วินาทีที่คำว่า “สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด” ผุดขึ้นในห้วงความคิดของเฮ่ยเทียน ร่างยักษ์เบื้องหน้าก็คำรามกึกก้อง ลำคอหนาผงาดขึ้นสู่เบื้องบน ปลดปล่อยพลังอสูรดิบเถื่อนที่ทำให้อากาศโดยรอบบิดเบี้ยว ดวงตาสีโลหิตจ้องมองมายังเฮ่ยเทียนราวกับเขาเป็นเพียงเศษอาหารไร้ค่า กรงเล็บขนาดมหึมาที่แหลมคมราวใบมีดเงื้อขึ้น เตรียมพร้อมที่จะฟาดฟันร่างของเขาให้แหลกเป็นผุยผง
ในห้วงเวลาแห่งความเป็นความตายนี้เอง ความกลัวไม่ได้เป็นสิ่งแรกที่เฮ่ยเทียนรู้สึก หากแต่เป็นเปลวไฟแห่งความเดือดดาลที่ลุกโชนขึ้นภายในจิตใจ ‘ความตาย? ข้าจะตายที่นี่ได้อย่างไร!’ เสียงกู่ร้องก้องกังวานในหัวใจ ‘ในเมื่อข้ายังไม่ได้แก้แค้น! ในเมื่อพวกมันยังไม่ได้ชดใช้!’ แรงอาฆาตพยาบาทอันรุนแรงทำให้พลังมารในกายของเขากระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง
ฉับพลันนั้นเอง เสียงทุ้มต่ำ เย็นยะเยือกราวธารน้ำแข็ง ก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเฮ่ยเทียน “ตรวจพบสภาวะคับขันขั้นสูงสุด... ระบบจอมมารเปิดใช้งาน! ยินดีต้อนรับสู่... ระบบจอมมารพิชิตสวรรค์!”
เสียงนั้นไม่ใช่เสียงจากภายนอก แต่เป็นเสียงที่กำเนิดขึ้นจากภายในจิตวิญญาณของเขาเอง ราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งที่หลับใหลอยู่และเพิ่งจะตื่นขึ้นมา ความประหลาดใจแวบเข้ามาเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะถูกกลืนกินด้วยความเร่งด่วนของสถานการณ์เบื้องหน้า
ปัง!
กรงเล็บอสูรฟาดลงมา เสียงปะทะดังกึกก้องแผ่นดิน เฮ่ยเทียนที่เพิ่งได้สติจากการปรากฏตัวของระบบ พยายามกระโดดหลบอย่างสุดกำลัง ร่างกายที่ดูราวกับอสูรตัวน้อยของเขากลิ้งหลุนๆ ไปตามพื้นหินที่เปียกชื้น รอดพ้นจากคมกรงเล็บไปได้อย่างหวุดหวิด เส้นผมสีดำสนิทที่ยาวระพื้นถูกแรงลมจากการฟาดฟาดกระชากจนรู้สึกเจ็บแสบ
“ระบบจอมมาร?” เฮ่ยเทียนพึมพำกับตัวเอง เขารู้สึกได้ถึงกระแสพลังงานประหลาดที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย พลังที่แต่ก่อนไม่เคยมีอยู่ ความเย็นชาที่แผ่ซ่านเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง
ขณะเดียวกัน เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเสียงพูดคุยที่กำลังใกล้เข้ามาก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นอายของพลังปราณบริสุทธิ์ของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี ผสมผสานกับกลิ่นธูปหอมที่ใช้ในการปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ลอยเข้ามาปะทะจมูกของเขา
‘พวกมันมาแล้ว...’ แววตาของเฮ่ยเทียนเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำดุจโลหิต ลมหายใจของเขากลายเป็นไอสีดำจางๆ ที่ลอยอ้อยอิ่งในอากาศ ความเกลียดชังที่สั่งสมมานับพันปีปะทุขึ้นราวภูเขาไฟ เขากัดฟันกรอด เสียงคำรามต่ำๆ เล็ดลอดออกมาจากลำคอ
“ติ๊ง! ภารกิจหลักเปิดใช้งาน: เอาชีวิตรอด! รายละเอียด: ในสถานการณ์คับขันนี้ จงใช้พลังของจอมมารเพื่อเอาชีวิตรอดจากอสูรโบราณและเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรที่เข้ามาแทรกแซง รางวัล: เปิดใช้งานฟังก์ชันหลักของระบบ, ห่อของขวัญเริ่มต้นจอมมาร!”
เสียงระบบที่ดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้เฮ่ยเทียนมีสติขึ้นมาเล็กน้อย ‘เอาชีวิตรอดงั้นหรือ? ไม่ใช่แค่เอาชีวิตรอด... ข้าต้องแข็งแกร่งขึ้น!’
อสูรเบื้องหน้าไม่รอช้า มันพุ่งเข้าหาเฮ่ยเทียนอีกครั้งด้วยความเร็วที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า กรงเล็บทั้งสี่ตะปบลงมาพร้อมกัน ราวกับจะบดขยี้เขาให้เป็นชิ้นๆ
ในวินาทีนั้นเอง เฮ่ยเทียนก็สัมผัสได้ถึงพลังที่ประหลาดและคุ้นเคยที่ไหลเวียนในกาย เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่สัญชาตญาณของมารบอกให้เขาปลดปล่อยมันออกมา แขนทั้งสองข้างที่เต็มไปด้วยเกล็ดสีดำสนิทถูกยกขึ้น ขยับในท่าทางที่เขาไม่เคยทำมาก่อน ปราณมารสีดำทะมึนพวยพุ่งออกจากฝ่ามือ ก่อตัวเป็นกำแพงพลังงานที่แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ
ปัง!
กรงเล็บของอสูรโบราณปะทะเข้ากับกำแพงปราณมารของเฮ่ยเทียน เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว พื้นดินโดยรอบสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เศษหินกระเด็นไปทั่ว อสูรโบราณคำรามด้วยความตกใจ มันไม่คิดว่ามนุษย์ตัวเล็กๆ ที่มันมองว่าเป็นเหยื่อ จะสามารถต้านทานการโจมตีของมันได้
เฮ่ยเทียนเองก็รู้สึกเจ็บปวดไปทั่วสรรพางค์กาย พลังมารที่เขาสร้างขึ้นต้านทานการโจมตีได้ก็จริง แต่แรงปะทะก็ยังคงส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อร่างกายที่เพิ่งจะถือกำเนิดขึ้นใหม่นี้ เลือดสีดำไหลซึมจากมุมปาก เขาหอบหายใจอย่างหนัก แต่ในดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยประกายแห่งความบ้าคลั่ง
“พลังมาร… นี่คือพลังของข้า!” เขาคำราม พลังงานในร่างกายที่เริ่มร่อยหรอ กลับถูกเติมเต็มด้วยความเกลียดชังที่เพิ่มพูนขึ้น เขารู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับความมืดมิดรอบตัว ราวกับถ้ำแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเขา
“ติ๊ง! ปลดล็อกทักษะ: ‘คลื่นปราณมาร’ (ระดับ 1) รายละเอียด: ปลดปล่อยคลื่นพลังงานมารเพื่อโจมตีหรือป้องกัน ใช้พลังมาร 10 หน่วยต่อครั้ง”
เฮ่ยเทียนไม่รอช้า เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานในตัวที่ถูกเรียกว่า ‘พลังมาร’ พุ่งออกจากฝ่ามืออีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่กำแพงป้องกัน แต่เป็นคลื่นพลังงานสีดำที่พุ่งเข้าใส่หน้าอสูรโบราณอย่างรวดเร็ว
ตูม!
คลื่นปราณมารปะทะเข้ากับใบหน้าของอสูรโบราณอย่างจัง อสูรยักษ์คำรามลั่นด้วยความเจ็บปวด หัวของมันสะบัดไปมาอย่างรุนแรง เกล็ดสีดำสนิทบนใบหน้าแตกกระจายออกเล็กน้อย เผยให้เห็นเนื้อสีแดงฉาน
“หึ… แค่นี้เองหรือ?” เฮ่ยเทียนแสยะยิ้มอย่างเยือกเย็น เขาเริ่มเข้าใจพลังของตนเองมากขึ้น และความรู้สึกที่ได้ใช้พลังนี้เพื่อตอบโต้ศัตรู มันช่างหอมหวานนัก
ในขณะที่เฮ่ยเทียนกำลังได้เปรียบในการต่อสู้กับอสูรโบราณ เสียงฝีเท้าของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรก็ใกล้เข้ามาจนได้ยินชัดเจน เฮ่ยเทียนหันขวับไปมองยังทิศทางนั้น
แสงสว่างจากตะเกียงวิญญาณที่ถูกจุดขึ้น ส่องกระทบกับเงาร่างของกลุ่มคนกว่าสิบคน พวกเขาสวมชุดนักพรตสีขาวสะอาดตา ปราณปราณบริสุทธิ์แผ่ซ่านออกมาจากกาย อาวุธประจำกายในมือเปล่งประกายเจิดจ้า
และในกลุ่มนั้นเอง เฮ่ยเทียนก็เห็นเขา ‘ผู้นั้น’ ชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าสงบเยือกเย็น ดวงตาคมกริบราวเหยี่ยว จ้องมองมายังเฮ่ยเทียนด้วยแววตาที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อพันปีก่อนเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มจอมปลอมที่เฮ่ยเทียนสาบานว่าจะไม่มีวันลืมเลือนไปชั่วชีวิต
‘ชิงหลง… เจ้าทรยศ!’ เสียงคำรามก้องอยู่ในใจของเฮ่ยเทียน พลังมารในกายของเขาลุกโชนขึ้นราวกับพายุที่คลุ้มคลั่ง ความเกลียดชังที่ถูกกดทับมานานนับพันปีพุ่งทะลักออกมาจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้
“อสูรชั่วร้าย!” หนึ่งในนักพรตตะโกนขึ้น เมื่อเห็นเฮ่ยเทียนในรูปลักษณ์ที่น่ากลัว “มันเป็นมาร! มารที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้น!”
“อืม… ดูเหมือนว่าพลังมารที่ชั่วร้ายจะยังคงหลงเหลืออยู่ในสถานที่แห่งนี้จริงๆ” ชิงหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเหยียดหยามในแววตา “และดูเหมือนว่ามันจะถือกำเนิดขึ้นจากซากอารยธรรมโบราณที่พวกเราผนึกไว้”
คำพูดของชิงหลงทำให้เฮ่ยเทียนรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งกายและใจ ‘ผนึกไว้? เจ้าผนึกข้าไว้ต่างหาก!’ เขาอยากจะคำรามออกไป อยากจะพุ่งเข้าไปฉีกกระชากใบหน้าอันแสนเสแสร้งนั้นให้แหลกเป็นชิ้นๆ
“ศิษย์น้องทั้งหลาย จงกำจัดมารร้ายตัวนี้เสีย!” ชิงหลงออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อย่าปล่อยให้พลังมารชั่วร้ายนี้แพร่กระจายไปได้!”
นักพรตหลายคนพุ่งเข้าหาเฮ่ยเทียนทันที พร้อมกับร่ายเวทมนตร์และใช้กระบี่อันคมกริบพุ่งเข้ามา กลิ่นอายของพลังปราณบริสุทธิ์พุ่งเข้าปะทะกับพลังมารของเฮ่ยเทียนอย่างรุนแรง
‘พวกเจ้าคิดจะกำจัดข้าอย่างนั้นหรือ? พวกเจ้าคิดว่าข้ายังเป็นเฮ่ยเทียนคนเดิมหรือไง!’ เฮ่ยเทียนหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนการคำรามของอสูร คลื่นพลังมารสีดำพวยพุ่งออกจากร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง
“คลื่นปราณมาร!” เฮ่ยเทียนคำรามลั่น เขายกฝ่ามือขึ้น ปลดปล่อยคลื่นพลังมารที่ทรงพลังกว่าเดิมพุ่งเข้าใส่กลุ่มนักพรตอย่างไม่เกรงกลัว
นักพรตหลายคนถูกคลื่นพลังมารซัดกระเด็นไป ร่างของพวกเขากระแทกเข้ากับผนังถ้ำอย่างรุนแรง เลือดสดๆ ไหลออกจากปาก พลังปราณคุ้มกายของพวกเขาไม่สามารถต้านทานพลังมารที่มุ่งร้ายนี้ได้
“เป็นไปได้อย่างไร! มารที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้น กลับมีพลังเช่นนี้!” นักพรตที่เหลืออยู่ตกตะลึง พวกเขาไม่เคยพบเห็นมารตัวใดที่มีพลังร้ายกาจถึงเพียงนี้มาก่อน
ชิงหลงเองก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตาของเขาฉายแววประหลาดใจ แต่เพียงชั่วครู่ก็กลับมาสงบนิ่งดังเดิม “มารตัวนี้ไม่ธรรมดา มีบางอย่างที่แตกต่างออกไปจากมารทั่วไป”
ในขณะที่เฮ่ยเทียนกำลังสู้กับกลุ่มนักพรต อสูรโบราณที่ถูกคลื่นปราณมารโจมตี ก็เริ่มฟื้นตัว มันคำรามด้วยความเดือดดาล พุ่งเข้าใส่เฮ่ยเทียนจากด้านหลัง
เฮ่ยเทียนรู้สึกถึงอันตรายที่มาจากด้านหลัง เขาไม่มีเวลาหันไปมอง แต่สัญชาตญาณของมารบอกให้เขาทำในสิ่งที่จำเป็นที่สุด
“คลื่นปราณมาร!” เฮ่ยเทียนปลดปล่อยคลื่นพลังมารอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้พุ่งเป้าไปที่อสูรโบราณโดยตรง หากแต่พุ่งเข้าใส่ผนังถ้ำด้านข้างที่อยู่ใกล้กับกลุ่มนักพรตที่ยังยืนหยัดอยู่
ตูม!
คลื่นปราณมารอันรุนแรงทำให้ผนังถ้ำที่ดูแข็งแกร่งพังทลายลงมาอย่างง่ายดาย เศษหินขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงมาทับร่างของนักพรตหลายคนที่ยืนอยู่ด้านล่าง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงม
“เจ้า! เจ้าบ้าไปแล้วหรือ!” ชิงหลงตะโกนด้วยความโกรธ เขาไม่คาดคิดว่ามารตัวนี้จะใช้กลยุทธ์ที่บ้าคลั่งเช่นนี้
เฮ่ยเทียนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ‘บ้าหรือ? ข้าบ้าไปนานแล้ว!’ เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับชิงหลง ดวงตาแดงก่ำราวเพลิงนรก
“ติ๊ง! ภารกิจหลัก: เอาชีวิตรอด สำเร็จ! รางวัล: เปิดใช้งานฟังก์ชันหลักของระบบ, ห่อของขวัญเริ่มต้นจอมมาร!”
เมื่อเสียงระบบดังขึ้น เฮ่ยเทียนก็รู้สึกถึงพลังงานที่ไหลเวียนในร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดจากการต่อสู้ลดลงไปมาก ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาก็หายไปราวกับไม่เคยมีมาก่อน
“ระบบ! เปิดห่อของขวัญเริ่มต้นจอมมาร!” เฮ่ยเทียนสั่งในใจ
“ติ๊ง! ท่านได้รับ: ‘คู่มือการบ่มเพาะพลังมารเบื้องต้น’ (ระดับ 1), ‘ยาสร้างแก่นมาร’ (ระดับต่ำ) x 5, ‘แผนที่มิติอสูร’ (ฉบับย่อ)”
ข้อมูลของรางวัลต่างๆ ปรากฏขึ้นในจิตใจของเฮ่ยเทียน เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นี่คือหนทางสู่ความแข็งแกร่ง!
ในขณะเดียวกัน อสูรโบราณที่ยังคงเดือดดาลอยู่ ก็พุ่งเข้าใส่เฮ่ยเทียนอีกครั้งอย่างไม่ลดละ มันไม่สนใจนักพรตที่กำลังบาดเจ็บอยู่ด้านล่าง
เฮ่ยเทียนมองไปที่อสูรโบราณและกลุ่มนักพรตที่กำลังสับสนวุ่นวาย แผนการหนึ่งผุดขึ้นในใจของเขา
“คลื่นปราณมาร!” เฮ่ยเทียนปลดปล่อยคลื่นพลังมารที่รุนแรงกว่าเดิม พุ่งเข้าใส่อสูรโบราณอย่างจัง คราวนี้มันไม่ใช่การโจมตีเพื่อสร้างความเสียหาย แต่เป็นการโจมตีเพื่อควบคุมทิศทาง
อสูรโบราณที่ถูกโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัว ถูกซัดกระเด็นไปด้านข้าง ชนเข้ากับผนังถ้ำที่ยังคงแข็งแรงอยู่ เสียงกระแทกดังสนั่นหวั่นไหว
“พวกเจ้า! จงดูผลกรรมที่พวกเจ้าก่อไว้!” เฮ่ยเทียนคำราม เขากระโดดขึ้นไปบนซากปรักหักพังที่เพิ่งถล่มลงมา ยืนอยู่เหนือกลุ่มนักพรตที่กำลังบาดเจ็บ
“ชิงหลง! เจ้าจะไม่มีวันหนีความผิดของเจ้าพ้น! ข้าจะกลับมา! กลับมาเพื่อล้างแค้น!” เฮ่ยเทียนตะโกนลั่นถ้ำ เสียงของเขาสั่นสะเทือนด้วยความโกรธแค้นและเจ็บปวด
ชิงหลงมองดูเฮ่ยเทียนด้วยแววตาที่เริ่มจะเผยความตกใจ เขาไม่คิดว่ามารตัวนี้จะมีความคิดและความสามารถในการพูดเช่นนี้ หรือว่า…
แต่ก่อนที่ชิงหลงจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ เฮ่ยเทียนก็ปลดปล่อยพลังมารออกมาอย่างบ้าคลั่ง คลื่นปราณมารสีดำทะมึนพวยพุ่งไปทั่วถ้ำ ราวกับพายุที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง
“คลื่นปราณมารผสาน!” เฮ่ยเทียนคำราม พลังมารทั้งหมดในกายถูกรวบรวมไว้ที่ฝ่ามือ แล้วปลดปล่อยออกมาในรูปแบบของคลื่นพลังงานขนาดใหญ่ที่พุ่งเข้าใส่เพดานถ้ำ
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวรุนแรงกว่าครั้งใดๆ เพดานถ้ำที่อยู่เหนือศีรษะของทุกคนเริ่มปริแตก เศษหินขนาดมหึมาเริ่มร่วงหล่นลงมาอย่างต่อเนื่อง ถ้ำทั้งถ้ำกำลังจะถล่มลงมา!
“หนีเร็ว!” นักพรตคนหนึ่งตะโกนด้วยความตื่นตระหนก พวกเขาไม่คิดว่ามารตัวนี้จะบ้าคลั่งถึงขนาดทำลายถ้ำเพื่อหลบหนี
ชิงหลงเองก็รีบพาเหล่าศิษย์ที่เหลืออยู่หนีออกจากถ้ำอย่างรวดเร็ว เขาเหลือบมองเฮ่ยเทียนเป็นครั้งสุดท้าย ในแววตาของเขามีความซับซ้อนหลายอย่าง ทั้งความตกใจ ความโกรธ และความหวาดระแวง
เฮ่ยเทียนไม่รอช้า เมื่อเห็นว่ากลุ่มนักพรตเริ่มหนีออกไป เขาก็กระโดดลงจากซากปรักหักพัง หันหลังให้กับอสูรโบราณที่ยังคงติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังที่ร่วงลงมาบางส่วน แล้วพุ่งทะยานออกไปยังทางเข้าถ้ำอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเขายังคงเจ็บปวด แต่ความรู้สึกที่ได้เห็นความหวาดกลัวในแววตาของชิงหลง มันทำให้เขารู้สึกมีชีวิตชีวาอย่างประหลาด
เมื่อออกมาจากถ้ำได้ เฮ่ยเทียนก็พบว่าตัวเองอยู่ในป่าทึบที่มืดมิด เสียงลมพัดหวีดหวิว กลิ่นอายของธรรมชาติที่แตกต่างจากในถ้ำอย่างสิ้นเชิง เขาหอบหายใจอย่างหนัก พลังมารในกายร่อยหรอลงไปมากจากการต่อสู้และทำลายถ้ำ
“ติ๊ง! พลังมารเหลือ 5% โปรดหาที่ปลอดภัยเพื่อฟื้นฟูพลัง” เสียงระบบเตือนขึ้นในใจของเขา
เฮ่ยเทียนกัดฟันกรอด ร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยความเหนื่อยล้า แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ‘ข้าจะไม่มีวันล้มลง! ข้าจะไม่มีวันแพ้!’
เขาเดินโซซัดโซเซเข้าไปในป่าลึก ไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางของเขาคือที่ใด แต่เขาก็รู้เพียงอย่างเดียวว่าเขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้น เพื่อวันหนึ่ง… เขาจะกลับไปทวงคืนทุกสิ่ง และพิชิตสวรรค์อันอยุติธรรมนี้ให้จงได้!
แต่ก่อนที่เขาจะเดินไปได้ไกล ร่างกายที่อ่อนล้าของเขาก็เริ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป ดวงตาของเขาพร่ามัว ความเจ็บปวดที่ถูกกดทับไว้เริ่มปะทุขึ้นอีกครั้ง
ปึ่ก!
ร่างของเฮ่ยเทียนทรุดลงกับพื้น ร่างกายของเขากลายเป็นก้อนเนื้อที่อ่อนปวกเปียก เขาพยายามลุกขึ้น แต่ก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงใดๆ สิ่งสุดท้ายที่เขาเห็นคือเงาดำขนาดใหญ่ที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจากด้านหลังต้นไม้สูงใหญ่ ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลงไปในความมืดมิดอีกครั้ง...

จอมมารระบบพิชิตสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก