ทันทีที่คำพูดของเซธขาดห้วง อากาศในห้องบัญชาการที่เคยเต็มไปด้วยความยินดีจากการได้รับชัยชนะเหนือก็อบลินก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดที่แทบจะหยุดลมหายใจทุกคน กองทัพของอาณาจักรฟลาเทียร์ หนึ่งพันนาย กำลังมุ่งหน้ามา! สำหรับกองทัพมังกรดำที่มีกำลังเพียงร้อยกว่าคน นี่ไม่ใช่แค่ข่าวร้าย แต่เป็นหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามา
“หนึ่งพันนาย?” อาร์คเอ่ยเสียงเรียบ หากแต่ดวงตาที่เคยสงบนิ่งกลับฉายแววครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง “แน่ใจหรือเซธ รายงานมาจากแหล่งใด”
เซธยังคงมีใบหน้าซีดเผือดจากการวิ่งกลับมาอย่างเร่งรีบ “เรียนท่านแม่ทัพ รายงานมาจากหน่วยลาดตระเวนระยะไกลที่ซุ่มสังเกตการณ์อยู่ที่พรมแดน พวกเขาเห็นด้วยตาตัวเอง กองทัพฟลาเทียร์เคลื่อนพลจากป้อมปราการชายแดนอย่างเปิดเผย นำโดยแม่ทัพคอร์แวน ผู้ได้ชื่อว่า ‘จิ้งจอกทะเลทราย’ เส้นทางของพวกเขามุ่งตรงมายังหุบเขาแห่งนี้อย่างไม่ผิดเพี้ยนครับ คาดว่าจะมาถึงภายในสามวันอย่างช้าที่สุด”
สามวัน… เวลาอันน้อยนิดในการเตรียมรับมือกับกองทัพขนาดมหึมา อาร์คลอบประเมินสถานการณ์ในใจ กองทัพมังกรดำเพิ่งผ่านการรบครั้งแรก พวกเขายังเป็นเพียงทหารเกณฑ์ที่ถูกฝึกฝนอย่างหยาบ ๆ มีเพียงสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดและศรัทธาในตัวเขาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว หากต้องเผชิญหน้ากับทหารอาชีพที่ผ่านการรบมานับครั้งไม่ถ้วน ความพ่ายแพ้ย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้หากใช้วิธีตรงไปตรงมา
“แม่ทัพคอร์แวนหรือ…” อาร์คพึมพำกับตัวเอง ชื่อนี้คุ้นหูเขาอย่างประหลาด ราวกับเคยได้ยินในความทรงจำจากโลกเดิมที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และตำนาน เขาจำได้ว่าคอร์แวนเป็นแม่ทัพผู้ปราดเปรื่อง มีชื่อเสียงในการใช้กลยุทธ์ที่พลิกแพลงและโหดเหี้ยม เขาไม่เคยแพ้ในการรบขนาดเล็กและเป็นผู้เชี่ยวชาญในการโอบล้อมและปิดล้อมข้าศึก การจะรับมือกับคนเช่นนี้ ต้องใช้มากกว่าแค่กำลัง
“เซธ รวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทิศทางการเคลื่อนที่โดยละเอียด รูปแบบขบวนทัพ จำนวนกองทัพเสริมที่อาจตามมา และที่สำคัญที่สุด… เป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขา” อาร์คสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “ในขณะเดียวกัน สั่งให้หน่วยลาดตระเวนที่เหลือเฝ้าระวังทุกเส้นทางเข้าออกหุบเขา ห้ามให้แม้แต่แมลงวันตัวเดียวเล็ดลอดเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต!”
“รับทราบครับท่านแม่ทัพ!” เซธโค้งคำนับและรีบออกไปปฏิบัติหน้าที่
เมื่อเซธออกไปแล้ว อาร์คก็หันกลับมายังแผนที่ที่กางอยู่บนโต๊ะไม้หยาบ ๆ เขาไล่นิ้วไปตามเส้นทางที่คาดว่ากองทัพฟลาเทียร์จะใช้ สภาพภูมิประเทศของหุบเขาแห่งนี้เป็นจุดแข็งและจุดอ่อนในคราวเดียวกัน ทางเข้าหุบเขาเป็นช่องแคบที่สามารถป้องกันได้ง่าย แต่เมื่อเข้ามาภายในหุบเขาแล้ว พื้นที่ก็เริ่มขยายออกกว้างขึ้น แม้จะยังคงมีป่าทึบและเนินเขาสูงชัน แต่ก็เพียงพอให้กองทัพขนาดใหญ่สามารถเคลื่อนพลได้สะดวก และฐานทัพของเขาก็ตั้งอยู่ลึกเข้ามาในหุบเขา
“ระบบ” อาร์คเรียกใช้ระบบในใจ
เสียงใสของระบบตอบกลับทันที: [ยินดีรับใช้ ท่านแม่ทัพ]
“วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันและมอบคำแนะนำเชิงกลยุทธ์” อาร์คออกคำสั่งตรงไปตรงมา
[สถานการณ์ปัจจุบัน: ภัยคุกคามระดับสูง กองทัพศัตรู: 1,000 นาย (ประมาณ), กองทัพพันธมิตร: 112 นาย (ประมาณ). ความต่างทางกำลังพล: 1:9. เป้าหมายของศัตรู: ไม่ทราบแน่ชัด, มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็น ‘การกวาดล้าง’ กองกำลังนอกกฎหมาย. ความได้เปรียบของฝ่ายพันธมิตร: ความรู้ภูมิประเทศ, ป้อมปราการเบื้องต้น, ผู้นำที่ชาญฉลาด. ข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์: 1. หลีกเลี่ยงการปะทะตรง 2. ใช้ประโยชน์จากภูมิประเทศ 3. สร้างกับดักและสิ่งกีดขวาง 4. ใช้กลยุทธ์แบบกองโจร. ภารกิจเร่งด่วน: ป้องกันฐานทัพ ‘มังกรดำ’ จากการถูกทำลาย. รางวัล: ประสบการณ์ 5,000 หน่วย, ค่าศักดิ์ศรี 500 หน่วย, แผนผัง ‘หอคอยธนูเสริมเวท’]
อาร์ครู้สึกว่าตัวเองยิ้มมุมปากเมื่อเห็นรางวัลจากระบบ โดยเฉพาะ ‘หอคอยธนูเสริมเวท’ มันเป็นสิ่งที่เขาต้องการอย่างยิ่งในการรับมือกับกองทัพขนาดใหญ่ แต่ก่อนอื่น เขาต้องรอดจากสถานการณ์นี้ไปให้ได้เสียก่อน
“แผนผังหอคอยธนูเสริมเวท… น่าสนใจ แต่เรามีเวลาไม่มากพอที่จะสร้างมันขึ้นมาอย่างสมบูรณ์” อาร์คคิดในใจ “ระบบ เรามีทรัพยากรสำหรับการสร้างและซ่อมบำรุงในระดับใด”
[ทรัพยากรปัจจุบัน: ไม้ 800 หน่วย, หิน 650 หน่วย, เหล็ก 120 หน่วย. เพียงพอสำหรับการเสริมสร้างป้อมปราการเบื้องต้นและการสร้างหอคอยธนูเสริมเวทขนาดเล็ก 2 หอ]
สองหอคอย… มันอาจไม่มากนัก แต่ก็ดีกว่าไม่มีเลย อาร์คตัดสินใจทันที เขากดเรียกดูแผนผังของหอคอยธนูเสริมเวท มันเป็นหอคอยสูงเพรียวที่ทำจากหินและไม้ มีช่องยิงธนูอยู่หลายชั้น และมีวงแหวนเวทมนตร์ขนาดเล็กอยู่รอบ ๆ ที่ฐาน ซึ่งจะช่วยเสริมพลังการยิงของธนูและให้การป้องกันบางส่วนแก่ผู้ที่อยู่ภายใน หอคอยนี้จะกลายเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันช่องทางเข้าหุบเขา
เขาเรียกเรน หัวหน้าหน่วยก่อสร้าง ซึ่งเคยเป็นช่างไม้และช่างก่อสร้างฝีมือดีในหมู่บ้านที่ถูกทำลายให้เข้ามาพบ “เรน ฟังให้ดี เรามีเวลาสามวันในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของฐานทัพให้มากที่สุด ข้าต้องการให้เจ้าสร้างหอคอยธนูเสริมเวทสองหอที่ปากทางเข้าหุบเขาทันที และเสริมกำแพงไม้ที่ปากทางให้แข็งแกร่งขึ้นอีก หินและไม้ที่เรามีทั้งหมด จะต้องถูกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการป้องกัน ข้าต้องการให้พวกเจ้าทำงานตลอดทั้งวันทั้งคืน”
เรน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อได้ยินจำนวนกองทัพศัตรู แต่เมื่อเห็นความมุ่งมั่นในดวงตาของอาร์ค เขาก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น “รับทราบครับท่านแม่ทัพ พวกเราจะทำให้ดีที่สุด!”
จากนั้น อาร์คก็เรียกหัวหน้าหน่วยรบทุกคนมารวมตัวกันในห้องบัญชาการเล็ก ๆ บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความกดดัน ทุกคนทราบถึงสถานการณ์ที่เลวร้าย แต่ไม่มีใครแสดงความหวาดกลัวออกมา พวกเขามองมาที่อาร์คด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น
“พี่น้องกองทัพมังกรดำ” อาร์คเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงที่ดังกังวานและเปี่ยมด้วยพลัง “ในอีกสามวันข้างหน้า พวกเราจะเผชิญหน้ากับการทดสอบครั้งใหญ่ที่สุด กองทัพของอาณาจักรฟลาเทียร์ หนึ่งพันนาย กำลังมุ่งหน้ามายังหุบเขาแห่งนี้ พวกเขาต้องการทำลายพวกเรา ทำลายทุกสิ่งที่เราสร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรง”
เสียงฮือฮาเบา ๆ ดังขึ้น แต่ก็ถูกระงับด้วยสายตาที่เฉียบคมของอาร์ค
“ข้ารู้ว่าพวกเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ จำนวนของเราเทียบไม่ได้เลยกับพวกเขา และพวกเขาก็เป็นทหารที่ผ่านการรบมาอย่างโชกโชน” อาร์คกล่าวต่อ “แต่ข้าขอถามพวกเจ้า… พวกเราได้อะไรมาบ้างในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา?”
“พวกเราได้บ้าน!” เสียงหนึ่งตะโกนขึ้น
“พวกเราได้ความหวัง!” อีกเสียงเสริม
“พวกเราได้เป็นคน!” หลายเสียงประสานกัน
อาร์คพยักหน้าช้า ๆ “ใช่! พวกเราได้ทุกสิ่งที่เราคิดว่าสูญเสียไปแล้วในโลกที่โหดร้ายนี้ เราได้สร้างรากฐานของชีวิตใหม่ที่นี่ ที่นี่คือบ้านของเรา ที่นี่คือความหวังของเรา ที่นี่คือมังกรดำของเรา! และข้าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากมันไปจากพวกเรา!”
เสียงโห่ร้องของความฮึกเหิมดังลั่นไปทั่วห้อง อาร์คให้เวลากับพวกเขาได้ระบายความรู้สึกออกมา ก่อนจะกลับมาสู่เรื่องจริงจัง
“เราจะไม่สู้รบกับพวกเขาในที่โล่งแจ้ง นั่นคือการฆ่าตัวตาย” อาร์คชี้ไปที่แผนที่ “เราจะใช้ทุกตารางนิ้วของหุบเขาแห่งนี้ให้เป็นประโยชน์ เราจะเปลี่ยนหุบเขาแห่งนี้ให้เป็นสุสานของพวกเขา!”
แผนการถูกเปิดเผยทีละขั้นตอน อาร์คกำหนดให้ทหารทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก ส่วนแรกคือ ‘หน่วยป้องกัน’ มีหน้าที่ประจำการอยู่ที่หอคอยธนูเสริมเวทและกำแพงไม้ที่ปากทางเข้าหุบเขา พวกเขาจะใช้ธนูที่ได้จากการรบกับก็อบลิน รวมถึงธนูที่ผลิตขึ้นใหม่เพื่อสร้างการโจมตีจากระยะไกล อีกส่วนคือ ‘หน่วยจู่โจม’ ซึ่งจะนำโดยตัวอาร์คเอง พร้อมด้วยนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดบางส่วน พวกเขาจะซุ่มโจมตีจากป่าทึบและเนินเขาสูงชัน คอยก่อกวนและตัดกำลังศัตรู สร้างความสับสนและหวาดกลัว
“เราจะทำลายขวัญกำลังใจของพวกมัน ทำให้พวกมันเหนื่อยล้าและหวาดกลัวในทุกย่างก้าวที่เดินเข้ามาในหุบเขาแห่งนี้” อาร์คอธิบาย “ทหารของเราทุกคนจะต้องเรียนรู้วิธีการสร้างกับดัก ใช้ทักษะการซ่อนตัว และทำงานร่วมกันอย่างเป็นทีม นี่คือการรบที่ไม่ใช่แค่พละกำลัง แต่เป็นการรบด้วยสติปัญญา และเรา… จะเป็นผู้ชนะ!”
ตลอดสามวัน กองทัพมังกรดำทำงานราวกับเครื่องจักรที่ไร้ซึ่งความเหน็ดเหนื่อย กำแพงไม้ที่ปากทางเข้าหุบเขาถูกเสริมให้สูงและแข็งแกร่งขึ้น หอคอยธนูเสริมเวทสองหอผงาดขึ้นอย่างรวดเร็วภายใต้การกำกับดูแลของเรนและทีมงาน เวทมนตร์ที่ฝังอยู่ในหอคอยเริ่มทำงาน ส่งแสงเรืองรองอ่อน ๆ ออกมาในช่วงเวลากลางคืน เส้นทางเข้าหุบเขาถูกวางกับดักอย่างแน่นหนา ทั้งหลุมพราง หนามไม้แหลม กับดักหินถล่มที่ถูกซ่อนไว้ใต้ใบไม้และกิ่งไม้แห้ง แม้แต่ต้นไม้ที่อยู่ริมทางก็ถูกเตรียมไว้เพื่อโค่นล้มลงมาขวางเส้นทางในเวลาที่เหมาะสม ทหารทุกคนถูกฝึกฝนอย่างเข้มงวดในการใช้ธนู การต่อสู้ระยะประชิด และการเคลื่อนที่อย่างเงียบงันในป่า
อาร์คเองก็ใช้เวลาแทบจะตลอดเวลาในการตรวจสอบความเรียบร้อยของทุกจุด บ่อยครั้งที่เขาปีนขึ้นไปบนหอคอยธนูเพื่อตรวจสอบมุมการยิงและจุดบอด หรือเดินสำรวจป่าเพื่อหาตำแหน่งซุ่มโจมตีที่ดีที่สุด เขาไม่ได้แค่สั่งการ แต่ยังลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่ไม่ยอมแพ้
ในขณะเดียวกัน เซธก็ยังคงส่งรายงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง กองทัพฟลาเทียร์มีขบวนที่ยาวเหยียดและดูเป็นระเบียบ แต่ก็มีการเคลื่อนที่ที่เชื่องช้าลงเรื่อย ๆ อาจเป็นเพราะความระมัดระวังในการเดินทาง หรือเพราะพวกเขาประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดที่เข้ามาทำให้หัวใจของอาร์คเต้นระรัว
“ท่านแม่ทัพ! กองทัพฟลาเทียร์หยุดพักตั้งค่ายห่างจากปากทางเข้าหุบเขาเพียงหนึ่งวันเดินเท้าครับ!” เซธรายงานด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด
“หนึ่งวันเดินเท้า…” อาร์คทวนคำ เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมีสีส้มยามอาทิตย์อัสดง ลมหนาวพัดผ่านเข้ามาในหุบเขา ทำให้ใบไม้ส่งเสียงเสียดสีกันเบา ๆ มันเป็นเสียงที่เงียบสงบ แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกไม่ชอบมาพากล ราวกับเป็นเสียงกระซิบของโชคชะตาที่กำลังจะมาถึง
เขาหันกลับไปมองยังเหล่าทหารที่ยืนประจำตำแหน่งของตนเอง พวกเขาดูเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักตลอดสามวัน แต่ในดวงตาของทุกคนกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและประกายไฟแห่งการต่อสู้ อาร์ครู้ว่านี่คือเดิมพันครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเขา และของเขาเองด้วย
เขาปีนขึ้นไปบนหอคอยธนูที่สูงที่สุด ป้อมปราการไม้หินที่เพิ่งสร้างเสร็จหมาด ๆ เผยให้เห็นทัศนียภาพอันกว้างไกลของช่องทางเข้าหุบเขาที่คดเคี้ยวและป่าทึบเบื้องหน้า แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องลงมา ทำให้เงาของต้นไม้และภูเขาทอดยาวปกคลุมผืนดิน คืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายของความสงบสุข ก่อนที่หายนะหรือชัยชนะจะมาเยือน
“เตรียมตัวให้พร้อม” อาร์คพึมพำกับตัวเอง เสียงลมกระซิบข้างหู ราวกับจะเตือนให้เขาระวังอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา เขาจ้องมองไปยังความมืดมิดที่เริ่มปกคลุมเส้นทางที่ทอดยาวออกไปข้างหน้า ลึกเข้าไปในป่าที่เงียบงันนั้น กองทัพนับพันกำลังรอคอยรุ่งอรุณ เพื่อที่จะมุ่งหน้ามายังหุบเขาแห่งนี้ และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นสนามรบแห่งโชคชะตา
ทันใดนั้น แสงสีทองเรืองรองก็ปรากฏขึ้นที่ขอบฟ้าเหนือป่าเบื้องหน้า มันไม่ใช่แสงอาทิตย์ แต่เป็นประกายจากสิ่งประดิษฐ์เวทมนตร์บางอย่าง หรืออาจจะเป็นสัญญาณจากกองทัพของศัตรู… หรืออาจจะเป็นบางสิ่งที่เลวร้ายกว่านั้น อาร์คสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ราวกับมีดที่จ่ออยู่ที่ลำคอ เขายืนนิ่งอยู่บนหอคอยธนู มองไปยังแสงสว่างที่ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นในความมืด พร้อมกับเสียงก้องกังวานที่ค่อยๆ ใกล้เข้ามา… เสียงของแตรศึก! มันเป็นสัญญาณของการมาถึง สัญญาณของการเผชิญหน้าที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ กองทัพฟลาเทียร์ไม่ได้มาเพียงแค่หนึ่งพันนายตามที่คาดการณ์ไว้… แต่ดูเหมือนว่าจะมีบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าและอันตรายกว่ากำลังติดตามมาด้วย!
สิ่งที่อาร์คเห็นทำให้เลือดในกายของเขากลายเป็นน้ำแข็ง เขามองเห็นเงาตะคุ่มขนาดมหึมาที่กำลังเคลื่อนที่ช้าๆ ตัดผ่านแสงสีทองนั้น มันเป็นเงาที่ใหญ่โตเกินกว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตธรรมดา และยิ่งมันเคลื่อนที่เข้ามาใกล้เท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเห็นรายละเอียดของมันชัดเจนขึ้นเท่านั้น
ไม่ใช่แค่ทหาร… พวกมันกำลังนำ ‘อะไรบางอย่าง’ ที่ใหญ่โตและน่าสะพรึงกลัวมาด้วย!

เทพสงครามระบบพิชิตโลก
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก