“จอมมารไท่อิง?!” เฮ่ยเทียนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เสียงแหบพร่าของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ ภาพตรงหน้าเกินกว่าที่เขาจะคาดการณ์ได้ รอยร้าวบนผลึกที่ผนึกจอมมารโบราณไว้ไม่ได้แค่ขยายตัว แต่กลับระเบิดออกด้วยพลังที่น่าสะพรึงกลัว พลังมารสีดำทมิฬพวยพุ่งออกมาจากแก่นกลางของผลึกที่แตกสลาย ราวกับเขื่อนที่พังทลาย ปลดปล่อยกระแสธารแห่งความมืดมิดที่ถูกกักขังมานับพันปี
พลังมารมหาศาลปะทะเข้ากับร่างของเฮ่ยเทียนที่อ่อนแออยู่แล้ว แรงกระแทกนั้นรุนแรงจนเขาต้องกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะพลังมารที่บริสุทธิ์และเก่าแก่จนน่าขนลุกนี้ พลังงานที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของเขา บัดนี้กลับกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ทรงอำนาจเกินกว่าจะควบคุมได้ อากาศรอบกายพลันหนักอึ้ง ผืนดินแตกระแหง ต้นไม้ใบหญ้าเหี่ยวเฉาในพริบตา ราวกับถูกพลังงานด้านมืดดูดกลืนชีวิตไปจนหมดสิ้น ความมืดมิดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ แสงสว่างจากเบื้องบนที่เคยส่องลงมาในตอนแรกก็ถูกกลืนหายไป ราวกับว่าแม้แต่สรวงสวรรค์ก็ยังไม่อาจทานทนต่อการปะทุของพลังนี้ได้
ในกระแสพลังมารที่บิดเบี้ยวและม้วนตัวนั้น ร่างเงาขนาดมหึมาเริ่มก่อตัวขึ้น มันสูงใหญ่เสียดฟ้า มีดวงตาเรืองรองสีโลหิตสองข้างปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิดนั้น จ้องมองมายังเฮ่ยเทียนด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ร่างเงาค่อยๆ กลั่นตัวเป็นรูปร่างที่ชัดเจนขึ้น ชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งปรากฏกายออกมา เขามีเรือนผมสีดำยาวสลวยดุจน้ำตกยามราตรี ผิวขาวซีดราวกับหยกน้ำแข็ง ใบหน้าคมคายราวกับสลักจากหินอ่อน แต่แฝงไว้ด้วยร่องรอยของความเยือกเย็นและหยิ่งผยอง ดวงตาของเขาเป็นสีแดงก่ำราวกับโลหิตที่เพิ่งหลั่งไหลออกมา แต่กลับไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ เขาสวมชุดคลุมยาวสีดำสนิทที่พลิ้วไหวไปตามกระแสพลังมารที่ยังคงคุกรุ่นอยู่รอบกาย ทุกท่วงท่าของเขาเต็มไปด้วยความสง่างามที่น่าเกรงขาม และพลังอำนาจที่ไม่อาจประเมินได้
“ในที่สุด... ก็ได้ตื่นขึ้นเสียที” เสียงทุ้มลึกก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ราวกับเสียงกระซิบจากห้วงอวกาศที่แสนไกล มันไม่ใช่เสียงที่ดังมากนัก แต่กลับสั่นสะเทือนจิตวิญญาณของเฮ่ยเทียนจนแทบแตกสลาย “กลิ่นอายของมารอันบริสุทธิ์นี้... และพลังแห่งสวรรค์ที่น่ารังเกียจนั้น... ช่างน่าขันยิ่งนัก”
ชายผู้นั้นหันดวงตาสีโลหิตมาจับจ้องที่เฮ่ยเทียนอย่างเต็มที่ สายตาคู่นั้นราวกับจะทะลวงผ่านทุกสิ่งทุกอย่างของเขาไปได้ เฮ่ยเทียนรู้สึกราวกับวิญญาณของตนถูกเปลื้องผ้าออกจนหมดสิ้น ความลับทุกอย่างถูกเปิดเผยต่อหน้าชายผู้นั้น ระบบพลังมารในร่างของเขาก็ส่งเสียงเตือนดังกึกก้องในจิตใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
[คำเตือน! ตรวจพบแหล่งพลังงานมหาศาลที่ไม่รู้จัก!] [คำเตือน! ตรวจพบพลังงานมารโบราณขั้นสูงสุด!] [ระบบอยู่ในสถานะป้องกันตนเอง! คำแนะนำ: หลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรง!]
คำเตือนจากระบบทำให้เฮ่ยเทียนรู้สึกประหลาดใจ เพราะไม่เคยมีสิ่งใดที่ระบบจะเตือนให้เขาหลีกเลี่ยงมาก่อน ชายเบื้องหน้าคือจอมมารไท่อิงอย่างไม่ต้องสงสัย จอมมารในตำนานที่ถูกผนึกไว้ใต้ผืนพิภพมานับหลายพันปี และบัดนี้เขากลับปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเฮ่ยเทียน ในเวลาที่เขาอ่อนแอที่สุด
“เจ้า... คือไท่อิง?” เฮ่ยเทียนเค้นเสียงออกมา แม้จะรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วสรรพางค์กาย แต่เขาก็ไม่แสดงความอ่อนแอออกมา “ผู้ที่ถูกสวรรค์ผนึกเอาไว้?”
รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของจอมมารไท่อิง ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีอารมณ์ใดๆ “ถูกต้อง... และเจ้าก็คือผู้ที่ปลุกข้าให้ตื่นขึ้น” เขาพูดพร้อมกับยกมือขึ้นช้าๆ พลังมารที่หลงเหลืออยู่ในอากาศก็ถูกดูดซับเข้าหามือของเขาอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังกลับคืนสู่เจ้าของที่แท้จริง
“ปลุก?” เฮ่ยเทียนเลิกคิ้ว “ข้าไม่ได้ปลุกเจ้า ข้าแค่... บังเอิญมาเจอผลึกที่กักขังเจ้าไว้”
“บังเอิญ?” ไท่อิงหัวเราะในลำคอเบาๆ “ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดบังเอิญหรอก สิ่งที่เจ้าเรียกว่า ‘บังเอิญ’ นั้นคือโชคชะตาที่ถูกลิขิตไว้แล้วต่างหาก” เขาหยุดชะงัก สายตาคมกริบเหลือบมองไปที่รอยตราประทับแห่งเทพที่ประทับอยู่บนหน้าอกของเฮ่ยเทียน “ดูเหมือนว่าเจ้าจะเพิ่งถูก ‘ความอยุติธรรม’ ของสวรรค์ลงทัณฑ์มาสินะ”
เฮ่ยเทียนรู้สึกหนาวสะท้านกับสายตาของไท่อิงที่มองทะลุปรุโปร่งไปถึงตราประทับนั้น “แล้วอย่างไร?” เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงท้าทาย “เจ้าเองก็ถูกพวกมันผนึกไว้เช่นกันไม่ใช่หรือ”
“แน่นอน” ไท่อิงพยักหน้าเล็กน้อย “แต่ข้าแตกต่างจากเจ้า... ข้าถูกผนึกเพราะข้าได้ลิ้มรสพลังของสวรรค์แล้ว และพวกมันก็ไม่อาจควบคุมข้าได้อีกต่อไป” เขาเดินช้าๆ เข้ามาใกล้เฮ่ยเทียน ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยแรงกดดันที่มหาศาล จนเฮ่ยเทียนต้องกัดฟันแน่นเพื่อไม่ให้ล้มลง พลังมารของไท่อิงที่แผ่ออกมานั้นบริสุทธิ์และเก่าแก่กว่าพลังมารที่เฮ่ยเทียนเคยสัมผัสมาทั้งหมด ราวกับเป็นต้นกำเนิดของพลังมารทั้งมวล
“เจ้ามีกลิ่นอายของมารที่น่าสนใจ และพลังงานที่แปลกประหลาดอยู่ในตัว... เป็นพลังที่ข้าไม่เคยพบเห็นมาก่อน” ไท่อิงเอื้อมมือมาหาเฮ่ยเทียนอย่างช้าๆ เฮ่ยเทียนเตรียมพร้อมที่จะตอบโต้ทันทีหากมีการโจมตีเกิดขึ้น แต่ไท่อิงกลับไม่ได้โจมตี เขาวางฝ่ามือลงบนหน้าอกของเฮ่ยเทียนอย่างแผ่วเบา เหนือตำแหน่งที่มีตราประทับแห่งเทพอยู่
ทันทีที่ฝ่ามือของไท่อิงสัมผัสกับร่างของเฮ่ยเทียน พลังมารอันมหาศาลก็ไหลเข้าสู่ร่างของเขาอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่การโจมตี แต่เป็นการสำรวจ ทว่าพลังนั้นกลับบริสุทธิ์และทรงอำนาจจนทำให้ร่างของเฮ่ยเทียนสั่นสะท้านไปถึงแก่นกระดูก ตราประทับแห่งเทพที่เคยแผ่พลังศักดิ์สิทธิ์ออกมาเพื่อลงทัณฑ์เฮ่ยเทียน กลับมีปฏิกิริยาต่อต้านพลังมารของไท่อิงอย่างรุนแรง มันเรืองแสงสีทองสว่างวาบราวกับจะขับไล่พลังมารออกไป แต่พลังของไท่อิงนั้นเหนือกว่า มันไม่ได้ทำลายตราประทับโดยตรง แต่กลับแทรกซึมเข้าไปในโครงสร้างของมันอย่างช้าๆ ราวกับจะทำความเข้าใจหรือแม้กระทั่งกลืนกินมัน
“น่าสนใจ... ตราประทับแห่งกฎเกณฑ์ที่สร้างโดยเทพแห่งความยุติธรรม... ความพยายามที่น่าสมเพช” ไท่อิงพึมพำ ดวงตาของเขาจ้องมองเข้าไปในห้วงลึกของเฮ่ยเทียน ราวกับจะมองเห็นการทำงานของตราประทับและผลกระทบของมัน “เจ้าถูกสาปให้เป็นมาร แต่กลับมีหัวใจที่กล้าหาญพอจะท้าทายสวรรค์... ผิดกับพวกปีศาจกระจอกที่ข้ารู้จัก”
[ระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงพลังงานจากภายนอก! กำลังทำการวิเคราะห์...] [ระบบ: ตรวจพบการถอดรหัสตราประทับแห่งเทพ!] [ระบบ: ความก้าวหน้า 0.01%... 0.05%... 0.1%...]
เฮ่ยเทียนรู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง ระบบกำลังวิเคราะห์การกระทำของไท่อิง และดูเหมือนไท่อิงกำลังทำบางอย่างกับตราประทับแห่งเทพจริงๆ ความเจ็บปวดจากการถูกผนึกตราประทับเริ่มลดลงเล็กน้อย แต่กลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เหมือนพลังมารของเขากำลังถูก ‘ปรับแต่ง’
“ตราประทับนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การลงทัณฑ์เท่านั้น แต่ยังผูกมัดโชคชะตาของเจ้าไว้กับสรวงสวรรค์อีกด้วย” ไท่อิงอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “มันจะคอยสูบพลังของเจ้าไปเรื่อยๆ และบิดเบือนเส้นทางแห่งมารของเจ้า จนกว่าเจ้าจะยอมสยบต่อพวกมัน”
“เจ้าทำอะไรกับมัน?” เฮ่ยเทียนถามด้วยความสงสัยระคนกังวล แม้จะรู้สึกว่าตราประทับอ่อนกำลังลง แต่เขาก็ยังไม่ไว้ใจจอมมารโบราณผู้นี้
“ข้ากำลังทำความเข้าใจมัน” ไท่อิงตอบ “และจะดึงเอาแก่นแท้ของมันออกมาให้เจ้าใช้ประโยชน์”
[ระบบ: วิเคราะห์ตราประทับแห่งเทพสำเร็จ 100%!] [ระบบ: ค้นพบ ‘แก่นแท้แห่งกฎเกณฑ์’!] [ระบบ: จอมมารไท่อิงกำลังทำการดัดแปลง ‘แก่นแท้แห่งกฎเกณฑ์’ ให้เป็น ‘แก่นแท้แห่งมารทมิฬ’!] [ระบบ: กำลังเริ่มต้นการหลอมรวมกับผู้ใช้!]
คำประกาศของระบบทำให้เฮ่ยเทียนตกตะลึง จอมมารไท่อิงผู้นี้มีความสามารถถึงขั้นดัดแปลงแก่นแท้ของตราประทับแห่งเทพได้? พลังของเขามันน่ากลัวถึงขนาดนี้เชียวหรือ?
“อย่าได้แปลกใจ” ไท่อิงกล่าวราวกับอ่านใจเฮ่ยเทียนออก “ข้าคือไท่อิง ผู้ที่เคยต่อสู้กับสวรรค์มานับครั้งไม่ถ้วน ไม่ใช่แค่พวกเทพเจ้ากระจอกที่เจ้าเพิ่งเจอมาเมื่อครู่” เขาถอนมือออกช้าๆ พลังมารบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนในร่างของเฮ่ยเทียนก็สงบลงในทันที ตราประทับแห่งเทพที่เคยเรืองแสงสีทองเจิดจ้า บัดนี้กลับถูกย้อมด้วยสีดำสนิท มีอักขระมารโบราณปรากฏขึ้นรอบๆ แทนที่อักขระเทพเดิม
“ตราประทับแห่งมารทมิฬ...” เฮ่ยเทียนพึมพำ เขารู้สึกได้ถึงพลังที่เปลี่ยนแปลงไป มันไม่ใช่พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกบิดเบือนอีกต่อไป แต่มันคือพลังมารที่แข็งแกร่งและดุดันยิ่งกว่าเดิม พลังของตราประทับนี้ไม่ได้คอยสูบพลังของเขาอีกแล้ว แต่กลับกลายเป็นแหล่งพลังงานสำรองที่เชื่อมต่อกับพลังมารของเขาโดยตรง และสามารถใช้เพื่อต่อต้านพลังศักดิ์สิทธิ์ได้โดยเฉพาะ
[ระบบ: ผู้ใช้ได้รับ ‘ตราประทับแห่งมารทมิฬ’!] [ตราประทับแห่งมารทมิฬ (ระดับตำนานโบราณ): ตราประทับที่ถูกดัดแปลงจาก ‘ตราประทับแห่งเทพ’ โดยจอมมารไท่อิง ช่วยเสริมพลังมารของผู้ใช้และให้ความต้านทานต่อพลังศักดิ์สิทธิ์อย่างมหาศาล ยิ่งกว่านั้นยังสามารถใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการดูดซับและเปลี่ยนแปลงพลังศักดิ์สิทธิ์ให้เป็นพลังมารได้!]
ระบบแจ้งเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าเหลือเชื่อ เฮ่ยเทียนมองไท่อิงด้วยสายตาที่ซับซ้อน ปนเปไปด้วยความประหลาดใจ ความสงสัย และความระแวง จอมมารโบราณผู้นี้แข็งแกร่งเกินจินตนาการ และดูเหมือนเขาจะ ‘ช่วย’ เฮ่ยเทียนโดยไม่มีเหตุผล
“ทำไมเจ้าถึงช่วยข้า?” เฮ่ยเทียนถามตรงๆ
ไท่อิงหันมามองเฮ่ยเทียนด้วยดวงตาสีโลหิตที่ลึกล้ำ “ช่วย? ข้าเพียงแค่ทำในสิ่งที่ข้าเห็นว่าน่าสนใจ” เขาเดินไปรอบๆ บริเวณที่เคยเป็นถ้ำอันเงียบสงบ แต่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพัง “เจ้ามีศักยภาพที่จะเป็น ‘จอมมาร’ ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ปีศาจที่ถูกสวรรค์สาป”
“แล้วเจ้าต้องการอะไรจากข้า?” เฮ่ยเทียนยังคงระแวง
ไท่อิงหยุดเดินและหันกลับมา “ข้าต้องการเห็นสวรรค์ล่มสลาย” เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาไร้อารมณ์ แต่แฝงไว้ด้วยความเกลียดชังที่หยั่งรากลึก “และเจ้า... คือเครื่องมือที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสิ่งนั้น”
เฮ่ยเทียนขมวดคิ้ว “เครื่องมือ? เจ้าคิดจะใช้ข้า?”
“อย่าเข้าใจผิด” ไท่อิงยิ้มเยาะ “เจ้าจะเป็นจอมมารที่พิชิตสวรรค์ด้วยพลังของเจ้าเอง แต่ข้าจะคอยแนะนำและเปิดเผยความลับที่เจ้ายังไม่รู้” เขาชี้ไปยังท้องฟ้าเบื้องบนที่มืดมิด “สวรรค์ทั้งเก้าไม่ได้ง่ายอย่างที่เจ้าคิด แต่ก็ไม่ได้แข็งแกร่งจนไร้ทางสู้”
“ความลับอะไร?” เฮ่ยเทียนถาม
“ความลับของโลกใบนี้ ความลับของพลังมารที่แท้จริง และความลับที่ว่าเหตุใดสวรรค์ถึงได้อยุติธรรมถึงเพียงนี้” ไท่อิงกล่าว พลางยกมือขึ้น พลังมารอันมหาศาลก็รวมตัวกันอยู่บนฝ่ามือของเขา “เจ้าต้องการพิชิตสวรรค์ใช่หรือไม่? เจ้าต้องการทำลายเทพเจ้าผู้หยิ่งผยองพวกนั้นใช่หรือไม่?”
เฮ่ยเทียนพยักหน้าอย่างไม่ลังเล “แน่นอน! ข้าจะทำลายพวกมันให้สิ้นซาก!”
“ดี” ไท่อิงพยักหน้าช้าๆ “ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็ต้องแข็งแกร่งกว่านี้อีกหลายเท่าตัวนัก” เขาเดินกลับมาหาเฮ่ยเทียนอีกครั้ง “พลังมารที่เจ้ามีอยู่ตอนนี้ยังห่างไกลจากคำว่า ‘จอมมาร’ ที่แท้จริงนัก”
[ระบบ: จอมมารไท่อิงยื่นข้อเสนอ: ถ่ายทอดวิชา ‘เคล็ดวิชาจอมมารอมตะ’] [ระบบ: ผู้ใช้ต้องการยอมรับหรือไม่?]
“เคล็ดวิชาจอมมารอมตะ?” เฮ่ยเทียนพึมพำ เขานึกไม่ถึงว่าไท่อิงจะเสนอวิชาให้เขาตรงๆ แบบนี้
“มันคือเคล็ดวิชาที่ข้าใช้ฝึกฝนเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด” ไท่อิงอธิบาย “ด้วยเคล็ดวิชานี้ เจ้าจะสามารถดูดซับพลังงานทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นพลังมาร พลังศักดิ์สิทธิ์ พลังธาตุ หรือแม้แต่พลังแห่งกฎเกณฑ์ ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพลังมารของเจ้าเอง”
เฮ่ยเทียนรู้สึกถึงความโลภที่ก่อตัวขึ้นในใจ นี่คือโอกาสที่จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ยังคงระแวงถึงเจตนาที่แท้จริงของไท่อิง
“ทำไมเจ้าถึงมอบวิชาที่ทรงพลังเช่นนี้ให้ข้า?” เฮ่ยเทียนถามอีกครั้ง เขามองดวงตาสีโลหิตของไท่อิงอย่างพยายามค้นหาความจริง
“ข้าบอกไปแล้วว่าข้าต้องการเห็นสวรรค์ล่มสลาย” ไท่อิงตอบอย่างไม่เปลี่ยนสีหน้า “และข้าไม่มีเวลามากพอที่จะทำมันด้วยตัวเองอีกแล้ว” เขาเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าที่มืดมิด “พลังที่ข้าใช้ในการแหกผนึกครั้งนี้ ทำให้ข้าสูญเสียพลังไปมาก และต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู”
“เจ้าหมายความว่า เจ้ากำลังอ่อนแอลง?” เฮ่ยเทียนถาม
“ใช่” ไท่อิงยอมรับอย่างตรงไปตรงมา “แต่ถึงกระนั้น พลังของข้าก็ยังเพียงพอที่จะทำให้โลกใบนี้สั่นสะเทือนได้ หากข้าต้องการ” เขาหันกลับมามองเฮ่ยเทียนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง “ดังนั้น... เจ้าจะยอมรับข้อเสนอของข้าหรือไม่? หรือจะเลือกที่จะคลานไปพิชิตสวรรค์ด้วยพลังอันอ่อนแอของเจ้าเอง?”
เฮ่ยเทียนตกอยู่ในห้วงความคิดที่สับสน ความอ่อนแอของไท่อิงเป็นข้อเท็จจริงที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย แต่ข้อเสนอเรื่องเคล็ดวิชาจอมมารอมตะนั้นยั่วเย้าเกินไปที่จะปฏิเสธ หากเขาสามารถดูดซับพลังงานทุกรูปแบบได้จริง ความก้าวหน้าของเขาจะรวดเร็วขึ้นอย่างมหาศาล
“ข้ายอมรับ!” เฮ่ยเทียนตอบเสียงดังฟังชัด แม้จะมีความเสี่ยง แต่เขาก็เป็นผู้ที่กล้าได้กล้าเสีย และโอกาสที่จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อนนั้นมีค่ามากกว่าความระแวงเล็กน้อย
[ระบบ: ผู้ใช้ยอมรับข้อเสนอ!] [ระบบ: เริ่มต้นการถ่ายทอด ‘เคล็ดวิชาจอมมารอมตะ’!]
ทันทีที่ระบบแจ้งเตือน ไท่อิงก็ยกมือขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้เขาวางฝ่ามือลงบนหน้าผากของเฮ่ยเทียน พลังมารสีดำทมิฬบริสุทธิ์ก็พุ่งเข้าสู่จิตวิญญาณของเฮ่ยเทียนอย่างรวดเร็ว ข้อมูลมหาศาลถาโถมเข้ามาในสมองของเขา ราวกับน้ำท่วมที่ทะลักเข้าสู่เขื่อน ความเจ็บปวดจากการรับข้อมูลจำนวนมากทำให้เฮ่ยเทียนถึงกับทรุดลงคุกเข่า แต่เขาก็ยังคงกัดฟันอดทน
ภาพของเคล็ดวิชาโบราณ อักขระมารที่ซับซ้อน แผนที่เส้นลมปราณที่ไม่เคยรู้จัก และหลักการดูดซับพลังงานต่างๆ ปรากฏขึ้นในจิตใจของเขา มันคือความรู้ที่ลึกซึ้งและซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจะเคยจินตนาการได้ เคล็ดวิชานี้ไม่ได้สอนแค่การดูดซับพลังงาน แต่ยังสอนถึงการกลั่นกรอง การเปลี่ยนแปลง และการหลอมรวมพลังงานให้เป็นหนึ่งเดียวกับพลังมารของผู้ฝึกฝน
[ระบบ: การถ่ายทอด ‘เคล็ดวิชาจอมมารอมตะ’ เสร็จสมบูรณ์!] [ระบบ: ผู้ใช้ได้รับ ‘เคล็ดวิชาจอมมารอมตะ’ (ระดับเทวะโบราณ)!] [เคล็ดวิชาจอมมารอมตะ (ระดับเทวะโบราณ): เคล็ดวิชาที่จอมมารไท่อิงสร้างขึ้น สามารถดูดซับพลังงานทุกรูปแบบ (มาร, เทพ, ธาตุ, กฎเกณฑ์ ฯลฯ) เพื่อเสริมสร้างพลังมารของผู้ฝึกฝน ทำให้ร่างกายและจิตวิญญาณแข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่สิ้นสุด ผู้ฝึกฝนจะได้รับความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับพลังงานและการเปลี่ยนแปลง ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งความเป็นอมตะ!]
เฮ่ยเทียนค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เขารู้สึกเหมือนได้รับความรู้ที่เปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบของเขาไปโดยสิ้นเชิง พลังมารในร่างของเขาเริ่มหมุนเวียนไปตามเส้นทางลมปราณใหม่ที่เพิ่งได้รับมา มันไม่เพียงแค่เพิ่มความแข็งแกร่ง แต่ยังทำให้พลังของเขามีความยืดหยุ่นและหลากหลายมากขึ้น
“นี่คือสิ่งที่ข้ามอบให้เจ้า” ไท่อิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย “ส่วนจะใช้มันได้มากแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้าเอง” เขาหันหลังกลับช้าๆ พลังมารที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เฮ่ยเทียนสัมผัสได้ถึงความอ่อนแอที่แท้จริงของจอมมารโบราณผู้นี้
“เจ้าจะไปไหน?” เฮ่ยเทียนถาม
“ข้าจะหาสถานที่ที่เหมาะสมเพื่อฟื้นฟูพลัง” ไท่อิงตอบโดยไม่หันกลับมา “อย่าคิดว่าการได้เคล็ดวิชานี้มาแล้วจะทำให้เจ้าไร้เทียมทาน สวรรค์มีสิ่งที่น่ากลัวกว่าเทพเจ้าธรรมดาๆ เหล่านั้นอีกมากนัก” เขาหยุดชะงักเล็กน้อย “และจงจำไว้... ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาฟรีๆ”
คำพูดสุดท้ายของไท่อิงทิ้งความหมายที่ลึกซึ้งและน่ากังวลไว้ในใจของเฮ่ยเทียน จอมมารไท่อิงหายตัวไปในความมืดมิดราวกับเงา ทิ้งไว้เพียงพลังมารที่ยังคงคุกรุ่นและความรู้มหาศาลที่เพิ่งถูกถ่ายทอดให้
เฮ่ยเทียนยืนอยู่คนเดียวท่ามกลางซากปรักหักพัง เขารู้สึกถึงพลังที่เปลี่ยนแปลงไปในร่างกาย และความรู้ใหม่ที่เอ่อล้นในจิตใจ ทว่าความรู้สึกโดดเดี่ยวและความไม่แน่นอนก็ยังคงเกาะกุมหัวใจ เขาได้รับพลังมหาศาล ได้รับพันธมิตรที่น่าเกรงขามแต่ก็อันตรายถึงชีวิต และได้รับภาระในการพิชิตสวรรค์ที่หนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม
“จอมมารไท่อิง...” เฮ่ยเทียนพึมพำ เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดมิดอีกครั้ง ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า “ข้าจะใช้พลังนี้... เพื่อทำลายสวรรค์ทั้งเก้าให้สิ้นซาก!”
แต่ก่อนอื่น เขาจะต้องฟื้นฟูร่างกายที่บาดเจ็บสาหัส และทำความเข้าใจกับเคล็ดวิชาจอมมารอมตะที่เพิ่งได้รับมาให้ถ่องแท้ เสียงของระบบดังขึ้นในหัวของเขาอีกครั้ง ราวกับจะตอกย้ำถึงความท้าทายที่รออยู่เบื้องหน้า
[ระบบ: ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงพลังงานภายในผู้ใช้! แนะนำให้ทำการฝึกฝน ‘เคล็ดวิชาจอมมารอมตะ’ ทันทีเพื่อปรับสมดุล!] [ระบบ: สภาพร่างกายผู้ใช้: บาดเจ็บสาหัส! แนะนำให้ทำการรักษาและฟื้นฟูโดยเร่งด่วน!] [ระบบ: มีภารกิจใหม่เกิดขึ้น!] [ภารกิจ: ทำความเข้าใจและฝึกฝน ‘เคล็ดวิชาจอมมารอมตะ’ ระดับเริ่มต้น (0/1)] [ภารกิจ: ฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บสาหัส (0/1)] [รางวัล: พลังมารเพิ่มขึ้น, ทักษะใหม่, จุดประสบการณ์]
เฮ่ยเทียนพยายามขยับตัว แต่ความเจ็บปวดก็แล่นไปทั่วร่าง บาดแผลจากเทพสวรรค์ยังคงสาหัส แต่จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความหวังและแรงผลักดันที่ไม่เคยมีมาก่อน เขาจะต้องฟื้นตัวและแข็งแกร่งขึ้น เพื่อทำตามคำปฏิญาณที่ให้ไว้ และเพื่อตอบรับความคาดหวังของจอมมารไท่อิง... ไม่สิ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือ แต่เป็น ‘จอมมาร’ ที่แท้จริง
ทันใดนั้นเอง แสงสว่างจ้าสีเงินก็ปรากฏขึ้นจากเบื้องบน ราวกับดวงดาวที่ตกลงมาจากฟากฟ้า มันพุ่งตรงมายังตำแหน่งของเฮ่ยเทียนด้วยความเร็วที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ราวกับกระสุนที่พุ่งทะลวงอากาศ
“อะไรอีก!” เฮ่ยเทียนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายที่อ่อนแอของเขาแทบไม่มีแรงจะตอบโต้ได้ทัน

จอมมารระบบพิชิตสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก