เสียงคำรามแหวกอากาศธาตุจากเบื้องล่างก้องสะท้อนไปทั่วโสตประสาทของเฮ่ยเทียน ไม่ใช่เสียงธรรมดา แต่เป็นคลื่นพลังแห่งความมืดมิดที่พุ่งตรงเข้าโจมตีจิตวิญญาณ ความหวาดกลัวที่สั่นสะท้านไปถึงกระดูกดำผุดขึ้นมาจากห้วงลึกของสามัญสำนึก แต่ในเวลาเดียวกันนั้นเอง โลหิตมารที่ไหลเวียนอยู่ในกายของเขากลับพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง ราวกับถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากนิทราอันยาวนาน
เงามืดมโหฬารที่อยู่เบื้องล่างช่องว่างนั้น ไม่ใช่แค่เงาอีกต่อไป หากแต่เป็นบางสิ่งที่กำลังพยายามบิดเบือนความเป็นจริง ฉีกกระชากมิติให้ขาดสะบั้นเพื่อปรากฏกายออกมา ร่างของมันดูบิดเบี้ยวผิดรูป ผิวคล้ายถูกหล่อหลอมจากความว่างเปล่าและหยดน้ำหมึกที่มืดมิดที่สุด สูงใหญ่จนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด พลังงานแห่งความชั่วร้ายที่แผ่ออกมานั้นหนักหน่วงเกินกว่าที่เฮ่ยเทียนเคยสัมผัส ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือ ‘บรรพบุรุษแห่งความมืดมิดที่ถูกผนึกมาแต่โบราณกาล’ ตามที่ระบบได้เตือนไว้
ราชันย์อสูรทมิฬมายาที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเฮ่ยเทียน บัดนี้ดูราวกับลูกแมวตัวน้อยเมื่อเทียบกับเงาร่างอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังจะปรากฏตัวออกมา มันมิได้คำรามหรือแสดงท่าทีคุกคามอีกต่อไป ดวงตาโลหิตฉานของมันกลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึงอย่างเห็นได้ชัด ร่างกายของมันสั่นเทาเล็กน้อย ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่เหนือกว่าอำนาจของตนเองอย่างไม่อาจเทียบเคียงได้
เฉินกวงและหลี่หมิงที่ถูกผลักไปอยู่ด้านหลัง ผงะถอยห่างออกไปอีกหลายก้าว ใบหน้าของพวกเขากล่าวซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีโลหิตใดๆ แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนแทบจะกลายเป็นความว่างเปล่า พลังปราณมารที่แผ่ซ่านมาจากบรรพบุรุษแห่งความมืดมิดนั้นรุนแรงเกินกว่าที่พวกเขาจะต้านทานได้ พวกเขารู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่ตรงหน้าปากอ่าวของขุมนรก ที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างให้จมดิ่งลงสู่ความมืดมิดนิรันดร์
“นี่… นี่มันไม่ใช่ราชันย์อสูรธรรมดา!” เฉินกวงพึมพำเสียงสั่นพร่า ลมหายใจติดขัด “นี่มันคือสิ่งใดกันแน่? พลังงานเช่นนี้… ข้าไม่เคยพบเห็นมาก่อน!”
“พวกเรา… พวกเรากำลังจะตายแล้วหรือนี่?” หลี่หมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ เขากอดดาบในมือแน่น แต่กลับรู้สึกว่ามันหนักอึ้งราวกับภูผา ไม่อาจยกขึ้นต่อสู้ได้อีกต่อไป
เฮ่ยเทียนเพิกเฉยต่อเสียงของสหายทั้งสอง เขากำลังจดจ่ออยู่กับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าอย่างเต็มที่ ม่านตาของเขาหดเล็กลงคล้ายคมมีดในขณะที่ดวงตามารโลหิตของเขาจ้องมองไปยังช่องว่างนั้นอย่างไม่กะพริบ พลังมารในกายของเขาพลุ่งพล่านราวกับกระแสน้ำวนที่บ้าคลั่ง ระบบมังกรโลหิตมารพลันส่งเสียงแจ้งเตือนขึ้นในจิตใจของเขา
[ตรวจพบพลังงานบรรพกาลขั้นสุดยอด: บรรพบุรุษแห่งความมืดมิด] [ระดับความอันตราย: หายนะระดับสวรรค์, ไม่สามารถประเมินได้ด้วยระดับพลังงานปัจจุบันของผู้ใช้] [คำเตือน: การเผชิญหน้าโดยตรงอาจนำไปสู่การล่มสลายของจิตวิญญาณและร่างกาย] [ภารกิจฉุกเฉิน: เอาชีวิตรอดจากการตื่นขึ้นของบรรพบุรุษแห่งความมืดมิด] [รางวัล: โลหิตมารบรรพกาล 1 หยด, แต้มระบบ 50,000, ฉายาพิเศษ ‘ผู้รอดชีวิตจากห้วงอเวจี’] [บทลงโทษหากล้มเหลว: การตายของจิตวิญญาณและร่างกาย]
“เอาชีวิตรอดอย่างนั้นหรือ?” เฮ่ยเทียนพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าของเขาไม่มีความหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น มีเพียงความมุ่งมั่นและประกายแห่งความท้าทายฉายชัดอยู่ในดวงตา ‘ถึงแม้ระบบจะบอกว่ามันคือหายนะระดับสวรรค์ แต่โลหิตมารในกายของข้ากลับกำลังคำรามอย่างบ้าคลั่ง มันต้องการที่จะต่อสู้ มันต้องการที่จะกลืนกิน!’
ในขณะที่เขาครุ่นคิดอยู่นั้น ราชันย์อสูรทมิฬมายาที่ยืนอยู่เบื้องหน้าพลันส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวด ร่างกายของมันเริ่มบิดเบี้ยวและยุบตัวลง ราวกับถูกแรงดึงดูดที่มองไม่เห็นกระชากลงไปสู่ช่องว่างเบื้องล่างอย่างรุนแรง พลังปราณมารของมันถูกดูดกลืนอย่างรวดเร็วราวกับเป็นเพียงเชื้อเพลิงสำหรับบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า
“ไม่นะ! ท่านบรรพบุรุษ ได้โปรดเมตตา!” เสียงร้องอ้อนวอนของราชันย์อสูรทมิฬมายาดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ก่อนที่ร่างกายทั้งหมดของมันจะถูกกลืนกินหายไปในเงามืดเบื้องล่าง ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่มาก่อน
ภาพนั้นทำให้เฉินกวงและหลี่หมิงแทบจะหมดสติ ราชันย์อสูรที่แข็งแกร่งถึงเพียงนั้น กลับถูกกลืนกินไปอย่างง่ายดายราวกับเศษฝุ่น! นี่คือสิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากระนั้นหรือ?
เฮ่ยเทียนขบกรามแน่น เขารู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน แต่ไม่ใช่ด้วยความกลัว หากแต่เป็นเพราะพลังมารภายในที่กำลังปะทุขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ โลหิตมารในเส้นเลือดของเขากำลังเรียกร้องให้ต่อสู้ มันไม่ใช่เพียงสัญชาตญาณเอาตัวรอด แต่เป็นความกระหายที่จะพิชิตสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า
ช่องว่างเบื้องล่างพลันสว่างวาบขึ้นด้วยแสงสีม่วงดำอันน่าขนลุก คลื่นพลังงานที่แผ่กระจายออกมาทำให้หินรอบข้างแตกละเอียด กลายเป็นผงธุลีในพริบตา เงามืดขนาดมหึมาเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างที่ชัดเจนขึ้น มันมีลักษณะคล้ายมนุษย์ แต่กลับมีแขนขาจำนวนมากที่ยื่นออกมาจากลำตัว คล้ายกับหนวดปลาหมึกยักษ์ที่บิดเบี้ยวและพันกันยุ่งเหยิง ผิวหนังของมันคล้ายกับหินออบซิเดียนที่มืดมิดและสะท้อนแสงสลัวๆ ดวงตาหลายคู่ที่อยู่บนใบหน้าอันบิดเบี้ยวของมันเปิดขึ้นพร้อมกัน เปล่งประกายสีม่วงดำอันเยือกเย็นราวกับห้วงอวกาศที่ไร้ชีวิต
“ในที่สุด… ในที่สุดข้าก็ตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์” เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงระเบิดจากก้นบึ้งของจักรวาลดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงที่เปล่งออกมาจากลำคอ แต่เป็นเสียงที่สะท้อนก้องอยู่ในจิตใจของทุกคน ราวกับมันสามารถสื่อสารกับจิตวิญญาณได้โดยตรง “กลิ่นอายแห่งความมืดมิด… ช่างหอมหวานยิ่งนัก”
ดวงตาหลายคู่ของ ‘บรรพบุรุษแห่งความมืดมิด’ จับจ้องมายังเฮ่ยเทียนโดยตรง ราวกับมองเห็นความลับทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ในกายของเขา
“เจ้า… เจ้าคือผู้ที่ถูกแปดเปื้อนด้วยโลหิตมาร… ช่างน่าสนใจยิ่งนัก” เสียงของมันดังขึ้นอีกครั้ง แฝงไว้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่น่าขนลุก “เป็นเวลานับพันปีที่ข้าถูกผนึกไว้ใต้ผืนพิภพนี้ แต่บัดนี้ โลหิตมารที่เข้มข้นในกายของเจ้าได้ปลุกให้ข้าตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์”
เฮ่ยเทียนรู้สึกราวกับถูกสายตาหลายคู่เจาะลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของเขา แต่เขาก็ไม่ยอมหลบตา ดวงตามารโลหิตของเขาเปล่งประกายเข้มข้นขึ้น เขากำหมัดแน่น พลังมารในกายหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
“เจ้าคือผู้ที่ปลุกข้าขึ้นมา… เจ้าคือผู้ที่จักต้องเป็นเครื่องสังเวยแรกของข้า!” บรรพบุรุษแห่งความมืดมิดกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน แขนขาคล้ายหนวดของมันเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า แต่กลับสร้างแรงกดดันมหาศาล อากาศธาตุรอบตัวบิดเบี้ยว ราวกับจะฉีกขาดออกเป็นเสี่ยงๆ
[ผู้ใช้: เฮ่ยเทียน] [ระดับ: ก่อกำเนิดมาร (ขั้นกลาง)] [พลังชีวิต: 100%] [พลังมาร: 1,200/1,200] [สถานะ: โลหิตมารคำราม (เพิ่มพลังโจมตีมาร 20%, เพิ่มความเร็ว 15%, เพิ่มความต้านทานความหวาดกลัว 50%)]
เฮ่ยเทียนสูดหายใจลึก เขารู้ว่าการหลบหนีเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าคือหายนะที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และโลหิตมารในกายของเขาก็ไม่ยอมให้เขาหลบหนี เขาต้องสู้!
“ถึงแม้เจ้าจะเป็นบรรพบุรุษแห่งความมืดมิด แต่ข้าก็คือจอมมารระบบพิชิตสวรรค์!” เฮ่ยเทียนตะโกนกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว เสียงของเขาดังก้องกังวานไปทั่วถ้ำ “ข้าจะไม่ยอมเป็นเครื่องสังเวยของเจ้า!”
ทันทีที่สิ้นเสียง ระบบก็พลันแจ้งเตือนขึ้นอีกครั้ง
[ภารกิจฉุกเฉิน: เอาชีวิตรอดจากการตื่นขึ้นของบรรพบุรุษแห่งความมืดมิด (ขั้นที่ 1: ต้านทานการโจมตีแรก)] [รางวัลเพิ่มเติม: วิชาการเคลื่อนไหว ‘เงาโลหิตมาร’, แต้มระบบ 10,000]
เฮ่ยเทียนไม่รอช้า พลังมารสีดำทมิฬพลันปะทุออกมาจากร่างของเขาอย่างรุนแรง กลายเป็นเปลวเพลิงมารสีดำที่โหมกระหน่ำล้อมรอบกายเขา ออร่าแห่งความชั่วร้ายแผ่กระจายออกไป ทำให้เฉินกวงและหลี่หมิงที่อยู่ด้านหลังแทบจะสำลัก
“พลังมารที่บริสุทธิ์ถึงเพียงนี้… ช่างน่าประทับใจ!” บรรพบุรุษแห่งความมืดมิดกล่าวอย่างเย้ยหยัน “แต่เจ้าคิดว่าจะต้านทานข้าได้งั้นหรือ?”
หนวดขนาดมหึมาเส้นหนึ่งของมันพลันพุ่งเข้าใส่เฮ่ยเทียนอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด หนวดนั้นไม่ใช่แค่หนวดธรรมดา หากแต่คล้ายกับผืนผ้าแห่งความมืดมิดที่สามารถบิดเบือนพื้นที่และเวลาได้ แรงกดดันมหาศาลที่มาพร้อมกับการโจมตีทำให้เฮ่ยเทียนรู้สึกราวกับอากาศรอบตัวกำลังจะถูกบีบอัดจนแหลกละเอียด
“วิชาดาบมารไร้เงา!”
เฮ่ยเทียนคำราม พลังมารทั้งหมดในกายถูกรวบรวมไว้ที่ดาบมารทมิฬสนิทของเขา ปราณดาบมารสีดำทมิฬพุ่งออกไปตัดอากาศธาตุ เสียงหวีดหวิวของดาบกรีดก้อง ดาบมารของเขาฟันออกไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าสีดำนับสิบสาย พลังดาบเหล่านั้นพุ่งเข้าปะทะกับหนวดแห่งความมืดมิดของบรรพบุรุษแห่งความมืดมิดอย่างจัง
ตูมมมมม!
เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งถ้ำ คลื่นกระแทกของพลังงานมารทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง พลังดาบมารของเฮ่ยเทียนสามารถฉีกกระชากหนวดแห่งความมืดมิดให้ขาดสะบั้นได้ชั่วขณะ แต่หนวดที่ขาดไปนั้นก็พลันฟื้นตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว ราวกับมันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเงาที่ไม่อาจทำลายได้
เฮ่ยเทียนรู้สึกถึงแรงกระแทกมหาศาลที่ย้อนกลับมาทางดาบมารของเขา แขนของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง โลหิตมารในกายของเขาพลุ่งพล่านราวกับจะหลุดทะลักออกมาจากเส้นเลือด
[ระบบ: ผู้ใช้ได้รับความเสียหาย 15% จากการโจมตีของบรรพบุรุษแห่งความมืดมิด] [พลังชีวิต: 85%]
‘แข็งแกร่งเกินไป!’ เฮ่ยเทียนคิดในใจ ‘แม้แต่การโจมตีปกติของมันก็ยังน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้!’
“หึๆ… พลังโจมตีของเจ้าช่างน่าขันนัก” บรรพบุรุษแห่งความมืดมิดกล่าวเยาะเย้ย “ถึงแม้เจ้าจะสามารถทำลายส่วนหนึ่งของร่างกายข้าได้ แต่สำหรับข้าแล้ว มันก็เป็นเพียงรอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น”
มันเคลื่อนไหวอีกครั้ง คราวนี้หนวดหลายเส้นพุ่งเข้าใส่เฮ่ยเทียนจากทุกทิศทุกทาง พร้อมกับที่ดวงตาหลายคู่ของมันเปล่งประกายสีม่วงดำจ้าขึ้น ส่งผลให้เกิดภาพหลอนและเสียงกระซิบที่น่าขนลุกแทรกซึมเข้าสู่จิตใจของเฮ่ยเทียน พยายามบิดเบือนสติสัมปชัญญะของเขา
[ระบบ: ผู้ใช้กำลังถูกโจมตีทางจิตวิญญาณ!] [สถานะ: จิตวิญญาณมารต้านทาน, ลดผลกระทบ 70%]
แม้จะถูกลดผลกระทบลง แต่เฮ่ยเทียนก็ยังรู้สึกถึงความปั่นป่วนภายในจิตใจ ภาพหลอนของอดีตอันเลวร้ายผุดขึ้นมาในห้วงความคิดชั่วขณะหนึ่ง แต่ด้วยจิตมารอันแข็งแกร่งที่ถูกหล่อหลอมจากระบบและโลหิตมารในกาย เขาก็สามารถสลัดภาพเหล่านั้นออกไปได้อย่างรวดเร็ว
“จิตมารของเจ้าแข็งแกร่งกว่าที่ข้าคาดไว้” บรรพบุรุษแห่งความมืดมิดกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย “แต่ความแข็งแกร่งเพียงแค่นั้นไม่อาจช่วยเจ้าได้!”
เฮ่ยเทียนรู้ว่าเขาไม่อาจยืนอยู่เฉยๆ เพื่อรับการโจมตีได้อีกต่อไป เขาต้องเคลื่อนไหว!
[ระบบ: ผู้ใช้บรรลุภารกิจฉุกเฉินขั้นที่ 1: ต้านทานการโจมตีแรก] [รางวัล: วิชาการเคลื่อนไหว ‘เงาโลหิตมาร’ ได้รับแล้ว! แต้มระบบ 10,000 ได้รับแล้ว!]
ทันทีที่วิชา ‘เงาโลหิตมาร’ ปรากฏขึ้นในจิตใจของเขา เฮ่ยเทียนก็รู้สึกราวกับได้รับความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว พลังมารในกายของเขาหมุนวนอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนแปลงเป็นพลังงานที่ละเอียดอ่อนและลื่นไหลมากขึ้น
“เงาโลหิตมาร!”
เฮ่ยเทียนคำรามออกไป ร่างกายของเขาสลายกลายเป็นเงาสีดำหลายสาย พุ่งทะยานหลบหนีการโจมตีของหนวดแห่งความมืดมิดได้อย่างหวุดหวิด เงาเหล่านั้นเคลื่อนไหวราวกับสายฟ้าที่พร่างพรายไปมาในอากาศ ยากที่จะจับต้องได้
บรรพบุรุษแห่งความมืดมิดดูเหมือนจะประหลาดใจเล็กน้อย ดวงตาหลายคู่ของมันจ้องมองไปยังเงาของเฮ่ยเทียนที่เคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็ว
“วิชาเคลื่อนไหวเช่นนั้น… น่าสนใจ” มันกล่าว “แต่เจ้าคิดว่าจะหนีพ้นจากเงื้อมมือของข้าได้งั้นหรือ?”
ทันใดนั้น บรรพบุรุษแห่งความมืดมิดก็พลันส่งคลื่นพลังงานสีม่วงดำมหาศาลออกมาจากร่างกาย คลื่นพลังงานนั้นพุ่งทะลุผ่านเงาของเฮ่ยเทียน ทำให้เงาเหล่านั้นกระจัดกระจายและสลายไปอย่างรวดเร็ว
เฮ่ยเทียนปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง ห่างออกไปไม่กี่สิบเมตร เขารู้สึกถึงแรงกระแทกจากคลื่นพลังงานที่ทำให้ร่างกายของเขาชาไปหมด แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้
[ระบบ: ผู้ใช้ได้รับความเสียหาย 10% จากคลื่นพลังงานของบรรพบุรุษแห่งความมืดมิด] [พลังชีวิต: 75%]
‘คลื่นพลังงานนั้นมัน… มันสามารถสลายเงาของข้าได้!’ เฮ่ยเทียนตระหนักได้ว่าวิชาเงาโลหิตมารเพียงอย่างเดียวไม่อาจช่วยให้เขารอดพ้นจากหายนะนี้ได้
“เจ้าไม่อาจหนีพ้นความมืดมิดได้” บรรพบุรุษแห่งความมืดมิดกล่าว เสียงของมันเต็มไปด้วยอำนาจอันน่าเกรงขาม “เจ้าเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอ ที่ถูกหล่อหลอมจากโลกใบนี้ โลกที่ข้าจะกลืนกินในไม่ช้า”
มันยื่นแขนขาหลายเส้นออกไปในอากาศธาตุ พลังปราณมารรอบตัวพลันรวมตัวกันเป็นวงกลมขนาดใหญ่สีม่วงดำ วงกลมนั้นขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว กลืนกินแสงสว่างและอากาศธาตุทั้งหมดในถ้ำ ราวกับกำลังจะสร้างหลุมดำขนาดเล็กขึ้นมา
เฮ่ยเทียนรู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ร่างกายของเขาเริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนผิวหนัง โลหิตมารเริ่มซึมออกมาจากรูขุมขนของเขา เขากำลังถูกบีบอัด!
[คำเตือน: บรรพบุรุษแห่งความมืดมิดกำลังใช้ ‘อเวจีกลืนกิน’!] [ผลกระทบ: ดูดกลืนพลังชีวิต, พลังมาร, และบีบอัดร่างกายและจิตวิญญาณ] [คำแนะนำ: จงใช้พลังมารทั้งหมดเพื่อต้านทานการดูดกลืน หรือหาทางทำลายแหล่งกำเนิดพลังงาน]
‘อเวจีกลืนกินงั้นหรือ?’ เฮ่ยเทียนกัดฟันแน่น เขารู้สึกได้ถึงพลังงานที่ถูกดูดออกจากร่างกายอย่างรวดเร็ว พลังชีวิตและพลังมารของเขากำลังลดลงอย่างน่าตกใจ
[พลังชีวิต: 70%… 65%… 60%] [พลังมาร: 1,000… 900… 800]
เฉินกวงและหลี่หมิงที่อยู่ด้านหลังแทบจะหมดสติ พวกเขากำลังถูกดูดกลืนพลังชีวิตไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน ร่างกายของพวกเขาเริ่มแห้งเหี่ยวลงราวกับถูกดูดพลังงานไปจนหมดสิ้น
“ไม่นะ! ข้า… ข้ารู้สึกเหมือนกำลังจะสลายไป!” หลี่หมิงกรีดร้องอย่างเจ็บปวด
“เฮ่ยเทียน! เจ้าต้องหนีไป!” เฉินกวงตะโกนเสียงแผ่วเบา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสิ้นหวัง
เฮ่ยเทียนไม่สนใจเสียงของพวกเขา เขากำลังจดจ่ออยู่กับการหาทางรอด โลหิตมารในกายของเขากำลังพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ใช่แค่พลังงาน แต่เป็นจิตวิญญาณที่กระหายการต่อสู้
‘แหล่งกำเนิดพลังงาน… มันคือตัวบรรพบุรุษแห่งความมืดมิดเอง!’ เฮ่ยเทียนคิดในใจ ‘ข้าต้องโจมตีมันโดยตรง!’
แต่จะโจมตีอย่างไร? พลังของมันมหาศาลเกินไป การโจมตีธรรมดาไม่สามารถทำอะไรมันได้เลย
ทันใดนั้น ภาพบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในจิตใจของเฮ่ยเทียน เป็นภาพของมังกรโลหิตมารที่กำลังคำราม และระบบที่พลันแจ้งเตือนถึงความสามารถที่เขาเคยได้รับมา แต่ไม่เคยมีโอกาสใช้เต็มที่
[ความสามารถพิเศษ: ‘อสูรโลหิตมารจุติ’ สามารถเปิดใช้งานได้ในสภาวะวิกฤติ] [ผลกระทบ: เปลี่ยนร่างเป็นอสูรโลหิตมารชั่วคราว, เพิ่มพลังโจมตีและป้องกันอย่างมหาศาล, ใช้พลังชีวิตและพลังมารอย่างรุนแรง, มีผลข้างเคียงเมื่อสิ้นสุด]
‘อสูรโลหิตมารจุติ!’ เฮ่ยเทียนตัดสินใจในพริบตา เขารู้ว่านี่คือโอกาสเดียวของเขา
“ในเมื่อเจ้าต้องการกลืนกิน ข้าก็จะแสดงให้เจ้าเห็นว่าใครกันแน่ที่จะถูกกลืนกิน!” เฮ่ยเทียนคำราม ดวงตามารของเขาเปล่งประกายสีแดงฉานราวกับเปลวเพลิงโลหิต
[ระบบ: ผู้ใช้ต้องการเปิดใช้งาน ‘อสูรโลหิตมารจุติ’ ใช่หรือไม่?] [ยืนยัน/ยกเลิก]
“ยืนยัน!” เฮ่ยเทียนตะโกนลั่น
ทันใดนั้น ร่างกายของเฮ่ยเทียนก็พลันส่องประกายสีแดงดำอย่างรุนแรง เส้นเลือดบนผิวหนังของเขาปูดโปนขึ้นมาอย่างน่ากลัว กล้ามเนื้อของเขาขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว กรงเล็บสีดำแหลมคมงอกออกมาจากปลายนิ้ว ฟันของเขากลายเป็นเขี้ยวที่แหลมคม ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีแดงฉานราวกับอัญมณีโลหิตขนาดใหญ่ ร่างกายของเขาพองโตขึ้นจนสูงกว่าสามเมตร ผิวหนังของเขาปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำสนิทที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า ปีกค้างคาวขนาดมหึมาสีดำกางออกด้านหลังของเขา
นี่ไม่ใช่ร่างมนุษย์อีกต่อไป! นี่คืออสูรโลหิตมารที่แท้จริง!
พลังมารอันมหาศาลที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของเฮ่ยเทียนในตอนนี้ทำให้แม้แต่บรรพบุรุษแห่งความมืดมิดก็ยังต้องชะงัก แขนขาคล้ายหนวดของมันหยุดการเคลื่อนไหวชั่วขณะ ดวงตาหลายคู่ของมันจ้องมองไปยังเฮ่ยเทียนในร่างอสูรโลหิตมารด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและระแวง
“นี่… นี่มันเป็นไปไม่ได้!” บรรพบุรุษแห่งความมืดมิดกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่เคยแสดงออกมามาก่อน “พลังมารที่บริสุทธิ์และเข้มข้นถึงเพียงนี้… เจ้าเป็นเพียงมนุษย์… เจ้ามาจากไหนกันแน่!”
เฮ่ยเทียนในร่างอสูรโลหิตมารคำรามเสียงต่ำ เสียงของเขาดังก้องไปทั่วถ้ำ ราวกับเสียงคำรามของมังกรโลหิตที่แท้จริง พลังมารสีดำแดงปะทุออกมาจากร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง ต้านทานแรงดูดกลืนของ ‘อเวจีกลืนกิน’ ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
[ผู้ใช้: เฮ่ยเทียน (ร่างอสูรโลหิตมาร)] [ระดับ: ก่อกำเนิดมาร (ขั้นกลาง)] [พลังชีวิต: 120% (เพิ่มขึ้นจากการแปลงร่าง)] [พลังมาร: 2,500/2,500 (เพิ่มขึ้นจากการแปลงร่าง)] [สถานะ: อสูรโลหิตมารจุติ (เพิ่มพลังโจมตีมาร 300%, เพิ่มพลังป้องกัน 200%, เพิ่มความเร็ว 100%, ต้านทานการดูดกลืนพลังงาน 80%, คงอยู่ 5 นาที, มีผลข้างเคียงรุนแรงเมื่อสิ้นสุด)]
เฮ่ยเทียนยื่นกรงเล็บแหลมคมสีดำออกไปในอากาศธาตุ พลังมารสีแดงดำรวมตัวกันที่ปลายนิ้วของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นลำแสงมารสีแดงดำขนาดมหึมาที่พุ่งตรงเข้าใส่บรรพบุรุษแห่งความมืดมิดอย่างรุนแรง
นี่คือการโจมตีที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เฮ่ยเทียนเคยใช้มา! ลำแสงมารนั้นแหวกอากาศธาตุ สร้างรอยร้าวในมิติ พลังงานที่รุนแรงเกินกว่าจะจินตนาการได้พุ่งตรงเข้าปะทะกับร่างอันมืดมิดของบรรพบุรุษแห่งความมืดมิดอย่างจัง
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!
เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งถ้ำ คลื่นกระแทกมหาศาลกวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า หินและแร่ธาตุต่างๆ แตกละเอียดเป็นผงธุลีในพริบตา คลื่นพลังงานที่รุนแรงถึงขนาดที่ถ้ำทั้งถ้ำเริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ราวกับจะพังทลายลงมาในไม่ช้า
เฮ่ยเทียนในร่างอสูรโลหิตมารยืนหยัดอยู่ท่ามกลางแรงระเบิดนั้นอย่างมั่นคง ดวงตาโลหิตของเขาจ้องมองไปยังจุดที่ลำแสงมารของเขาพุ่งเข้าปะทะอย่างไม่ลดละ เขาสัมผัสได้ถึงแรงต้านทานมหาศาลจากบรรพบุรุษแห่งความมืดมิด แต่เขาก็รู้ว่าการโจมตีนี้ได้สร้างผลกระทบที่แตกต่างออกไปจากเดิม
ควันและฝุ่นผงสีดำแดงลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ เมื่อควันจางหายไป ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าเฮ่ยเทียนทำให้ดวงตาของเขาหดเล็กลง
บรรพบุรุษแห่งความมืดมิดยังคงยืนหยัดอยู่ได้ แต่ร่างกายของมันกลับไม่ได้สมบูรณ์เหมือนเดิมอีกต่อไป แขนขาหลายเส้นของมันถูกทำลายจนขาดสะบั้น ผิวหนังสีออบซิเดียนของมันมีรอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น ดวงตาหลายคู่ของมันหรี่ลงเล็กน้อย แต่ประกายแห่งความโกรธแค้นและความตกตะลึงกลับฉายชัดอยู่ในดวงตาเหล่านั้น
“เจ้า… เจ้าสามารถทำลายร่างกายของข้าได้ถึงเพียงนี้งั้นหรือ?!” บรรพบุรุษแห่งความมืดมิดคำรามเสียงต่ำ พลังปราณมารของมันปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ความโกรธแค้นของมันทำให้ถ้ำทั้งถ้ำสั่นสะท้านไปถึงรากฐาน
เฮ่ยเทียนในร่างอสูรโลหิตมารไม่ตอบ เขารู้ว่าการโจมตีครั้งนี้ใช้พลังงานมหาศาล และเขามีเวลาจำกัด เขายังคงยืนหยัดอย่างองอาจ แม้จะรู้ว่าศัตรูเบื้องหน้ายังคงแข็งแกร่งเกินกว่าที่จะเอาชนะได้ง่ายๆ แต่เขาก็ได้พิสูจน์แล้วว่าแม้แต่บรรพบุรุษแห่งความมืดมิดก็ยังสามารถถูกทำร้ายได้!
บรรพบุรุษแห่งความมืดมิดจ้องมองเฮ่ยเทียนอย่างโกรธแค้น ก่อนที่ดวงตาหลายคู่ของมันจะเปล่งประกายสีม่วงดำที่เข้มข้นขึ้นอีกครั้ง พลังงานแห่งความมืดมิดพลันพุ่งออกมาจากร่างของมันอย่างบ้าคลั่ง ราวกับคลื่นสึนามิแห่งความมืดที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง
“ในเมื่อเจ้ากล้าท้าทายข้า… ข้าก็จะแสดงให้เจ้าเห็นถึงความสิ้นหวังที่แท้จริง!” เสียงของมัน

จอมมารระบบพิชิตสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก