จอมมารระบบพิชิตสวรรค์

ตอนที่ 13 — จอมมารปะทะมหาจอมมาร

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

358 ตอน · 1,651 คำ

“หา!”

เสียงอุทานของจอมมารไท่อิงยังไม่ทันขาดคำ กรงเล็บมังกรสีดำทะมึนที่เรืองรองด้วยแสงสีแดงฉานก็ทะลวงเข้าใส่แกนกลางพลังในหน้าอกของมันอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องอันเจ็บปวดผสานกับเสียงกระดูกแตกหักดังสนั่นหวั่นไหว ร่างมหึมาของจอมมารไท่อิงกระตุกอย่างแรง พลังมารอันเก่าแก่ที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของมันพลันปั่นป่วนวุ่นวาย เปลวเพลิงสีดำอมม่วงที่ลุกโชนรอบกายพลันหรี่แสงลงอย่างเห็นได้ชัด

“เป็นไปได้อย่างไร! เจ้า เด็กเมื่อวานซืน! ‌บังอาจทำร้ายข้า!” จอมมารไท่อิงคำรามด้วยความเจ็บแค้น มันไม่คาดคิดแม้แต่น้อยว่าเฮ่ยเทียนจะสามารถทะลวงการป้องกันของมันได้ มิหนำซ้ำยังโจมตีเข้าสู่จุดตายของมันได้โดยตรง ราวกับว่าเฮ่ยเทียนล่วงรู้ถึงความลับของร่างกายมารบรรพกาล

พลังงานมหาศาลจากกรงเล็บมังกรนรกของเฮ่ยเทียนกำลังกัดกินแกนกลางพลังของจอมมารไท่อิงอย่างบ้าคลั่ง สร้างความเสียหายที่ไม่อาจฟื้นฟูได้ในทันที พลังมารในร่างของเฮ่ยเทียนหมุนวนอย่างรวดเร็วราวกับกังหันดูดกลืน พลังชีวิตของจอมมารไท่อิงบางส่วนถูกดึงดูดเข้ามาเสริมสร้างพลังของเฮ่ยเทียนโดยอัตโนมัติ ​ทำให้ร่างเงาของเขาเปล่งประกายสีดำเข้มข้นยิ่งขึ้นไปอีก

“แก่นแท้แห่งมารของเจ้าช่างไร้เดียงสานัก ไท่อิง! เจ้าคิดว่าโลกามืดมิดและมิติโซ่มารอันจิ๊บจ๊อยของเจ้าจะสามารถกักขังจอมมารเฮ่ยเทียนผู้นี้ได้งั้นหรือ?” เฮ่ยเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ในขณะที่กรงเล็บมังกรยังคงตรึงแน่นอยู่บนร่างของจอมมารไท่อิง "พลังของเจ้าแม้จะดูยิ่งใหญ่ แต่ก็เป็นเพียงพลังที่ติดยึดอยู่กับกาลเวลา พลังของข้าคือพลังแห่งอนาคต ‍พลังแห่งการเปลี่ยนแปลง! ระบบมารของข้าจะบิดเบือนทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า!"

แท้จริงแล้ว เมื่อจอมมารไท่อิงปลดปล่อยวิชาโลกามืดมิดและมิติโซ่มารเพื่อกักขังเฮ่ยเทียน ระบบมารในตัวของเขาก็ได้ทำงานอย่างฉับพลัน พร้อมกับแจ้งเตือนว่า “ตรวจพบการโจมตีทางจิตวิญญาณและมิติ – ป้องกันอัตโนมัติด้วย ‌‘แก่นแท้แห่งมาร: วิญญาณมืดทะลวงมิติ’!” ทักษะที่ซ่อนอยู่ของเฮ่ยเทียนได้ถูกกระตุ้นขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้เขาสามารถหลุดพ้นจากพันธนาการของไท่อิงได้ด้วยการบิดเบือนมิติพลังงานรอบตัวเขาเอง กลายเป็นเงามืดที่แทบจะมองไม่เห็น ก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีจุดตายของจอมมารไท่อิงในพริบตา

“แก่นแท้แห่งมาร: วิญญาณมืดทะลวงมิติ!”

เฮ่ยเทียนคำรามก้องอีกครั้ง พลังมารในร่างของเขาพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด ‍กรงเล็บมังกรนรกที่ฝังลึกอยู่ในร่างของจอมมารไท่อิงเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น แสงสีแดงฉานแผ่ขยายออกไปราวกับเส้นเลือดที่กำลังสูบฉีดพลังทำลายล้างเข้าไปในแกนกลางพลังของศัตรู

“อ๊ากกกกก!”

จอมมารไท่อิงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดสุดขีด ร่างกายมหึมาของมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง พลังมารที่เคยกดดันผืนฟ้าและผืนดินพลันอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด รอยร้าวสีดำอมม่วงปรากฏขึ้นบนผิวหนังของมันราวกับใยแมงมุมที่กำลังขยายตัว บ่งบอกถึงความเสียหายที่รุนแรงเกินกว่าที่มันจะรับไหว

“เจ้า...เจ้าเด็กบัดซบ! ข้าจะไม่ยอมให้เจ้ามีชีวิตอยู่ต่อไป!”

จอมมารไท่อิงพยายามดิ้นรนอย่างสุดกำลัง มันรวบรวมพลังมารที่เหลืออยู่ทั้งหมดในร่างกาย ​พลังที่น่าสะพรึงกลัวระเบิดออกมาจากร่างของมัน ก่อตัวเป็นคลื่นพลังงานสีดำอมม่วงขนาดมหึมา พุ่งเข้ากระแทกเฮ่ยเทียนที่ยังคงยึดติดอยู่กับร่างของมัน

“วิชาต้องห้ามแห่งมารบรรพกาล: การระเบิดแห่งความแค้น!”

พลังทำลายล้างมหาศาลระเบิดออกมาจากร่างของจอมมารไท่อิงในพริบตา คลื่นพลังงานที่บิดเบือนมิติทุกสิ่งทุกอย่างพุ่งเข้าใส่เฮ่ยเทียนอย่างไม่คิดชีวิต เฮ่ยเทียนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่มหาศาล พลังแห่งการทำลายล้างที่สามารถบดขยี้ภูเขาและแม่น้ำให้กลายเป็นธุลี เขารีบปล่อยกรงเล็บมังกรออกจากร่างของจอมมารไท่อิงในจังหวะสุดท้าย ​ก่อนที่จะใช้พลังมารทั้งหมดในร่างสร้างเกราะป้องกันสีดำทมิฬขึ้นมารอบตัว

“ระบบมาร: โล่มารอเวจี!”

ตูมมมมมม!

เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วดินแดนศักดิ์สิทธิ์ คลื่นพลังงานสีดำอมม่วงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ปะทะกับโล่มารอเวจีของเฮ่ยเทียนอย่างรุนแรง ผืนดินแตกระแหงออกเป็นเสี่ยงๆ ภูเขาสูงใหญ่รอบด้านพังทลายลงมาเป็นหน้ากลอง แรงสั่นสะเทือนแผ่ขยายออกไปไกลนับพันลี้ สร้างความเสียหายแก่สิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจหลบหนีได้ทัน

เฮ่ยเทียนถูกแรงระเบิดมหาศาลซัดกระเด็นถอยหลังไปไกลนับร้อยเมตร ​ร่างกายของเขากระแทกเข้ากับหน้าผาหินอย่างจังจนเกิดเสียงดังสนั่น เกราะป้องกันโล่มารอเวจีของเขามีรอยร้าวปรากฏขึ้นทั่วทั้งแผ่น ก่อนที่จะแตกสลายกลายเป็นละอองพลังงานมืดมิดในที่สุด เลือดสีดำไหลซึมออกมาจากมุมปากของเฮ่ยเทียน เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่รุนแรงจากการถูกโจมตีโดยตรง แต่ในดวงตาของเขากลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความมุ่งมั่นและบ้าคลั่งที่ยากจะหยั่งถึง

“แข็งแกร่ง...สมแล้วที่เป็นจอมมารบรรพกาล” เฮ่ยเทียนพึมพำกับตัวเอง เขารับรู้ได้ว่าพลังของจอมมารไท่อิงนั้นเกินกว่าที่เขาจะประเมินได้ในตอนแรก แม้จะถูกผนึกมานานนับหมื่นปี พลังที่หลงเหลืออยู่ก็ยังคงน่าเกรงขามอย่างยิ่ง

ในขณะเดียวกัน จอมมารไท่อิงเองก็ได้รับผลกระทบจากการระเบิดของวิชาต้องห้ามของมัน รอยร้าวบนร่างของมันขยายใหญ่ขึ้น พลังมารที่เคยแผ่ซ่านออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัวบัดนี้กลับอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาที่เคยมืดมิดราวกับห้วงอวกาศบัดนี้มีประกายแห่งความเหนื่อยล้าปรากฏขึ้น

“เด็กเหลือขอ...เจ้าบังอาจทำให้ข้าต้องใช้พลังถึงเพียงนี้!” จอมมารไท่อิงกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า มันกำลังจะทรุดตัวลง แต่ด้วยความหยิ่งทะนงในฐานะจอมมารบรรพกาล ทำให้มันยังคงยืนหยัดอยู่ได้ “แต่ไม่ว่าอย่างไร...เจ้าก็จะต้องตายอยู่ที่นี่!”

“ฮ่าๆๆๆ! ตายงั้นหรือ?” เฮ่ยเทียนหัวเราะเสียงดัง พลังมารในร่างกายของเขาหมุนวนอย่างรวดเร็ว ระบบมารกำลังฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของเขาอย่างรวดเร็ว "จอมมารอย่างข้าไม่เคยรู้จักคำว่าตาย! มีแต่การขึ้นสู่จุดสูงสุดเท่านั้น!"

เสียงแจ้งเตือนจากระบบมารดังขึ้นในหัวของเฮ่ยเทียน:

[ติ๊ง! ท่านได้รับความเสียหายจากการโจมตี ‘วิชาต้องห้ามแห่งมารบรรพกาล: การระเบิดแห่งความแค้น’ จำนวน 3,500,000 หน่วย พลังชีวิตคงเหลือ 65%!] [ติ๊ง! ระบบมาร ‘ฟื้นฟูมารไร้ขีดจำกัด’ ทำงาน! ฟื้นฟูพลังชีวิต 1,500,000 หน่วย!] [ติ๊ง! ท่านได้รับ ‘ความเสียหายต่อเนื่อง: ความแค้นแห่งมารบรรพกาล’ ทุก 10 วินาที เป็นเวลา 60 วินาที!] [ติ๊ง! ‘แก่นแท้แห่งมาร: วิญญาณมืดทะลวงมิติ’ พัฒนาขึ้น! ปลดล็อกทักษะย่อย ‘การบิดเบือนมิติขั้นสูง’!] [ติ๊ง! ภารกิจหลัก: พิชิตจอมมารไท่อิง (ระดับสูงสุด) – ความคืบหน้า: 60%!] [ติ๊ง! พลังมารของท่านได้รับการเสริมสร้างจากพลังงานของจอมมารไท่อิง! ระดับพลังมารเพิ่มขึ้น!]

เฮ่ยเทียนลูบมุมปากที่เปื้อนเลือดสีดำ เขาชำเลืองมองไปยังจอมมารไท่อิงที่ยืนหอบหายใจอย่างยากลำบาก “ดูเหมือนว่าพลังของเจ้าจะลดลงไปมากแล้วนะ ไท่อิง”

“หุบปาก! พลังของข้าไม่มีวันหมดสิ้น! ข้าคือจอมมารบรรพกาลผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด!” จอมมารไท่อิงตะคอกกลับ มันพยายามรวบรวมพลังอีกครั้ง แต่พลังมารที่ปะทุออกมากลับอ่อนแอลงกว่าเดิมมาก

“ระบบมาร: วิเคราะห์จุดอ่อน!” เฮ่ยเทียนสั่งในใจ ภาพฉายพลังของจอมมารไท่อิงปรากฏขึ้นในมโนสำนึกของเขาอย่างรวดเร็ว รายละเอียดของพลังมารที่ปั่นป่วน แกนกลางที่เสียหายหนัก และรอยร้าวที่กำลังขยายตัวถูกแสดงผลอย่างชัดเจน

[จอมมารไท่อิง: จอมมารบรรพกาล (อยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัส) พลังชีวิต: 25% (กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง) พลังมาร: 30% (ไม่เสถียร) จุดอ่อน: แกนกลางพลังที่ถูกโจมตี, มิติแห่งการผนึกที่ยังคงส่งผลกระทบ, ร่างกายที่ยังไม่ฟื้นฟูเต็มที่จากการถูกผนึก]

“ฮึ่ม...ดูเหมือนว่าพลังชีวิตของเจ้าจะเหลือน้อยเต็มทีแล้ว” เฮ่ยเทียนยิ้มหยัน “ถึงเวลาแล้วที่จอมมารรุ่นใหม่จะขึ้นมาแทนที่จอมมารที่ล้าหลังอย่างเจ้า!”

เฮ่ยเทียนทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง พลังมารสีดำทมิฬปะทุออกมาจากร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง แผ่ขยายออกไปเป็นรัศมีนับร้อยเมตร ก่อตัวเป็นพายุหมุนแห่งพลังมารที่น่าสะพรึงกลัว ออร่าสีดำอมม่วงที่เคยแผ่กระจายอยู่ทั่วดินแดนศักดิ์สิทธิ์พลันถูกพายุหมุนของเฮ่ยเทียนกลืนกินและบิดเบือนไปในทิศทางตรงกันข้าม

เทพเจิ้งหยวนที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นดิน ห่างออกไปไม่ไกลนัก ลืมตาขึ้นมามองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความยากลำบาก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง พลังศักดิ์สิทธิ์ในวิหารกำลังมอดดับลงอย่างช้าๆ โลกที่เขารู้จักกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

“ระบบมาร: ผนึกมารอเวจีขั้นสูงสุด!”

เฮ่ยเทียนรวบรวมพลังมารทั้งหมดในร่างเข้าไว้ด้วยกัน พลังงานสีดำทมิฬพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พลังมารอันหนาแน่นก่อตัวเป็นอักขระมารโบราณขนาดมหึมานับพันตัว อักขระเหล่านั้นเปล่งประกายสีแดงฉาน ก่อนที่จะรวมตัวกันเป็นวงแหวนพลังมารขนาดใหญ่เบื้องบนศีรษะของจอมมารไท่อิง

“นี่มัน...ผนึกมารบรรพกาล! เจ้าเด็กบัดซบ! เจ้าไปเรียนรู้วิชาของข้ามาได้อย่างไร!” จอมมารไท่อิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจและโกรธแค้น วิชาผนึกมารอเวจีขั้นสูงสุดเป็นวิชาลับเฉพาะตระกูลของมัน เป็นไปไม่ได้ที่เฮ่ยเทียนจะล่วงรู้ถึงมันได้

“วิชาของเจ้าหรือ?” เฮ่ยเทียนหัวเราะเยาะ "ข้าคือจอมมารระบบ! ข้าสามารถเรียนรู้และบิดเบือนทุกวิชาให้กลายเป็นของข้าได้! ผนึกมารอเวจีของเจ้า...บัดนี้มันคือผนึกมารอเวจีของข้า!"

วงแหวนพลังมารขนาดมหึมาเริ่มเคลื่อนตัวลงมาอย่างช้าๆ พร้อมกับแผ่พลังกดดันมหาศาลที่ทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยว อักขระมารนับพันตัวส่องแสงเจิดจ้า ราวกับดวงดาวสีดำที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง

“ไม่! ข้าจะไม่ยอมถูกผนึกอีกครั้ง!” จอมมารไท่อิงคำรามด้วยความบ้าคลั่ง มันพยายามพุ่งทะยานขึ้นเพื่อทำลายวงแหวนพลังมาร แต่รอยร้าวบนร่างของมันกลับขยายใหญ่ขึ้นอีกครั้ง พลังมารที่เหลืออยู่พลันปั่นป่วนและอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด

“แก่นแท้แห่งมาร: โซ่มารพันธนาการ!”

เฮ่ยเทียนไม่รอช้า พลังมารจากปลายนิ้วของเขาพุ่งออกมาเป็นโซ่สีดำสนิทนับสิบเส้น พุ่งเข้าพันธนาการร่างของจอมมารไท่อิงอย่างรวดเร็ว โซ่เหล่านั้นมีอักขระมารสลักอยู่เต็มไปหมด ค่อยๆ ดูดซับพลังมารของไท่อิงและตรึงร่างของมันไว้กับพื้นดิน

“อ๊ากกกกกก!”

จอมมารไท่อิงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและสิ้นหวัง มันพยายามดิ้นรนแต่ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากโซ่มารของเฮ่ยเทียนได้ วงแหวนผนึกมารอเวจีขั้นสูงสุดกำลังเคลื่อนตัวลงมาอย่างต่อเนื่อง พลังกดดันมหาศาลบีบอัดร่างของจอมมารไท่อิงจนรอยร้าวบนผิวหนังของมันแตกออก เลือดสีดำไหลอาบย้อมผืนดินศักดิ์สิทธิ์

“จงกลับไปสู่ความมืดมิดเสียเถอะ ไท่อิง! โลกใบนี้ไม่ต้องการจอมมารที่อ่อนแออย่างเจ้าอีกต่อไปแล้ว!” เฮ่ยเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีแดงฉาน ราวกับเปลวเพลิงที่กำลังเผาผลาญทุกสิ่ง

วงแหวนผนึกมารอเวจีเคลื่อนตัวลงมาจนกระทั่งครอบคลุมร่างของจอมมารไท่อิงทั้งหมด พลังมารอันบริสุทธิ์ของเฮ่ยเทียนหลั่งไหลเข้าสู่ผนึกอย่างต่อเนื่อง อักขระมารเรืองรองด้วยแสงสีแดงเข้ม ก่อนที่จะหดตัวลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นผลึกสีดำทมิฬขนาดเท่าฝ่ามือ ซึ่งเป็นผลึกที่คล้ายกับผลึกที่จอมมารไท่อิงถูกผนึกอยู่ก่อนหน้านี้ แต่คราวนี้ ผลึกนั้นกลับมีออร่าพลังงานมารของเฮ่ยเทียนแผ่ออกมาอย่างชัดเจน

[ติ๊ง! ท่านได้พิชิตจอมมารไท่อิงสำเร็จ!] [ติ๊ง! ภารกิจหลัก: พิชิตจอมมารไท่อิง (ระดับสูงสุด) – สำเร็จ!] [ติ๊ง! ท่านได้รับรางวัล:

  1. แก่นมารบรรพกาล (ระดับตำนาน)
  2. ทักษะ: ควบคุมมิติแห่งมาร (ระดับสูง)
  3. พลังมารเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล! ระดับพลังมารเลื่อนขึ้น!]

เฮ่ยเทียนหยิบผลึกสีดำทมิฬที่ผนึกจอมมารไท่อิงเอาไว้ขึ้นมาถือไว้ในมือ เขารับรู้ได้ถึงพลังงานมารอันมหาศาลที่ถูกกักเก็บอยู่ภายใน ยิ่งกว่านั้น เขายังรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในร่างกายและระดับพลังของเขา

“นี่แหละคือพลังที่แท้จริงของจอมมาร!” เฮ่ยเทียนคำราม พลังมารในร่างกายของเขากำลังหลั่งไหลราวกับกระแสน้ำเชี่ยว ก่อตัวเป็นมิติพลังงานสีดำอมม่วงรอบกายเขาเอง

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เฮ่ยเทียนกำลังดื่มด่ำกับชัยชนะและพลังที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล พลังศักดิ์สิทธิ์ที่เคยแผ่ซ่านมาจากวิหารเบื้องหลังเทพเจิ้งหยวนกลับปะทุขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่พลังที่อ่อนแอและสิ้นหวัง ทว่ากลับเป็นพลังที่บริสุทธิ์และทรงอำนาจเกินกว่าที่เทพเจิ้งหยวนจะเคยมี รัศมีแสงสีทองอร่ามพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ฉีกทำลายออร่าสีดำอมม่วงที่เฮ่ยเทียนสร้างขึ้นจนสิ้น

จากซากปรักหักพังของวิหารโบราณ ร่างของเทพเจิ้งหยวนที่ควรจะหมดสติไปแล้ว กลับลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของเขาเปล่งประกายแสงสีทองเจิดจ้า ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง บัดนี้กลับกลายเป็นประกายแสงสีทองที่เย็นชาและไร้อารมณ์ใดๆ ออร่าแห่งทวยเทพที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาเข้มข้นและทรงพลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับว่าเทพเจ้าที่แท้จริงได้จุติลงมาแล้ว

“จอมมาร เฮ่ยเทียน...เจ้าบังอาจทำลายการผนึกแห่งทวยเทพ และปลุกปั่นความวุ่นวายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์” เสียงที่เปล่งออกมาจากร่างของเทพเจิ้งหยวนนั้นไม่ใช่เสียงของเขาเอง หากแต่เป็นเสียงที่กึกก้องและทรงอำนาจ ราวกับเสียงของเทพสวรรค์ที่แท้จริง “ในนามของสวรรค์ทั้งเก้า...ข้าจะลงทัณฑ์เจ้า!”

ร่างของเทพเจิ้งหยวนที่ถูกครอบงำด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ พลันแปรเปลี่ยนไปเป็นร่างยักษ์ในชุดเกราะสีทองอร่าม นัยน์ตาสีทองจ้องมองมายังเฮ่ยเทียนด้วยความเยือกเย็น พลังศักดิ์สิทธิ์ที่มหาศาลเกินกว่าที่เฮ่ยเทียนจะเคยสัมผัสมาปะทุออกมาจากร่างของมัน กดดันเฮ่ยเทียนจนแทบจะหายใจไม่ออก

นี่มันอะไรกัน! จอมมารไท่อิงยังไม่ใช่ศัตรูที่แท้จริงอย่างนั้นหรือ? หรือว่าการปรากฏตัวของจอมมารบรรพกาลเป็นเพียงแค่กับดัก?

เฮ่ยเทียนกำผลึกที่ผนึกจอมมารไท่อิงไว้แน่น เขารู้สึกได้ถึงพลังอำนาจที่เหนือกว่าจอมมารไท่อิงหลายเท่าตัวจากร่างของเทพเจิ้งหยวนที่บัดนี้กลายเป็นเทพสวรรค์อย่างสมบูรณ์

“สวรรค์ทั้งเก้า...ในที่สุดก็ปรากฏตัวออกมาจนได้” เฮ่ยเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ในดวงตาของเขามีประกายท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว

ภารกิจต่อไปของจอมมารเฮ่ยเทียนคืออะไร? และเขาจะรับมือกับเทพสวรรค์ผู้ทรงอำนาจที่แท้จริงได้อย่างไร?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
จอมมารระบบพิชิตสวรรค์

จอมมารระบบพิชิตสวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!