โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
363 ตอน · 1,529 คำ
ท้องฟ้ายามรุ่งอรุณของดาวเคราะห์ซินเทียสทอประกายสีแดงเข้มดุจโลหิตที่เพิ่งหลั่งไหล สะท้อนเป็นเงาวับบนผิวเกราะโลหะอันแข็งแกร่งของกองทัพไร้สิ้นสุดที่จัดแถวเป็นระเบียบภายใต้การบัญชาการอันเฉียบขาดของอาร์ค เสียงฝีเท้านับหมื่นก้องกังวานไปทั่วผืนดินที่สั่นสะเทือนเบาๆ ราวกับกำลังรอคอยการปะทุของมหาสงคราม ทว่าในใจกลางของสมรภูมิที่กำลังจะอุบัติขึ้น สายตาคมกริบของเทพสงครามผู้ยิ่งใหญ่กลับมิได้จดจ่ออยู่กับกองทัพอันเกรียงไกรของตนเอง หากแต่จับจ้องไปยังสิ่งที่อยู่เหนือสามัญสำนึก เหนือความเข้าใจของสิ่งมีชีวิตทั่วไป
เบื้องหน้าของอาร์ค กลุ่มเงาร่างทมิฬลอยละล่องเหนือพื้นดินเล็กน้อย ร่างกายของพวกมันมิได้ประกอบจากเนื้อหนังมังสาหรือโลหะที่คุ้นเคย หากแต่เป็นดุจกลุ่มควันสุญญะที่รวมตัวกันเป็นรูปทรงคล้ายมนุษย์ มีแผ่นเกราะบางเบาที่ดูเหมือนจะก่อตัวจากความว่างเปล่าประดับอยู่ตามข้อต่อ ดวงตาเรืองแสงสีม่วงเข้มดุจดวงดาวที่ถูกกลืนกินโดยหลุมดำ ลึกล้ำและน่าพรั่นพรึง นี่คือหน่วยรบพิเศษ 'วอยด์เบรกเกอร์' — หน่วยรบแรกที่ถือกำเนิดจากการสังเคราะห์ธาตุสุญญะระดับพื้นฐาน อาวุธใหม่ล่าสุดที่อาร์คภาคภูมิใจ
"ระบบ, รายงานความพร้อมของหน่วยวอยด์เบรกเกอร์" เสียงของอาร์คเยือกเย็น ทว่าแฝงด้วยความตื่นเต้นที่ยากจะปกปิด ความรู้สึกที่เหมือนกับการได้ครอบครองของเล่นชิ้นใหม่ที่ทรงอานุภาพที่สุดในจักรวาล
[หน่วยรบวอยด์เบรกเกอร์ จำนวน 100 หน่วย พร้อมปฏิบัติการ 100% พลังงานสุญญะเสถียรในระดับปฏิบัติการพื้นฐาน] เสียงตอบรับของระบบดังก้องในโสตประสาทของอาร์ค เป็นเสียงสังเคราะห์ที่ไร้อารมณ์ แต่สำหรับอาร์ค มันคือเสียงดนตรีแห่งชัยชนะ
"ดี" อาร์คพยักหน้าเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่อ่านยากยิ่งนัก เขากวาดสายตาไปยังแผนที่โฮโลแกรมสามมิติที่ลอยอยู่ตรงหน้า แผนที่นั้นฉายภาพภูมิประเทศของดาวเคราะห์ซินเทียส และจุดสีแดงขนาดใหญ่ที่กระพริบอยู่คือเป้าหมายของภารกิจทดสอบนี้ 'ป้อมปราการหินแกรนิต' ป้อมปราการที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งมหาศาล กำแพงหินแกรนิตหนาหลายสิบเมตร เสริมด้วยเกราะเวทมนตร์และปืนใหญ่พลังงานจำนวนมาก ถูกสร้างขึ้นเพื่อต้านทานการโจมตีจากกองทัพขนาดใหญ่โดยเฉพาะ การพิชิตป้อมปราการแห่งนี้เคยเป็นเรื่องที่ต้องทุ่มกำลังพลมหาศาลและเวลาหลายสัปดาห์ แต่สำหรับวันนี้ อาร์คมีไพ่ตายใบใหม่ที่พร้อมจะเปลี่ยนโฉมหน้าของสงคราม
อาร์ครู้ดีว่าการทดสอบวอยด์เบรกเกอร์ในสมรภูมิจริงเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่เพียงเพื่อประเมินประสิทธิภาพของหน่วยรบ แต่เพื่อรวบรวมข้อมูลอันล้ำค่าสำหรับการพัฒนาธาตุสุญญะระดับสูงและมิติรอยแยกเสถียร "นี่คือจุดเริ่มต้นของยุคสมัยใหม่" เขารำพึงกับตัวเอง แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ยุคที่การรุกรานจะไม่ถูกจำกัดด้วยมิติและสสาร"
เบื้องหลังป้อมปราการหินแกรนิต ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร มีพลังงานเวทมนตร์จำนวนมากรวมตัวกัน เป็นจุดรวมตัวของกองทัพพันธมิตรที่ยังคงยึดมั่นในโลกใบนี้ พวกมันเป็นเพียงหินที่ต้องถูกบดขยี้ เพื่อปูทางให้อาร์คก้าวไปสู่การเป็นเทพสงครามที่แท้จริง ผู้ปกครองทุกมิติ
"ผู้บัญชาการอาร์ค คำสั่งสำหรับหน่วยวอยด์เบรกเกอร์คือ?" นายพลแกรนิต ผู้บัญชาการกองทัพหุ่นรบปรากฏขึ้นข้างกายอาร์ค ร่างกายกำยำของเขาสวมเกราะเหล็กกล้าสีดำสนิท สะท้อนแสงแดดเป็นประกาย แกรนิตเป็นหนึ่งในผู้ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาของอาร์คมาตลอด และเขารู้สึกได้ถึงพลังงานประหลาดที่แผ่ออกมาจากหน่วยรบใหม่เหล่านี้ พลังงานที่ทำให้ขนลุกซู่
"แกรนิต นำหน่วยรบหลักเข้าตรึงกำลังรอบป้อมปราการ ยิงระดมเพื่อดึงความสนใจของศัตรู แต่อย่าเพิ่งโจมตีเต็มรูปแบบ ปล่อยให้วอยด์เบรกเกอร์เป็นผู้เปิดฉากจริง" อาร์คออกคำสั่ง ดวงตาจับจ้องไปยังกลุ่มเงาทมิฬเบื้องหน้า "วอยด์เบรกเกอร์... เป้าหมาย ป้อมปราการหินแกรนิต ทะลวงกำแพงภายนอก ทำลายปืนใหญ่และเครื่องยิงเกราะเวทมนตร์ เปิดทางให้กองทัพหลัก"
กลุ่มวอยด์เบรกเกอร์ไม่มีการตอบสนองเป็นคำพูดใดๆ มีเพียงแสงสีม่วงจากดวงตาของพวกมันที่สว่างวาบขึ้นพร้อมกันราวกับได้รับสัญญาณ ก่อนที่เงาร่างทั้งร้อยจะพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วที่ไม่อาจมองตามได้ทันท่วงที ทิ้งไว้เพียงริ้วแสงสีม่วงจางๆ ในอากาศ พวกมันไม่ใช่แค่เร็ว แต่ดูเหมือนจะบิดเบือนมิติรอบตัวขณะเคลื่อนที่ ราวกับกำลังลื่นไหลไปตามรอยแยกที่มองไม่เห็น รอยแยกที่ไม่มีอยู่จริงในสายตาของมนุษย์ทั่วไป
ภายในป้อมปราการหินแกรนิต นายพลมาลคัสแห่งกองทัพพันธมิตรยืนกรานอยู่บนเชิงเทิน สั่งการกองทหารด้วยความมั่นใจ "พวกมันมาแล้ว! เตรียมปืนใหญ่! เปิดเกราะเวทมนตร์เต็มพิกัด! อย่าให้พวกมันเข้าใกล้แม้แต่เมตรเดียว!" เขาเห็นกองทัพของอาร์คที่มาพร้อมกับหุ่นรบขนาดมหึมานับหมื่น แต่เขามั่นใจในป้อมปราการแห่งนี้ มันเคยต้านทานการโจมตีที่รุนแรงกว่านี้มาแล้วหลายครั้งหลายครา ป้อมปราการแห่งนี้คือสัญลักษณ์ของความหวังสุดท้ายของพันธมิตร
ทันใดนั้นเอง จุดสีม่วงเล็กๆ นับร้อยก็ปรากฏขึ้นเหนือป้อมปราการ และขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ปืนใหญ่พลังงานจำนวนมากถูกยิงขึ้นไปบนฟ้า กระสุนพลังงานพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง ทว่าเมื่อมันพุ่งเข้าใกล้ร่างของวอยด์เบรกเกอร์ กระสุนเหล่านั้นกลับพุ่งทะลุผ่านไปอย่างง่ายดายราวกับพวกมันเป็นเพียงภาพมายาที่ไม่มีตัวตน ไม่มีการระเบิด ไม่มีการปะทะ มีเพียงความว่างเปล่าที่ดูดกลืนทุกสิ่ง
"อะไรกัน!" นายพลมาลคัสเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าซีดเผือดราวกับเห็นผี "ยิงต่อไป! ใช้กระสุนระเบิดพื้นที่!" เขากรีดร้องสั่งการด้วยความหวังอันริบหรี่
แต่ก็สายเกินไป วอยด์เบรกเกอร์พุ่งเข้าปะทะกำแพงหินแกรนิตด้วยความเร็วเหนือเสียง ทว่าแทนที่จะชนกระแทกจนเกิดแรงระเบิด ร่างของพวกมันกลับค่อยๆ ซึมผ่านกำแพงที่เคยแข็งแกร่งดุจภูผา ราวกับกำแพงนั้นเป็นเพียงน้ำค้างแข็งที่กำลังระเหยหายไปในอากาศ ไม่มีเสียง ไม่มีแรงสั่นสะเทือน มีเพียงภาพที่น่าเหลือเชื่อที่ปรากฏต่อสายตาของทุกคน
"ไม่จริงน่า!" ทหารคนหนึ่งอุทานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขาทิ้งปืนในมือลงพื้นด้วยความหวาดกลัว
เมื่อวอยด์เบรกเกอร์ทั้งหมดแทรกตัวผ่านกำแพงเข้าไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือหายนะสำหรับผู้ปกป้องป้อมปราการ ร่างของวอยด์เบรกเกอร์เริ่มเรืองแสงสีม่วงเข้มขึ้น แขนของพวกมันเหยียดออก ก่อให้เกิดคลื่นพลังงานสุญญะที่ไม่ปรากฏรูปทรง คลื่นนั้นพุ่งเข้าปะทะปืนใหญ่พลังงานที่ติดตั้งอยู่บนกำแพง ไม่มีการระเบิดตูมตาม ไม่มีเปลวไฟ แต่เป็นภาพที่น่าขนลุกยิ่งกว่า ปืนใหญ่เหล็กกล้าขนาดมหึมาเริ่มยุบตัวลง ราวกับถูกแรงบีบอัดจากทุกทิศทาง ก่อนจะสลายกลายเป็นเพียงฝุ่นผงละเอียดลอยหายไปในอากาศ ราวกับไม่เคยมีอยู่จริง
คลื่นสุญญะลูกแล้วลูกเล่าพุ่งเข้าโจมตีจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ บนกำแพง เกราะเวทมนตร์ที่เคยส่องประกายคุ้มครองป้อมปราการเริ่มกะพริบถี่ขึ้น ก่อนจะดับวูบลงในที่สุด ราวกับพลังงานทั้งหมดถูกดูดกลืนหายไปสู่ความว่างเปล่า กำแพงหินแกรนิตที่เคยเป็นปราการสุดท้าย เริ่มปรากฏรอยร้าวขนาดใหญ่ ก่อนที่ส่วนหนึ่งของกำแพงจะพังทลายลงมาเป็นแถบๆ ไม่ใช่เพราะแรงระเบิด แต่เพราะสสารของมันถูกทำให้ไม่เสถียรและสลายตัวไปเอง
"นี่มันปีศาจอะไรกัน!" นายพลมาลคัสกรีดร้องด้วยความสิ้นหวัง เขามองดูป้อมปราการที่กำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตาด้วยความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าว เขาไม่เคยเห็นการโจมตีเช่นนี้มาก่อนในชีวิต
ภายในป้อมปราการ วอยด์เบรกเกอร์เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและไร้เสียง พวกมันพุ่งเข้าโจมตีหน่วยทหารที่พยายามจัดแนวป้องกัน การโจมตีของพวกมันไม่เหมือนการฟาดฟันหรือยิงพลังงาน แต่เป็นการ "สัมผัส" เพียงปลายนิ้วที่แตะต้องบนเกราะของทหาร เกราะเหล็กกล้าที่เคยแข็งแกร่งก็เริ่มสลายเป็นเถ้าธุลี ร่างของทหารที่อยู่ภายใต้เกราะนั้นก็พลันเหี่ยวแห้งลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกลายเป็นเพียงฝุ่นผงละเอียดที่ปลิวหายไปกับสายลม ราวกับชีวิตของพวกเขาไม่เคยมีอยู่จริง
ความตื่นตระหนกแผ่ซ่านไปทั่วป้อมปราการ ทหารหลายคนทิ้งอาวุธและวิ่งหนีไปอย่างไร้ทิศทาง เพราะพวกเขาไม่มีทางป้องกันการโจมตีที่ลบทุกสิ่งให้หายไปจากมิติได้เลย พวกเขาเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าที่ไม่อาจต่อต้านได้
อาร์คเฝ้ามองภาพทั้งหมดบนจอมอนิเตอร์ในห้องบัญชาการหลักของยานธงด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่งยวด "พลังทำลายล้างที่เหนือจินตนาการ" เขารำพึง ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังตัวเลขและข้อมูลที่พุ่งขึ้นมาบนหน้าจอ ระบบประเมินประสิทธิภาพของวอยด์เบรกเกอร์ในระดับที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก พวกมันทำงานได้ราบรื่น มีเสถียรภาพ และใช้พลังงานสุญญะได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างเหลือเชื่อ
[การประเมินประสิทธิภาพหน่วยรบวอยด์เบรกเกอร์: A+ ในด้านการทะลวงแนวป้องกัน, A+ ในด้านการทำลายเป้าหมายเฉพาะ, A ในด้านความเร็วและซับซ้อนในการเคลื่อนที่. อัตราการสูญเสีย: 0%] ระบบรายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่สำหรับอาร์ค มันคือเสียงแห่งชัยชนะอันยิ่งใหญ่
"ยอดเยี่ยม" อาร์คยิ้มกว้าง ในที่สุดเขาก็มีอาวุธที่สามารถบิดเบือนความเป็นจริงได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส การพิชิตป้อมปราการหินแกรนิตที่เคยแข็งแกร่งกลับกลายเป็นการทดสอบที่ใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีด้วยซ้ำ
เมื่อกำแพงด้านหน้าส่วนใหญ่ถูกทำลายลง และการป้องกันภายในอ่อนแอลงอย่างไม่อาจฟื้นฟูได้ อาร์คก็ออกคำสั่งขั้นสุดท้าย "แกรนิต ส่งกองทัพหลักเข้ายึดพื้นที่ ระวังอย่าให้ศัตรูหนีรอดไปได้ และเก็บกวาดให้เรียบร้อย"
กองทัพหุ่นรบของอาร์คบุกเข้าสู่ป้อมปราการที่กำลังพังทลายอย่างรวดเร็ว ทหารของพันธมิตรที่ยังหลงเหลืออยู่ถูกกวาดล้างอย่างง่ายดาย ไม่นานหลังจากนั้น ธงสีดำรูปสามเหลี่ยมเรืองแสงสีแดงเพลิงของอาร์คก็ถูกปักขึ้นบนซากปรักหักพังของป้อมปราการหินแกรนิต เป็นสัญลักษณ์ของการพิชิตที่สมบูรณ์แบบ ไร้ข้อกังขา
หลังจากภารกิจเสร็จสิ้น อาร์คตรงไปยังห้องวิจัยหลักภายในยานธง ที่ซึ่งเหล่านักวิทยาศาสตร์และวิศวกรของเขากำลังทำงานอย่างขะมักเขม้นภายใต้การดูแลของระบบ AI ระดับสูง แสงไฟสีขาวสว่างจ้าสะท้อนบนพื้นผิวของอุปกรณ์ไฮเทคมากมาย กลิ่นอายของความก้าวหน้าทางวิทยาการอบอวลไปทั่วห้อง
"รายงานความคืบหน้าของโครงการสังเคราะห์ธาตุสุญญะระดับสูง" อาร์คกล่าวทันทีที่เข้ามาในห้อง เสียงของเขาเต็มไปด้วยอำนาจและคาดหวัง
นักวิทยาศาสตร์หัวหน้าโครงการ กานต์ อดีตนักฟิสิกส์มิติจากโลกที่ล่มสลาย รีบเดินเข้ามาหาอาร์คด้วยแววตาตื่นเต้น ใบหน้าของเขาเปื้อนรอยยิ้มแห่งความสำเร็จ "ท่านผู้บัญชาการ เรามีการค้นพบที่สำคัญครับ! หลังจากวิเคราะห์ข้อมูลจากหน่วยวอยด์เบรกเกอร์และปรับปรุงตัวเร่งปฏิกิริยา เราสามารถสังเคราะห์ธาตุสุญญะที่มีเสถียรภาพมากขึ้นได้ในปริมาณเล็กน้อย และมีความหนาแน่นของพลังงานสูงกว่าธาตุสุญญะพื้นฐานถึง 10 เท่า!"
กานต์ชี้ไปยังแท่นทดลองที่มีผลึกสีม่วงเข้มขนาดเล็ก ลอยวนอยู่ภายในสนามพลังงานโปร่งใส ผลึกนั้นเรืองแสงจางๆ และดูดกลืนแสงรอบข้างเล็กน้อย ราวกับเป็นหลุมดำจิ๋วที่รอคอยการกลืนกินทุกสิ่ง "นี่คือตัวอย่างแรกครับท่าน ธาตุสุญญะระดับกลาง เราเรียกมันว่า 'วอยด์คริสตัล' ครับ"
อาร์คก้าวเข้าไปใกล้ แตะปลายนิ้วลงบนสนามพลังงานเย็นยะเยือกที่ห่อหุ้มวอยด์คริสตัลเอาไว้ เขารู้สึกได้ถึงพลังงานที่แปลกประหลาด มันไม่ใช่ความร้อน ไม่ใช่ความเย็น แต่เป็นความว่างเปล่าที่สามารถบิดเบือนทุกสิ่งได้ ความรู้สึกที่ทำให้เขารู้สึกถึงพลังอำนาจที่แท้จริง
[วอยด์คริสตัล (ธาตุสุญญะระดับกลาง) ตรวจพบ. สามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานและวัสดุสำหรับหน่วยรบวอยด์เบรกเกอร์และเทคโนโลยีสุญญะขั้นสูงได้. เพิ่มประสิทธิภาพ 500% เมื่อเทียบกับธาตุสุญญะพื้นฐาน] ระบบแจ้งเตือนด้วยข้อมูลที่ยืนยันความยิ่งใหญ่ของการค้นพบนี้
"ยอดเยี่ยม กานต์ นี่คือก้าวสำคัญ" อาร์คกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เผยให้เห็นถึงความพึงพอใจอย่างแท้จริง "ถ้าเราสามารถผลิตวอยด์คริสตัลนี้ได้ในปริมาณมาก เราก็จะสามารถสร้างหน่วยวอยด์เบรกเกอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้อีกหลายเท่า รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีมิติรอยแยกให้มีความเสถียรมากขึ้นด้วย"
"เรากำลังทดลองเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตครับท่าน หากสำเร็จ เราจะสามารถเข้าสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรมได้ในอีกไม่ช้า" กานต์รายงานด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น เต็มไปด้วยความหวัง
อาร์คพยักหน้า เขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงในอำนาจของเขา ด้วยวอยด์เบรกเกอร์ที่แสดงพลังอันน่าสะพรึงกลัว และการสังเคราะห์ธาตุสุญญะระดับสูงที่เริ่มเห็นผล โครงการ 'ยุทธศาสตร์พิชิตสุญญะ' กำลังคืบหน้าไปอย่างรวดเร็วเกินคาด แผนการของเขาใกล้จะเป็นจริงยิ่งขึ้นทุกที
"เตรียมการสำหรับการอัปเกรดหน่วยวอยด์เบรกเกอร์ทั้งหมด และเตรียมพร้อมสำหรับการสร้างหน่วยรบระดับสูงขึ้นมาอีก" อาร์คออกคำสั่งเสียงก้องกังวานไปทั่วห้องวิจัย "โลกใบนี้ยังไม่รู้จักพลังที่แท้จริงของความว่างเปล่า แต่ในไม่ช้า... พวกมันจะได้เรียนรู้"
ในห้องวิจัยนั้น แสงสีม่วงจากวอยด์คริสตัลส่องประกายเรืองรอง สัญญาณถึงยุคสมัยใหม่ที่กำลังจะมาถึง ยุคที่เทพสงครามผู้ยิ่งใหญ่จะใช้ความว่างเปล่าเป็นอาวุธ เพื่อพิชิตทุกสรรพสิ่ง และสถาปนาอำนาจเหนือทุกมิติที่เคยมีมา เป็นยุคที่ไม่มีสิ่งใดจะสามารถต้านทานพลังของเขาได้อีกต่อไป

เทพสงครามระบบพิชิตโลก
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก