“นี่มัน… อะไรกันอีก!” อาร์คเบิกตากว้าง ความรู้สึกหวาดหวั่นปนตกใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา เขาเพิ่งจะคิดจะตั้งตัว แต่ดูเหมือนศัตรูจะไม่รอให้เขาเตรียมพร้อม!
จุดสีแดงขนาดมหึมาบนแผนที่โลกที่เคยสว่างวาบด้วยแสงสีดำอันรุนแรง บัดนี้ได้แผ่ขยายออกไปกว้างใหญ่กว่าเดิมจนกินพื้นที่หลายร้อยไมล์ แสงสีดำนั้นมิใช่เพียงแค่การเรืองรองอีกต่อไป แต่มันบิดเบี้ยวและหมุนวนราวกับพายุที่กำลังก่อตัว พลังงานอันมืดมิดและเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบกายอาร์คหนาวเหน็บขึ้นหลายองศา เขารู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่บีบคั้นจิตวิญญาณราวกับมีบางสิ่งกำลังพยายามฉีกกระชากเขาให้เป็นชิ้นๆ แม้จะอยู่ห่างไกลออกไปหลายร้อยไมล์ เสียงคำรามต่ำลึกที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งมิติเล็ดลอดออกมาจากรอยแยกนั้น ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอันยาวนาน มันไม่ใช่แค่การแจ้งเตือนภัยคุกคามอีกต่อไป แต่มันคือการประกาศการมาถึงของหายนะ
“ระบบ! อธิบายมา! นี่มันอะไรกันแน่!” อาร์คตะโกนถาม ด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความเร่งรีบและความตื่นตระหนก เขากำหมัดแน่น ดวงตาจับจ้องไปยังแผนที่โลกที่บัดนี้กลายเป็นสีดำมืดมิดในบริเวณใจกลาง
“แจ้งเตือน! พลังงานมิติหลักไม่เสถียรอย่างรุนแรง! แรงกดดันของสิ่งมีชีวิตมิติอื่นกำลังเพิ่มสูงขึ้นถึงขีดสุด! การมาถึงของ ‘ผู้บุกเบิกแห่งความว่างเปล่า’ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่นาที!” เสียงของระบบดังขึ้นอย่างกระชั้นชิดในห้วงความคิดของอาร์ค พร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
“ผู้บุกเบิกแห่งความว่างเปล่า?” อาร์คทวนคำ เขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน แต่จากระดับของแรงกดดันที่เขารู้สึกได้ มันบ่งบอกว่านี่ไม่ใช่ศัตรูระดับต่ำอย่างเงาแห่งความว่างเปล่าแน่นอน
“ใช่! ผู้บุกเบิกแห่งความว่างเปล่าคือหน่วยจู่โจมแนวหน้าของกองทัพสุญญะ มีหน้าที่บุกเบิกเส้นทาง ทำลายแนวป้องกัน และเตรียมพื้นที่สำหรับการมาถึงของกองทัพหลัก! ระดับพลังงานเฉลี่ยของพวกมันอยู่ในระดับ ‘เทพสงคราม’ ขั้นต้นถึงกลาง! บางตนอาจถึงขั้นสูง! การปรากฏตัวของพวกมันเป็นสัญญาณว่าการรุกรานครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างสมบูรณ์!” ระบบอธิบายเพิ่มเติมอย่างเร่งรีบ
เทพสงคราม! อาร์คถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ระดับเทพสงครามไม่ใช่เรื่องล้อเล่น นั่นคือระดับที่สูงที่สุดที่เขารู้จักในโลกนี้ และศัตรูเหล่านั้นกำลังจะปรากฏตัวออกมาในฐานะหน่วยบุกเบิกแนวหน้า!
“เราต้องทำยังไง? ระบบ! มีวิธีหยุดพวกมันไหม?” อาร์ครู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา เขาเพิ่งจะคิดที่จะรวบรวมกำลังพล สร้างฐานทัพ และสำรวจโลกแห่งนี้ แต่ศัตรูกลับไม่ให้โอกาสเขาเลยแม้แต่น้อย
“ทางเดียวที่จะลดความเสียหายและชะลอการรุกรานคือการสกัดกั้นพวกมันให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ตั้งแต่จุดที่พวกมันปรากฏตัว! หากปล่อยให้พวกมันกระจายตัวออกไป โลกนี้จะตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง! ระบบจะทำการระบุจุดปรากฏตัวของ ‘ผู้บุกเบิกแห่งความว่างเปล่า’ ที่ใกล้ที่สุดและมีศักยภาพในการก่อความเสียหายรุนแรงที่สุดให้แก่ท่าน! ท่านต้องใช้แต้มระบบเพื่อเปิดใช้งาน ‘ประตูมิติฉุกเฉิน’ เพื่อเดินทางไปสกัดกั้นพวกมันทันที!”
“ประตูมิติฉุกเฉิน? แต้มระบบ?” อาร์คขมวดคิ้ว เขาเหลือแต้มระบบอยู่ไม่มากนักจากการอัปเกรดสกิล ‘ปรับแต่งพลังงานธาตุ’ ไปเมื่อครู่
“ค่าใช้จ่าย: 5,000 แต้มระบบ! เวลาในการเดินทาง: ทันที! ระยะเวลาการใช้งาน: 10 วินาที! จุดหมายปลายทาง: จุดปรากฏตัวของผู้บุกเบิกแห่งความว่างเปล่าที่ใกล้ที่สุด!”
“5,000 แต้ม!” อาร์คแทบจะกระอักเลือด นี่คือจำนวนแต้มที่สูงมากสำหรับเขาในตอนนี้ แต่เมื่อพิจารณาถึงความเร่งด่วนและอันตรายที่กำลังจะมาถึง เขาก็รู้ว่าไม่มีทางเลือกอื่น
“ตกลง! เปิดใช้งานประตูมิติฉุกเฉิน!” อาร์คตอบรับอย่างรวดเร็ว
“ยืนยัน! เปิดใช้งานประตูมิติฉุกเฉิน! หัก 5,000 แต้มระบบ! แต้มระบบคงเหลือ: 1,500 แต้ม!”
ทันทีที่เสียงของระบบสิ้นสุดลง แสงสว่างสีฟ้าอมขาวก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอาร์ค หมุนวนก่อตัวเป็นวงแหวนขนาดใหญ่ ประตูมิติฉุกเฉินที่สั่นสะเทือนด้วยพลังงานมิติเปิดออก อาร์คไม่รอช้า พุ่งทะยานเข้าไปในประตูนั้นทันที ก่อนที่มันจะหุบลงในพริบตา
ความรู้สึกของการถูกบิดเบี้ยวและดึงยืดอย่างรุนแรงถาโถมเข้าใส่อาร์คเพียงชั่วพริบตา โลกหมุนคว้างรอบกายเขา ท้องไส้ปั่นป่วนราวกับถูกโยนลงไปในเครื่องปั่น แต่แล้วทุกอย่างก็กลับคืนสู่ความปกติอย่างกะทันหัน อาร์คพบว่าตัวเองยืนอยู่บนพื้นหินที่แห้งแล้งและแตกระแหง บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยไอความร้อนระอุและกลิ่นกำมะถันฉุนกึก ท้องฟ้าเหนือศีรษะเป็นสีแดงเข้มราวกับยามอัสดงตลอดกาล มีควันสีดำพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกบนพื้นดินเป็นระยะๆ
“ที่นี่คือ… เหมืองหินอัคคีงั้นหรือ?” อาร์คพึมพำกับตัวเอง สถานที่แห่งนี้ไม่ผิดกับภาพในแผนที่ที่เขาเห็น นั่นหมายความว่าจุดปรากฏตัวของผู้บุกเบิกแห่งความว่างเปล่าอยู่ใกล้กับเหมืองแห่งนี้
“แจ้งเตือน! จุดปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าท่าน! ระยะห่าง 500 เมตร!” ระบบแจ้งเตือน
อาร์คเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางที่ระบบระบุ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เขาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ที่นั่นเหนือเหมืองหินอัคคีขนาดใหญ่ รอยแยกมิติขนาดเล็กที่เคยปรากฏอยู่ก่อนหน้านี้ได้ขยายตัวออกไปจนกลายเป็นประตูมิติสีดำสนิทขนาดมหึมา พลังงานสีดำมืดมิดและบิดเบี้ยวไหลทะลักออกมาจากประตูนั้นราวกับน้ำตกแห่งความมืด
และแล้ว สิ่งมีชีวิตแรกก็เริ่มทะลักออกมาจากประตูมิติ!
มันคือสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายสัตว์เลื้อยคลานขนาดยักษ์ สูงกว่าสิบเมตร ผิวหนังของมันเป็นสีดำสนิทราวกับความมืดมิดที่ไร้สิ้นสุด มีเกล็ดแข็งแกร่งปกคลุมทั่วร่าง ดวงตาของมันเรืองแสงสีม่วงอาฆาต และที่น่าตกใจที่สุดคือมันมีแขนขาที่ยื่นออกมาจากลำตัวมากถึงหกข้าง แต่ละข้างมีกรงเล็บแหลมคมราวใบมีด ที่กลางหน้าอกของมันมีผลึกสีดำขนาดใหญ่ฝังอยู่ แผ่รังสีพลังงานแห่งความว่างเปล่าออกมาอย่างรุนแรง
“ผู้บุกเบิกแห่งความว่างเปล่า: อสูรหินอัคคีสุญญะ! ระดับพลังงาน: เทพสงครามขั้นต้น!”
“แค่ตัวแรกก็ระดับเทพสงครามขั้นต้นเลยหรือ!” อาร์คกัดฟันแน่น เขากดเรียกดาบเทพสงครามออกมาในมือ ดาบเล่มนั้นเรืองแสงสีทองสว่างจ้า พร้อมที่จะฟาดฟันศัตรู
อสูรหินอัคคีสุญญะคำรามเสียงต่ำ มันก้าวลงมาจากประตูมิติอย่างเชื่องช้า แต่ทุกย่างก้าวกลับสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งพื้นดิน มันสัมผัสได้ถึงพลังงานของอาร์คที่เป็นภัยคุกคามทันที และพุ่งเป้ามายังเขาโดยไม่ลังเล
“ฮึ่ม! มาเลย! ถึงจะเป็นระดับเทพสงคราม แต่ฉันก็จะสู้!” อาร์คประกาศกร้าว เขาไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ให้กับโชคชะตา เขารอดชีวิตมาจากโลกที่ถูกทำลาย และเขาจะไม่ยอมให้โลกใบนี้ต้องพบชะตากรรมแบบเดียวกัน!
อาร์คพุ่งเข้าหามันอย่างรวดเร็วราวกับลูกศรที่พุ่งออกจากคันธนู ดาบเทพสงครามในมือฟันเข้าใส่อสูรหินอัคคีสุญญะด้วยความเร็วสูง แต่ร่างของมันกลับแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ ดาบกระทบเข้ากับเกล็ดสีดำสนิทของมันเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบ แต่กลับทำได้เพียงแค่ทิ้งรอยขีดข่วนเล็กๆ ไว้เท่านั้น
“แข็งแกร่งชะมัด!” อาร์คสบถ เขาต้องใช้พลังมากกว่านี้
อสูรหินอัคคีสุญญะตอบโต้ด้วยการตวัดกรงเล็บแหลมคมของมันเข้าใส่ อาร์คเบี่ยงตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียด แรงลมที่เกิดจากการตวัดกรงเล็บนั้นรุนแรงจนผิวหนังของเขารู้สึกแสบร้อน
“มันใช้พลังงานธาตุอัคคีและสุญญะ! สกิล ‘ปรับแต่งพลังงานธาตุ’ ของท่านจะช่วยให้ท่านสามารถรับมือกับพลังงานของมันได้ดีขึ้น!” ระบบแจ้งเตือน
“จริงด้วย!” อาร์คนึกขึ้นได้ เขากระตุ้นสกิล ‘ปรับแต่งพลังงานธาตุ’ ทันที
ทันใดนั้น ร่างกายของอาร์คก็เริ่มเรืองแสงสีส้มอมแดงจางๆ พลังงานธาตุอัคคีในอากาศรอบกายดูเหมือนจะตอบสนองต่อเขาอย่างเป็นมิตรมากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น พลังงานสุญญะที่แผ่ออกมาจากอสูรก็ดูเหมือนจะถูก ‘ปรับแต่ง’ ให้กลายเป็นสิ่งที่ไม่เป็นภัยต่อเขาอย่างรุนแรงอีกต่อไป ความรู้สึกแสบร้อนจากลมปราณอัคคีของอสูรลดลงอย่างเห็นได้ชัด และแรงกดดันจากพลังงานสุญญะก็คลายลง
“เยี่ยม!” อาร์คยิ้มกว้าง เขาสัมผัสได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นในตัว และความสามารถในการควบคุมธาตุอัคคีรอบกายก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เขาตวัดดาบเทพสงครามอีกครั้ง พร้อมกับรวบรวมพลังงานธาตุอัคคีจำนวนมากเข้าสู่ตัวดาบ เปลวไฟสีทองแดงลุกโชนขึ้นรอบคมดาบ
“เทพสงครามคำรน! เพลิงผลาญอสูร!”
อาร์คฟาดฟันดาบลงไปอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่คมดาบธรรมดา แต่เป็นคลื่นเปลวเพลิงสีทองแดงที่พุ่งเข้าใส่อสูรหินอัคคีสุญญะเต็มแรง เปลวเพลิงนั้นร้อนแรงจนหินรอบข้างเริ่มหลอมละลาย อสูรหินอัคคีสุญญะคำรามด้วยความเจ็บปวด เกล็ดของมันที่เคยแข็งแกร่งเริ่มไหม้เกรียมและหลุดลอกออกไปบางส่วน
“ได้ผล!” อาร์คดีใจ เขารู้สึกได้ถึงประสิทธิภาพของสกิลใหม่นี้
อสูรหินอัคคีสุญญะโกรธจัด มันกระทืบเท้าลงบนพื้นดินอย่างแรง พื้นดินแตกระแหงและมีลาวาร้อนๆ พุ่งขึ้นมาจากรอยแยก มันอ้าปากกว้าง พ่นลำแสงสีดำอมม่วงที่เต็มไปด้วยพลังงานสุญญะและอัคคีเข้าใส่อาร์ค
อาร์คไม่หลบ เขาใช้สกิล ‘ปรับแต่งพลังงานธาตุ’ อีกครั้ง คราวนี้เขาพยายาม ‘ดูดซับ’ พลังงานจากลำแสงนั้นเข้ามาในตัว!
ความรู้สึกเจ็บปวดรุนแรงถาโถมเข้าใส่ร่างกายของอาร์คทันที แม้สกิลจะช่วยปรับแต่งพลังงาน แต่การดูดซับพลังงานระดับเทพสงครามโดยตรงก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามผิวหนัง ราวกับกำลังจะระเบิดออกมา แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังงานมหาศาลที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกาย แปรเปลี่ยนเป็นพลังงานของเขาเองอย่างช้าๆ
“ทนไว้! พลังงานนี้จะเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ร่างกายของท่าน!” ระบบแจ้งเตือน
อาร์คกัดฟันแน่น เขาทนต่อความเจ็บปวดและพยายามควบคุมพลังงานที่ไหลบ่าเข้ามาในตัว เมื่อลำแสงสิ้นสุดลง ร่างกายของอาร์คก็เต็มไปด้วยพลังงานที่พลุ่งพล่าน เขารู้สึกแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“นี่คือพลังของการปรับแต่งธาตุงั้นหรือ…” อาร์คพึมพำ ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น
เขาพุ่งเข้าหาอสูรหินอัคคีสุญญะอีกครั้ง ดาบเทพสงครามในมือของเขาเรืองแสงด้วยพลังงานที่รุนแรงกว่าเดิม เขากระโดดสูงขึ้นไปในอากาศ ฟาดฟันดาบลงมาด้วยพลังทั้งหมดที่มี
“เทพสงครามพิโรธ! พันธนาการเพลิงสุญญะ!”
ดาบเทพสงครามฟาดฟันลงไปที่กลางอกของอสูรหินอัคคีสุญญะอย่างจัง คมดาบที่อาบไปด้วยเปลวเพลิงสีทองแดงและพลังงานสุญญะที่อาร์คเพิ่งดูดซับมา ได้เจาะทะลวงเกล็ดที่แข็งแกร่งของมันเข้าไปอย่างง่ายดาย
อสูรหินอัคคีสุญญะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส พลังงานที่ถูกดูดซับและปรับแต่งมานั้นดูเหมือนจะเป็นพิษร้ายสำหรับมัน เปลวเพลิงสีทองแดงลุกไหม้จากภายใน พร้อมกับพลังงานสุญญะที่บิดเบี้ยวและกัดกร่อนผลึกสีดำกลางอกของมัน
ผลึกนั้นเริ่มแตกร้าว แสงสีม่วงที่เคยเรืองรองเริ่มหรี่ลง ก่อนจะดับวูบไปในที่สุด
อสูรหินอัคคีสุญญะทรุดตัวลงกับพื้น ร่างกายของมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ก่อนที่เปลวเพลิงสีทองแดงจะลุกท่วมร่างของมัน กลืนกินมันไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงเถ้าถ่านสีดำและผลึกพลังงานสีม่วงขนาดใหญ่ที่ยังคงเรืองแสงจางๆ
“ท่านได้รับประสบการณ์ 10,000,000 แต้ม!” “ท่านได้รับ ‘แก่นผลึกสุญญะบริสุทธิ์’ ระดับเทพสงคราม!” “ท่านได้รับ ‘เกล็ดอสูรสุญญะ’ ระดับเทพสงคราม!” “ท่านได้รับ ‘วิญญาณแห่งอสูรหินอัคคีสุญญะ’ ระดับเทพสงคราม!”
ข้อความแจ้งเตือนของระบบไหลทะลักเข้ามา อาร์คหอบหายใจอย่างแรง เขาเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ครั้งนี้อย่างมาก แต่ความรู้สึกพึงพอใจก็ถาโถมเข้ามาแทนที่
“แค่ตัวแรกก็ให้ของดีขนาดนี้เลยรึ…” อาร์คพึมพำกับตัวเอง เขาก้มลงเก็บไอเทมที่ดรอปออกมาอย่างรวดเร็ว
“ภารกิจสกัดกั้นผู้บุกเบิกแห่งความว่างเปล่าสำเร็จ! ท่านได้สกัดกั้นหนึ่งในหน่วยบุกเบิกแนวหน้าของกองทัพสุญญะ! แต่มิใช่ทั้งหมด!” เสียงของระบบดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้รอยยิ้มของอาร์คจางหายไป
“มิใช่ทั้งหมด? หมายความว่ายังไง?” อาร์คถาม ดวงตาจับจ้องไปยังประตูมิติสีดำสนิทที่ยังคงเปิดกว้างอยู่เหนือเหมืองหินอัคคี
“แจ้งเตือน! ตรวจพบคลื่นพลังงานขนาดใหญ่กว่าเดิมหลายเท่ากำลังเคลื่อนที่ออกมาจากรอยแยกมิติหลัก! เป้าหมาย: ประตูมิติแห่งนี้! ระดับภัยคุกคาม: มหาศาล! ระดับสิ่งมีชีวิตที่กำลังจะปรากฏตัว: เทพสงครามขั้นสูง!”
อาร์คเบิกตากว้าง ความเหนื่อยล้าที่เคยมีหายไปในพริบตา เขารู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นอีกครั้ง มันรุนแรงกว่าอสูรที่เขาเพิ่งจัดการไปหลายเท่าตัว ราวกับว่าสิ่งที่กำลังจะมาถึงนั้นคือหายนะที่แท้จริง
จากประตูมิติที่ยังคงเปิดอ้าอยู่ เงาร่างขนาดมหึมาที่ใหญ่โตกว่าอสูรหินอัคคีสุญญะหลายเท่าตัว เริ่มปรากฏให้เห็น มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่สูงเสียดฟ้า ร่างกายของมันถูกปกคลุมไปด้วยชุดเกราะสีดำทมิฬที่ประดับประดาด้วยผลึกสุญญะจำนวนมาก และที่มือของมัน ถือดาบยักษ์ที่ทำจากความว่างเปล่าบริสุทธิ์ ดาบเล่มนั้นเปล่งแสงสีม่วงดำอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
“นี่มัน… หัวหน้ากองกำลังงั้นหรือ!” อาร์คแทบจะยืนไม่ไหว ขาทั้งสองข้างของเขาสั่นระริก แม้จะเพิ่งได้สัมผัสกับพลังที่เพิ่มขึ้น แต่เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่อยู่ตรงหน้า เขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงมดปลวกตัวเล็กๆ
“แจ้งเตือน! ‘แม่ทัพแห่งความว่างเปล่า’ กำลังจะปรากฏตัว! ระดับพลังงาน: เทพสงครามขั้นสูง! ความสามารถ: ควบคุมสุญญะบริสุทธิ์และสร้างรอยแยกมิติขนาดเล็กได้! ท่านต้องหนี… หรือสู้!”
คำพูดสุดท้ายของระบบก้องอยู่ในหูของอาร์ค หนี… หรือสู้? ร่างกายของเขารู้สึกเหมือนถูกตรึงอยู่กับที่ด้วยแรงกดดันมหาศาลจากสิ่งมีชีวิตที่กำลังจะก้าวออกมาจากประตูมิติ อาร์คจ้องมองไปยังเงาร่างนั้นด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความกลัว ความท้าทาย และความโกรธ
“ไม่… ฉันจะไม่หนี!” อาร์คประกาศกร้าว เขากำดาบเทพสงครามแน่น ถึงแม้จะรู้ว่านี่อาจเป็นการตัดสินใจที่บ้าระห่ำที่สุดในชีวิต แต่เขาก็ไม่สามารถทนมองดูโลกใบนี้ถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตาได้อีกแล้ว!
เงาร่างมหึมานั้นค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากประตูมิติอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ออร่าแห่งความมืดมิดและพลังงานสุญญะแผ่กระจายออกไปปกคลุมทั่วทั้งบริเวณ ราวกับว่านรกได้ถูกเปิดออกสู่โลกใบนี้แล้ว
อาร์คเงยหน้าขึ้นมองมัน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าศัตรูจะแข็งแกร่งแค่ไหน เขาจะสู้จนถึงที่สุด!

เทพสงครามระบบพิชิตโลก
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก