เทพสงครามระบบพิชิตโลก

ตอนที่ 111 — ธาตุสุญญะสะท้านโลก

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

363 ตอน · 1,830 คำ

ในใจกลางของนครป้อมปราการแห่งความก้าวหน้า ห้องทดลองลับสุดยอดที่ถูกผนึกด้วยชั้นโลหะผสมวาร์ปอันหนาทึบ สัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานไม่ได้สว่างวาบ แต่เป็นความเงียบสงัดที่กดดันยิ่งกว่าสิ่งใด ความเงียบที่หนักอึ้งจนแทบจะบดขยี้โสตประสาทของผู้ที่อยู่ในห้อง อาร์คยืนอยู่เบื้องหน้าแผงควบคุมหลัก ร่างสูงสง่าในชุดเครื่องแบบสีเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต แผ่รัศมีแห่งอำนาจและบารมี ‌สายตาคมกริบของเขาจับจ้องไปที่หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยกราฟคลื่นพลังงานสีสันซับซ้อนและค่าตัวเลขที่วิ่งพล่านอย่างไม่หยุดนิ่ง แสดงถึงการทำงานอันดุเดือดของเครื่องจักรกลเบื้องหลัง ดร.เอลาร่า นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาพลังงานและธาตุแปลกปลอม ผู้มีผมสีเงินยวงถูกรวบเป็นหางม้าอย่างเรียบร้อยราวกับงานศิลปะ สวมแว่นตากันแสงสีชาเข้มที่สะท้อนแสงไฟจากหน้าจอ กำลังสาละวนอยู่กับแผงควบคุมอีกฝั่งหนึ่ง ​นิ้วเรียวยาวของเธอกดปุ่มและปรับค่าต่างๆ อย่างคล่องแคล่วและแม่นยำ ใบหน้าของเธอเคร่งเครียด แต่แววตาฉายชัดถึงความมุ่งมั่นและสมาธิอันแรงกล้า

“สถานะ?” อาร์คเอ่ยถาม เสียงของเขาหนักแน่นทว่าแฝงด้วยความคาดหวังที่ยากจะปกปิด สายตาของเขาไม่ได้ละไปจากหน้าจอแม้แต่วินาทีเดียว

ดร.เอลาร่าไม่ละสายตาจากหน้าจอเช่นกัน เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เจือด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย ‍“กำลังเข้าสู่ขั้นสุดท้ายค่ะ ท่านลอร์ดอาร์ค พลังงานเวทมนตร์จากแกนโลกถูกป้อนเข้ามาในเครื่องปฏิกรณ์หลักอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับคลื่นมิติจากผลึกวอยด์เบรกเกอร์ที่เราได้มา... อัตราการสังเคราะห์กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดค่ะ”

เสียงหึ่งๆ ต่ำๆ จากเครื่องปฏิกรณ์ขนาดมหึมาที่อยู่ตรงกลางห้องค่อยๆ ดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ ‌จากเสียงกระซิบแผ่วเบา กลายเป็นเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนพื้นห้อง ทั่วทั้งห้องเริ่มมีประกายไฟฟ้าสีม่วงครามขนาดเล็กแลบแปลบปลาบไปตามผนังโลหะขัดเงาวาววับ ราวกับเส้นเลือดที่กำลังสูบฉีดพลังงานมหาศาล ความร้อนระอุที่เล็ดลอดออกมาจากเครื่องปฏิกรณ์ทำให้เหงื่อซึมตามแผ่นหลังของผู้เฝ้ารอคอยทุกคน แม้แต่เสื้อผ้าที่ทำจากวัสดุพิเศษก็ไม่อาจต้านทานได้ แต่ไม่มีใครกล้าขยับตัวแม้แต่น้อย ทุกคนต่างยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ‍สายตาจับจ้องไปยังเครื่องปฏิกรณ์ด้วยความหวังและความกังวลที่ผสมปนเปกัน

“รักษาระดับพลังงานให้คงที่ ดร.เอลาร่า” อาร์คสั่งเสียงเรียบ แม้ในใจของเขาจะเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นที่ยากจะควบคุม เขารับรู้ถึงพลังงานที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในเครื่องปฏิกรณ์ พลังงานที่อาจเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้

“พยายามอยู่ค่ะท่าน! อุณหภูมิภายในแกนกำลังสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ... แต่โครงสร้างยังคงเสถียรค่ะ ​เรากำลังควบคุมมันอย่างเต็มที่” ดร.เอลาร่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เริ่มตึงเครียดมากขึ้น เธอปรับปุ่มควบคุมอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

จอมอนิเตอร์หลักแสดงภาพจำลองภายในเครื่องปฏิกรณ์ กลุ่มก้อนพลังงานสีดำทมิฬคล้ายพายุหมุนขนาดเล็กกำลังก่อตัวขึ้นช้าๆ ท่ามกลางกระแสพลังงานเวทมนตร์สีรุ้งที่ปั่นป่วนและพันเกี่ยวกัน เสียงคำรามต่ำๆ ราวกับลมหายใจของมิติที่ว่างเปล่าดังก้องขึ้นจากภายในเครื่อง กระจกนิรภัยชั้นหนาที่กั้นเครื่องปฏิกรณ์ไว้เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงครืดคราดน่าหวาดหวั่น

“มาแล้ว!” ​ดร.เอลาร่าอุทาน ใบหน้าของเธอบ่งบอกถึงความตื่นเต้นและกังวลในเวลาเดียวกัน ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองไปยังหน้าจอ “ตรวจพบการก่อตัวของอนุภาค... อนุภาคสุญญะ! แต่ยังไม่สมบูรณ์ค่ะ!”

พลันนั้นเอง เสียงระเบิดตูมสนั่นที่ไม่ได้สร้างความเสียหาย แต่เป็นเสียงของการปะทุพลังงานบริสุทธิ์ก็ดังขึ้นจากแกนปฏิกรณ์ ​แสงสีดำทมิฬพุ่งทะลุขึ้นสู่ด้านบนของเครื่องจักร ก่อตัวเป็นลำแสงสีม่วงครามเข้มที่สว่างจ้าจนแสบตา ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว เหลือไว้เพียงความเงียบงันอีกครั้ง ความเงียบที่มาพร้อมกับกลิ่นอายของโอโซนและพลังงานที่แปลกประหลาดอบอวลไปทั่วทั้งห้อง ทุกคนต่างกลั้นหายใจรอคอยผลลัพธ์

อาร์คก้าวเข้าไปใกล้เครื่องปฏิกรณ์อย่างช้าๆ ภายในช่องเก็บตัวอย่างขนาดใหญ่ที่เปิดออกอัตโนมัติ มีเพียงสิ่งเล็กๆ ที่ลอยวนอยู่ — กลุ่มก้อนของอนุภาคเรืองแสงสีดำอมม่วงขนาดจิ๋ว นับแสนนับล้านอนุภาค มันไม่ใช่ของแข็ง ไม่ใช่ของเหลว แต่คล้ายกับฝุ่นผงที่ประกอบขึ้นจากความว่างเปล่าที่จับต้องได้ มันส่องประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวในยามรัตติกาลลึกสุดหยั่งถึง งดงามและน่าเกรงขามในคราวเดียวกัน

“นี่คือ... ธาตุสุญญะ” อาร์คเอ่ยเบาๆ เสียงของเขาแผ่วพร่าราวกับกระซิบ มือของเขาเอื้อมไปสัมผัสกระจกนิรภัยที่กั้นอยู่ เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบไร้ตัวตนที่แผ่ออกมาจากอนุภาคเหล่านั้น ราวกับสัมผัสกับความว่างเปล่าที่แท้จริง

“ใช่ค่ะท่านลอร์ดอาร์ค” ดร.เอลาร่าเดินเข้ามาใกล้ ใบหน้าของเธอยังคงแสดงออกถึงความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก แต่แววตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและชัยชนะ “มันคือธาตุสุญญะที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นสำเร็จบางส่วนในระดับอนุภาค แต่เรายังไม่สามารถรวมมันให้เป็นก้อนที่เสถียรและมีขนาดใหญ่พอได้ค่ะ มันยังคงอยู่ในสถานะที่เรียกว่า 'พลาสมาสุญญะ' ซึ่งมีความผันผวนสูงมาก”

“ผันผวน... หมายความว่าอย่างไร” อาร์คถาม สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่กลุ่มอนุภาคเรืองแสงนั้น

“มันสามารถทำปฏิกิริยากับสสารและพลังงานเกือบทุกรูปแบบอย่างรุนแรงและคาดเดาไม่ได้ค่ะ หากไม่ได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม มันอาจจะสลายสสารรอบข้างให้กลายเป็นความว่างเปล่า หรือเกิดการระเบิดพลังงานที่ไม่ทราบขอบเขตได้เลยค่ะ” ดร.เอลาร่าอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง

อาร์คพยักหน้าช้าๆ เขารู้ดีถึงอันตรายของธาตุนี้ แต่ก็เข้าใจถึงศักยภาพมหาศาลของมันเช่นกัน พลังอำนาจที่จะพลิกโฉมหน้าของสงครามและจักรวาล “ยอดเยี่ยม ดร.เอลาร่า นี่คือความก้าวหน้าครั้งสำคัญ จงดำเนินการวิจัยต่อไปเพื่อความเสถียรและวิธีที่จะควบคุมมัน”

“รับทราบค่ะท่าน!” ดร.เอลาร่าตอบด้วยความกระตือรือร้นและรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเป็นครั้งแรก

ผ่านไปอีกสองสัปดาห์ ในอีกห้องทดลองหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เป็นห้องขนาดใหญ่ที่ผนังบุด้วยโลหะผสมหนาเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการรั่วไหลของพลังงาน อาร์คยืนอยู่ข้างนายพลเธรอน ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษที่ดูสง่างามในชุดเกราะสีเข้มที่ประดับด้วยตราสัญลักษณ์แห่งอำนาจ ทั้งสองกำลังเฝ้าดูช่างเทคนิคกำลังประกอบชิ้นส่วนสุดท้ายของอาวุธต้นแบบเข้าด้วยกันอย่างระมัดระวัง อาวุธนั้นมีรูปร่างแปลกตา ไม่เหมือนอาวุธใดๆ ที่เคยมีมา

“นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่า 'วอยด์-อินฟิวส์ โบลเตอร์ (Void-Infused Bolter)' ท่านลอร์ดอาร์ค” ดร.เคล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมอาวุธและผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนา กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นและภาคภูมิใจ “มันเป็นปืนกลหนักที่ถูกดัดแปลงให้สามารถใช้พลาสมาสุญญะเป็นกระสุนหลักได้ โดยเราได้สร้างระบบควบคุมสนามพลังงานขนาดเล็กเพื่อบีบอัดและยิงอนุภาคสุญญะออกไปในรูปแบบของลำแสงพลังงาน”

อาร์คหยิบวอยด์-อินฟิวส์ โบลเตอร์ ขึ้นมา มันมีขนาดใหญ่และหนักกว่าปืนกลทั่วไปเล็กน้อย ลำกล้องเป็นสีดำด้านสนิท มีรอยวงแหวนสีม่วงอมดำเรืองแสงจางๆ พาดผ่านเป็นระยะๆ ราวกับมีชีวิต อาร์ครู้สึกถึงพลังงานแปลกประหลาดที่ไหลเวียนอยู่ภายในอาวุธนั้น พลังงานที่ทั้งเยือกเย็นและทรงอำนาจ “ประสิทธิภาพเป็นอย่างไร”

“เราจะทดสอบให้ดูค่ะ” ดร.เคล์ นำทางไปยังลานทดสอบยิงอาวุธ ซึ่งเป็นอุโมงค์เหล็กกล้าที่ถูกเสริมด้วยวัสดุป้องกันหลายชั้นหนาแน่น เป้าหมายที่ถูกตั้งไว้เป็นแผ่นโลหะผสมวาร์ปหนาสองเมตร เสริมด้วยเกราะพลังงานป้องกันอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งแม้แต่กระสุนปืนใหญ่ที่ทรงอานุภาพที่สุดก็ยังทำได้เพียงสร้างรอยบุบเล็กน้อยเท่านั้น

“พร้อมแล้วค่ะท่านลอร์ดอาร์ค” ดร.เคล์กล่าวขึ้น เมื่อช่างเทคนิคประจำตำแหน่งพร้อมที่จะดำเนินการทดสอบ

อาร์คพยักหน้าช้าๆ นายพลเธรอนก้าวขึ้นไปประจำตำแหน่งควบคุมการยิง เขาจับวอยด์-อินฟิวส์ โบลเตอร์ ด้วยสองมืออย่างมั่นคง เล็งปืนไปที่เป้าหมายใหญ่เบื้องหน้า ปรับค่าพลังงานที่หน้าจอแสดงผลขนาดเล็กบนตัวปืน แล้วเหนี่ยวไก

ฟุ่บ!

เสียงที่เกิดขึ้นไม่ใช่เสียงระเบิดหรือเสียงปืนที่คุ้นเคย แต่มันคล้ายกับเสียงของอากาศที่ถูกฉีกขาดอย่างรุนแรง เสียงที่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาท ลำแสงสีดำทมิฬแกมม่วงพุ่งทะลุออกจากลำกล้องด้วยความเร็วเหนือเสียง ชนเข้ากับเป้าหมายอย่างจัง

ไม่มีเสียงปะทะที่รุนแรง ไม่มีเปลวไฟ ไม่มีสะเก็ดระเบิด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้นายพลเธรอนและทุกคนในห้องทดสอบต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง แผ่นโลหะผสมวาร์ปหนาสองเมตรที่เคยต้านทานทุกอย่างได้ สลายหายไปในพริบตา ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยว ราวกับว่ามันไม่เคยมีอยู่มาก่อนในห้วงอวกาศนี้

มีเพียงรูโบ๋กลวงไร้รูปทรงปรากฏอยู่ตรงกลางของเป้าหมาย ขอบของมันยังคงเรืองแสงสีม่วงจางๆ ชั่วครู่ ก่อนจะจางหายไปในความว่างเปล่าที่ไร้ขอบเขต

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทดสอบอีกครั้ง ความเงียบที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและความหวาดหวั่น ก่อนที่นายพลเธรอนจะวางปืนลงอย่างช้าๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่เชื่อสายตา “นี่มัน... มันเหนือกว่าจินตนาการใดๆ ที่ข้าเคยคิดไว้”

อาร์คเดินเข้าไปใกล้รูโบ๋นั้น สัมผัสความว่างเปล่าที่เหลืออยู่ด้วยปลายนิ้ว “มันไม่ได้ทำลาย แต่เป็นการ 'ลบ' ทิ้ง... ใช่หรือไม่ ดร.เคล์”

“ถูกต้องครับท่านลอร์ดอาร์ค! อนุภาคสุญญะเมื่อถูกยิงออกไปด้วยความเร็วสูงและถูกบีบอัดอย่างเหมาะสม จะสามารถทำลายพันธะโมเลกุลของสสาร ทำให้มันสลายตัวไปเป็นพลังงานที่มองไม่เห็นในมิติอื่น หรือที่เราเรียกว่า 'การสลายตัวสู่สุญญะ' (Void Dissolution) ครับ มันไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน ไม่มีรังสีตกค้าง ไม่มีหลักฐานใดๆ เหลืออยู่เลย” ดร.เคล์อธิบายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

“แล้วระยะการยิงและความแม่นยำล่ะ” อาร์คถาม น้ำเสียงของเขาเริ่มมีแววของความพึงพอใจ

“ระยะหวังผลอยู่ที่ประมาณสองกิโลเมตรครับ สำหรับรุ่นต้นแบบนี้ ส่วนความแม่นยำสูงมาก เพราะลำแสงสุญญะไม่ได้รับผลกระทบจากแรงโน้มถ่วงหรือแรงต้านอากาศมากนัก มันจะพุ่งตรงไปยังเป้าหมายราวกับถูกนำทางด้วยจิตวิญญาณ” ดร.เคล์อธิบายเพิ่มเติม

อาร์คพยักหน้าช้าๆ แผนการสงครามอันยิ่งใหญ่เริ่มก่อตัวขึ้นในสมองของเขา ป้อมปราการใดๆ กำแพงใดๆ หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตใดๆ ที่ยืนขวางทาง จะไม่อาจต้านทานพลังทำลายล้างนี้ได้อีกต่อไป

“ยอดเยี่ยม ดร.เคล์” อาร์คกล่าว “จงดำเนินการวิจัยเพื่อลดขนาดและเพิ่มประสิทธิภาพของมัน เราต้องการอาวุธเหล่านี้ในจำนวนมากโดยเร็วที่สุด”

“รับทราบครับท่าน!” ดร.เคล์ตอบรับด้วยความกระตือรือร้น

หลังจากความสำเร็จอันน่าตื่นเต้นของการสังเคราะห์ธาตุสุญญะและอาวุธต้นแบบ อาร์คไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น เขามีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกว่าการเป็นแค่ผู้พิชิตดินแดน เขาต้องการเป็นผู้ควบคุมจักรวาล และนั่นหมายถึงการควบคุมมิติ เวลา และอวกาศ

ในห้องทดลองอีกแห่งหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์แปลกตา จอภาพแสดงผลกราฟิกสามมิติของสนามพลังงานและเส้นทางมิติที่สลับซับซ้อนราวกับแผนที่แห่งจักรวาล อาร์คยืนอยู่กับ ดร.ไลรา ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์เชิงมิติ ผู้มีผมสีเข้มและดวงตาที่ฉลาดเฉลียวดุจดวงดาวที่เปล่งประกาย เธอเป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะที่อาร์ครวบรวมมาไว้ใต้บัญชา

“โครงการรอยแยกมิติเฟสแรกเป็นอย่างไรบ้าง ดร.ไลรา” อาร์คเอ่ยถาม สายตาของเขาจ้องมองไปยังกราฟิกที่ซับซ้อนบนหน้าจอ

“เราพร้อมแล้วสำหรับการทดสอบการสร้างรอยแยกมิติขนาดเล็กเพื่อการขนส่งยุทโธปกรณ์ค่ะท่านลอร์ดอาร์ค” ดร.ไลราตอบอย่างตื่นเต้น น้ำเสียงของเธอสั่นเล็กน้อยด้วยความคาดหวัง “หลังจากศึกษาและวิเคราะห์โครงสร้างมิติจากแกนวอยด์เบรกเกอร์ และรวมเข้ากับทฤษฎีสนามควอนตัมที่เราพัฒนาขึ้น เราเชื่อว่าเราสามารถเปิดช่องว่างมิติขนาดเล็กที่เสถียรชั่วขณะได้แล้วค่ะ”

“แสดงให้ฉันดู” อาร์คกล่าวสั้นๆ แต่แฝงด้วยความกระหายใคร่รู้

ดร.ไลราพยักหน้าและออกคำสั่ง “เริ่มกระบวนการ! เปิดใช้งานตัวสร้างสนามควอนตัมเมตริกซ์”

แท่นทดสอบขนาดใหญ่ตรงกลางห้องเริ่มเปล่งแสงสีฟ้าอ่อน ลำแสงพลังงานเวทมนตร์และคลื่นพลังงานแปลกประหลาดไหลวนรอบแท่นอย่างรวดเร็วและซับซ้อน อากาศรอบข้างเริ่มสั่นสะเทือน คล้ายกับผืนน้ำที่ถูกรบกวนด้วยคลื่นพลังงานที่มองไม่เห็น

“กำลังปรับเทียบความถี่มิติ” ดร.ไลราอธิบาย “เราต้องค้นหาจุดที่บางที่สุดของมิติที่ซ้อนทับกัน เพื่อสร้างจุดเชื่อมต่อที่มั่นคงที่สุดและประหยัดพลังงานที่สุด”

จอมอนิเตอร์แสดงผลกราฟิกที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ จุดเล็กๆ จุดหนึ่งบนหน้าจอเริ่มเรืองแสงเป็นสีเขียวสดใสราวกับอัญมณีที่ถูกค้นพบ “พบแล้วค่ะท่าน! จุดศูนย์รวมความถี่อยู่ที่ 7.3291... ปรับค่าพลังงานให้คงที่!”

พลังงานที่ไหลเข้าสู่แท่นทดสอบเพิ่มสูงขึ้น เสียงหึ่งๆ กลายเป็นเสียงคำรามต่ำๆ ราวกับลมหายใจของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่กำลังตื่นขึ้น จู่ๆ ตรงกลางแท่นทดสอบ อากาศก็เริ่มบิดเบี้ยว มันไม่ใช่ภาพลวงตา แต่เป็นความจริงที่กำลังถูกฉีกขาดออกเป็นสองส่วน

จากจุดเล็กๆ รอยแยกคล้ายกระจกแตกก็ปรากฏขึ้น มันเรืองแสงสีม่วงอมดำ ขอบของมันสั่นระริกราวกับผืนน้ำที่ถูกกวน รอยแยกนั้นค่อยๆ ขยายตัวออกช้าๆ จนมีขนาดกว้างประมาณหนึ่งเมตร และสูงสองเมตร รอยแยกมิติที่ดูเหมือนไม่มีอยู่จริง แต่ก็ชัดเจนในสายตา ปรากฏขึ้นตรงหน้าทุกคน ราวกับประตูสู่โลกอีกใบ

“เสถียรแล้วค่ะ!” ดร.ไลราประกาศอย่างยินดี ใบหน้าของเธอเปล่งประกายด้วยความสำเร็จ “เราสามารถรักษารอยแยกขนาดนี้ให้คงอยู่ได้ประมาณสามสิบวินาที”

อาร์คก้าวเข้าไปใกล้รอยแยกนั้น เขายื่นมือออกไปสัมผัส แต่ก็ชะงักไปก่อนที่จะแตะถึง เขาสัมผัสได้ถึงกระแสพลังงานที่เย็นเยียบและแปลกประหลาดที่แผ่ออกมาจากรอยแยกนั้น ราวกับสัมผัสกับความว่างเปล่าที่ไม่มีที่สิ้นสุด “ลองส่งอะไรบางอย่างผ่านไป”

“ค่ะ!” ดร.ไลราหันไปสั่งเจ้าหน้าที่ “ส่งกล่องทดสอบหมายเลขหนึ่งเข้าไป!”

ช่างเทคนิคเข็นลังไม้ขนาดกลางที่บรรจุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับทดสอบสภาวะแวดล้อมภายในรอยแยกมิติ ลังไม้นั้นถูกผลักเข้าไปในรอยแยกมิติอย่างช้าๆ เมื่อลังไม้ทั้งหมดหายเข้าไปในรอยแยกมิติ แสงสีม่วงอมดำก็สว่างวาบขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่จะจางหายไป ราวกับรอยแยกนั้นกลืนกินมันเข้าไป

“ลังไม้ถูกส่งไปยังจุดที่กำหนดไว้ที่ลานทดสอบหมายเลขห้าสำเร็จแล้วค่ะ!” ดร.ไลราประกาศอย่างตื่นเต้น “ทุกระบบของอุปกรณ์ภายในลังไม้ทำงานปกติ ไม่มีรายงานความเสียหายใดๆ”

รอยแยกมิติเริ่มหดตัวลงช้าๆ แสงสีม่วงอมดำจางหายไป ก่อนจะสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือไว้เพียงอากาศที่ว่างเปล่าเช่นเดิม ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“นี่คือจุดเริ่มต้น” อาร์คกล่าวด้วยรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน “จงวิจัยต่อไปเพื่อเพิ่มขนาด ความเสถียร และระยะเวลาของรอยแยกมิติ และหาวิธีที่จะควบคุมทิศทางปลายทางของมันอย่างแม่นยำที่สุด”

“รับทราบค่ะท่านลอร์ดอาร์ค เราจะทำอย่างเต็มที่และเกินความคาดหมายของท่าน” ดร.ไลราตอบรับด้วยความมุ่งมั่น

อาร์คหันกลับมามองไปยังแผนที่โลกเบื้องหน้า ซึ่งแสดงถึงอาณาจักรต่างๆ ที่ยังคงไม่รู้ถึงภัยคุกคามที่แท้จริง ไม่รู้ถึงพลังอำนาจใหม่ที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง

ธาตุสุญญะ... มันเป็นได้ทั้งอาวุธที่ไร้เทียมทานและกุญแจสู่การควบคุมมิติ เวลา และอวกาศ อาร์ครู้ดีว่าการค้นพบเหล่านี้จะพลิกโฉมหน้าของสงครามไปตลอดกาล โลกกำลังจะได้รู้จักกับความหมายที่แท้จริงของ ‘สุญญะ’ ไม่ใช่แค่เพียงความว่างเปล่า แต่เป็นพลังอำนาจที่จะสะท้านสะเทือนทุกสรรพสิ่ง และเขาก็พร้อมแล้วที่จะใช้มัน เพื่อพิชิตทุกสิ่งที่ขวางทางสู่การเป็นเทพสงครามที่ไร้ผู้ใดเทียบเทียม ผู้ซึ่งจะจารึกชื่อของตนลงในประวัติศาสตร์ของจักรวาลไปตลอดกาล

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เทพสงครามระบบพิชิตโลก

เทพสงครามระบบพิชิตโลก

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!