ผืนพสุธาสะท้อนเสียงกึกก้องของการเคลื่อนทัพดุจมังกรยักษ์นับแสนเลื้อยคลานเข้าสู่สมรภูมิ บรรยากาศเหนือที่ราบวานาเดียตึงเครียดจนแทบจะบาดผิว แสงแดดยามเช้าทอประกายสีทองอ่อนโยนลงบนทัพหน้าของจักรวรรดิแอสเทรียที่แผ่ขยายออกไปสุดลูกหูลูกตา ดาบ หอก และชุดเกราะโลหะขัดมันวาวทอประกายระยิบระยับ สะท้อนถึงระเบียบวินัยอันเคร่งครัดและความแข็งแกร่งที่สั่งสมมานับพันปี กองทัพนี้คือสัญลักษณ์แห่งอำนาจที่ไม่มีผู้ใดกล้าท้าทาย
แม่ทัพซีดัส ผู้บัญชาการกองทัพสำรวจแห่งแอสเทรีย ยืนตระหง่านอยู่บนเนินสูงที่สามารถมองเห็นภาพรวมของสนามรบได้อย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่หนึ่งกวาดมองผ่านกล้องส่องทางไกลที่ทำจากผลึกเวทมนตร์ชั้นดี พลางสำรวจแนวป้องกันของอาร์คด้วยความสนใจ “ทัพของศัตรู... ถึงแม้จะดูไม่มากนัก แต่กลับมีโครงสร้างแปลกประหลาดอย่างยิ่ง” เขาพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงด้วยความสงสัยที่ยากจะปกปิด
เบื้องหน้าพวกเขาคือป้อมปราการชั่วคราวที่สร้างจากวัสดุสีเทาทึมทะมึน ไม่ใช่หินผาแกร่ง ไม่ใช่ไม้เนื้อแข็ง แต่เป็นโลหะผสมที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในตำราใดๆ มันแผ่พลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่กลับสัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดา ความรู้สึกกดดันที่มองไม่เห็นแผ่ซ่านออกมาจากโครงสร้างเหล่านั้น เหนือแนวป้องกันนั้น ทหารของอาร์คยืนประจำการในชุดเกราะสีดำวาววับ ซึ่งไม่เพียงแต่ดูคล้ายกันหมดทุกคน หากแต่ยังเคลื่อนไหวด้วยจังหวะที่แม่นยำและพร้อมเพรียง ราวกับเครื่องจักรที่ถูกตั้งโปรแกรมมาอย่างสมบูรณ์แบบ
“แม่ทัพขอรับ หน่วยเวทมนตร์ไม่สามารถสอดแนมทะลุผ่านสนามพลังที่ปกคลุมป้อมปราการของศัตรูได้เลยพะยะค่ะ” นักเวทอาวุโสผู้หนึ่งรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เหงื่อผุดพรายบนขมับ “มันไม่ใช่เวทมนตร์ที่เราคุ้นเคย ไม่ใช่แม้แต่ศาสตร์มืดหรือเวทมนตร์โบราณ มันเหมือน... ความว่างเปล่าที่กลืนกินทุกสิ่ง”
ซีดัสเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เขาเคยได้ยินเรื่องราวความสามารถอันประหลาดของอาร์คมาบ้างจากรายงานของหน่วยสอดแนม แต่ไม่คิดว่าจะล้ำหน้าถึงเพียงนี้ “น่าสนใจ...” เขาเปรยเสียงแผ่ว แต่แววตาฉายประกายแห่งความท้าทาย “เตรียมทัพโจมตีขั้นต้น ให้กองทัพทหารราบหนักเดินหน้า พร้อมด้วยหน่วยธนูและนักเวทสนับสนุน ดูสิว่า 'เทคโนโลยีลึกลับ' ของมันจะต้านทานการโจมตีตามตำราที่เราสั่งสมมานับพันปีได้นานแค่ไหน” คำสั่งเด็ดขาดถูกส่งออกไป เสียงแตรศึกดังก้องกังวานไปทั่วผืนฟ้า เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นของสงคราม
ขณะเดียวกัน ภายในบังเกอร์บัญชาการที่ถูกสร้างขึ้นอย่างเร่งด่วนใต้ผืนดิน อาร์คมองภาพรวมการรบผ่านหน้าจอโฮโลแกรมสามมิติที่ระบบสร้างขึ้นอย่างละเอียด ภาพจำลองแสดงตำแหน่งของกองทัพแอสเทรียอย่างชัดเจนทุกตารางนิ้ว “พลังทำลายล้างมหาศาล... ทหารราบหนักนับหมื่นนาย นายกองชั้นดีที่ผ่านศึกมานับไม่ถ้วน และนักเวทระดับสูงจำนวนมาก นี่คือการทักทายจากจักรวรรดิสินะ” เขาเอ่ยขึ้นกับตัวเอง น้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตาฉายประกายแห่งความมุ่งมั่น
“ระบบ ประเมินอัตราความสำเร็จของการป้องกันในคลื่นแรก” อาร์คสั่งเสียงเรียบเฉย
[วิเคราะห์เสร็จสิ้น, ท่านผู้บัญชาการ. อัตราความสำเร็จของการป้องกันคลื่นแรก: 98.7%. ความเสียหายที่คาดการณ์: ต่ำ] เสียงสังเคราะห์ของระบบตอบกลับอย่างแม่นยำและไร้อารมณ์
“ดี” อาร์คพยักหน้าเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจในข้อมูลที่ได้รับ “เปิดใช้งานสนามพลังวอยด์ระดับ 3 เตรียมพร้อมยิงปืนใหญ่วอยด์พัลส์ และให้หน่วยโดรนสอดแนมพร้อมโจมตีเมื่อได้รับคำสั่ง” คำสั่งของเขาเด็ดขาดและชัดเจน ไม่มีแม้แต่ความลังเล
ภายนอกบังเกอร์ เสียงแตรสงครามของแอสเทรียดังก้องกังวานอีกครั้ง เป็นสัญญาณให้กองทัพเคลื่อนพล ทหารนับหมื่นก้าวเดินพร้อมกันอย่างเป็นระเบียบ พื้นดินสะเทือนเลือนลั่นราวกับแผ่นดินไหว โล่ขนาดใหญ่ปะทะกันเป็นกำแพงเหล็กที่เคลื่อนที่เข้าหาแนวป้องกันของอาร์ค ออร่าเวทมนตร์สีสันต่างๆ เริ่มก่อตัวขึ้นเหนือแนวรบ ส่องประกายระยิบระยับ เตรียมปล่อยพลังทำลายล้างเข้าใส่ศัตรู
"ยิง!" เสียงสั่งการดังก้องจากฝั่งแอสเทรีย ลูกธนูหลายพันดอกพุ่งขึ้นฟ้าดุจฝูงตั๊กแตนที่บดบังแสงอาทิตย์ ตามด้วยลูกไฟขนาดมหึมาและสายฟ้าฟาดจำนวนมากที่ถูกปลดปล่อยโดยนักเวทผู้ทรงพลัง พลังเวทมนตร์เหล่านั้นพุ่งเข้าหาป้อมปราการของอาร์คด้วยความเร็วและอำนาจทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว
แต่เมื่อการโจมตีเหล่านั้นปะทะเข้ากับแนวป้องกันของอาร์ค สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้ทหารแอสเทรียเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงและไม่เข้าใจ ลูกธนูกระทบเข้ากับ "กำแพงโปร่งแสง" ที่มองไม่เห็นและแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยราวกับชนเข้ากับหินผา ลูกไฟและสายฟ้าฟาดระเบิดออกอย่างรุนแรง แต่พลังงานเหล่านั้นกลับถูกดูดกลืนหรือเบี่ยงเบนออกไปราวกับไม่มีอยู่จริง สนามพลังวอยด์ระดับ 3 ของอาร์คทำงานได้อย่างไร้ที่ติ มันคือม่านพลังที่มองไม่เห็น แต่แข็งแกร่งเกินกว่าจินตนาการ
“อะไรกัน?!” นายกองแอสเทรียคนหนึ่งอุทาน ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจและความหวาดหวั่น เขาส่งสัญญาณให้นักเวทโจมตีซ้ำ แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม
ก่อนที่ความตื่นตระหนกจะแพร่กระจายไปทั่วแนวรบ ปืนใหญ่วอยด์พัลส์ที่ซ่อนอยู่ในป้อมปราการก็เริ่มทำงาน เสียงอื้ออึงคล้ายฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหว ลำแสงพลังงานสีน้ำเงินเข้มพุ่งทะลุอากาศด้วยความเร็วเหนือเสียง พุ่งเข้าใส่ใจกลางทัพหน้าของแอสเทรียอย่างไม่ปรานี
เปรี้ยง! เป๊ง!
ลำแสงพุ่งชนเข้ากับแนวโล่ที่หนาแน่นที่สุด พลังงานมหาศาลระเบิดออก ทำลายกำแพงโล่และร่างของทหารที่ถือมันอยู่ให้แหลกเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตา เกิดเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ในแนวรบที่เคยแข็งแกร่งดุจกำแพงเหล็ก จากนั้นลำแสงอีกหลายสิบสายก็ยิงตามมาติดๆ ราวกับพายุพลังงานสีน้ำเงินที่กวาดล้างทุกสิ่ง
ทหารแอสเทรียที่รอดชีวิตจากระเบิดแรกต่างล้มลุกคลุกคลานด้วยความตื่นตระหนก พวกเขาไม่เคยพบเห็นอาวุธชนิดนี้มาก่อน มันรวดเร็ว เงียบเชียบ และร้ายกาจเกินกว่าจินตนาการของนักรบผู้เจนศึกคนใดจะคาดคิด
“ถอย! ถอยเร็ว!” นายกองบางคนเริ่มสั่งการอย่างสับสน เสียงตะโกนปนเปกับเสียงกรีดร้องของทหารที่บาดเจ็บ
ซีดัสที่อยู่บนเนินสูง สังเกตการณ์เหตุการณ์ทั้งหมดด้วยแววตาเย็นชา แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความตกตะลึง อาวุธนั้น... มันสามารถเจาะทะลุแนวป้องกันที่ดีที่สุดของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย ราวกับกระดาษบางๆ
"นี่คือ 'เทคโนโลยีวอยด์' ที่พวกเขาพูดถึงหรือ?" ซีดัสพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน "ไม่ธรรมดาจริงๆ"
“หน่วยทหารม้าหนักจู่โจม! เข้าไปทำลายป้อมปราการพวกนั้นซะ! นักเวทเตรียมเสริมพลังโจมตี! ปล่อยสุดกำลัง!” ซีดัสออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด แม้จะแปลกใจและรู้สึกถึงความเหนือชั้นของศัตรู แต่เขาก็ไม่ยอมให้ความประหลาดใจนั้นเปลี่ยนเป็นความพ่ายแพ้ เขายังคงเชื่อมั่นในพลังของกองทัพจักรวรรดิ
เสียงฝีเท้าม้าจำนวนมากดังกึกก้องไปทั่วสนามรบ ทหารม้าเกราะหนักของแอสเทรีย ซึ่งเป็นหน่วยที่แข็งแกร่งที่สุดหน่วยหนึ่ง พุ่งทะยานเข้าสู่สนามรบด้วยความเร็วสูง พวกเขาถูกฝึกมาเพื่อฝ่าแนวป้องกันและบดขยี้ศัตรูให้ราบคาบ
อาร์คมองภาพสถานการณ์บนจอโฮโลแกรม “ทหารม้าหนัก... เป็นการตอบสนองที่รวดเร็ว” เขาพึมพำ “แต่ก็ยังเป็นยุทธวิธีแบบเก่า”
“ระบบ ปล่อยหน่วยโดรนสกายฮันเตอร์ระดับ 2 ไปสกัดกั้นทหารม้าด้านปีกซ้าย และให้หน่วยวอยด์การ์ดเคลื่อนพลเข้าปะทะทัพหน้าอย่างระมัดระวัง ใช้พลังงานโล่ส่วนตัวให้เต็มที่”
โดรนสอดแนมขนาดเล็กจำนวนนับร้อยลำ ซึ่งถูกซ่อนไว้ในแนวป้อมปราการ พุ่งทะยานขึ้นฟ้า เสียงเครื่องยนต์เบาหวิวคล้ายแมลงปีกแข็งขนาดยักษ์ พวกมันมีรูปร่างคล้ายกระสุนติดปีก บินโฉบเข้าหาหน่วยทหารม้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะระดมยิงลำแสงพลังงานขนาดเล็กแต่รุนแรงใส่เป้าหมายอย่างแม่นยำ
แม้ลำแสงเหล่านั้นจะไม่สามารถทะลุเกราะของทหารม้าได้อย่างง่ายดาย แต่การโจมตีที่แม่นยำและรวดเร็วก็สร้างความเสียหายให้แก่ม้าและผู้ขี่ได้เป็นอย่างมาก ม้าหลายตัวล้มลงอย่างกะทันหัน ทหารที่ตกจากหลังม้าถูกเพื่อนร่วมทัพที่วิ่งตามมาเหยียบซ้ำ จนเกิดความโกลาหลในแนวทหารม้าที่เคยเป็นระเบียบ
ขณะเดียวกัน หน่วยวอยด์การ์ดของอาร์ค ซึ่งเป็นทหารราบชั้นยอดที่สวมชุดเกราะวอยด์สีดำสนิทและถือโล่พลังงาน กับปืนไรเฟิลวอยด์พัลส์ ก็เคลื่อนที่ออกจากป้อมปราการอย่างเป็นระเบียบ พวกเขาไม่วิ่ง แต่ก้าวเดินอย่างมั่นคง ราวกับกำแพงเหล็กกล้าที่เคลื่อนที่ได้ ไม่มีเสียงใดๆ มีเพียงการเคลื่อนไหวที่พร้อมเพรียง
เมื่อทหารราบแอสเทรียปะทะเข้ากับหน่วยวอยด์การ์ด การต่อสู้ที่แท้จริงก็เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด
ดาบเหล็กกระทบเข้ากับโล่พลังงานของวอยด์การ์ด เกิดประกายไฟและเสียงแกร่งๆ ดังสนั่น แต่โล่พลังงานนั้นกลับดูดซับแรงกระแทกได้เกือบทั้งหมด ทหารแอสเทรียต้องออกแรงมากกว่าปกติถึงสามเท่าเพื่อหวังจะทำลายมัน แต่ก็ไร้ผล ดาบของพวกเขาทำได้เพียงสร้างรอยขีดข่วนเล็กน้อยบนม่านพลังที่มองไม่เห็น
ในทางกลับกัน ปืนไรเฟิลวอยด์พัลส์ของวอยด์การ์ดกลับตอบโต้ด้วยการยิงลำแสงพลังงานสีน้ำเงิน ซึ่งสามารถทะลุเกราะหนักของทหารแอสเทรียได้อย่างง่ายดาย สร้างบาดแผลฉกรรจ์หรือสังหารศัตรูได้ในนัดเดียว ไม่มีการป้องกันใดๆ สามารถต้านทานพลังทำลายล้างของมันได้
“นี่มันปีศาจชัดๆ!” ทหารแอสเทรียคนหนึ่งกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นเพื่อนร่วมทัพล้มลงทีละคนโดยที่ตนเองไม่สามารถตอบโต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พวกเขาไม่เคยพบเจอศัตรูที่ต่อสู้ได้ราวกับไร้ความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด กองทัพแอสเทรียพยายามบุกทะลวงด้วยกำลังที่เหนือกว่า แต่กลับถูกเทคโนโลยีวอยด์ของอาร์คผลักดันกลับอย่างต่อเนื่อง การปะทะนี้ไม่ใช่แค่การวัดกำลังกายและความกล้าหาญ แต่เป็นการปะทะระหว่างเทคโนโลยีและยุทธวิธีที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของโลกใบนี้
อาร์คยังคงรักษาความสงบ เขาสังเกตการเปลี่ยนแปลงของสนามรบอย่างใกล้ชิด และออกคำสั่งปรับเปลี่ยนยุทธวิธีตลอดเวลา ราวกับจอมทัพผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังเล่นเกมกระดาน
“ระบบ ตรวจจับจุดอ่อนในแนวรบของศัตรู”
[ตรวจพบ. กองทัพนักเวทกำลังรวมพลังเวทมนตร์เพื่อสร้างการโจมตีขนาดใหญ่ที่ปีกขวาของท่านผู้บัญชาการ คาดว่าจะใช้เวลาอีก 90 วินาที]
“90 วินาที... มากพอ” อาร์คพึมพำด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก “หน่วยวอยด์การ์ดที่ 3 เคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งเป้าหมายที่กำหนด ใช้การกระโดดวอยด์ (Void Jump) เพื่อเข้าถึงตำแหน่งอย่างรวดเร็ว ทำลายกองทัพนักเวทก่อนที่พวกเขาจะโจมตีได้”
คำสั่งถูกส่งไปทันที หน่วยวอยด์การ์ดจำนวนหนึ่งที่อยู่ห่างจากเป้าหมายหลายร้อยเมตรก็หายวับไปจากสายตาของทหารแอสเทรียที่กำลังต่อสู้กันอยู่ ราวกับเงาที่จางหายไปในอากาศ
ไม่กี่วินาทีต่อมา ทหารแอสเทรียที่อยู่ใกล้ปีกขวาก็ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น เหล่านักเวทที่กำลังร่ายเวทย์อยู่นั้นถูกโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัว ลำแสงพลังงานสีน้ำเงินพุ่งเข้ามาจากความว่างเปล่า ปะทะเข้ากับร่างของนักเวทหลายสิบคน ทำให้การรวมพลังเวทมนตร์ต้องหยุดชะงักลงโดยสิ้นเชิง พลังที่กำลังจะก่อตัวขึ้นสลายไปในพริบตา
ซีดัสกำหมัดแน่นจนข้อขาวโพลน เขามองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากเนินสูงด้วยความตกใจอย่างแท้จริง เขาไม่เคยเห็นการรบที่ประหลาดขนาดนี้มาก่อน ศัตรูของเขาไม่เพียงแต่มีอาวุธและเกราะที่ไม่รู้จักเท่านั้น แต่ยังมีความสามารถในการเคลื่อนที่ที่เหนือธรรมชาติอีกด้วย
“พวกมัน... สามารถวาร์ปได้งั้นหรือ?!” ซีดัสอุทานด้วยความตกใจอย่างแท้จริง “นี่มันไม่ถูกต้อง! นี่ไม่ใช่การรบตามธรรมเนียม! นี่มันคือการต่อสู้กับปีศาจ!”
แม้จะตกใจ แต่ซีดัสก็ยังคงเป็นแม่ทัพผู้เก่งกาจและมีประสบการณ์ เขาตระหนักได้ทันทีว่าการยืดเยื้อการต่อสู้ด้วยยุทธวิธีแบบเดิมๆ มีแต่จะสร้างความเสียหายให้กับกองทัพของเขามากขึ้นเรื่อยๆ เขาต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีวอยด์นี้ เพื่อวางแผนรับมือที่เหมาะสม มิฉะนั้น กองทัพจักรวรรดิอาจจะต้องพบกับความพ่ายแพ้ที่ไม่เคยคาดคิด
“ส่งสัญญาณถอยทัพอย่างเป็นระเบียบ!” ซีดัสออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงอันเด็ดขาด “ทัพหลังเตรียมรับมือการโจมตีจากศัตรูขณะถอย! อย่าให้พวกมันตามมาได้!”
เสียงแตรถอยทัพดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นสัญญาณแห่งความพ่ายแพ้ครั้งแรกของกองทัพจักรวรรดิ ทหารแอสเทรียที่กำลังสู้รบอย่างดุเดือดนั้นแม้จะงุนงง แต่ก็เริ่มรวมตัวกันและถอยร่นกลับอย่างเป็นระเบียบ แสดงให้เห็นถึงวินัยอันสูงส่งของกองทัพจักรวรรดิที่แม้จะพ่ายแพ้ แต่ก็ยังคงรักษาความเป็นระเบียบเอาไว้ได้
อาร์คเห็นการถอยทัพของศัตรูบนจอโฮโลแกรม “พวกเขายอมถอยแล้วสินะ” เขาพึมพำ “น่าเสียดายที่ไม่ได้เก็บเกี่ยวข้อมูลได้เต็มที่”
“ระบบ รายงานความเสียหายของฝ่ายเราและศัตรู”
[ฝ่ายท่านผู้บัญชาการ: บาดเจ็บเล็กน้อย 17 นาย, อุปกรณ์เสียหายเล็กน้อย 3 ชิ้น. ฝ่ายศัตรู (จักรวรรดิแอสเทรีย): เสียชีวิต 2,540 นาย, บาดเจ็บสาหัสประมาณ 4,000 นาย, อุปกรณ์สูญหาย/เสียหายจำนวนมาก]
อาร์คพยักหน้า ตัวเลขเหล่านี้บ่งบอกถึงความแตกต่างของพลังอย่างชัดเจน การสู้รบครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเทคโนโลยีวอยด์ของเขาเหนือกว่าการรบแบบดั้งเดิมของโลกใบนี้อย่างมาก และยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
“นี่เป็นเพียงแค่ปฐมบทเท่านั้น” อาร์คมองไปยังทิศทางที่กองทัพแอสเทรียถอยทัพไป แววตาฉายประกายแห่งความมุ่งมั่น “จักรวรรดิแอสเทรียจะกลับมาแน่นอน และครั้งหน้า พวกเขาคงไม่ได้มาแค่ 'สำรวจ' อีกต่อไป”
เขากำลังคิดถึงแผนการใหญ่ที่ต้องเผชิญหน้ากับมหาอำนาจที่แท้จริง ท้องฟ้าเหนือที่ราบวานาเดียยังคงมีควันจางๆ ลอยอยู่ เป็นร่องรอยของการเผชิญหน้าครั้งแรกที่สั่นสะเทือนโลก และเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสงครามครั้งใหญ่ที่กำลังจะอุบัติขึ้นอย่างแท้จริง.

เทพสงครามระบบพิชิตโลก
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก