิน สิ่งใดก็ตามที่สามารถใช้ได้!” อาร์คออกคำสั่งอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด “ข้าต้องการให้กำแพงทุกส่วนแข็งแกร่งขึ้นอีกสิบเท่า!”
‘ระบบ! ใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่มีเพื่ออัปเกรดป้อมปราการและสิ่งก่อสร้างป้องกัน!’ อาร์คสั่งในใจ
‘ยืนยันการใช้ทรัพยากร: ไม้ 500, หิน 300, เหล็ก 100… กำลังอัปเกรด ‘ป้อมปราการแห่งมังกรดำ’… ค่าการป้องกันเพิ่มขึ้น 200 จุด (รวมเป็น 600 จุด)… กำลังสร้าง ‘หอคอยธนู’ 2 แห่ง… กำลังสร้าง ‘แท่นยิงหิน’ 1 แห่ง…’
อาร์คเห็นค่าการป้องกันที่เพิ่มขึ้นและสิ่งก่อสร้างใหม่ที่ปรากฏขึ้นบนแผนที่ของระบบ มันยังไม่เพียงพอ แต่ก็ดีกว่าเดิมมาก
“หน่วยพลธนู! เตรียมธนูและลูกธนูให้พร้อมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้! หน่วยพลหอก! เตรียมหอกและโล่! หน่วยทหารราบ! ฝึกซ้อมการป้องกันแนวหน้า!” อาร์คออกคำสั่งต่อไปโดยไม่หยุดพัก เขาเดินไปรอบๆ ห้องบัญชาการ ดวงตาจับจ้องไปยังทหารแต่ละนายที่รับคำสั่งอย่างกระตือรือร้น “ความกลัวเป็นเรื่องปกติ แต่ความกลัวนั้นจะผลักดันให้พวกเราแข็งแกร่งขึ้น! จงจำไว้ว่าเราไม่ใช่แค่ทหาร แต่เราคือมังกรดำ! เราจะไม่อ่อนข้อให้กับศัตรู!”
“ขอรับท่านแม่ทัพ!” เสียงขานรับดังกึกก้องไปทั่วห้องบัญชาการ ความมุ่งมั่นของอาร์คได้ส่งผ่านไปยังทหารทุกคน พวกเขาเริ่มเคลื่อนไหวอย่างมีระเบียบ จัดเตรียมสิ่งต่างๆ ตามคำสั่งของอาร์ค
ในขณะเดียวกัน อาร์คก็ปลีกตัวไปที่มุมหนึ่งของห้อง เขาเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาอีกครั้ง
‘สโตนบีฮีมอธ: จุดอ่อนหลักคือแกนพลังงานกลางอกที่ถูกเกราะหินหุ้มอยู่ หากทำลายแกนพลังงานได้ สโตนบีฮีมอธจะหยุดทำงาน’
‘คำแนะนำเพิ่มเติม: สโตนบีฮีมอธมีความต้านทานต่อการโจมตีกายภาพสูงมาก เวทมนตร์ธาตุลมและน้ำแข็งสามารถทำความเสียหายได้บ้าง แต่ต้องใช้พลังเวทมนตร์ระดับสูง’
‘ผู้บัญชาการมีทักษะพิเศษ ‘การรับรู้จุดอ่อน’ (ระดับ 1) ซึ่งสามารถใช้ได้ 3 ครั้งต่อวัน สามารถระบุจุดอ่อนของเป้าหมายได้’
อาร์คพยักหน้าในใจ ทักษะ ‘การรับรู้จุดอ่อน’ นี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการต่อสู้กับสโตนบีฮีมอธ อย่างน้อยเขาก็สามารถใช้มันเพื่อบอกจุดอ่อนให้กับหน่วยโจมตีหลักได้
เขาคิดถึงแผนการรับมือกับสโตนบีฮีมอธ “เราจะใช้กับดักและภูมิประเทศของหุบเขาอสรพิษเพื่อชะลอการเคลื่อนที่ของมัน และสร้างความเสียหายให้กับกองทัพฟลาเทียร์ให้ได้มากที่สุด” เขาพึมพำกับตัวเอง “จากนั้น เมื่อพวกมันมาถึงฐานทัพ เราจะใช้ป้อมปราการที่ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งและอาวุธยิงระยะไกลเพื่อรับมือกับกองทัพหลัก ในขณะเดียวกันก็ต้องหากลยุทธ์ในการทำลายสโตนบีฮีมอธ”
อาร์ครู้ดีว่านี่คือภารกิจที่แทบเป็นไปไม่ได้ แต่เขาก็ไม่เคยยอมแพ้ เขามีระบบสงครามที่คอยสนับสนุน และเขามีทหารที่ภักดีซึ่งพร้อมจะสู้เคียงข้างเขา
ตลอดสองวันต่อมา ฐานทัพมังกรดำเต็มไปด้วยความวุ่นวายแต่เป็นระเบียบ ทหารทุกคนทำงานอย่างหนักภายใต้การนำของอาร์ค กำแพงหินถูกเสริมด้วยไม้และเหล็ก เส้นทางในหุบเขาอสรพิษถูกขุดเป็นหลุมพรางขนาดใหญ่และปกคลุมด้วยกิ่งไม้ใบหญ้าเพื่อพรางตา ท่อนซุงขนาดมหึมาถูกเตรียมไว้บนหน้าผาเพื่อกลิ้งลงมาสกัดกั้นขบวนทัพ และหน่วยพลธนูก็เตรียมลูกธนูอาบยาพิษและธนูเพลิงจำนวนมหาศาล
เซธกลับมารายงานพร้อมกับข้อมูลสำคัญ “ท่านแม่ทัพ! หุบเขาอสรพิษมีจุดคอคอดอยู่สามจุดที่สามารถใช้ประโยชน์ได้! โดยเฉพาะจุดที่สอง เป็นทางแยกที่ถ้าหากไม่ระวังอาจจะทำให้สโตนบีฮีมอธติดอยู่ในร่องเขาได้!”
“ดีมากเซธ!” อาร์คตบไหล่เขาเบาๆ “นั่นแหละคือสิ่งที่เราต้องการ! เราจะใช้จุดคอคอดนั้นให้เป็นประโยชน์สูงสุด!”
ในที่สุด เช้าวันที่สามก็มาถึง ท้องฟ้ายังคงมืดมิดด้วยเมฆหมอกหนาทึบ อากาศเย็นยะเยือกจับใจ แต่ความหนาวเย็นนั้นไม่อาจเทียบได้กับความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่วฐานทัพมังกรดำ ทหารทุกคนประจำตำแหน่งของตนเอง ดวงตาจับจ้องไปยังเส้นขอบฟ้าที่ห่างไกล อาร์คยืนอยู่บนหอคอยบัญชาการที่สูงที่สุด ลมหนาวพัดปะทะใบหน้าของเขา ผมสีดำปลิวไสว
“พวกมันมาแล้ว…” เสียงของเซธสั่นเล็กน้อย เมื่อเขามองเห็นจุดดำๆ จำนวนมหาศาลปรากฏขึ้นที่ปลายขอบฟ้าพร้อมกับเสียงดังกึกก้องที่ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน
สโตนบีฮีมอธปรากฏตัวขึ้นก่อน ตามมาด้วยกองทัพทหารฟลาเทียร์นับพันนายที่สวมชุดเกราะเต็มยศและถืออาวุธครบมือ พวกมันเคลื่อนที่เข้ามาอย่างช้าๆ แต่ทรงพลัง ประหนึ่งคลื่นยักษ์ที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า
อาร์คยกมือขึ้นช้าๆ ก่อนจะออกคำสั่งแรกของสงครามครั้งนี้ “เตรียมพร้อม…!” เสียงของเขานิ่งสงบ แต่แฝงด้วยความเด็ดขาดที่ยากจะหาสิ่งใดมาเทียบได้
สโตนบีฮีมอธก้าวเข้ามาในหุบเขาอสรพิษอย่างไม่รีบร้อน ทุกย่างก้าวของมันทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหวเบาๆ ทหารฟลาเทียร์ตามหลังมาอย่างเป็นระเบียบ พวกมันยังไม่รู้ถึงกับดักที่ซ่อนอยู่เบื้องหน้า
เมื่อสโตนบีฮีมอธก้าวข้ามจุดที่อาร์คกำหนดไว้พอดี อาร์คก็ลดมือลงทันทีและตะโกนลั่น “โจมตี!”
เสียงแตรศึกดังกึกก้องไปทั่วหุบเขาพร้อมกับเสียงคำรามของทหารมังกรดำ ท่อนซุงขนาดมหึมาที่ถูกเตรียมไว้บนหน้าผาถูกผลักลงมา กลิ้งกระแทกพื้นด้วยความเร็วสูง พุ่งเข้าชนกองทัพฟลาเทียร์ที่กำลังเดินทัพเข้ามาอย่างไร้เดียงสา ทหารจำนวนมากถูกท่อนซุงบดขยี้แหลกเป็นชิ้นๆ เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วหุบเขา
แต่สโตนบีฮีมอธกลับไม่สะทกสะท้าน แม้ท่อนซุงจะพุ่งชนเข้าที่ขาของมันอย่างจัง ก็ทำได้เพียงสร้างรอยขีดข่วนเล็กน้อยบนเกราะหินของมันเท่านั้น มันยังคงก้าวเดินต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ ราวกับไม่มีสิ่งใดในโลกที่จะหยุดมันได้
และแล้ว สโตนบีฮีมอธก็มาถึงจุดคอคอดที่อาร์คคาดการณ์ไว้ มันก้าวเท้าผิดพลาดลงไปในหลุมพรางขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นดิน! ขาหน้าข้างหนึ่งของมันจมลงไปในหลุม ทำให้ร่างอันมหึมาของมันเอียงกะเท่เร่
“ยิง!” อาร์คตะโกนลั่นอีกครั้ง
ลูกธนูอาบยาพิษนับร้อยดอกพุ่งเข้าใส่สโตนบีฮีมอธราวกับห่าฝน พลธนูของกองทัพมังกรดำยิงธนูอย่างไม่หยุดยั้ง พยายามยิงเข้าใส่ดวงตาที่เปล่งแสงสีแดงฉานของมัน แม้จะรู้ว่าเกราะหินของมันแข็งแกร่งเพียงใด แต่พวกเขาก็ยังคงโจมตีอย่างไม่ลดละ
แต่แล้ว สโตนบีฮีมอธก็คำรามอย่างบ้าคลั่ง มันยันกายขึ้นจากหลุมพรางด้วยพละกำลังมหาศาล ส่งผลให้พื้นดินบริเวณนั้นยุบตัวลงไปอีก มันสะบัดแขนหินขนาดมหึมาไปรอบๆ อย่างบ้าคลั่ง ทหารฟลาเทียร์ที่อยู่ใกล้เคียงถูกฟาดกระเด็นไปคนละทิศละทาง ร่างกายแหลกเหลวเป็นชิ้นๆ
ดวงตาของสโตนบีฮีมอธจ้องตรงมายังหอคอยบัญชาการที่อาร์คยืนอยู่ ราวกับรู้ว่าใครคือผู้ที่ออกคำสั่งทั้งหมดนี้ มันยกแขนหินขนาดเท่าต้นไม้ขึ้นสูง และทุบลงมาที่พื้นดินเบื้องหน้าของมันด้วยพละกำลังทั้งหมด
ตูมมมมม!
เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วหุบเขา พื้นดินแยกออกจากกันเป็นรอยร้าวขนาดใหญ่ ลมกระโชกแรงพัดพาเศษหินและฝุ่นดินฟุ้งกระจายไปทั่ว แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนหอคอยบัญชาการของอาร์คสั่นสะเทือนราวกับจะพังทลายลงมาในไม่ช้า
อาร์คพยายามทรงตัวยืนอยู่บนหอคอย เขามองเห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างชัดเจน… สโตนบีฮีมอธได้แสดงพลังทำลายล้างที่แท้จริงของมันออกมาแล้ว และมันกำลังมุ่งหน้ามาหาเขา!

เทพสงครามระบบพิชิตโลก
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก