พลังงานสีแดงเพลิงที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมเสียงคำรามกึกก้องสะท้านโลกนั้น ไม่ใช่เพียงแค่เปลวไฟที่เผาผลาญ แต่เป็นคลื่นกระแทกแห่งพลังทำลายล้างบริสุทธิ์ที่แผ่ขยายออกไปทุกทิศทางด้วยความเร็วเหนือเสียง เพียงพริบตาเดียว แนวป้องกันที่สองซึ่งเพิ่งถูกสร้างขึ้นอย่างเร่งรีบก็ถูกฉีกกระชากเป็นเสี่ยง ๆ เสาหินขนาดใหญ่ที่ใช้ยึดปืนใหญ่ป้องกันภัยพังทลายลงเป็นผุยผงราวกับไม่เคยมีอยู่มาก่อน
ภายในซากปรักหักพังของหอคอยบัญชาการ อาร์คถูกแรงกระแทกมหาศาลซัดกระเด็น ร่างของเขากลิ้งไปตามเศษหินและเหล็กที่บิดเบี้ยว แม้จะมีเกราะป้องกันจากระบบ แต่แรงสั่นสะเทือนก็รุนแรงเกินกว่าจะต้านทานได้ง่าย ๆ เขาไอออกมาเป็นเลือดสด ๆ ขณะที่ภาพเบื้องหน้าพร่ามัว แต่จิตใจของเขากลับยังคงเย็นชาดุจน้ำแข็ง คำเตือนจากระบบดังก้องในโสตประสาท
ไม่มีเวลาลังเล อาร์คกัดฟันแน่น เขารู้ดีว่าพลังงานจำนวนมากที่บีฮีมอธปลดปล่อยออกมานั้นไม่ใช่การโจมตีแบบพุ่งเป้า แต่เป็นการระเบิดพลังงานที่เกิดจากแกนพลังงานที่เสียหายอย่างหนัก ซึ่งมันกำลังจะระเบิดตัวเองเพื่อทำลายทุกสิ่งรอบข้าง!
“โล่แห่งเทพสงคราม!” อาร์คคำรามในใจทันที พลังงานสีทองอ่อน ๆ พวยพุ่งออกจากร่างกายของเขา ก่อตัวเป็นโดมโปร่งแสงที่โอบล้อมเขาและพื้นที่เล็ก ๆ รอบตัวไว้ แรงระเบิดสุดท้ายของสโตนบีฮีมอธเข้าปะทะกับโล่แห่งเทพสงครามอย่างจัง เกิดเสียงกึกก้องสะท้านโลก โล่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับจะแตกหักได้ทุกเมื่อ แต่ก็ยังคงต้านทานไว้ได้ อาร์ครู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กระแทกเข้าใส่ทุกอณูของร่างกาย เส้นเลือดปูดโปนบนลำคอ เขากำหมัดแน่น พยายามรักษาสติไว้ไม่ให้ขาดผึง
นอกโดมพลังงาน กองทัพฟลาเทียร์ที่เห็นเหตุการณ์ต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง พลังงานสีแดงเพลิงที่พวยพุ่งออกมาจากร่างของบีฮีมอธนั้นรุนแรงเกินกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการได้ ทหารหลายนายที่อยู่ใกล้เคียงถูกแรงอัดกระแทกจนกระเด็น เสื้อเกราะแตกกระจาย เลือดพุ่งกระฉูด บางคนถึงกับกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา กองทัพที่เหลือถอยร่นอย่างไม่เป็นระเบียบ เสียงกรีดร้องและเสียงคำรามของสัตว์ร้ายจากป่าเขาที่ได้รับผลกระทบดังระงมไปทั่วหุบเขาอสรพิษ การโจมตีครั้งสุดท้ายของบีฮีมอธไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นการแสดงออกถึงความสิ้นหวังและความเกรี้ยวกราดที่พร้อมจะทำลายทุกสิ่งให้มอดไหม้ไปพร้อมกับมัน!
เมื่อคลื่นพลังงานสีแดงเพลิงเริ่มจางหายไป โล่แห่งเทพสงครามของอาร์คก็สลายไปพร้อมกับเสียง "เปรี๊ยะ!" เขาหอบหายใจอย่างหนัก ตัวสั่นเทิ้ม แต่ดวงตาของเขายังคงสาดประกายความมุ่งมั่น อาร์คลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก ท่ามกลางซากปรักหักพังที่แทบไม่เหลือสภาพ เขาเหลือบมองไปยังตำแหน่งที่สโตนบีฮีมอธยืนอยู่ ภาพเบื้องหน้าทำให้เขาต้องกัดฟันแน่น
ร่างของสโตนบีฮีมอธไม่ได้ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงอย่างที่คิด มันยังคงยืนหยัดอยู่ แม้จะเต็มไปด้วยรอยร้าวขนาดใหญ่ทั่วทั้งร่าง เปลือกหินของมันแตกกระจาย เผยให้เห็นโครงสร้างภายในที่ส่องแสงสีแดงเรืองรองออกมาอย่างน่ากลัว แกนพลังงานที่เคยเป็นจุดอ่อนของมันบัดนี้กลับเปล่งแสงเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิมราวกับได้รับการกระตุ้นให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง! พลังงานที่มันระเบิดออกมาเมื่อครู่ไม่ใช่การโจมตีครั้งสุดท้ายเพื่อทำลายตัวเอง แต่เป็นการปลดปล่อยพลังงานสำรองเพื่อการฟื้นฟู!
“บัดซบ!” อาร์คสบถเสียงต่ำ เขารู้สึกถึงความคับแค้นใจที่อัดแน่นในอก เขาลงทุนไปมหาศาลเพื่อสร้างปืนใหญ่ทำลายล้างชั่วคราว และลงมือโจมตีจุดอ่อนจนสำเร็จ แต่กลับกลายเป็นว่าการโจมตีครั้งนั้นกระตุ้นให้มันฟื้นฟูตัวเองขึ้นมาในรูปแบบที่น่ากลัวกว่าเดิม
“ไม่ยอมให้มันสำเร็จ!” อาร์คประกาศกร้าว เขาเหลือบมองดูสภาพฐานทัพที่พังทลาย หอคอยบัญชาการเสียหายยับเยิน ปืนใหญ่ทำลายล้างไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป แนวป้องกันที่สองก็หายไปแล้ว หากบีฮีมอธฟื้นฟูเต็มที่ ทุกอย่างที่เขาสร้างมาจะถูกทำลายจนหมดสิ้น!
เขารีบเปิดใช้งานระบบอีกครั้ง ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาต้องเดิมพันทุกอย่างที่มี
อาร์คไม่ลังเลที่จะกดเลือก "อัศวินอสูรเพลิง" ในทันที!
พื้นดินเบื้องหน้าอาร์คสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง วงแหวนเวทมนตร์สีแดงฉานขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น พลังงานเพลิงพวยพุ่งออกมาจากใจกลางวงเวทมนตร์นั้น เสียงคำรามกึกก้องดังขึ้นจากเปลวเพลิง ร่างขนาดใหญ่ที่สูงกว่าสามเมตร คลุมด้วยชุดเกราะสีดำทะมึนที่เปล่งแสงสีแดงเรืองรองปรากฏตัวขึ้น อัศวินตนนั้นถือดาบใหญ่ที่ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงในมือ ออร่าแห่งความร้อนแรงและอำนาจแผ่ซ่านออกมาจนอากาศโดยรอบบิดเบี้ยว ดวงตาของมันเป็นประกายสีแดงดุจถ่านเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง!
“อัศวินอสูรเพลิง… จงฟังคำสั่งข้า!” อาร์คออกคำสั่งด้วยเสียงที่ทรงพลัง “ไป! ทำลายแกนพลังงานของบีฮีมอธซะ!”
อัศวินอสูรเพลิงคำรามตอบรับ มันพุ่งทะยานเข้าใส่สโตนบีฮีมอธด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ เพียงพริบตาเดียวก็ไปถึงตัวอสูรกายหินมหมา อัศวินอสูรเพลิงกระโดดขึ้นสูงราวกับติดปีก ดาบเพลิงในมือฟาดฟันเข้าใส่แกนพลังงานที่กำลังเรืองแสงอย่างบ้าคลั่ง!
“ตูมมมม!”
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว เปลวเพลิงสีแดงฉานปะทะเข้ากับแสงสีแดงจากแกนพลังงานของบีฮีมอธ เกิดเป็นคลื่นพลังงานระเบิดที่รุนแรงกว่าครั้งก่อน สโตนบีฮีมอธคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวด เปลือกหินของมันที่กำลังฟื้นฟูถูกเผาไหม้และแตกกระจายอีกครั้ง แสงสีแดงจากแกนพลังงานของมันวูบวาบอย่างรุนแรง
อาร์คจ้องมองอย่างไม่กะพริบตา อัศวินอสูรเพลิงตัวนี้แข็งแกร่งกว่าที่เขาคิดมาก แต่บีฮีมอธก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ง่ายดาย แม้จะถูกดาบเพลิงฟาดฟันเข้าที่แกนพลังงานโดยตรง แต่บีฮีมอธก็ยังคงยืนหยัด มันยกแขนหินขนาดใหญ่ขึ้นมาฟาดใส่ร่างของอัศวินอสูรเพลิง
“ระวัง!” อาร์คตะโกนเตือน
อัศวินอสูรเพลิงตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว มันใช้ดาบเพลิงปัดป้องการโจมตี แต่ด้วยขนาดที่แตกต่างกันมหาศาล แรงกระแทกก็ยังคงรุนแรง อัศวินอสูรเพลิงถูกผลักกระเด็นไปหลายสิบเมตร ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เปลวเพลิงที่ลุกโชนบนดาบของมันรุนแรงยิ่งขึ้น ราวกับความโกรธแค้นที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น
“อัศวินอสูรเพลิง! ใช้ทักษะพิเศษ!” อาร์คออกคำสั่งอีกครั้ง เขาเพิ่งได้รับข้อมูลว่าอัศวินอสูรเพลิงมีทักษะพิเศษที่สามารถสร้างความเสียหายต่อวิญญาณได้ ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญในการทำลายแกนพลังงานของบีฮีมอธที่กำลังฟื้นฟูตัวเอง
อัศวินอสูรเพลิงคำรามรับรู้ เปลวเพลิงสีแดงเข้มรวบรวมตัวกันบนดาบของมัน ดาบเพลิงบัดนี้กลายเป็นสีดำสนิท มีออร่าแห่งความตายแผ่ซ่านออกมา ราวกับมันสามารถเผาผลาญได้แม้กระทั่งวิญญาณ!
อัศวินอสูรเพลิงพุ่งเข้าใส่บีฮีมอธอีกครั้ง การเคลื่อนไหวของมันรวดเร็วและหนักหน่วงกว่าเดิมหลายเท่า บีฮีมอธพยายามยกแขนขึ้นมาป้องกัน แต่ครั้งนี้อัศวินอสูรเพลิงไม่ได้โจมตีที่แกนพลังงานโดยตรง มันพุ่งเข้าใส่ร่างของบีฮีมอธที่เต็มไปด้วยรอยร้าว และเสียบดาบเพลิงพิฆาตวิญญาณเข้าไปในรอยร้าวที่ลึกที่สุดราวกับเป็นช่องทางสู่ภายใน!
“กร๊าซซซซซซ!”
เสียงคำรามของสโตนบีฮีมอธดังลั่นหุบเขาอสรพิษด้วยความเจ็บปวดที่แท้จริง ไม่ใช่ความโกรธแค้นแบบสัตว์ร้าย แต่เป็นความเจ็บปวดที่ลึกซึ้งถึงแก่นแท้ของมัน เปลือกหินขนาดใหญ่ของมันเริ่มสั่นสะเทือนอย่างควบคุมไม่ได้ แสงสีแดงที่เคยเรืองรองจากแกนพลังงานวูบดับลงอย่างรวดเร็วราวกับถูกดูดกลืน
อัศวินอสูรเพลิงกระชากดาบออก ก่อนจะฟาดฟันลงไปอีกครั้ง ดาบเพลิงพิฆาตวิญญาณบัดนี้ไม่ได้เผาผลาญแต่เพียงภายนอก แต่มันกำลังทำลายแกนพลังงานจากภายใน! รอยร้าวบนร่างของบีฮีมอธขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว เปลือกหินเริ่มแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยราวกับถูกกระเทาะจากด้านใน
กองทัพฟลาเทียร์ที่เห็นภาพเหตุการณ์ต่างส่งเสียงเฮด้วยความดีใจและคลายความกังวล การปรากฏตัวของอัศวินอสูรเพลิงและพลังทำลายล้างที่น่าเหลือเชื่อของมันได้จุดประกายความหวังขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขารู้ว่านายท่านอาร์คยังคงมีไพ่ตายซ่อนอยู่เสมอ!
อาร์คจ้องมองบีฮีมอธที่กำลังล้มครืนลงช้า ๆ ด้วยความพึงพอใจ แม้จะเสียพลังงานไปมหาศาลและฐานทัพได้รับความเสียหาย แต่เขาก็ได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญเกี่ยวกับพลังในการฟื้นฟูของสัตว์อสูรหิน และระบบก็ได้ปลดล็อกหน่วยรบใหม่ที่ทรงพลังให้เขาใช้
“จบสิ้นกันเสียที เจ้าอสูรกาย!” อาร์คประกาศกร้าว
ร่างของสโตนบีฮีมอธล้มลงอย่างช้า ๆ ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหุบเขาอสรพิษ ฝุ่นควันและเศษหินฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ อัศวินอสูรเพลิงยืนอยู่เหนือร่างของบีฮีมอธที่ไร้การเคลื่อนไหว ดาบเพลิงของมันยังคงลุกโชนอย่างสง่างาม
ข้อความจากระบบปรากฏขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความเหนื่อยล้าของอาร์คบรรเทาลงไปได้บ้าง ของรางวัลจากการกำจัดสโตนบีฮีมอธนั้นล้ำค่าเกินคาด โดยเฉพาะหินวิญญาณอสูรและแท่นบูชาอสูร ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถในการรบของเขาไปอีกขั้น
อาร์คเดินเข้าไปใกล้ร่างของบีฮีมอธที่ล้มลง เศษหินที่แตกกระจายเผยให้เห็นแกนพลังงานที่บัดนี้กลายเป็นเพียงก้อนหินสีดำสนิทที่ไร้พลัง แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของอาร์คคือสิ่งที่อยู่ลึกลงไปภายในแกนพลังงานที่ถูกทำลายนั้น
ท่ามกลางเศษหินและฝุ่นควัน มีประกายแสงสีฟ้าอ่อน ๆ กระพริบออกมาจากส่วนลึกที่สุดของซากบีฮีมอธ มันไม่ใช่แสงของหินวิญญาณอสูร แต่เป็นแสงที่บริสุทธิ์และลึกลับกว่านั้น อาร์คสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แปลกประหลาด มันไม่ใช่พลังงานเวทมนตร์หรือพลังงานอสูรที่เขาคุ้นเคย แต่มันเป็นพลังงานที่ให้ความรู้สึกถึง 'ชีวิต' และ 'การกำเนิด' ราวกับว่าภายในร่างของอสูรหินตัวนี้มีบางสิ่งที่แตกต่างออกไป
อาร์คเดินเข้าไปใกล้ขึ้นอีก เขาใช้มือปัดเศษหินออกอย่างระมัดระวัง เพื่อเผยให้เห็นแหล่งกำเนิดแสงนั้น สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของเขาไม่ใช่หินวิญญาณอสูร แต่เป็นผลึกขนาดเท่ากำปั้นมือที่ส่องแสงสีฟ้าเรืองรองอย่างอ่อนโยน ราวกับดวงดาวที่ถูกขังไว้ภายใน ผลึกนั้นมีลวดลายที่สลับซับซ้อนและงดงามเกินกว่าสิ่งใดที่เขาเคยเห็นมา
“แก่นแท้แห่งธรณี… หายากระดับตำนานงั้นหรือ?” อาร์คพึมพำด้วยความประหลาดใจ เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานมหาศาลที่ซ่อนอยู่ภายในผลึกนั้น มันไม่ใช่แค่ของล้ำค่า แต่เป็นสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงฐานทัพของเขาไปตลอดกาล ด้วยแก่นแท้แห่งธรณีนี้ เขาจะสามารถสร้างสิ่งก่อสร้างที่แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ หรือแม้แต่ปลุกพลังแฝงในหน่วยรบของเขาได้!
แต่ในขณะที่อาร์คกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบผลึกนั้น ทันใดนั้นพื้นดินเบื้องล่างของเขาก็สั่นสะเทือนอีกครั้ง! ไม่ใช่แรงสั่นสะเทือนจากการล้มลงของบีฮีมอธ แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนที่มาจากใต้ดิน!
“เกิดอะไรขึ้นอีก!” อาร์คตะโกนอย่างไม่พอใจ
พื้นดินเริ่มมีรอยร้าวขนาดใหญ่ แสงสีฟ้าอ่อน ๆ ที่ออกมาจากแก่นแท้แห่งธรณียิ่งส่องสว่างจ้าขึ้น ราวกับกำลังตอบสนองต่อบางสิ่ง! แรงสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งแผ่นดินใต้เท้าของอาร์คทรุดตัวลง!
“ตู้ม!”
อาร์คเสียหลักร่วงลงไปในหลุมลึกที่ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับแก่นแท้แห่งธรณีที่หลุดจากซากบีฮีมอธและตกลงไปพร้อมกับเขา! แสงสีฟ้าจากผลึกนั้นส่องสว่างวาบไปทั่วหลุมลึก เผยให้เห็นโครงสร้างใต้ดินขนาดมหมาที่ซ่อนอยู่ใต้หุบเขาอสรพิษ! มันไม่ใช่เพียงแค่ถ้ำ แต่เป็นเครือข่ายอุโมงค์และห้องโถงที่สร้างขึ้นจากหินแร่บริสุทธิ์ที่เปล่งแสงระยิบระยับ!
และในส่วนลึกสุดของโครงสร้างใต้ดินนั้น มีบางสิ่งที่กำลังหลับใหลอยู่... บางสิ่งที่ใหญ่โตมโหฬารกว่าสโตนบีฮีมอธหลายเท่า!
อาร์คที่ร่วงลงไปในความมืดมิด เห็นเพียงแสงสีฟ้าจากแก่นแท้แห่งธรณีที่อยู่ในมือส่องสว่างจ้าขึ้นเรื่อย ๆ และเบื้องล่างของเขา เสียงคำรามที่รุนแรงกว่าบีฮีมอธหลายเท่าก็ดังสนั่นขึ้นมา ราวกับเสียงของโลกที่กำลังตื่นขึ้น!
เทพสงครามระบบพิชิตโลก
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก