เทพสงครามระบบพิชิตโลก

ตอนที่ 21 — มุ่งสู่หัวใจพฤกษา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

363 ตอน · 2,065 คำ

ร่างของอาร์คพุ่งทะยานแหวกม่านอากาศด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียง ทิ้งไว้เพียงระลอกคลื่นพลังงานธรณีที่สั่นสะเทือนไปทั่วชั้นบรรยากาศ เบื้องล่างผืนป่าและขุนเขาดูเลือนรางราวกับภาพวาดที่ถูกลมพัดผ่าน การเร่งความเร็วสูงสุดในครั้งนี้แตกต่างจากการเดินทางครั้งใดๆ ที่ผ่านมา เพราะในทุกขณะจิต เขาสัมผัสได้ถึงพันธะอันเปราะบางที่เชื่อมโยงเขากับดวงวิญญาณโลก พลังงานชีวิตที่ร่อยหรอลงทุกวินาทีคือแรงกระตุ้นอันบ้าคลั่งที่ผลักดันขีดจำกัดของเขาให้ก้าวข้ามไปอีกขั้น

“เหลือเวลา ‌23 ชั่วโมง 58 นาที” เสียงระบบดังขึ้นในห้วงความคิดของอาร์ค เตือนย้ำถึงภารกิจเร่งด่วนที่เขากำลังแบกรับไว้บนบ่า เขาไม่เคยรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลเช่นนี้มาก่อน แม้แต่ในการต่อสู้กับอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกเดิมของเขา ​ก็ไม่เคยมีเดิมพันที่สูงส่งถึงขนาดการล่มสลายของโลกทั้งใบ อาร์คกัดฟันกรอด พลังงานธรณีจากแกนกลางกายพุ่งพล่านออกมาห่อหุ้มร่างของเขา ขับเคลื่อนให้ความเร็วเพิ่มขึ้นไปอีกระดับ ทว่านี่เป็นเพียงการเดินทางช่วงเริ่มต้นเท่านั้น อาณาจักรอัลดราเซียอยู่ห่างไกลออกไปสุดขอบฟ้า และเส้นทางนั้นเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

“ระบบ แสดงแผนที่เส้นทางที่เร็วที่สุดไปยังอาณาจักรอัลดราเซีย ‍และระบุตำแหน่งของ ‘หัวใจแห่งป่าพรึกษาโบราณ’ ให้ละเอียดที่สุด” อาร์คสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ในขณะที่ดวงตาคู่คมกวาดมองไปเบื้องหน้าอย่างไร้ความเหนื่อยล้า พลังการรับรู้ของเขากระจายออกไปเป็นวงกว้าง คอยจับสัญญาณอันตรายที่อาจแฝงตัวอยู่ในทุกตารางนิ้วของผืนฟ้าและแผ่นดินที่ผ่านไป

“[ระบบ: ทำการวิเคราะห์ข้อมูล... ‌อาณาจักรอัลดราเซียเป็นดินแดนที่ปกคลุมด้วยป่าโบราณขนาดใหญ่และทิวเขาสลับซับซ้อน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตำแหน่งปัจจุบัน ระยะทางโดยประมาณ 8,500 กิโลเมตร]” “[ระบบ: กำลังประมวลผลเส้นทางที่เร็วที่สุด โดยหลีกเลี่ยงเขตแดนที่มีการป้องกันหนาแน่นเป็นพิเศษ... โปรดทราบ: ‍'หัวใจแห่งป่าพรึกษาโบราณ' เป็นแก่นพลังชีวิตบริสุทธิ์ที่หลับใหลอยู่ใจกลางป่าพรึกษาศักดิ์สิทธิ์ การเข้าถึงต้องผ่านบททดสอบจากวิญญาณป่า หรือได้รับการอนุญาตจากราชวงศ์อัลดราเซีย]”

แปดพันห้าร้อยกิโลเมตร! อาร์คคำนวณในใจ แม้ด้วยความเร็วระดับปัจจุบัน เขาก็ยังต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเดินทาง และการเข้าถึง ​‘หัวใจแห่งป่าพรึกษาโบราณ’ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ระบบระบุว่าต้องผ่านบททดสอบจากวิญญาณป่า หรือได้รับการอนุญาตจากราชวงศ์ นี่คืออุปสรรคทางธรรมชาติและทางการปกครองที่ซับซ้อนกว่าที่เขาคาดไว้มาก เวลาเพียง 24 ชั่วโมงนั้นดูเหมือนจะเหลือน้อยลงไปทุกที

เมื่อผ่านพ้นเขตแดนภูผาหินสีดำทะมึนที่คุ้นเคย ​แผ่นดินเบื้องล่างก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป สภาพภูมิประเทศค่อยๆ กลายเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่สลับกับป่าโปร่งที่ยังไม่หนาแน่นนัก บรรยากาศเริ่มมีชีวิตชีวามากขึ้น ลมที่พัดผ่านกายอาร์คมีความสดชื่นอย่างประหลาด มันไม่ใช่เพียงสายลมธรรมดา แต่ราวกับมีกระแสพลังชีวิตบางเบาแฝงอยู่ อาร์ครู้สึกได้ถึงความอุดมสมบูรณ์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ​ซึ่งบ่งบอกว่าเขากำลังเข้าใกล้เขตอิทธิพลของอาณาจักรอัลดราเซีย

จู่ๆ เงาขนาดมหึมาสามสี่เงาก็บินตัดผ่านหน้าเขาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงกรีดร้องอันแหลมคมที่บาดแก้วหู อาร์คหยุดชะงักกลางอากาศ พลังงานธรณีในกายพร้อมระเบิดออกทันทีที่เผชิญหน้ากับภัยคุกคาม เบื้องหน้าคือฝูงอินทรีอัสดงขนาดมหึมา ปีกของพวกมันกางออกได้กว้างกว่าสิบเมตร ขนสีดำสนิทราวกับรัตติกาล ดวงตาแดงฉานดุจเพลิง และมีประกายไฟฟ้าสถิตแลบแปลบปลาบอยู่รอบกาย พวกมันเป็นสัตว์อสูรระดับสูงที่อาศัยอยู่ในแถบเขตแดนรอยต่อระหว่างอาณาจักร และขึ้นชื่อเรื่องความดุร้ายและอาณาเขตการล่าที่กว้างขวาง

“แก่นพลังอสูรระดับ B+ จำนวน 4 ตน” ระบบแจ้งเตือน อาร์คหรี่ตาลง เขารู้ดีว่าหากจะเสียเวลาต่อสู้กับพวกมันโดยไม่จำเป็น เวลาที่สำคัญจะหายไปอย่างเปล่าประโยชน์ แต่พวกมันดูท่าจะไม่ยอมให้เขาผ่านไปง่ายๆ

อินทรีจ่าฝูงขนาดใหญ่ที่สุดพุ่งเข้าใส่ก่อนอย่างบ้าคลั่ง กรงเล็บที่แหลมคมราวใบมีดถูกเคลือบด้วยกระแสไฟฟ้าสีฟ้าเข้มตั้งท่าตะครุบใส่ร่างของอาร์ค อาร์คไม่หลบเลี่ยง เขากระชับหมัดแน่น พลังงานธรณีสีทองเข้มรวมตัวกันที่กำปั้น ก่อนจะสวนกลับไปอย่างรุนแรง

“หมัดภูผาทลาย!”

เปรี้ยง! เสียงปะทะดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า อินทรีจ่าฝูงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างมหึมาของมันกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบเมตร ขนสีดำร่วงกราวลงสู่เบื้องล่าง อาร์คไม่ได้ต้องการฆ่ามัน เพียงแค่ต้องการแสดงพลังให้พวกมันรู้ว่าเขาไม่ใช่เหยื่อที่พวกมันจะเล่นงานได้ง่ายๆ

อินทรีอัสดงตัวอื่นๆ ชะงักงันเมื่อเห็นจ่าฝูงของพวกมันถูกซัดกระเด็นด้วยหมัดเดียว สายตาของพวกมันเต็มไปด้วยความหวาดระแวง อาร์คไม่รอช้า พลังงานธรณีจากเท้าของเขาระเบิดออกอีกครั้ง พุ่งทะยานผ่านช่องว่างที่เปิดขึ้นไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงสุด ทิ้งให้ฝูงอินทรีอัสดงได้แต่ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจอยู่เบื้องหลัง

“เหลือเวลา 21 ชั่วโมง 30 นาที” เสียงระบบดังย้ำอีกครั้ง การต่อสู้เล็กน้อยเมื่อครู่ทำให้เขาเสียเวลาไปเกือบสองนาที อาร์คเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นไปอีก พลังงานธรณีถูกใช้ไปอย่างมหาศาล แต่เขาก็ต้องทำเช่นนี้เพื่อรักษาวิญญาณโลกไว้

หลายชั่วโมงผ่านไป ท้องฟ้าเริ่มมืดมิด ดวงจันทร์กลมโตลอยเด่นอยู่เหนือเมฆ อาร์คยังคงบินด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง แม้จะรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่เริ่มก่อตัวขึ้น แต่ความมุ่งมั่นในดวงตายังคงไม่เสื่อมคลาย ภาพของวิญญาณโลกที่กำลังเลือนรางยังคงติดตาเขา การหยุดพักไม่ใช่ทางเลือก

“[ระบบ: เข้าสู่เขตแดนป่าพรึกษาชั้นนอกของอาณาจักรอัลดราเซีย ตรวจพบความหนาแน่นของพลังชีวิตธรรมชาติสูงผิดปกติ]”

เมื่อเข้าสู่เขตแดนของอัลดราเซียอย่างแท้จริง บรรยากาศโดยรอบก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง อากาศเย็นสบายและบริสุทธิ์จนรู้สึกได้ถึงความสดชื่นทุกครั้งที่หายใจเข้า ต้นไม้แต่ละต้นสูงเสียดฟ้า ลำต้นขนาดมหึมาและกิ่งก้านสาขาแผ่กว้างจนบดบังแสงจันทร์เกือบทั้งหมด แสงเรืองรองสีเขียวอ่อนๆ จากพืชพรรณและมอสที่เกาะอยู่ตามลำต้นช่วยส่องสว่างให้ป่าแห่งนี้ไม่มืดมิดจนเกินไป

อาร์คลดระดับการบินลงเล็กน้อย เพื่อสำรวจสภาพแวดล้อมเบื้องล่าง ป่าแห่งนี้ไม่ใช่ป่าธรรมดา มันเต็มไปด้วยพลังเวทธรรมชาติที่พลุ่งพล่าน สัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ก็แตกต่างออกไปจากที่เขาเคยพบเห็น มีกวางเรืองแสงตัวเล็กๆ กระโดดโลดเต้นอยู่ท่ามกลางพุ่มไม้สูง มังกรบุปผาตัวน้อยๆ บินวนอยู่รอบๆ ดอกไม้ขนาดยักษ์ ทุกสิ่งทุกอย่างดูราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาลดความระมัดระวังลง

“[ระบบ: ตรวจพบโครงข่ายพลังเวทธรรมชาติโบราณกระจายอยู่ทั่วป่าพรึกษาชั้นนอก คาดว่าเป็นระบบป้องกันแบบธรรมชาติของอาณาจักรอัลดราเซีย]” “[ระบบ: แนะนำให้เคลื่อนที่อย่างระมัดระวัง การกระทำที่รุนแรงอาจไปกระตุ้นผู้พิทักษ์ธรรมชาติระดับสูง]”

อาร์คพยักหน้า เขารู้สึกได้ถึงพลังงานที่แฝงอยู่ภายใต้ความสงบเงียบของป่าแห่งนี้ พลังงานเหล่านั้นไม่ใช่พลังงานที่มุ่งร้าย แต่เป็นพลังงานที่คอยปกป้องและเฝ้าระวัง ใครก็ตามที่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตจะถูกตรวจจับได้ในทันที

เขาตัดสินใจที่จะไม่ใช้ความเร็วเต็มที่เหมือนก่อนหน้านี้ แต่เลือกที่จะเคลื่อนที่อย่างเงียบกริบและแฝงกายไปกับเงามืด เขาใช้ทักษะ 'ก้าวเงาพรางกาย' ซึ่งช่วยให้เขาเคลื่อนที่ไปมาได้ดุจเงาในยามราตรี พลังงานธรณีของเขาถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับพลังงานธรรมชาติของป่ามากที่สุด เพื่อลดการตรวจจับจากระบบป้องกันของอัลดราเซีย

ทว่าป่าแห่งนี้ซับซ้อนกว่าที่คิด ทุกๆ ย่างก้าว อาร์คสัมผัสได้ถึงดวงตานับร้อยคู่ที่กำลังจับจ้องมาที่เขา แสงเรืองรองจากพืชพรรณบางชนิดจะสว่างวาบขึ้นเมื่อเขาผ่านไป เสียงกระซิบของลมที่พัดผ่านใบไม้ดูเหมือนจะบอกเล่าถึงการปรากฏตัวของเขาแก่สิ่งมีชีวิตอื่นๆ

ในที่สุด อาร์คก็มาถึงแนวป่าชั้นในที่หนาแน่นขึ้นกว่าเดิมมาก ต้นไม้ที่นี่สูงใหญ่เสียดฟ้า ลำต้นบิดเกลียวราวกับศิลปะ และมีรากที่แผ่ขยายออกไปไกลจนดูเหมือนกำแพงธรรมชาติ ผืนป่าแห่งนี้อบอวลไปด้วยพลังชีวิตบริสุทธิ์ที่เข้มข้นจนแทบจะกลายเป็นไอหมอกสีเขียวจางๆ ลอยอยู่เหนือพื้นดิน นี่คือ ‘ป่าพรึกษาศักดิ์สิทธิ์’ อย่างไม่ต้องสงสัย

ทันใดนั้น เสียงกระซิบกระซาบจากลมรอบกายอาร์คก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงคำรามต่ำๆ ที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งผืนป่า ราวกับป่าทั้งป่ากำลังส่งเสียงเตือน อาร์ครู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากเบื้องหน้า พลังงานธรณีในกายของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ นี่คือพลังที่เทียบเท่ากับมหาเทพแห่งธรณีที่เขาเคยเผชิญหน้าในโลกเดิม

จากเงามืดของต้นไม้โบราณขนาดมหึมาสองต้นที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่สองตนค่อยๆ ก้าวออกมา ร่างกายของพวกมันสูงกว่าสิบเมตร รูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ทำจากกิ่งไม้หนาและรากไม้ที่พันเกลียวแน่น ผิวของพวกมันปกคลุมด้วยเปลือกไม้สีน้ำตาลเข้มและมอสสีเขียวสด ดวงตาของพวกมันเปล่งประกายสีเขียวมรกตราวกับดวงวิญญาณของป่าที่ตื่นขึ้นมา พวกมันคือ ‘วารีพฤกษ์’ ผู้พิทักษ์ป่าในตำนาน

“ผู้บุกรุก... เจ้าเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต” เสียงของวารีพฤกษ์ตนหนึ่งดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงพูดธรรมดา แต่เป็นเสียงที่ก้องกังวานมาจากทั่วทุกทิศทาง ราวกับผืนป่าทั้งป่ากำลังพูดพร้อมกัน “เจ้ามีพลังอันแปลกประหลาด พลังที่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง แต่ก็แฝงไว้ด้วยความอับเฉา... เจ้าคือภัยคุกคาม”

อาร์คยืนนิ่ง เขารู้ว่าการต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด เพราะเป้าหมายของเขาคือการเข้าถึง ‘หัวใจแห่งป่าพรึกษาโบราณ’ ไม่ใช่ทำลายมัน เขาพยายามส่งกระแสจิตออกไปเพื่ออธิบายถึงเจตนาของเขา

“ข้ามิได้มีเจตนาร้าย ข้ามาเพื่อขอความช่วยเหลือ ข้าต้องการ ‘หัวใจแห่งป่าพรึกษาโบราณ’ เพื่อช่วยชีวิตของบางสิ่งบางอย่างที่มีค่า... ดวงวิญญาณของโลกนี้กำลังจะดับสลาย” อาร์คถ่ายทอดความรู้สึกและภาพของวิญญาณโลกที่ร่วงโรยผ่านกระแสจิต เพื่อหวังให้พวกมันเข้าใจ

วารีพฤกษ์อีกตนหนึ่งก้าวมาข้างหน้า พลังชีวิตที่แผ่ออกมาจากร่างของมันรุนแรงยิ่งกว่าเดิม มันชูแขนขึ้นเหนือหัว กิ่งก้านสาขาขนาดใหญ่ผลิใบและดอกไม้อย่างรวดเร็ว “ดวงวิญญาณโลก... ข้าสัมผัสได้ถึงความอ่อนแอที่ติดอยู่ในตัวเจ้า พลังงานธรณีที่บริสุทธิ์ของเจ้าแปดเปื้อนด้วยความเศร้าสร้อยและความสิ้นหวัง... เจ้ามิอาจนำพลังบริสุทธิ์ของป่าไปได้โดยง่าย”

“เหลือเวลา 15 ชั่วโมง 45 นาที” เสียงระบบเตือนย้ำอีกครั้ง ทำให้ความกดดันในใจอาร์คทวีคูณ การเจรจาอาจใช้เวลานานเกินไป เขามองไปยังวารีพฤกษ์ทั้งสองที่ยืนขวางทางอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าของเขาเคร่งเครียด ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยว

“หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็ไม่มีทางเลือกอื่น!” อาร์คคำราม ร่างกายของเขาเปล่งประกายสีทองอร่าม พลังงานธรณีที่ถูกอัดแน่นในกายระเบิดออกมาอย่างรุนแรงจนผืนดินรอบๆ สั่นสะเทือน เขาไม่สามารถเสียเวลาได้แม้แต่วินาทีเดียว การต่อสู้เพื่อวิญญาณโลกได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และเขาจะต้องฝ่าฟันอุปสรรคนี้ไปให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม

วารีพฤกษ์ทั้งสองตอบสนองด้วยการยกแขนขึ้น กิ่งก้านและรากไม้จากผืนป่ารอบๆ พุ่งเข้าหาอาร์คราวกับหนวดปลาหมึกนับร้อยเส้น พยายามพันธนาการร่างของเขาไว้ อาร์คกระโดดหลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับเรียกใช้ทักษะ ‘อาณาเขตศักดิ์สิทธิ์แห่งพิภพ’ รอบกายของเขาเปล่งแสงสีทองสว่างจ้า แผ่พลังงานธรณีอันบริสุทธิ์ออกไปปะทะกับรากไม้เหล่านั้น

รากไม้ที่สัมผัสกับอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ของอาร์คถูกกัดกร่อนลงอย่างช้าๆ แต่ก็ยังคงพุ่งเข้าใส่อย่างไม่ลดละ วารีพฤกษ์ทั้งสองไม่ได้มีเพียงแค่กำลังกายเท่านั้น แต่พวกมันยังสามารถควบคุมพลังงานธรรมชาติของป่าได้อย่างไร้ขีดจำกัด พุ่มไม้รอบๆ เริ่มเติบโตอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นกำแพงหนาทึบ สกัดกั้นทุกเส้นทางหลบหนีของอาร์ค

อาร์คเห็นว่าการหลบหลีกเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ เขากระชับหมัดอีกครั้ง พลังงานธรณีพุ่งรวมตัวกันที่ปลายกำปั้นจนเกิดประกายไฟฟ้าสีทอง “หากพวกเจ้าไม่ยอมให้ข้าผ่านไป ก็จงรับรู้ถึงพลังของเทพสงครามผู้นี้!”

เขาพุ่งเข้าใส่วารีพฤกษ์ตนที่อยู่ใกล้ที่สุดด้วยความเร็วเหนือเสียง หมัดธรณีอันทรงพลังพุ่งตรงเข้าใส่ลำตัวของมันอย่างจัง ทว่าแทนที่จะทะลุผ่าน ร่างของวารีพฤกษ์กลับแข็งแกร่งราวกับภูผาหินที่เก่าแก่ที่สุด มันเพียงแค่สั่นสะเทือนเล็กน้อยเท่านั้น

“พลังของเจ้าแข็งแกร่ง... แต่มิอาจทำลายจิตวิญญาณของป่าได้!” วารีพฤกษ์คำรามตอบโต้ มันตวัดแขนที่ทำจากกิ่งไม้เข้าใส่ร่างของอาร์คอย่างรวดเร็ว อาร์คเบี่ยงตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียด แต่แรงลมที่เกิดจากการโจมตีก็ยังแรงพอที่จะผลักให้เขากระเด็นถอยหลังไปเล็กน้อย

อาร์ครู้สึกได้ถึงความท้าทายที่แท้จริง ไม่ใช่แค่พลังโจมตีที่รุนแรง แต่เป็นพลังป้องกันและความสามารถในการฟื้นฟูของพวกมันที่ดูเหมือนจะไร้ขีดจำกัด ตราบใดที่พวกมันยังเชื่อมโยงกับป่า พวกมันก็คือป่า และป่าก็คือพวกมัน

“ระบบ ระบุจุดอ่อนของวารีพฤกษ์!” อาร์คสั่งการในใจ ขณะที่เขาหลบหลีกการโจมตีอันรุนแรงของวารีพฤกษ์อีกตนที่พุ่งเข้ามาร่วมวง

“[ระบบ: วารีพฤกษ์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีแก่นแท้ของธาตุไม้และธาตุดิน การโจมตีทางกายภาพหรือธรณีบริสุทธิ์อาจไม่มีประสิทธิภาพสูงสุด จุดอ่อนคือพลังธาตุเพลิงที่รุนแรง หรือพลังแห่งการกัดกร่อนจากธาตุมืด/แสงบริสุทธิ์ขั้นสูง]”

ธาตุเพลิง? อาร์คไม่มีทักษะธาตุเพลิงโดยตรง แต่เขามีพลังงานธรณีที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เขาจำได้ว่าเคยมีทักษะหนึ่งที่สามารถสร้างความร้อนได้มหาศาล เขาตัดสินใจที่จะลองใช้มัน

“ถึงเวลาแล้วที่ต้องแสดงพลังที่ซ่อนเร้นออกมา!” อาร์คคำราม เขายกมือขึ้นเหนือศีรษะ พลังงานธรณีมหาศาลไหลเวียนรวมกันอยู่ที่ฝ่ามือ คลื่นความร้อนเริ่มแผ่ออกมาจากร่างของเขา ต้นไม้รอบๆ เริ่มเหี่ยวเฉาอย่างรวดเร็ว มอสสีเขียวบนเปลือกไม้ของวารีพฤกษ์เริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล

“นี่มันอะไรกัน?” วารีพฤกษ์ตนหนึ่งส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานประหลาดที่กำลังคุกคามพวกมัน

อาร์คไม่รอช้า พลังงานธรณีที่ฝ่ามือเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ราวกับลาวาที่กำลังจะปะทุ แสงสีส้มแดงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรุนแรง เผยให้เห็นถึงความร้อนอันมหาศาลที่กำลังถูกกักเก็บไว้ภายใน

“ทักษะ: ระเบิดลาวาพิโรธ!” อาร์คตะโกนลั่น พลังงานทั้งหมดที่รวบรวมไว้ถูกปลดปล่อยออกไปในรูปแบบของลูกบอลลาวาขนาดมหึมา พุ่งตรงเข้าใส่วารีพฤกษ์ทั้งสองด้วยความเร็วเหนือเสียง

เปรี้ยงงงงง! เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งป่า แสงสีแดงส้มสว่างวาบขึ้น บดบังแสงจันทร์ไปชั่วขณะ แรงระเบิดทำให้ผืนดินสั่นสะเทือน ต้นไม้รอบข้างล้มระเนระนาด กลิ่นไหม้คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

เมื่อควันจางลง ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้อาร์คต้องขมวดคิ้ว วารีพฤกษ์ทั้งสองยังคงยืนหยัดอยู่ได้ แม้ว่าร่างของพวกมันจะถูกเผาไหม้เป็นบางส่วน เปลือกไม้ที่เคยปกคลุมกลายเป็นสีดำเกรียม และมอสสีเขียวก็มอดไหม้ไปหมด แต่แก่นแท้ของพวกมันยังคงอยู่ พลังชีวิตของป่ากำลังหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของพวกมันอย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้น

“มนุษย์... เจ้ามีพลังที่น่ากลัว แต่เจ้าไม่มีทางผ่านไปได้!” วารีพฤกษ์ตนหนึ่งคำราม เสียงของมันดูอ่อนแรงลงเล็กน้อย แต่แววตาแห่งการปกป้องยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

อาร์คกัดฟัน เขาต้องหาทางผ่านไปให้ได้ การโจมตีด้วยลาวาพิโรธใช้พลังงานไปมหาศาล แต่กลับไม่สามารถโค่นพวกมันลงได้อย่างเด็ดขาด เขาเหลือเวลาไม่มากแล้ว

“ระบบ ยังมีทางอื่นอีกหรือไม่?” อาร์คถามอย่างเร่งรีบ

“[ระบบ: ณ ตำแหน่งปัจจุบัน มีอีกหนึ่งเส้นทางลับที่นำไปสู่ 'หัวใจแห่งป่าพรึกษาโบราณ' โดยตรง แต่ถูกปกคลุมด้วยม่านพลังเวทลวงตาที่แข็งแกร่ง และต้องใช้พลังงานธรณีบริสุทธิ์ระดับสูงในการเปิดทาง]”

เส้นทางลับ! อาร์คหันไปมองรอบๆ พลังงานธรณีในกายของเขายังเหลือพอที่จะลองเสี่ยง ทว่าเขาสังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ เบื้องหลังวารีพฤกษ์ทั้งสอง ที่เดิมเคยเป็นเพียงกำแพงต้นไม้หนาทึบ บัดนี้กลับมีแสงสีทองเรืองรองจางๆ ส่องออกมาจากช่องว่างเล็กๆ ราวกับดวงตาที่กำลังจับจ้องมายังเขา

“เหลือเวลา 14 ชั่วโมง 58 นาที” เสียงระบบดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับความรู้สึกเย็นยะเยือกที่พุ่งตรงเข้าสู่แก่นกลางวิญญาณของอาร์ค เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ตื่นขึ้นจากห้วงหลับใหลลึกเข้าไปในป่า พลังงานนั้นบริสุทธิ์มหาศาล แต่กลับแฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้ ราวกับความเศร้าโศกอันไร้ที่สิ้นสุด และความมุ่งร้ายอันเยือกเย็นที่ถูกสะกดไว้

วารีพฤกษ์ทั้งสองชะงักงัน พวกมันหันไปมองยังทิศทางที่อาร์คสัมผัสได้ถึงพลังงานนั้น สีหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด แสงสีทองเรืองรองจากช่องว่างเล็กๆ นั้นสว่างจ้าขึ้นอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่เบื้องหลังม่านพลังลวงตา

จากเงามืดอันลึกที่สุดของป่าพรึกษาศักดิ์สิทธิ์ เสียงกระซิบอันเย็นยะเยือกที่ก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิดของอาร์คก็ดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงที่ใช้ภาษาใดๆ แต่เป็นกระแสจิตที่ส่งผ่านความรู้สึกอันมืดมิดและโบราณ

“ผู้บุกรุก... เจ้าผู้แบกรับภาระแห่งความตาย... เจ้ามาทำอะไรในดินแดนแห่งชีวิตของข้า?”

พร้อมกับเสียงนั้น ม่านพลังลวงตาก็พลันสลายไป เผยให้เห็นถึงเส้นทางที่นำไปสู่ใจกลางป่า ทว่าเบื้องหน้าเส้นทางนั้น สิ่งที่ปรากฏไม่ใช่เพียงแค่ต้นไม้โบราณ แต่เป็นรูปปั้นขนาดมหึมาที่ทำจากรากไม้และกิ่งก้านที่บิดเกลียวอย่างซับซ้อน มันคือรูปปั้นของเทพธิดาแห่งป่าที่งดงาม แต่ดวงตาของรูปปั้นนั้นกลับเปิดออก เปล่งแสงสีเขียวมรกตที่ว่างเปล่าและเย็นชา... และจากแกนกลางของรูปปั้นนั้น มีแสงสีดำจางๆ กำลังค่อยๆ คลืบคลานออกมา ราวกับเงามืดที่กำลังกลืนกินความบริสุทธิ์ของป่า!

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เทพสงครามระบบพิชิตโลก

เทพสงครามระบบพิชิตโลก

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!