อาร์คที่ร่วงลงไปในความมืดมิด เห็นเพียงแสงสีฟ้าจากแก่นแท้แห่งธรณีที่อยู่ในมือส่องสว่างจ้าขึ้นเรื่อย ๆ และเบื้องล่างของเขา เสียงคำรามที่รุนแรงกว่าบีฮีมอธหลายเท่าก็ดังสนั่นขึ้นมา ราวกับเสียงของโลกที่กำลังตื่นขึ้น!
แรงสั่นสะเทือนมหาศาลปะทุขึ้นจากก้นบึ้งของพื้นพิภพ คลื่นพลังงานธรณีที่หนาแน่นจนแทบจับต้องได้พุ่งเข้าปะทะร่างของอาร์ค ดันให้เขากระเด็นขึ้นไปชั่วครู่ก่อนจะดิ่งลงมาอีกครั้ง อาร์คกัดฟันกรอด สัญชาตญาณนักรบของเขากรีดร้องเตือนภัยในระดับที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน สิ่งที่กำลังตื่นขึ้นนี้ไม่ใช่เพียงสัตว์ประหลาดระดับตำนานทั่วไป แต่มันคือหายนะที่แท้จริง!
แก่นแท้แห่งธรณีในมือของเขาสั่นสะท้านราวกับมีชีวิต แสงสีฟ้าหม่นที่เคยเปล่งออกมาอ่อน ๆ บัดนี้กลับเจิดจ้าขึ้นจนแสบตา แปรเปลี่ยนเป็นโล่พลังงานบางเบาที่ห่อหุ้มร่างของอาร์คไว้ในเสี้ยววินาทีของการตกกระทบ พื้นเบื้องล่างไม่ได้เป็นเพียงความว่างเปล่า แต่เป็นแท่นหินยักษ์ที่ยื่นออกมาจากผนังถ้ำเบื้องล่าง หินแร่สีเงินยวงสะท้อนแสงจากแก่นแท้แห่งธรณีระยิบระยับราวกับดวงดาวในยามราตรี
ตุบ!
อาร์คกระแทกลงบนแท่นหินแข็งแกร่ง เสียงกระแทกสนั่นก้องไปทั่วโถงถ้ำมหาศาล โชคดีที่โล่พลังงานจากแก่นแท้แห่งธรณีช่วยลดแรงกระแทกไปได้มาก แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังรู้สึกจุกเสียดไปทั้งร่าง เส้นเอ็นและกระดูกส่งเสียงครางประท้วง อาร์คลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว กวาดสายตามองไปรอบ ๆ
เบื้องหน้าของเขาคือมหาอุโมงค์ใต้ดินที่กว้างใหญ่ไพศาลกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้หลายเท่า ผนังถ้ำเต็มไปด้วยสายแร่เรืองแสงหลากสีสัน ทั้งสีฟ้า สีเขียวมรกต และสีทองอำพัน ส่องสว่างเป็นลวดลายประหลาดตา ราวกับเป็นเส้นเลือดของโลกที่กำลังเต้นระรัว อากาศเย็นยะเยือกแต่กลับอวลไปด้วยกลิ่นอายของพลังงานธรณีที่เข้มข้นจนแทบจะกลายเป็นสาระสำคัญ เหนือศีรษะของเขา แสงเรืองรองจากปล่องที่เขาตกลงมาดูเล็กลงไปทุกที ราวกับปากเหวที่ไร้ก้น
"ระบบ สแกนสิ่งมีชีวิตเบื้องล่าง!" อาร์คสั่งเสียงเฉียบขาด ในขณะที่ดวงตาของเขาก็ยังคงจับจ้องไปยังเบื้องล่างของแท่นหินที่เขายืนอยู่
เสียงคำรามเมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท แต่มันกลับเงียบลงชั่วขณะ ราวกับสิ่งมีชีวิตนั้นกำลังประเมินสถานการณ์ หรืออาจจะกำลังเพลิดเพลินกับการตื่นขึ้นหลังจากหลับใหลมานานหลายยุคสมัย
[การสแกนเป้าหมาย... ตรวจพบรูปแบบพลังงานที่ไม่เคยบันทึกไว้] [ชื่อ: อสูรธรณีโบราณ (ระดับตำนาน - โบราณ)] [สถานะ: ตื่นขึ้นจากการหลับใหลลึก, พลังงานธรณีในร่างกายสูงเกินการวัด] [พลังชีวิต: ??? (ประเมินค่าไม่ได้)] [พลังโจมตี: ??? (ประเมินค่าไม่ได้)] [พลังป้องกัน: ??? (ประเมินค่าไม่ได้)] [ทักษะเฉพาะ: "แก่นแท้แห่งธรณีบรรพกาล" (ควบคุมธาตุธรณีในระดับสูงสุด), "ผนึกแห่งโลก" (สามารถผนึกศัตรูไว้ในหิน), "การฟื้นฟูแห่งพิภพ" (ฟื้นฟูพลังชีวิตอย่างรวดเร็วตราบใดที่อยู่ในพื้นที่ธรณี), "คำรามแห่งหายนะ" (โจมตีด้วยคลื่นเสียงและแรงสั่นสะเทือนทำลายล้าง)] [จุดอ่อน: ??? (ไม่สามารถระบุได้ในปัจจุบัน)] [คำเตือน: ความแข็งแกร่งของเป้าหมายเกินกว่าขีดจำกัดของผู้ใช้งานในปัจจุบันอย่างมหาศาล แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง]
ข้อมูลจากระบบทำให้หัวใจของอาร์คเต้นระรัว เขาไม่เคยเห็นการประเมินค่าที่ "ประเมินค่าไม่ได้" มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นบอสระดับสูงแค่ไหน ระบบก็ยังพอจะให้ค่าตัวเลขคร่าว ๆ ได้ แต่กับสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้านี้ มันกลับเป็นเครื่องหมายคำถามทั้งหมด นั่นหมายความว่าพลังของมันอยู่เหนือความเข้าใจของระบบอย่างสิ้นเชิง!
“ระดับตำนาน – โบราณงั้นรึ… นี่มันระดับไหนกันแน่” อาร์คพึมพำกับตัวเอง มือที่กำแก่นแท้แห่งธรณีแน่นจนข้อขาวโพลน “หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง? แล้วจะให้ข้าหนีไปทางไหนในที่แบบนี้!”
ทันใดนั้น ผืนดินเบื้องล่างก็เริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า แผ่นดินแยกออกจากกัน เผยให้เห็นดวงตาขนาดมหึมาสองดวงที่เรืองแสงสีแดงฉานราวกับลาวาเดือดปะทุขึ้นมาจากส่วนลึกที่สุดของโลก ดวงตาคู่นั้นจ้องมองมาที่อาร์คอย่างไม่ลดละ ราวกับเป็นสายตาของเทพที่มองดูมดตัวเล็ก ๆ ที่บังอาจรุกล้ำอาณาเขตของตน
แล้วร่างที่แท้จริงของอสูรธรณีโบราณก็ปรากฏขึ้น มันไม่ได้มีรูปร่างเหมือนสัตว์ประหลาดทั่วไป แต่มันคือภูเขาหินขนาดมหึมาที่เคลื่อนที่ได้! ร่างกายของมันปกคลุมไปด้วยชั้นหินแร่แข็งแกร่งที่สลับซับซ้อน แต่ละชั้นหนากว่ากำแพงเมืองหลายเท่า มีแร่ธาตุเรืองแสงฝังตัวอยู่ตามรอยแยกราวกับเป็นเส้นเลือดและเส้นประสาทของมัน หัวของมันเป็นเหมือนยอดเขาที่ผงาดขึ้นสู่เบื้องบน มีเขาหินขนาดใหญ่สองข้างโค้งงอราวกับงาช้างโบราณ ปากของมันคือรอยแยกขนาดมหึมาบนภูเขาที่เต็มไปด้วยฟันหินแหลมคมนับไม่ถ้วน
การปรากฏตัวของมันทำให้พื้นที่ใต้ดินแห่งนี้ดูเล็กลงไปถนัดตา อาร์ครู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่บนฝ่ามือของยักษ์ตนหนึ่ง ความสูงของมันทะลุเพดานถ้ำที่อยู่ไกลออกไปไม่รู้กี่ร้อยเมตร แขนขาของมันคือเสาหินขนาดใหญ่ที่ค้ำจุนโลกไว้ ความรู้สึกกดดันที่แผ่ออกมาจากอสูรธรณีโบราณทำให้ลมหายใจของอาร์คติดขัด
เสียงคำรามคราวนี้ดังสนั่นจนแท่นหินที่อาร์คยืนอยู่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แตกเป็นรอยร้าวขนาดใหญ่ อสูรธรณีโบราณยกแขนหินขนาดมหึมาขึ้นช้า ๆ หินแร่เรืองแสงบนร่างของมันสว่างวาบขึ้นราวกับกำลังสะสมพลังงาน แรงกดดันธรณีที่แผ่ออกมาทำให้ร่างของอาร์คแทบจะถูกบีบอัดจนแบนราบ
"นี่มันเกินกำลังของเราในตอนนี้จริงๆ" อาร์คกัดฟันกรอด เขารู้ดีว่าการเผชิญหน้าโดยตรงกับสิ่งมีชีวิตระดับนี้เป็นเรื่องที่โง่เขลาอย่างที่สุด เขาต้องหาทางหนี หรืออย่างน้อยก็ต้องถ่วงเวลาไว้ก่อน
"อัศวินอสูรเพลิง! หน่วยรบระยะประชิดทั้งหมด! อัญเชิญ!" อาร์คสั่งการอย่างรวดเร็ว ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้กำลังทั้งหมดที่มี!
วงแหวนอัญเชิญสีแดงฉานปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของอาร์ค ร่างของอัศวินอสูรเพลิงเกราะดำทมิฬที่ลุกโชนด้วยเปลวไฟนรกผุดขึ้นมาทีละตัว พวกมันกระทืบเท้าลงบนแท่นหินอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางเสียงคำรามของอสูรธรณีโบราณ พวกอัศวินอสูรเพลิงดูเล็กจิ๋วราวกับฝุ่นผง
"เป้าหมาย! ตาของมัน! พุ่งเข้าโจมตี!" อาร์คสั่งการอย่างไม่ลังเล เขาประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว จุดอ่อนของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมามักจะเป็นส่วนที่เปราะบางที่สุด เช่นดวงตาหรือแกนพลังงาน
อัศวินอสูรเพลิงนับร้อยพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ พวกมันคือหน่วยรบที่ทรงพลังที่สุดของอาร์คในตอนนี้ แต่เมื่อเทียบกับอสูรธรณีโบราณแล้ว พวกมันก็ไม่ต่างอะไรกับแมลงวัน
ตูม!
แขนหินของอสูรธรณีโบราณฟาดลงมา แท่นหินที่อาร์คยืนอยู่แตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ อาร์คกระโดดหลบอย่างฉิวเฉียด โล่แห่งเทพสงครามปรากฏขึ้นในมือของเขา เขาใช้มันปัดป้องเศษหินที่กระเด็นมาด้วยความเร็วสูง
"ทักษะ: โล่พิทักษ์แห่งเทพสงคราม!" อาร์คเปิดใช้งานทักษะป้องกันสูงสุดของเขา โล่สีทองอร่ามขยายขนาดออก ห่อหุ้มร่างของเขาไว้ชั่วขณะ
อัศวินอสูรเพลิงบางส่วนถูกแรงกระแทกจากแขนหินของอสูรธรณีโบราณบดขยี้จนหายไปในพริบตา แต่ส่วนที่เหลือยังคงพุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างไม่เกรงกลัว พวกมันคืออสูรแห่งความกล้าหาญที่ไม่มีความกลัวตายอยู่ในจิตวิญญาณ
เปลวไฟนรกที่ลุกโชนบนร่างของอัศวินอสูรเพลิงพุ่งเข้าปะทะกับผิวหินของอสูรธรณีโบราณ เกิดเป็นประกายไฟระยิบระยับ พวกอัศวินพยายามใช้ดาบเพลิงของพวกมันฟันลงบนผิวหิน แต่กลับทำได้เพียงสร้างรอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น เปลวไฟนรกของพวกมันดูไร้ผลเมื่อเทียบกับความแข็งแกร่งของผิวหนังหินของอสูรธรณีโบราณ
ดวงตาแดงฉานของอสูรธรณีโบราณหรี่ลงเล็กน้อย ราวกับรำคาญใจที่สิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ เหล่านี้บังอาจมารบกวนมัน มันยกขาหินขนาดมหึมาขึ้น แล้วกระทืบลงบนพื้นอย่างแรง!
โครมมมมมมมมมม!
แรงสั่นสะเทือนมหาศาลปะทุขึ้นจากพื้นดิน คลื่นพลังงานธรณีที่มองไม่เห็นแผ่กระจายออกไปทุกทิศทาง อัศวินอสูรเพลิงที่อยู่ใกล้เคียงถูกแรงสั่นสะเทือนบดขยี้จนร่างแหลกสลายในทันที บางส่วนที่อยู่ไกลออกไปถูกแรงกระแทกซัดกระเด็นปลิวไปไกล ชนเข้ากับผนังถ้ำจนเกิดเสียงดังสนั่น
[หน่วยอัศวินอสูรเพลิง: สูญเสีย 47 หน่วย!] [คำเตือน: อัศวินอสูรเพลิงไม่สามารถสร้างความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญแก่อสูรธรณีโบราณได้]
"ให้ตายเถอะ!" อาร์คสบถอย่างหัวเสีย แผนการโจมตีจุดอ่อนของเขาล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง พลังโจมตีของอัศวินอสูรเพลิงที่เคยใช้จัดการกับบีฮีมอธได้อย่างง่ายดาย กลับไร้ความหมายต่ออสูรธรณีโบราณ
อาร์คหันไปมองแก่นแท้แห่งธรณีในมือของเขา แสงสีฟ้าของมันยังคงเปล่งประกายอย่างต่อเนื่อง ราวกับกำลังสื่อสารบางอย่างกับเขา พลังงานธรณีที่ไหลเวียนอยู่ในอุโมงค์แห่งนี้ดูเหมือนจะถูกดึงดูดเข้าสู่แก่นแท้แห่งธรณี ทำให้มันเรืองแสงเจิดจ้าขึ้นเรื่อย ๆ
"แก่นแท้แห่งธรณี... มันต้องมีประโยชน์มากกว่าแค่เป็นโล่ชั่วคราวสิ" อาร์คพึมพำกับตัวเอง เขารู้สึกถึงความเชื่อมโยงบางอย่างระหว่างแก่นแท้ในมือเขากับอสูรธรณีโบราณ
ทันใดนั้น ระบบก็ส่งข้อความแจ้งเตือนอีกครั้ง
[ตรวจพบการตอบสนองจาก 'แก่นแท้แห่งธรณี' ต่อแหล่งพลังงานธรณีบริสุทธิ์สูง] [ข้อเสนอแนะ: 'แก่นแท้แห่งธรณี' อาจเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมหรือสร้างความเสียหายแก่อสูรธรณีโบราณ] [ผู้ใช้งานต้องการรวม 'แก่นแท้แห่งธรณี' เข้ากับระบบเทพสงครามหรือไม่?]
"รวม!" อาร์คสั่งทันที เขาไม่มีเวลาลังเลอีกแล้ว นี่อาจจะเป็นโอกาสเดียวของเขา
แสงสีฟ้าจากแก่นแท้แห่งธรณีพลันพุ่งเข้าสู่ร่างของอาร์ค มันไม่ได้เจ็บปวด แต่กลับเป็นความรู้สึกที่อบอุ่นและทรงพลัง ราวกับว่าสายเลือดของเขากำลังถูกเติมเต็มด้วยพลังงานธรณีบริสุทธิ์
[การรวม 'แก่นแท้แห่งธรณี' เข้ากับระบบเทพสงครามสำเร็จ!] [ปลดล็อกความสามารถใหม่: "สายสัมพันธ์แห่งธรณี"] [สายสัมพันธ์แห่งธรณี (ความสามารถพิเศษ): ผู้ใช้งานสามารถสัมผัสและควบคุมพลังงานธรณีในระดับพื้นฐานได้ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยรบธรณี และสร้างความเชื่อมโยงกับสิ่งมีชีวิตธรณีได้] [ปลดล็อกทักษะใหม่: "ผนึกธรณีชั่วคราว"] [ผนึกธรณีชั่วคราว (ทักษะใช้งาน): สร้างผนึกธรณีเพื่อตรึงเป้าหมายไว้ชั่วคราว ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับพลังชีวิตและพลังป้องกันของเป้าหมาย] [ปลดล็อกหน่วยรบใหม่: "ผู้พิทักษ์ศิลา (ระดับสูง)"] [ผู้พิทักษ์ศิลา (ระดับสูง): หน่วยรบระยะประชิดที่แข็งแกร่ง สร้างจากหินแร่บริสุทธิ์ มีพลังป้องกันสูงและสามารถสร้างโล่หินได้]
การรวมแก่นแท้แห่งธรณีเข้ากับระบบทำให้ความเข้าใจของอาร์คเกี่ยวกับพลังงานธรณีลึกซึ้งขึ้นอย่างก้าวกระโดด เขารู้สึกได้ถึงพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในอุโมงค์แห่งนี้อย่างชัดเจน และที่สำคัญกว่านั้น เขารู้สึกถึง "แก่นแท้" ของอสูรธรณีโบราณ! มันไม่ใช่แค่ภูเขาหินธรรมดา แต่มันคือสิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดขึ้นจากแก่นแท้ของโลก!
แต่ถึงแม้จะได้รับพลังใหม่มา เขาก็ยังคงรู้สึกถึงความอันตรายที่ยังคุกคามอยู่ อสูรธรณีโบราณยกแขนหินอีกข้างขึ้น เตรียมฟาดลงมาอีกครั้ง คลื่นพลังงานธรณีบิดเบือนอากาศรอบตัวมัน บ่งบอกถึงการโจมตีที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม
"ผู้พิทักษ์ศิลา! อัญเชิญ!" อาร์คคำราม เขารู้ว่าต้องใช้หน่วยรบที่เหมาะสมกับศัตรู
วงแหวนอัญเชิญสีเทาเข้มปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของอาร์ค คราวนี้ไม่ใช่เปลวเพลิง แต่เป็นหินแร่บริสุทธิ์ที่ก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างของนักรบขนาดใหญ่ ร่างกายของพวกมันสร้างจากหินแกรนิตสีดำสนิท มีอักขระโบราณเรืองแสงสีฟ้าสลักอยู่บนผิวหิน พวกมันแต่ละตัวสูงกว่าสามเมตร ถือโล่หินขนาดใหญ่และค้อนหินทรงพลัง
อาร์คอัญเชิญผู้พิทักษ์ศิลาออกมาเกือบยี่สิบหน่วยในคราวเดียว พวกมันไม่ได้มีจำนวนมากเท่าอัศวินอสูรเพลิง แต่พลังป้องกันและพลังโจมตีธรณีของพวกมันนั้นสูงกว่ามาก
"ผู้พิทักษ์ศิลา! สร้างกำแพงป้องกัน! อัศวินอสูรเพลิง! ระดมยิงเปลวเพลิงจากระยะไกล!" อาร์คสั่งการอย่างรวดเร็ว
ผู้พิทักษ์ศิลาพุ่งเข้าสู่แนวหน้าอย่างกล้าหาญ พวกมันใช้โล่หินขนาดใหญ่ของพวกมันก่อตัวเป็นกำแพงป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในขณะที่อัศวินอสูรเพลิงที่เหลือรอดก็เริ่มพ่นเปลวไฟนรกเข้าใส่ดวงตาของอสูรธรณีโบราณอีกครั้ง
แต่การโจมตีของอสูรธรณีโบราณนั้นรุนแรงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด แขนหินขนาดมหึมาฟาดลงมาอย่างรวดเร็วราวกับอุกกาบาตพุ่งชนโลก!
โครมมมมมมมมมมมมมมม!
กำแพงป้องกันของผู้พิทักษ์ศิลาแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ ในทันที ร่างกายหินของพวกมันระเบิดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย อัศวินอสูรเพลิงที่อยู่เบื้องหลังก็ถูกแรงกระแทกซัดกระเด็นไปไกลอีกครั้ง แรงสั่นสะเทือนจากพื้นดินทำให้เพดานถ้ำเริ่มร่วงหล่นลงมา เศษหินขนาดใหญ่เท่าบ้านพุ่งลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน
[หน่วยผู้พิทักษ์ศิลา: สูญเสีย 18 หน่วย!] [คำเตือน: อสูรธรณีโบราณกำลังสะสมพลังงานเพื่อใช้ทักษะ "คำรามแห่งหายนะ"!]
อาร์ครู้สึกได้ถึงพลังงานที่อสูรธรณีโบราณกำลังรวบรวมไว้ มันไม่ใช่แค่การโจมตีทางกายภาพ แต่เป็นการโจมตีด้วยเสียงและแรงสั่นสะเทือนที่สามารถฉีกกระชากทุกสิ่งให้เป็นจุลได้! เขาต้องหยุดมัน!
"สายสัมพันธ์แห่งธรณี! ผนึกธรณีชั่วคราว!" อาร์คคำราม เขาชี้มือไปยังอสูรธรณีโบราณ พลังงานธรณีสีฟ้าเข้มพุ่งออกจากปลายนิ้วของเขา ตรงเข้าสู่กลางอกของอสูรธรณีโบราณ
พื้นผิวหินบนร่างของอสูรธรณีโบราณพลันเรืองแสงสีฟ้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว รอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนผิวหนังของมัน พลังงานธรณีที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายของมันดูเหมือนจะถูกบีบอัดและตรึงไว้ชั่วขณะ
อสูรธรณีโบราณส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ร่างกายของมันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง การสะสมพลังงานเพื่อใช้ทักษะคำรามแห่งหายนะหยุดชะงักลงชั่วคราว
"ได้ผล!" อาร์คถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่เขาก็รู้ว่ามันเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น ผนึกธรณีชั่วคราวไม่สามารถตรึงอสูรระดับนี้ไว้ได้นาน
[ผนึกธรณีชั่วคราว: ประสิทธิภาพ 5% ลดลง 1% ทุก 0.5 วินาที]
"ห้าเปอร์เซ็นต์งั้นรึ!" อาร์คกัดฟันกรอด นี่เป็นเพียงเวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้น!
เขาต้องใช้เวลาอันน้อยนิดนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เขาหันไปมองรอบ ๆ อุโมงค์อีกครั้ง ดวงตาของเขาสะดุดเข้ากับเสาหินขนาดใหญ่ที่เรืองแสงสีทองอำพันอยู่ห่างออกไปไม่ไกล เสาหินนั้นดูเหมือนจะเชื่อมต่อโดยตรงกับร่างของอสูรธรณีโบราณ และมันกำลังเปล่งประกายพลังงานที่เข้มข้นที่สุด
"นั่นคือแหล่งพลังงานของมัน!" อาร์คคิดในใจ "หรืออาจจะเป็นจุดอ่อน!"
เขาไม่มีเวลาคิดมากไปกว่านี้แล้ว อาร์คตัดสินใจอย่างเด็ดขาด "อัศวินอสูรเพลิงที่เหลือรอด! โจมตีเสาหินเรืองแสงนั่น! ใช้พลังทั้งหมดที่มี!"
อัศวินอสูรเพลิงที่เหลือรอดเพียงไม่กี่สิบหน่วย พุ่งทะยานเข้าหาเสาหินสีทองอำพันนั้นอย่างไม่คิดชีวิต พวกมันรู้ดีว่านี่คือภารกิจสุดท้ายของพวกมัน
อสูรธรณีโบราณส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ผนึกธรณีบนร่างของมันเริ่มแตกร้าว แรงกดดันมหาศาลปะทุออกมาอีกครั้ง
"ไม่ทันแล้ว!" อาร์คสบถอย่างหัวเสีย ผนึกกำลังจะสลาย และการโจมตีของอัศวินอสูรเพลิงก็ไม่สามารถทำลายเสาหินได้ในเวลาอันสั้น
ทันใดนั้น แผ่นดินใต้เท้าของอาร์คก็ทรุดตัวลงอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่การทรุดตัวธรรมดา แต่เป็นรอยแยกขนาดใหญ่ที่เปิดออก เผยให้เห็นโพรงขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ภายในผนังถ้ำ
[ตรวจพบช่องทางหลบหนีฉุกเฉิน!] [คำแนะนำ: ผู้ใช้งานสามารถใช้ช่องทางนี้เพื่อหลบหนีจากอันตรายได้ชั่วคราว]
อาร์คไม่ลังเล เขากระโดดลงไปในโพรงนั้นทันที ก่อนที่ร่างของอสูรธรณีโบราณจะหลุดพ้นจากผนึกอย่างสมบูรณ์!
โพรงนั้นลึกลงไปอย่างรวดเร็ว นำทางเขาไปยังส่วนลึกที่สุดของมหาอุโมงค์ใต้ดิน อาร์ครู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่มากขึ้น และพลังงานธรณีที่เข้มข้นจนแทบจะแข็งตัว
เขาหยุดการดิ่งลงอย่างกะทันหัน เมื่อเท้าของเขาสัมผัสกับพื้นดินที่แข็งแกร่ง เบื้องหน้าของเขาคือห้องโถงขนาดเล็กที่ถูกแกะสลักขึ้นจากหินแร่บริสุทธิ์สีขาวนวล ผนังห้องประดับประดาด้วยอักขระโบราณที่ไม่คุ้นตา แต่กลับให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์และทรงพลัง
และในใจกลางของห้องโถงนั้น มีแท่นบูชาขนาดเล็กตั้งตระหง่านอยู่ บนแท่นบูชานั้นมีบางสิ่งที่กำลังเปล่งแสงเรืองรอง สีทองอร่ามราวกับดวงอาทิตย์ที่ถูกกักเก็บไว้ มันคือ 'ผลึกแก่นแท้แห่งโลก' ขนาดเท่ากำปั้นเด็กทารก ที่ดูเหมือนจะหลับใหลอยู่มานานนับพันปี
อาร์คก้าวเข้าไปใกล้ผลึกนั้น ความรู้สึกดึงดูดใจอย่างรุนแรงพุ่งเข้าใส่เขา ราวกับว่ามันกำลังเรียกหาเขาอยู่ ผลึกแก่นแท้แห่งโลกไม่ใช่แค่ไอเท็มระดับตำนาน แต่มันคือสิ่งที่มีชีวิต!
และในขณะที่เขาเอื้อมมือออกไปสัมผัสกับผลึกแก่นแท้แห่งโลก เสียงคำรามที่ก้องกังวานมาจากเบื้องบนก็ดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเจตนาสังหารที่รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า! ผนังห้องโถงเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยร้าวปรากฏขึ้นบนผนังหินแร่สีขาวนวลราวกับถูกพลังมหาศาลบดขยี้!
ดูเหมือนว่าอสูรธรณีโบราณจะรู้แล้วว่าเขาซ่อนตัวอยู่ที่ไหน และมันก็กำลังจะพังกำแพงเข้ามา!

เทพสงครามระบบพิชิตโลก
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก