โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
363 ตอน · 1,382 คำ
เปลวเพลิงคำรามแผดเผาเข้ามาใกล้ อากาศร้อนระอุจนผิวหนังแทบจะลอกออก อาร์คเห็นลูกไฟขนาดยักษ์กำลังก่อตัวในลำคอของมังกรคลั่งเพลิง – ลมหายใจมังกรที่สมบูรณ์แบบ มันไม่ได้ตั้งใจจะเผาแค่ป้อมปราการชั่วคราว แต่จะหลอมละลายทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในรัศมีนี้ พร้อมกับคร่าชีวิตที่หลงเหลือของเขาและทหารไปในคราเดียว
“ผู้บัญชาการ ท่านต้องตัดสินใจ!” เสียงของระบบยังคงดังก้อง “เปิดใช้งาน ‘แก่นแท้แห่งเทพสงคราม’ หรือไม่? การเปิดใช้งานจะแลกด้วยพลังชีวิตของผู้บัญชาการ 50% และจะคงอยู่เป็นเวลา 5 นาที ระหว่างนี้ ผู้บัญชาการจะได้รับสถานะ ‘เทพสงครามจุติ’ เพิ่มพลังโจมตี 500% เพิ่มความเร็ว 300% เพิ่มความต้านทานเวทมนตร์ 200% และต้านทานความเสียหายทางกายภาพ 100% หลังหมดเวลา ผู้บัญชาการจะเข้าสู่สถานะ ‘อ่อนแรงสุดขีด’ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ความสามารถทั้งหมดลดลง 90% และไม่สามารถเรียกใช้ระบบได้”
50% ของพลังชีวิต! นั่นคือการเดิมพันด้วยครึ่งชีวิตของเขา ในสถานการณ์ปกติ เขาจะไม่แม้แต่จะคิด แต่ตอนนี้… ทหารของเขานอนระเนระนาด กองกำลังเหลือไม่ถึงสิบคน อาคารไม้พังทลายเป็นเศษซาก หากเขาไม่ทำอะไรเลย ทุกคนจะต้องตาย อาร์คไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ต่อโชคชะตา เขาสวมชุดเกราะเหล็กหนักแน่น แต่น้ำหนักของความรับผิดชอบกลับหนักอึ้งกว่าเกราะใดๆ
แววตาของเขากวาดมองไปทั่ว เห็นความหวาดกลัวในดวงตาของทหารที่ยังยืนหยัดอยู่ แต่ก็เห็นประกายแห่งความหวังอันริบหรี่ ที่พวกเขามอบให้เขา “ไม่ว่าอย่างไร เราก็ต้องรอด” เขาพึมพำกับตัวเอง ฟันกรามบดเข้าหากันแน่น ก่อนจะเปล่งเสียงที่หนักแน่นและเด็ดขาดออกไป “เปิดใช้งาน ‘แก่นแท้แห่งเทพสงคราม’!”
วินาทีที่คำสั่งถูกเปล่งออกไป ร่างกายของอาร์คก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อต พลังชีวิตของเขาที่แสดงในอินเทอร์เฟซระบบร่วงหล่นฮวบฮาบจาก 100% เหลือ 50% ในพริบตา ความเจ็บปวดอันแสนสาหัสพุ่งแล่นเข้าสู่ทุกอณูของร่างกาย มันไม่ใช่ความเจ็บปวดจากการถูกทำร้าย แต่เป็นความรู้สึกเหมือนวิญญาณถูกฉีกกระชากออกจากร่าง เลือดในกายเดือดพล่านราวกับลาวา ผิวหนังรู้สึกร้อนระอุราวกับจะระเบิดออกมาจากภายใน
พร้อมกันนั้น พลังงานมหาศาลที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกาย เส้นเลือดปูดโปนขึ้นบนแขนและคอ กล้ามเนื้อที่เคยแข็งแกร่งกลับแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้นจนดูเหมือนจะฉีกขาด ชุดเกราะสีเงินวาวสะท้อนแสงสว่างจ้า ก่อนที่ลำแสงสีทองอ่อนๆ จะเริ่มแผ่ออกมาจากตัวเขา มันเป็นแสงแห่งอำนาจ แสงแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ที่ขับไล่ความมืดมิดและความสิ้นหวังออกไปโดยสิ้นเชิง
“ผู้บัญชาการได้รับสถานะ ‘เทพสงครามจุติ’!” เสียงระบบดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับภาพของอาร์คที่เปลี่ยนไปในสายตาของทุกคน
ดวงตาของอาร์คที่เคยเป็นสีน้ำตาลเข้ม กลับกลายเป็นสีทองเรืองรองราวกับดวงตะวันเพลิง ลมหายใจของเขาที่เคยติดขัดจากการต่อสู้ ตอนนี้กลับเป็นจังหวะที่มั่นคงและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม เขารู้สึกถึงพลังที่ไร้ขีดจำกัด พลังที่จะสามารถทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้าได้อย่างง่ายดาย ความเจ็บปวดที่เคยมีอยู่กลับถูกแทนที่ด้วยความแข็งแกร่งอันเป็นนิรันดร์ เขากลายเป็นตัวตนที่เหนือกว่ามนุษย์ กลายเป็น ‘เทพสงคราม’ ที่ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางสมรภูมิแห่งความสิ้นหวัง
มังกรคลั่งเพลิงส่งเสียงคำรามกึกก้อง ลมหายใจมังกรสีแดงฉานพุ่งเข้าใส่ป้อมปราการที่แทบจะพังทลาย มันเป็นลำแสงแห่งความตายที่หมายจะเผาผลาญทุกสิ่ง
ในวินาทีนั้นเอง อาร์คเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่สายตามนุษย์จะมองเห็น เขากระโดดเข้าปะทะกับเปลวเพลิงนั้นอย่างไม่เกรงกลัว มือข้างหนึ่งกำดาบใหญ่ที่เคยหนักอึ้ง แต่ตอนนี้กลับเบาราวกับขนนก ส่วนอีกมือหนึ่ง เขาคว้าเอาซากเสาไม้ที่ยังพอเหลืออยู่ขึ้นมาเป็นโล่ป้องกัน
เปลวเพลิงที่รุนแรงจนสามารถหลอมละลายหินผากลับไม่สามารถทะลวงผ่านร่างกายของเขาได้ แม้โล่ไม้จะมอดไหม้เป็นจุลในพริบตา แต่ร่างกายของอาร์คยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง เขาสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผดเผา แต่ก็เป็นความร้อนที่เขาควบคุมได้ ไม่ใช่ความร้อนที่จะทำลายเขา
“ฟ้ารับ! แปดทิศประจิม!” อาร์คคำรามก้อง เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วราวกับเสียงของเทพ ดาบใหญ่ในมือเรืองแสงสีทองพุ่งเข้าตัดผ่านลมหายใจมังกร ราวกับสายฟ้าผ่าทะลุเมฆ ดาบที่เคยเป็นเพียงเหล็กกล้า กลับกลายเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถต่อกรกับอำนาจของมังกรได้
เปลวเพลิงมังกรสลายไปในอากาศ มังกรคลั่งเพลิงตัวมหึมาถึงกับผงะ มันไม่เคยเจอสิ่งมีชีวิตที่สามารถต้านทานลมหายใจมังกรของมันได้โดยตรงเช่นนี้ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งบัดนี้ฉายแววประหลาดใจระคนไม่พอใจ มันส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ ก่อนจะพุ่งเข้าใส่อาร์คด้วยแรงทั้งหมด ปีกขนาดมหึมาโบกสะบัดสร้างพายุหมุน รอบตัวมังกรรายล้อมไปด้วยเปลวไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง
“ในเมื่อไฟของเจ้าไม่ถึงขั้น ข้าก็จะแสดงให้เห็นถึงเปลวเพลิงแห่งการทำลายล้างที่แท้จริง!” อาร์คประกาศก้อง เขากระโดดสูงขึ้นไปในอากาศ พลังงานสีทองแผ่ออกมาจากร่างอย่างมหาศาล รวมตัวกันที่ปลายดาบใหญ่ของเขา ดาบนั้นแผ่รัศมีสีทองจ้าออกมาจนยากที่จะมองตรงๆ
ดาบเทพสงครามฟาดฟันลงมาด้วยความเร็วเหนือเสียง ทะลวงผ่านเกล็ดมังกรที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า ราวกับเกล็ดเหล่านั้นเป็นเพียงกระดาษบางๆ เลือดสีแดงฉานของมังกรพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า มันส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
อาร์คไม่รอช้า พลัง ‘เทพสงครามจุติ’ ทำให้เขาเคลื่อนไหวราวกับสายฟ้าแลบ เขาหลบการโจมตีอันรุนแรงของมังกรที่หวดกรงเล็บใส่ ก่อนจะพุ่งตัวเข้าหารอยแผลที่เขาสร้างขึ้น เขาใช้ดาบใหญ่แทงซ้ำเข้าไปอีกครั้ง ณ จุดเดิม ดาบศักดิ์สิทธิ์ทะลวงเข้าไปลึกถึงหัวใจของมังกรคลั่งเพลิง พลังสีทองแผ่ซ่านทำลายล้างอวัยวะภายในอย่างรุนแรง
มังกรคลั่งเพลิงส่งเสียงกรีดร้องครั้งสุดท้าย มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดทรมาน และความตกตะลึง ก่อนที่ดวงตาคู่โตจะดับวูบลง ร่างกายที่เคยสง่างามขนาดมหึมาทรุดฮวบลงกระแทกพื้นดิน เสียงสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินไหว ฝุ่นควันคลุ้งตลบไปทั่วบริเวณ
“สังหารมังกรคลั่งเพลิงสำเร็จ! ได้รับประสบการณ์ 10,000 หน่วย! ได้รับทองคำ 500 เหรียญ! ได้รับ ‘แก่นมังกรเพลิง’ 1 ชิ้น! ได้รับ ‘เกล็ดมังกรเพลิง’ 50 ชิ้น! ได้รับ ‘ปีกมังกรเพลิง’ 1 คู่! ได้รับ ‘คลังเก็บอุปกรณ์มังกรเพลิง’!”
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราวกับจะยืนยันถึงชัยชนะที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อและครึ่งหนึ่งของชีวิต แต่ทว่า อาร์คกลับไม่ได้รู้สึกถึงความยินดีมากเท่าที่ควร ทันทีที่เสียงแจ้งเตือนสุดท้ายจบลง พลังงานสีทองที่เคยห่อหุ้มร่างกายของเขาก็สลายหายไปราวกับควันไฟ
ความเจ็บปวดอันแสนสาหัสถาโถมเข้าใส่เขาทันที ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ กล้ามเนื้อทุกส่วนส่งเสียงประท้วงราวกับถูกใช้งานจนเกินขีดจำกัด พลังชีวิตที่เหลือเพียง 50% ก็ดูเหมือนจะลดลงไปอีกจากการโหมกระหน่ำใช้พลังงานมหาศาล หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง เลือดในกายเย็นยะเยือก ดวงตาสีทองเรืองรองกลับคืนเป็นสีน้ำตาลเข้มอีกครั้ง แต่ทว่ามันกลับพร่ามัวไปด้วยความอ่อนล้าถึงขีดสุด
“ผู้บัญชาการเข้าสู่สถานะ ‘อ่อนแรงสุดขีด’ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง” เสียงระบบแหบพร่าลงเล็กน้อย ราวกับจะสะท้อนถึงสภาพของเขาในตอนนี้
อาร์คทรุดเข่าลงกับพื้นดินที่ยังคงอบอ้าวด้วยความร้อนจากเปลวเพลิงมังกร เขายันตัวเองด้วยดาบใหญ่ที่ปักอยู่กับพื้น ดาบนั้นดูเหมือนจะหนักอึ้งกว่าเมื่อก่อนหลายเท่าตัว เขาพยายามหายใจเข้าปอดลึกๆ แต่ก็ทำได้ยากลำบาก
ทหารที่รอดชีวิตไม่กี่นาย ซึ่งส่วนใหญ่บาดเจ็บหนักและอยู่ในอาการหวาดกลัว ได้เห็นฉากการต่อสู้เมื่อครู่ทั้งหมด พวกเขาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ปนกับความหวาดกลัวระคนเคารพในตัวผู้บัญชาการที่เพิ่งแปลงร่างเป็นเทพสงครามและล้มมังกรลงด้วยตัวคนเดียว เมื่อเห็นอาร์คล้มลง พวกเขาก็รีบวิ่งเข้ามาพยุง
“ท่านผู้บัญชาการ!” โบวิน นายทหารรับจ้างผู้แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม วิ่งเข้ามาเป็นคนแรก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล “ท่านบาดเจ็บหรือไม่?!”
อาร์คพยักหน้าเล็กน้อย พยายามรวบรวมเรี่ยวแรง “ไม่เป็นไร… แค่… พลังงานหมด…” เขาพูดด้วยเสียงแผ่วเบา สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ป้อมปราการที่พังทลายเป็นเศษซาก ซากศพของทหารที่เสียชีวิตจากการถูกมังกรเผาไหม้ยังคงส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว มีทหารไม่ถึงห้าคนเท่านั้นที่ยังพอจะยืนได้ ส่วนที่เหลือบาดเจ็บสาหัส หรือไม่ก็เสียชีวิตไปแล้ว
ชัยชนะนี้มีราคาแพงลิบลิ่ว และมันเป็นราคาที่อาร์คจ่ายด้วยชีวิตครึ่งหนึ่งของเขา
“สำรวจซากมังกร… และจัดการศพทหารของเราให้ดี” อาร์คสั่งเสียงแหบแห้ง ก่อนที่สติของเขาจะเริ่มเลือนราง เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง และความเหนื่อยล้าก็ถาโถมเข้าใส่จนเปลือกตาหนักอึ้ง
เขาล้มตัวลง โบวินและทหารอีกคนพยุงเขาไว้ ก่อนที่เขาจะหมดสติไปในอ้อมแขนของพวกเขา สิ่งสุดท้ายที่เขาเห็นคือแสงอาทิตย์สีส้มยามเย็นที่สาดส่องลงมายังซากปรักหักพังของป้อมยาม และซากของมังกรคลั่งเพลิงที่นอนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า
เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่รู้ อาร์ครู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ร่างกายของเขายังคงอ่อนล้าและเจ็บปวดราวกับถูกบดขยี้ แต่ความเจ็บปวดนั้นบรรเทาลงไปบ้างแล้ว เขานอนอยู่บนพื้นหญ้าแห้ง มีผ้าหยาบๆ คลุมร่างไว้ ท้องฟ้ามืดมิด มีดวงดาวระยิบระยับอยู่เหนือหัว รอบตัวเขาคือแสงไฟจากกองไฟเล็กๆ ที่ลุกโชนอยู่ไม่ไกล
“ท่านผู้บัญชาการ ตื่นแล้วหรือครับ” เสียงของโบวินดังขึ้น เขาเดินเข้ามานั่งใกล้ๆ พร้อมกับยื่นชามน้ำซุปใสๆ ให้อาร์ค อาร์ครับมาดื่มช้าๆ น้ำซุปนั้นช่วยให้คอแห้งผากของเขาชุ่มชื่นขึ้นเล็กน้อย
“เกิดอะไรขึ้น…” อาร์คถามเสียงแหบพร่า
“หลังจากที่ท่านสลบไป พวกเราก็จัดการตามคำสั่งครับ ซากมังกรถูกสำรวจ และศพของสหายเราก็ถูกนำไปทำพิธีชั่วคราวแล้วครับ” โบวินรายงาน ใบหน้าของเขายังคงดูเหนื่อยล้า แต่แววตาเต็มไปด้วยความเคารพ “ท่านผู้บัญชาการ ท่านคือวีรบุรุษที่ช่วยชีวิตพวกเราไว้”
อาร์คพยักหน้าเล็กน้อย แม้จะไม่รู้สึกว่าเป็นวีรบุรุษเลยก็ตาม เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดในใจที่เพิ่มขึ้น เขาพ่ายแพ้ในกลยุทธ์เบื้องต้น และต้องจ่ายด้วยชีวิตของทหารหลายนาย และครึ่งหนึ่งของชีวิตตนเอง
“แล้ว… มีอะไรอีกไหม” อาร์คถาม ขณะที่ความทรงจำเริ่มกลับมาอย่างช้าๆ
โบวินลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นว่า “มีครับ… ตอนที่เราสำรวจซากมังกร เราพบของสิ่งหนึ่งที่หลุดออกมาจากท้องของมัน… มันเป็นไข่ครับท่านผู้บัญชาการ”
อาร์คเบิกตากว้าง “ไข่? ไข่มังกรอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่ครับ… เป็นไข่สีแดงก่ำขนาดใหญ่เท่าศีรษะคน มีลายเส้นสีทองพาดผ่านดูสวยงาม แต่… มันมีพลังงานประหลาดบางอย่างแผ่ออกมาครับ” โบวินกล่าว พร้อมกับชี้ไปยังวัตถุที่ถูกวางอยู่ข้างกองไฟ มันเป็นไข่ที่เรืองแสงสีแดงเรื่อๆ และอุ่นจัด มันเต้นตุบๆ ราวกับมีชีวิตอยู่ภายใน
ขณะที่อาร์คกำลังจ้องมองไข่มังกรอย่างใช้ความคิด ทันใดนั้น เสียงของระบบก็ดังก้องขึ้นในหัวเขาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนทั่วไป กลับเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเร่งด่วนและจริงจัง ราวกับจะสื่อถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา
“คำเตือน! ตรวจพบแหล่งพลังงานมืดมิดขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนที่มาทางที่ตั้งของผู้บัญชาการ! คาดการณ์ว่าจะมาถึงภายใน 6 ชั่วโมง! ระดับภัยคุกคาม: สูงมาก!”
อาร์คที่กำลังอ่อนแรงและสับสน หันไปมองไข่มังกรที่เต้นตุบๆ สลับกับมองไปยังทิศทางที่โบวินชี้เมื่อครู่ ก่อนที่จะตระหนักได้ว่า… เขายังไม่ทันได้ฟื้นตัวจากศึกใหญ่ และตอนนี้กำลังจะมีภัยคุกคามใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมเข้ามาอีก! มันคืออะไรกันแน่ และทำไมมันถึงมุ่งหน้ามาหาเขาในเวลาที่อ่อนแอที่สุดเช่นนี้? เขาจะรอดจากสถานการณ์นี้ไปได้อย่างไรในสภาพที่แทบจะขยับตัวไม่ได้…
ระบบยังคงเงียบงัน แต่คำเตือนสุดท้ายของมันยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของอาร์ค ‘ระดับภัยคุกคาม: สูงมาก!’

เทพสงครามระบบพิชิตโลก
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก