ผืนฟ้าเบื้องบนสั่นสะเทือน เสียงปีกพลังงานอันไร้รูปพัดกวาดอากาศให้แยกออกจากกัน ร่างของอาร์คพุ่งทะยานราวกับอุกกาบาตที่กำลังจะตกกระทบ เขาทิ้งแผ่นดินที่เคยรุ่งเรืองและบัดนี้เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นไว้เบื้องหลัง ความเร็วของเขาเกินกว่าที่สายตาของสิ่งมีชีวิตใดจะตามทัน ราวกับเขาได้กลืนกินลมและความว่างเปล่าเข้าไว้ในร่าง ในจิตใจของอาร์คมีเพียงภาพเลือนรางของแสงแห่งความหวังที่กำลังริบหรี่ลงไปทุกขณะ ภาพของพยับคามธรณีวารีที่ยังคงเฝ้ารอคอยอยู่เบื้องล่าง และเสียงเตือนของระบบที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทอย่างไม่หยุดหย่อน
“ติ๊ง! ภารกิจฉุกเฉิน: กอบกู้วิญญาณโลก! เหลือเวลา 23 ชั่วโมง 58 นาที” “ติ๊ง! สถานะพันธะวิญญาณแห่งพิภพ: คงที่ พลังชีวิตของวิญญาณโลกกำลังลดลงอย่างช้าๆ อัตราการลดลง 0.001% ต่อนาที” “ติ๊ง! สถานะอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์แห่งพิภพ: ทำงานคงที่ ต้องการพลังงานอย่างต่อเนื่อง”
ทุกวินาทีที่ผ่านไปคือการต่อสู้กับความสิ้นหวัง อาร์ครู้สึกถึงความเจ็บปวดอันแสนสาหัสที่แล่นเข้ามาในจิตวิญญาณของเขา นั่นคือความเจ็บปวดของโลกใบนี้ที่เขากำลังผูกพันด้วยพันธะวิญญาณ มันบีบคั้นหัวใจและกระตุ้นให้เขารีบเร่งยิ่งขึ้นไปอีก พลังงานธรณีที่ไหลเวียนอยู่ในกายของเขาถูกเร่งเร้าให้หมุนวนอย่างบ้าคลั่งเพื่อรักษาความเร็วสูงสุด สายลมกรีดผ่านใบหน้าของเขาอย่างรุนแรง แต่เขากลับไม่รู้สึกรู้สาใดๆ มีเพียงเป้าหมายเดียวเท่านั้นที่เด่นชัดอยู่ในห้วงความคิด ‘หัวใจแห่งป่าพรึกษาโบราณ’ ในอาณาจักรอัลดราเซีย แหล่งกำเนิดพลังชีวิตบริสุทธิ์ที่พยับคามธรณีวารีกล่าวถึง
เส้นทางสู่ดินแดนแห่งป่าโบราณนั้นยาวไกลนัก อาร์คต้องข้ามผ่านภูเขาที่สูงเสียดฟ้า ทะเลทรายอันกว้างใหญ่ไพศาลที่ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา และแม่น้ำสายยักษ์ที่คดเคี้ยวราวกับงูยักษ์ที่กำลังเลื้อยผ่านทวีป ไม่ว่าอุปสรรคใดจะขวางหน้า อาร์คก็ไม่เคยคิดที่จะชะลอความเร็วลงเลยแม้แต่น้อย เขาสัมผัสได้ถึงความอ่อนล้าที่เริ่มเกาะกุมร่างกาย แต่ความมุ่งมั่นอันแรงกล้ากลับเป็นเชื้อเพลิงที่หล่อเลี้ยงให้เขายังคงทะยานไปข้างหน้า พลังงานจากระบบและการฝึกฝนอันยาวนานทำให้เขาสามารถรักษาระดับความเร็วนี้ไว้ได้นานกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะจินตนาการถึง
ตลอดเส้นทางที่ผ่านไป อาร์คไม่พบร่องรอยของสิ่งมีชีวิตอื่นใดที่รอดชีวิตจากมหันตภัยครั้งก่อน โลกที่เขารอดพ้นมานั้นบัดนี้ดูว่างเปล่าและโดดเดี่ยวจนน่าใจหาย ความเงียบงันที่แผ่ปกคลุมไปทั่วทำให้เขายิ่งตระหนักถึงความสำคัญของภารกิจที่อยู่ตรงหน้า เขาคือความหวังสุดท้าย เขาต้องไม่ล้มเหลว
ขณะที่เขากำลังทะยานผ่านยอดเขาอันสูงชันที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน ระบบก็ได้ส่งเสียงแจ้งเตือนอีกครั้ง
“ติ๊ง! ผู้เล่นกำลังเข้าใกล้เขตแดนของอาณาจักรอัลดราเซีย กรุณาระมัดระวัง!”
หัวใจของอาร์คเต้นระรัวด้วยความคาดหวัง ในที่สุด เขาก็มาถึงแล้ว! อัลดราเซีย ดินแดนแห่งป่าโบราณที่กล่าวขานกันว่ามีอายุหลายพันปี เป็นที่พำนักของเหล่าพรายไม้และวิญญาณแห่งธรรมชาติ เป็นสถานที่ที่พลังชีวิตบริสุทธิ์ไหลเวียนอย่างไม่ขาดสาย
เมื่อข้ามผ่านแนวเทือกเขาหิมะ ร่างของอาร์คก็พุ่งเข้าสู่ทัศนียภาพที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เบื้องล่างของเขาไม่ใช่ทะเลทรายแห้งแล้งหรือยอดเขาที่ถูกกัดกร่อนอีกต่อไป แต่เป็นผืนป่าอันกว้างใหญ่ไพศาลที่ปกคลุมด้วยต้นไม้ยักษ์สูงเสียดฟ้า ใบไม้ของพวกมันมีสีเขียวเข้มราวกับมรกตและเปล่งประกายระยิบระยับยามต้องแสงอาทิตย์ พลังชีวิตอันเข้มข้นแผ่ซ่านออกมาจากผืนป่า ราวกับป่าแห่งนี้กำลังหายใจ สูดอากาศเข้าและออกด้วยจังหวะอันเชื่องช้าแต่หนักแน่น
อาร์คชะลอความเร็วลงเล็กน้อย เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานธาตุไม้ที่อุดมสมบูรณ์เป็นพิเศษในบริเวณนี้ พลังงานนี้บริสุทธิ์และทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ เขาใช้ทักษะ ‘พันธะวิญญาณแห่งพิภพ’ เพื่อขยายการรับรู้ของตนเอง และทันใดนั้น เขาก็รู้สึกถึงคลื่นพลังชีวิตอันมหาศาลที่พุ่งออกมาจากส่วนลึกที่สุดของป่า มันเป็นความรู้สึกที่คล้ายกับชีพจรของสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลกใบนี้ ‘หัวใจแห่งป่าพรึกษาโบราณ’ จะต้องอยู่ที่นั่นอย่างแน่นอน!
“ติ๊ง! ผู้เล่นสัมผัสได้ถึงแหล่งกำเนิดพลังชีวิตบริสุทธิ์ขนาดใหญ่! ระยะห่างโดยประมาณ 500 กิโลเมตร” “ติ๊ง! ภารกิจฉุกเฉิน: กอบกู้วิญญาณโลก! เหลือเวลา 22 ชั่วโมง 15 นาที”
500 กิโลเมตรในป่าแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ทัศนวิสัยภายในป่านั้นจำกัด อีกทั้งยังมีพลังงานลึกลับบางอย่างที่ดูดซับพลังงานเวทมนตร์และทำให้การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงยากขึ้น อาร์คตัดสินใจลดระดับความสูงลง และพุ่งทะยานไปตามแนวของต้นไม้ เขาใช้ทักษะ ‘พรางกายแห่งเงา’ เพื่อปกปิดตัวตนและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยไม่จำเป็น
ป่าแห่งอัลดราเซียเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่น่าอัศจรรย์ พืชพรรณและสัตว์ป่าที่นี่ดูแตกต่างไปจากโลกที่เขาเคยรู้จัก ต้นไม้บางต้นมีลำต้นกว้างใหญ่เสียจนสามารถสร้างเมืองเล็กๆ ได้บนกิ่งก้านของมัน ดอกไม้เรืองแสงหลากสีสันส่องประกายระยิบระยับตามพื้นป่า สัตว์วิเศษมากมายปรากฏตัวให้เห็นเป็นครั้งคราว ไม่ว่าจะเป็นกวางที่มีเขากิ่งก้านคล้ายต้นไม้ หรือนกขนาดใหญ่ที่มีปีกสีรุ้งบินร่อนอยู่เหนือยอดไม้
แต่ท่ามกลางความงดงามนี้ อาร์คก็สัมผัสได้ถึงความระมัดระวังและความเป็นปฏิปักษ์บางอย่าง ป่าแห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ที่เปิดรับผู้มาเยือนจากภายนอกโดยง่าย เขาเริ่มรู้สึกถึงสายตาที่กำลังจับจ้องมองมา และเสียงกระซิบกระซาบอันแผ่วเบาของวิญญาณแห่งธรรมชาติที่ดูเหมือนจะกำลังถกเถียงกันถึงการปรากฏตัวของเขา
จู่ๆ ผืนป่าก็เริ่มมีชีวิตชีวามากขึ้น รากไม้ขนาดใหญ่ที่ทอดตัวอยู่บนพื้นดินเริ่มเคลื่อนไหวราวกับงูยักษ์ที่ตื่นจากการหลับใหล กิ่งไม้ห้อยระย้าหนาแน่นขึ้นจนกลายเป็นกำแพงธรรมชาติที่ขวางกั้นเส้นทางเบื้องหน้าของอาร์ค
“ฮึ่ม!” อาร์คคำรามในลำคอ เขาไม่สามารถเสียเวลาไปกับการหลบเลี่ยงได้อีกต่อไป
เขาหยุดนิ่งกลางอากาศ พลังธรณีอันมหาศาลพุ่งออกจากร่างของเขา ก่อตัวเป็นกำปั้นขนาดใหญ่ที่ห่อหุ้มด้วยพลังงานสีน้ำตาลทอง “กำปั้นสะท้านปฐพี!” เขาซัดหมัดเข้าใส่กำแพงรากไม้เบื้องหน้าด้วยพละกำลังทั้งหมดที่เขามี
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!
เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วป่า รากไม้ขนาดมหึมาแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ เศษไม้กระเด็นว่อนไปทั่ว แต่แทนที่จะเป็นทางที่เปิดโล่ง สิ่งที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอาร์คคือร่างของต้นไม้ยักษ์ที่สูงตระหง่านราวกับภูเขา มันมีใบหน้าอันดุดันแกะสลักอยู่บนลำต้นและมีกิ่งก้านขนาดใหญ่คล้ายแขนที่กำลังยกขึ้นเพื่อป้องกันตนเอง
“ผู้รุกราน!” เสียงทุ้มต่ำและสั่นสะเทือนราวกับเสียงแผ่นดินไหวดังขึ้น “เจ้าบังอาจทำลายป่าศักดิ์สิทธิ์!”
“ข้าไม่มีเวลามาต่อสู้กับเจ้า!” อาร์คตอบอย่างเด็ดขาด “ข้ามาที่นี่เพื่อช่วยโลกใบนี้!”
“คำพูดของเจ้าไม่อาจลบล้างการกระทำของเจ้าได้!” ต้นไม้ยักษ์คำราม กิ่งก้านของมันพุ่งเข้าโจมตีอาร์คราวกับแส้เหล็กที่กำลังฟาดฟัน
อาร์คพุ่งตัวหลบการโจมตีอย่างรวดเร็ว เขายกแขนขึ้นป้องกันการโจมตีที่รุนแรงอีกครั้ง พลังธรณีห่อหุ้มแขนของเขา สร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่ง
“ติ๊ง! ผู้เล่นกำลังเผชิญหน้ากับ ‘ผู้พิทักษ์ป่าโบราณ – เอนท์แห่งอัลดราเซีย’ (ระดับตำนาน)!”
ระดับตำนาน! อาร์คขมวดคิ้ว นี่เป็นเพียงแค่ผู้พิทักษ์ที่อยู่บริเวณรอบนอกเท่านั้น แต่กลับมีพลังระดับตำนาน? เขาจะต้องแข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้มาก อาร์คสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตอันมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในเอนท์แห่งอัลดราเซีย หากเขาสามารถโน้มน้าวให้มันเข้าใจสถานการณ์ได้ อาจจะดีกว่าการต่อสู้
“ข้าไม่ได้ต้องการทำร้ายป่าแห่งนี้!” อาร์คตะโกน “วิญญาณโลกกำลังจะดับสลาย หากโลกใบนี้ล่มสลาย ป่าของเจ้าก็จะล่มสลายไปด้วย!”
เอนท์แห่งอัลดราเซียชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาที่เปล่งประกายสีเขียวของมันจ้องมองมาที่อาร์คด้วยความไม่แน่ใจ “วิญญาณโลก… เจ้ากำลังโกหก! ไม่มีผู้ใดสามารถทำลายวิญญาณโลกได้!”
“ข้าคือผู้ผูกพันกับวิญญาณโลก!” อาร์คตอบ เขายื่นมือออกไป พลังแห่ง ‘พันธะวิญญาณแห่งพิภพ’ แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณของเอนท์แห่งอัลดราเซียอย่างแผ่วเบา เพื่อให้มันสัมผัสถึงความเจ็บปวดและสถานะของวิญญาณโลกที่เขากำลังประคับประคองอยู่
เอนท์แห่งอัลดราเซียส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด มันรับรู้ถึงความจริงที่น่าสะพรึงกลัวนั้นได้ พลังงานชีวิตที่เคยไหลเวียนอย่างสมบูรณ์แบบในโลกนี้กำลังอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด ความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้าปกคลุมวิญญาณโลกนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าสิ่งใด
“ไม่… ไม่จริง…” เอนท์แห่งอัลดราเซียพึมพำด้วยเสียงที่สั่นเครือ กิ่งก้านที่เคยเกรี้ยวกราดบัดนี้กลับอ่อนแรงลง “สิ่งนี้… เป็นไปไม่ได้…”
“ข้าต้องการ ‘หัวใจแห่งป่าพรึกษาโบราณ’ เพื่อฟื้นฟูวิญญาณโลก” อาร์คกล่าวอย่างหนักแน่น “มันคือความหวังเดียวของเรา”
เอนท์แห่งอัลดราเซียใช้เวลาครู่หนึ่งในการประมวลผลข้อมูลอันน่าตกใจนี้ มันจ้องมองอาร์คด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งความไม่เชื่อ ความเจ็บปวด และความหวังอันริบหรี่
“หัวใจแห่งป่าพรึกษาโบราณ… เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มิอาจแตะต้องได้” เอนท์กล่าว “มันเป็นแก่นแท้ของป่าแห่งนี้ เป็นแหล่งกำเนิดชีวิตของพวกเราทั้งหมด”
“แต่ถ้าไม่มีโลกใบนี้ ป่าของเจ้าก็ไม่มีความหมาย!” อาร์คโต้กลับ “วิญญาณโลกกำลังล่มสลาย เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว!”
เอนท์แห่งอัลดราเซียเงียบไปอีกครั้ง ราวกับกำลังปรึกษาหารือกับวิญญาณแห่งป่าทั้งมวลที่รายล้อมรอบตัวมัน ผ่านไปชั่วครู่ มันก็ส่งเสียงถอนหายใจอันยาวนานที่ทำให้ใบไม้รอบๆ ร่วงหล่น
“ข้า… ข้าจะให้เจ้าผ่านไป แต่เจ้าต้องพิสูจน์ตนเอง” เอนท์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “เส้นทางสู่หัวใจถูกปกป้องด้วยบททดสอบมากมาย ไม่มีผู้ใดสามารถเข้าถึงได้หากไม่ได้รับการยอมรับจากป่า”
“บอกข้ามา!” อาร์คตอบอย่างรวดเร็ว เขาไม่มีเวลาจะมาเล่นเกมอีกต่อไปแล้ว
“เส้นทางจะปรากฏต่อผู้ที่คู่ควร” เอนท์แห่งอัลดราเซียกล่าว พลางยกแขนกิ่งก้านของมันขึ้นชี้ลึกเข้าไปในป่า “จงเดินหน้าไปตามทางแห่งจิตวิญญาณที่นำทางเจ้า ความบริสุทธิ์ของเจ้าจะถูกทดสอบ ความมุ่งมั่นของเจ้าจะถูกพิสูจน์”
อาร์คพยักหน้า เขารู้สึกถึงคลื่นพลังชีวิตจาก ‘หัวใจแห่งป่าพรึกษาโบราณ’ ที่เข้มข้นขึ้นในทิศทางที่เอนท์ชี้ไป ราวกับมันกำลังเชื้อเชิญเขา พลังงานธรณีในร่างของเขาตอบสนองต่อการชี้นำนั้นอย่างเป็นธรรมชาติ
“ขอบใจ!” อาร์คกล่าว ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าไปในป่าลึกทันที คราวนี้เขาสัมผัสได้ถึงเส้นทางที่มองไม่เห็น แต่เป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยพลังงานชีวิตที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม รากไม้และกิ่งก้านที่เคยปิดกั้นบัดนี้เปิดทางให้เขาอย่างเป็นธรรมชาติ
ขณะที่เขากำลังทะยานผ่านต้นไม้ยักษ์ที่เรียงรายกันเป็นอุโมงค์สีเขียวขจี อาร์คก็รู้สึกถึงพลังงานที่เปลี่ยนไป อากาศเริ่มหนาวเย็นลงเล็กน้อย แม้ว่ารอบกายจะเต็มไปด้วยชีวิตชีวา แต่ก็มีความรู้สึกอันเก่าแก่และลึกลับแฝงอยู่
“ติ๊ง! ผู้เล่นกำลังเข้าสู่ ‘เขตแดนแห่งพันธสัญญาโบราณ’!” “ติ๊ง! ภารกิจฉุกเฉิน: กอบกู้วิญญาณโลก! เหลือเวลา 21 ชั่วโมง 40 นาที”
อาร์คยิ่งเร่งความเร็ว เขาต้องไปถึง ‘หัวใจแห่งป่าพรึกษาโบราณ’ ก่อนที่เวลาจะหมดลง
เส้นทางที่เอนท์แห่งอัลดราเซียชี้บอกนั้นพาเขาไปสู่ใจกลางป่าลึกที่ยังไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเคยย่างกรายเข้าไปถึง ต้นไม้ที่นี่สูงใหญ่และเก่าแก่กว่าต้นอื่นๆ ลำต้นของพวกมันเต็มไปด้วยรอยจารึกโบราณที่ส่องแสงเรืองรองคล้ายอักขระเวทมนตร์ พลังชีวิตที่แผ่ออกมาจากป่าเข้มข้นเสียจนอาร์ครู้สึกราวกับกำลังหายใจเอาพลังงานบริสุทธิ์เข้าไปในปอด
แต่แล้ว อาร์คก็ต้องชะงัก ร่างของเขาถูกตรึงไว้ด้วยพลังงานลึกลับบางอย่างที่มองไม่เห็น มันไม่ใช่การโจมตีทางกายภาพ แต่เป็นการกดดันทางจิตวิญญาณที่รุนแรงจนทำให้เขาแทบจะขยับตัวไม่ได้
เบื้องหน้าของเขา ปรากฏแท่นหินขนาดใหญ่ที่แกะสลักเป็นรูปสัญลักษณ์โบราณ มันดูเก่าแก่จนไม่อาจประมาณอายุได้ บนแท่นหินนั้น มีร่างบางร่างที่นั่งสมาธิอยู่ มันเป็นร่างของเอลฟ์ผู้สูงศักดิ์ ผมสีเงินยาวสลวย ใบหน้าอันงดงามอ่อนเยาว์ราวกับเทพธิดา แต่ดวงตาของนางกลับเต็มไปด้วยความลึกซึ้งและปัญญาที่สะสมมาหลายพันปี ร่างของนางเปล่งประกายด้วยแสงสีเขียวอ่อนราวกับนางเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
“ผู้รุกราน…” เสียงของนางอ่อนโยน แต่กลับแฝงด้วยพลังที่น่าเกรงขาม “เจ้ามาที่นี่ทำไม…”
อาร์ครู้สึกได้ว่าเอลฟ์ตนนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ธรรมดา พลังชีวิตที่แผ่ออกมาจากร่างของนางนั้นบริสุทธิ์และทรงพลังยิ่งกว่าเอนท์แห่งอัลดราเซียหลายเท่า เขารู้สึกได้ถึงจิตวิญญาณของป่าทั้งมวลที่รวมอยู่กับนาง ราวกับนางคือตัวแทนของป่าแห่งนี้
“ข้ามาเพื่อขอความช่วยเหลือ” อาร์คพยายามพูด แต่น้ำเสียงของเขากลับสั่นเครือเล็กน้อยภายใต้แรงกดดันมหาศาล
“เจ้าไม่ใช่คนของป่า” เอลฟ์ตอบ “เจ้าไม่สมควรที่จะเข้าถึงหัวใจแห่งป่าพรึกษาโบราณ”
อาร์คพยายามรวบรวมพลัง ธรณีรอบกายเขาเริ่มสั่นสะเทือน แต่แรงกดดันจากเอลฟ์กลับยิ่งเพิ่มขึ้นราวกับภูผาที่กำลังทับถมเขาจนแทบแหลกละเอียด
“ติ๊ง! ผู้เล่นกำลังเผชิญหน้ากับ ‘ราชินีเอลฟ์โบราณ – ไวโอเล็ตต้า’ (ระดับเทพแห่งธรรมชาติ)!”
ระดับเทพ! อาร์คแทบหยุดหายใจ เขารู้สึกได้ถึงความสิ้นหวังที่เริ่มคืบคลานเข้ามาในหัวใจ เวลาของเขากำลังจะหมดลงแล้ว และเบื้องหน้าของเขากลับเป็นเทพแห่งธรรมชาติที่ยากจะต่อกร!
“ติ๊ง! ภารกิจฉุกเฉิน: กอบกู้วิญญาณโลก! เหลือเวลา 21 ชั่วโมง 20 นาที”
เสียงเตือนของระบบดังก้องในหัวใจของอาร์ค ราวกับระฆังแห่งความตายที่กำลังจะมาเยือน เขาเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว และราชินีเอลฟ์ตนนี้ดูเหมือนจะไม่ยอมให้เขาผ่านไปโดยง่าย
“ข้าไม่สนว่าเจ้าจะเป็นใคร” อาร์คพึมพำกับตัวเอง “ข้าจะต้องผ่านไปให้ได้!”
เขาเงยหน้าขึ้น จ้องมองราชินีเอลฟ์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า แม้ว่าร่างจะถูกตรึงไว้ แต่จิตวิญญาณของเขากลับลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งการต่อสู้ เขากำหมัดแน่น เตรียมพร้อมที่จะปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่เขามีออกมา ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็ตาม
ราชินีเอลฟ์จ้องมองเขาด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง นางสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าและพลังงานบางอย่างที่ผูกพันเขากับโลกใบนี้ พลังงานที่กำลังอ่อนแอและเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสงบนิ่ง แต่แฝงด้วยความทดสอบ
“จงแสดงให้ข้าเห็นสิ… ว่าเจ้าสมควรคู่ควรกับความหวังสุดท้ายของโลกใบนี้จริงหรือไม่…”

เทพสงครามระบบพิชิตโลก
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก