แสงสีเขียวอ่อนยังคงส่องสว่างเรืองรอง งดงามทว่าแฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อย แสงนั้นหลอมรวมร่างกายที่บอบช้ำของอาร์คเข้าไว้ด้วยกัน ประดุจมือมารดาผู้โอบอุ้มบุตรที่บาดเจ็บให้กลับคืนสู่ความสมบูรณ์ แต่ในขณะเดียวกัน ร่างกายของเด็กสาววิญญาณโลกกลับยิ่งโปร่งแสงมากขึ้นทุกขณะ ราวกับว่าทุกอณูของแสงสว่างที่อาร์คได้รับ คือหยดเลือดที่ถูกสูบฉีดออกจากร่างของเธอ พยับคามธรณีวารีเบิกตากว้าง นางทรุดตัวลงคุกเข่า กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง “ไม่! พอเถอะ! เจ้าอย่าทำเช่นนี้!”
คำร่ำร้องของพยับคามธรณีวารีเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสิ้นหวัง มันเป็นเสียงที่สะท้อนถึงการสูญเสียที่กำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้า นางพยายามจะเอื้อมมือไปหยุดยั้งแสงสีเขียวอ่อนนั้น แต่พลังของนางไร้ความหมายต่อการกระทำอันบริสุทธิ์ของวิญญาณโลก ผู้ซึ่งกำลังแลกชีวิตของตนเพื่อชีวิตของผู้พิทักษ์ที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้น แสงที่เคยเปล่งประกายเจิดจ้า บัดนี้เริ่มริบหรี่ลงเรื่อยๆ ร่างของเด็กสาวสั่นสะท้าน เธอพยายามจะส่งรอยยิ้มจางๆ ให้อาร์คก่อนที่ร่างของเธอจะกลายเป็นเพียงเงามืดที่แทบจะมองไม่เห็น ความอบอุ่นที่เคยแผ่ซ่านค่อยๆ หายไป เหลือไว้เพียงความหนาวเหน็บที่กัดกินจิตใจของพยับคามธรณีวารี
“ท่านอาร์ค…” เสียงของพยับคามธรณีวารีแผ่วลงจนแทบไม่ได้ยิน นางมองไปยังอาร์คที่บัดนี้ร่างกายกลับคืนสู่ความสมบูรณ์แล้ว ไม่มีบาดแผลแม้แต่น้อย ผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้นกว่าเดิมด้วยพลังชีวิตอันบริสุทธิ์ที่ได้รับจากวิญญาณโลก แต่เขากลับยังคงสลบไสลไม่รู้เรื่องรู้ราว นางมองสลับไปมาระหว่างอาร์คและเงามืดที่เคยเป็นวิญญาณโลก หัวใจของนางบีบรัดด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส นางไม่เคยคิดเลยว่าการช่วยชีวิตผู้พิทักษ์จะนำมาซึ่งโศกนาฏกรรมอันใหญ่หลวงเช่นนี้
ทันใดนั้น ดวงตาของอาร์คก็พลันเปิดขึ้น มันเป็นไปอย่างเชื่องช้า แต่คมชัดและเต็มไปด้วยประกายแห่งความสับสน เขากะพริบตาหลายครั้ง พยายามปรับโฟกัส ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าที่ซีดเผือดของพยับคามธรณีวารีที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา และถัดจากนั้นคือความว่างเปล่าที่เคยเป็นที่อยู่ของวิญญาณโลก ร่างกายของเขารู้สึกสดชื่น มีพลังงานเต็มเปี่ยมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับได้เกิดใหม่ แต่ภายในส่วนลึกของจิตวิญญาณ เขากลับรู้สึกถึงความว่างเปล่าอันใหญ่หลวง ราวกับบางสิ่งบางอย่างที่เคยเชื่อมโยงกับเขาได้หายไป แต่ทิ้งร่องรอยของพันธะอันลึกซึ้งเอาไว้
“เกิดอะไรขึ้น?” อาร์คเอ่ยถาม เสียงของเขายังคงแหบพร่า “ข้า…ข้าเอาชนะมันได้แล้วไม่ใช่หรือ?”
พยับคามธรณีวารีไม่ตอบ นางทำได้เพียงสั่นศีรษะช้าๆ และชี้ไปยังจุดที่วิญญาณโลกเคยสถิตอยู่ อาร์คมองตามนิ้วของนาง และหัวใจของเขาก็พลันหยุดเต้น สิ่งที่เขาเห็นคือเพียงแสงเรืองรองจางๆ ที่แทบจะมองไม่เห็น ลอยอยู่เหนือพื้นดินราวกับวิญญาณที่กำลังจะดับสลาย ความเชื่อมโยงที่เขารู้สึกได้นั้นช่างเปราะบางเสียจนแทบจะขาดสะบั้นลงทุกเมื่อ
[แจ้งเตือน! วิญญาณโลกของ ‘ดรุณีพิภพ’ เข้าสู่ภาวะวิกฤตสูงสุด! แก่นแท้แห่งชีวิตถูกใช้ไปเกือบทั้งหมด! เหลือเพียงเศษเสี้ยวของจิตสำนึก! หากไม่ได้รับการบำรุงรักษาอย่างเร่งด่วน การดำรงอยู่จะสิ้นสุดลงภายใน 24 ชั่วโมง!]
ข้อความจากระบบผุดขึ้นในมโนสำนึกของอาร์คอย่างรวดเร็ว ราวกับฟ้าผ่าลงกลางใจ ความสดชื่นที่เพิ่งได้รับมาพลันมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่กัดกินไปถึงกระดูก เขารู้สึกเหมือนถูกแทงด้วยมีดนับพันเล่ม โลกทั้งใบของเขาพลันมืดมิดลง
“ไม่…” อาร์คพึมพำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ เขาพยายามลุกขึ้นยืน แต่ร่างกายกลับไร้เรี่ยวแรง ทรุดตัวลงอีกครั้ง เขามองไปยังแสงจางๆ นั้น ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง “นาง… นางช่วยข้า… แลกกับชีวิตของนางเองงั้นหรือ?”
พยับคามธรณีวารีพยักหน้าช้าๆ “นาง… นางทำเพื่อท่านเจ้าค่ะ ท่านคือผู้พิทักษ์ของนาง… เป็นความหวังเดียวของโลกใบนี้”
ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่อาร์คดุจคลื่นยักษ์ เขารอดตาย เขาแข็งแกร่งขึ้น แต่ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียครั้งใหญ่หลวงนี้ เขายังคงจำได้ถึงรอยยิ้มอันบริสุทธิ์ของเด็กสาววิญญาณโลก เสียงหัวเราะสดใสของนาง และความเชื่อมั่นที่นางมีต่อเขา เขามองไปยังมือของตนเอง มือที่นางใช้แก่นแท้แห่งชีวิตของนางเพื่อฟื้นฟู มันช่างเป็นราคาที่แพงเกินไป เขาไม่ต้องการพลังนี้หากต้องแลกมาด้วยการสูญเสียเช่นนี้!
[ระบบแจ้งเตือน: ผู้พิทักษ์ 'อาร์ค' ได้รับการยกระดับความผูกพันกับวิญญาณโลก 'ดรุณีพิภพ' เป็นระดับ 'พันธะชะตา' (Fate Bond) เนื่องจากได้รับการถ่ายทอดแก่นแท้แห่งชีวิตโดยตรง ระดับพลังชีวิตของท่านได้รับการฟื้นฟูเต็มที่ และได้รับ 'แก่นพลังชีวิตบริสุทธิ์แห่งพิภพ' เพิ่มเติมอย่างถาวร]
[สภาวะ: อมตะแห่งพิภพ (ชั่วคราว)] [คำอธิบาย: พลังชีวิตของท่านเชื่อมโยงกับแก่นแท้ของโลก หากวิญญาณโลกดำรงอยู่ ท่านจะฟื้นฟูพลังชีวิตได้อย่างรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ หากวิญญาณโลกดับสลาย… ท่านจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงถึงชีวิต]
[ได้รับสกิลใหม่: 'พันธะวิญญาณแห่งพิภพ' (World Soul Link)] [คำอธิบาย: อนุญาตให้ผู้ใช้เชื่อมโยงกับวิญญาณโลกดรุณีพิภพอย่างลึกซึ้ง สามารถรับรู้ถึงสภาวะของวิญญาณโลก และสามารถถ่ายเทพลังงานชีวิตหรือพลังจิตวิญญาณเพื่อประคับประคองการดำรงอยู่ของวิญญาณโลกได้ พลังที่ถ่ายทอดไปจะถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว]
[ได้รับสกิลใหม่: 'เรียกคืนแก่นวิญญาณ' (Soul Essence Recall)] [คำอธิบาย: สกิลใช้งานครั้งเดียวต่อการต่อสู้ สามารถดึงดูดแก่นพลังวิญญาณจากสิ่งมีชีวิตที่ตายแล้วในรัศมีที่กำหนด เพื่อนำมาใช้เสริมความแข็งแกร่งชั่วคราว หรือใช้ในการบำรุงรักษาจิตวิญญาณที่อ่อนแอ]
[ได้รับภารกิจฉุกเฉินระดับหายนะ: 'กอบกู้วิญญาณโลก!'] [คำอธิบาย: วิญญาณโลกดรุณีพิภพกำลังจะดับสลาย! ท่านคือผู้พิทักษ์เพียงหนึ่งเดียวที่สามารถกอบกู้นางได้! จงหาวิธีที่จะฟื้นฟูแก่นแท้แห่งชีวิตของวิญญาณโลกให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด! มิฉะนั้น… ทั้งโลกจะเข้าสู่ยุคแห่งความมืดมิดและสิ้นหวัง!] [เงื่อนไข: ฟื้นฟูแก่นแท้แห่งชีวิตของวิญญาณโลกดรุณีพิภพให้กลับมาอยู่ในระดับปลอดภัย (ต่ำกว่า 50% ถือว่ายังไม่ปลอดภัย)] [รางวัล: ไม่ระบุ (ศักดิ์สิทธิ์)] [บทลงโทษหากล้มเหลว: การดำรงอยู่ของวิญญาณโลกสิ้นสุดลง, อาร์คได้รับความเสียหายต่อจิตวิญญาณอย่างถาวร และ 'ดรุณีพิภพ' จะเข้าสู่สภาวะ 'โลกที่ตายแล้ว' (Dead World)]
อาร์คอ่านข้อความจากระบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้อมูลเหล่านั้นตอกย้ำถึงความจริงอันโหดร้าย แต่ในขณะเดียวกันก็มอบความหวังริบหรี่ให้แก่เขา สกิลใหม่ 'พันธะวิญญาณแห่งพิภพ' คือกุญแจสำคัญ เขาต้องใช้มัน!
“พยับคามธรณีวารี!” อาร์คเอ่ยเรียกด้วยเสียงที่เด็ดเดี่ยว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่กลับมาอีกครั้ง “ท่านรู้อะไรเกี่ยวกับวิญญาณโลกบ้าง? มีทางใดที่จะช่วยนางได้?”
พยับคามธรณีวารีเงยหน้าขึ้นมองอาร์ค ดวงตาของนางยังคงมีหยาดน้ำตาคลอ แต่เมื่อเห็นแววตาอันมุ่งมั่นของเขา นางก็สัมผัสได้ถึงความหวังเล็กๆ น้อยๆ “วิญญาณโลก… นางเป็นแก่นแท้ของพิภพนี้เจ้าค่ะ นางถือกำเนิดขึ้นจากพลังธาตุทั้งปวง และบำรุงเลี้ยงชีวิตทุกสรรพสิ่งให้ดำรงอยู่ได้ การที่นางใช้แก่นแท้ของตนเอง… มันคือการทำลายตัวเองอย่างช้าๆ แต่… หากจะฟื้นฟู นางจำเป็นต้องได้รับพลังชีวิตบริสุทธิ์จากแหล่งกำเนิดที่หายากยิ่ง หรือไม่ก็ต้องดูดซับพลังงานธรรมชาติจากโลกใบนี้เป็นเวลานานแสนนาน”
“นานแสนนานเท่าไหร่?” อาร์คถามอย่างร้อนใจ
“อาจจะ… หลายร้อยปี… หลายพันปีเจ้าค่ะ” พยับคามธรณีวารีตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “แต่เวลานางไม่เหลือแล้ว นางจะอยู่ได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง”
อาร์คกัดฟันกรอด หลายร้อยปี? เขาจะรอได้อย่างไรในเมื่อเวลากำลังจะหมดลง! เขามองไปยังแสงจางๆ ที่ลอยอยู่ตรงหน้า พยายามสื่อสารผ่าน 'พันธะวิญญาณแห่งพิภพ' เขาสัมผัสได้ถึงความอ่อนล้า ความเดียวดาย และความเจ็บปวดอันไร้ที่สิ้นสุดของวิญญาณโลก เขาส่งกระแสพลังชีวิตของตนเองเข้าไปอย่างไม่ลังเล พลังงานสีเขียวอ่อนจากร่างกายของเขาพุ่งตรงเข้าสู่แสงจางๆ นั้น
[พลังชีวิตของท่านกำลังถูกถ่ายทอดไปยังวิญญาณโลกดรุณีพิภพ! สภาวะของวิญญาณโลก: ทรงตัวชั่วคราว (ชะลอการสลาย)]
“ไม่พอ!” อาร์คพึมพำ “พลังของข้าคนเดียวไม่พอ!”
เขาหลับตาลง ใช้สมาธิอย่างเต็มที่ สิ่งที่เขาได้รับจากวิญญาณโลกไม่ใช่แค่การฟื้นฟูพลังชีวิต แต่ยังรวมถึงความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับโลกใบนี้ ด้วยพลังของ 'เทพธรณีผู้พิชิต' และ 'อาณาเขตศักดิ์สิทธิ์แห่งพิภพ' ที่เพิ่งได้รับ เขาคือผู้พิทักษ์ที่แท้จริง
“อาณาเขตศักดิ์สิทธิ์แห่งพิภพ!” อาร์คคำราม เขาเหยียดมือออกไป สัมผัสลงบนพื้นดิน แรงสั่นสะเทือนบางอย่างเริ่มแผ่ขยายออกไปจากจุดที่เขายืนอยู่ พลังธรณีที่ไม่เคยถูกปลุกปั่นให้ตื่นขึ้นมาก่อน เริ่มหลั่งไหลเข้ามารวมตัวกันรอบกายเขา
[สกิล 'อาณาเขตศักดิ์สิทธิ์แห่งพิภพ' ถูกใช้งาน! ท่านกำลังเชื่อมโยงกับแก่นแท้ของโลกในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น! พลังงานธรณีที่บริสุทธิ์กำลังถูกดึงดูดเข้ามา!]
พลังงานสีเขียวเข้มเริ่มไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของอาร์ค จากนั้นมันก็ถูกเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นพลังชีวิตบริสุทธิ์ และถูกส่งต่อไปยังแสงจางๆ ของวิญญาณโลกอย่างต่อเนื่อง มันเป็นเหมือนสายน้ำที่หล่อเลี้ยงต้นไม้ที่กำลังจะเหี่ยวเฉา
“นี่คือ… พลังของโลก!” พยับคามธรณีวารีอุทานด้วยความตกตะลึง นางไม่เคยเห็นใครสามารถดึงพลังจากโลกมาใช้ได้โดยตรงเช่นนี้ “ท่าน… ท่านเชื่อมโยงกับโลกได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ?”
อาร์คไม่ตอบ เขายังคงทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการส่งพลังให้กับวิญญาณโลก เขาสัมผัสได้ว่าแสงจางๆ นั้นดูเหมือนจะมั่นคงขึ้นเล็กน้อย ไม่ได้ริบหรี่ลงไปกว่าเดิม แต่ก็ไม่ได้แข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มันเป็นเพียงการประคับประคองเท่านั้น
“มันไม่พอ… มันแค่ยืดเวลา” อาร์คเอ่ยขึ้น สายตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ข้าต้องการสิ่งที่สามารถฟื้นฟูแก่นแท้ของนางได้จริงๆ”
“แหล่งกำเนิดพลังชีวิตบริสุทธิ์… มีเพียงไม่กี่แห่งในโลกนี้ที่สามารถให้พลังงานในระดับนั้นได้เจ้าค่ะ” พยับคามธรณีวารีกล่าว “ที่โดดเด่นที่สุดคือ ‘หัวใจแห่งป่าพรึกษาโบราณ’ ซึ่งอยู่ในอาณาจักรอัลดราเซีย เป็นต้นไม้โบราณที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีพลังชีวิตหล่อเลี้ยงทุกสรรพสิ่งในป่าแห่งนั้น”
“อาณาจักรอัลดราเซีย…” อาร์คทวนคำ เขาเคยได้ยินชื่อนี้ในบันทึกโบราณ มันเป็นอาณาจักรที่ร่ำรวยด้วยพลังธรรมชาติและเวทมนตร์ พยับคามธรณีวารีกล่าวต่อ “และอีกแห่งคือ ‘ผลึกแก่นแท้แห่งภูเขาเทพ’ ซึ่งอยู่บนยอดเขาสูงที่สุดของเทือกเขาซีเธีย แต่มันถูกปกป้องโดยสัตว์อสูรในตำนานที่ร้ายกาจยิ่ง”
[ภารกิจฉุกเฉิน 'กอบกู้วิญญาณโลก!' อัปเดต!] [เป้าหมายย่อย: ค้นหาและนำ 'หัวใจแห่งป่าพรึกษาโบราณ' หรือ 'ผลึกแก่นแท้แห่งภูเขาเทพ' มามอบให้กับวิญญาณโลกดรุณีพิภพ!] [ระยะเวลา: 24 ชั่วโมง (นับถอยหลัง)]
อาร์คเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่อาจสั่นคลอนได้อีกต่อไป 24 ชั่วโมง… มันเป็นเวลาที่น้อยนิด แต่มันก็เพียงพอสำหรับเขา เขาจะไม่ยอมให้นางสลายไป เขาจะไม่ยอมให้โลกใบนี้เข้าสู่ความมืดมิด!
“พยับคามธรณีวารี” อาร์คกล่าว “ท่านช่วยประคับประคองนางไว้ในระหว่างที่ข้าไม่อยู่ได้หรือไม่? ใช้พลังธาตุของท่านเท่าที่ทำได้”
พยับคามธรณีวารีพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ได้เจ้าค่ะ ท่านอาร์ค ข้าจะทำทุกวิถีทาง!”
อาร์คหันไปมองยังทิศทางที่พยับคามธรณีวารีบอกว่าคืออาณาจักรอัลดราเซีย เขารู้ว่าหนทางข้างหน้าเต็มไปด้วยอันตรายและอุปสรรค แต่เขาไม่มีทางเลือกแล้ว วิญญาณโลกผู้บริสุทธิ์ได้สละชีวิตของตนเพื่อเขา และตอนนี้มันคือหน้าที่ของเขาที่จะต้องตอบแทนบุญคุณนั้น ไม่ใช่เพียงเพราะภารกิจของระบบ หรือคำขอร้อง แต่เป็นพันธะที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าสิ่งใดๆ พันธะแห่งชะตากรรมที่เชื่อมโยงชีวิตของเขากับโลกใบนี้เข้าไว้ด้วยกันอย่างไม่มีวันแยกจาก
“ข้าจะกลับมาพร้อมกับสิ่งที่ช่วยนางได้” อาร์คประกาศกร้าว “ข้าจะพานางกลับคืนมาให้ได้!”
เขาตรวจสอบสถานะของตนเองอีกครั้ง พลังชีวิตของเขาเต็มเปี่ยม พลังงานเวทมนตร์ก็เช่นกัน พลังเทพธรณีของเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากการต่อสู้ครั้งก่อน และการเชื่อมโยงกับวิญญาณโลก เขาใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการประเมินสถานการณ์ เขาต้องเคลื่อนที่ให้เร็วที่สุด ใช้ความสามารถทั้งหมดที่มี และไม่ยอมให้สิ่งใดมาขัดขวาง
“ระบบ แสดงแผนที่โลก และระบุตำแหน่งของ ‘หัวใจแห่งป่าพรึกษาโบราณ’ ในอาณาจักรอัลดราเซีย!” อาร์คออกคำสั่งในใจ
แผนที่ขนาดใหญ่พลันปรากฏขึ้นในมโนสำนึกของเขา จุดสีแดงสว่างวาบบนแผนที่บ่งบอกถึงตำแหน่งของเขา และจุดสีทองสว่างจ้าอีกจุดหนึ่งแสดงถึงเป้าหมาย มันอยู่ห่างไกลออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ข้ามทวีปหลายทวีป และมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ การเดินทางจะกินเวลานานเท่าไหร่? เขาเหลือเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง!
[ระบบวิเคราะห์เส้นทางที่ดีที่สุด: การเดินทางทางอากาศด้วยความเร็วสูงสุดของท่านจะใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง โดยไม่มีการหยุดพัก และต้องเผชิญหน้ากับอันตรายหลายประการ]
12 ชั่วโมง… เหลือเวลาอีก 12 ชั่วโมงสำหรับการปฏิบัติภารกิจและเดินทางกลับ นั่นหมายความว่าเขาต้องไปให้ถึงเป้าหมายให้เร็วที่สุด จัดการกับอุปสรรคใดๆ ที่ขวางทาง และรีบกลับมาพร้อมกับ “หัวใจแห่งป่าพรึกษาโบราณ” โดยไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว
อาร์คหันกลับไปมองแสงจางๆ ของวิญญาณโลกเป็นครั้งสุดท้าย เขาสาบานกับตัวเองว่าเขาจะไม่มีวันยอมแพ้ เขาจะทำให้วิญญาณโลกกลับคืนมา และเมื่อถึงเวลานั้น เขาจะทำให้โลกใบนี้เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยยิ่งกว่าเดิม ไม่มีใครจะสามารถทำร้ายนางได้อีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตจากมิติอื่น หรือผู้ใดก็ตามที่คิดจะรุกรานโลกใบนี้
ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าจุดประกายในดวงตาของอาร์ค เขากำหมัดแน่น พลังงานธรณีที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับแข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยวราวกับภูผาที่ไม่มีวันสั่นคลอน อาร์คทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วสูงสุด ทิ้งไว้เพียงเงาที่พุ่งผ่านไป และพยับคามธรณีวารีที่ยังคงเฝ้ารอคอยอยู่เบื้องล่าง ข้างกายของนางคือแสงจางๆ ที่กำลังต่อสู้เพื่อการดำรงอยู่ของตนเอง… แสงแห่งความหวังสุดท้ายของโลกใบนี้.

เทพสงครามระบบพิชิตโลก
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก