โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
358 ตอน · 1,791 คำ
พายุพลังมารสีดำทะมึนหมุนวนรอบกายเฮ่ยเทียน พัดพาเศษซากปรักหักพังของอาณาจักรจอมมารราตรีให้ลอยละลิ่วขึ้นไปในอากาศราวกับเศษใบไม้ที่ไร้น้ำหนัก แสงสีแดงฉานจากนัยน์ตาของเขาเจิดจ้าดุจดวงดาวแห่งความมืดมิดที่เพิ่งถือกำเนิด ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าพรั่นพรึงที่ปกคลุมพื้นที่ เสียงคำรามกึกก้องของเขาคือสัญญาณแห่งการท้าทาย อำนาจที่เคยอยู่เหนือสรรพสิ่งมานับหมื่นปี
ในชั่วพริบตาเดียว แสงสว่างจ้ากว่าพันดวงก็ฉีกผืนฟ้ายามราตรีออกราวกับผ้าไหมที่ถูกกรีดด้วยคมมีด ปากประตูมิติขนาดมหึมาปรากฏขึ้นเหนืออาณาจักรจอมมารราตรี แสงสีทองสว่างจ้าแผ่ออกมา พร้อมกับเสียงประโคมแตรทิพย์ที่ดังกังวานไปทั่วทุกสารทิศ คลื่นพลังศักดิ์สิทธิ์ที่บริสุทธิ์และทรงอำนาจไหลทะลักลงมา ดุจกระแสน้ำทิพย์ที่พยายามจะชะล้างมลทินทั้งปวงบนผืนพิภพ
“พวกสวะสวรรค์มาแล้วหรือ?” เฮ่ยเทียนแค่นเสียง หัวเราะหยันในลำคอ พลังมารในกายของเขาปะทุยิ่งกว่าเดิม ปะทะกับคลื่นพลังศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่ลงมา ก่อเกิดเป็นประกายไฟแห่งพลังงานที่ระเบิดออกซ้ำแล้วซ้ำเล่า อากาศรอบกายบิดเบี้ยวผิดรูป ราวกับกำลังจะฉีกขาด
จากปากประตูมิติอันเรืองรอง กองทัพสวรรค์นับพันนายปรากฏกายขึ้นในรูปขบวนอันสง่างาม นักรบสวรรค์ในชุดเกราะสีทองอร่าม ถืออาวุธทิพย์ที่เปล่งประกายเจิดจ้า ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมและหยิ่งผยอง คลื่นพลังปราณศักดิ์สิทธิ์รวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว ก่อให้เกิดแรงกดดันมหาศาลที่สามารถบดขยี้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเทพมารธรรมดาให้แหลกสลายได้ในพริบตา แต่สำหรับเฮ่ยเทียนแล้ว มันเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่าน
“ผู้ใดบังอาจปลดผนึกอาณาจักรมารราตรี บัดนี้จงยอมจำนนต่อสวรรค์ และรับโทษทัณฑ์จากความบาปของเจ้า!” เสียงประกาศก้องมาจากเบื้องบน ชายผู้หนึ่งสวมชุดเกราะสีเงินประกายทองอร่ามงดงามกว่าผู้อื่น ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยว พลังปราณศักดิ์สิทธิ์รอบกายหนาแน่นราวกับกำแพงเหล็ก แสดงให้เห็นถึงระดับการบ่มเพาะที่ลึกซึ้ง เขาคือแม่ทัพเทวะซวงหลง หนึ่งในแม่ทัพเอกผู้รับผิดชอบการปราบปรามปีศาจของสวรรค์ชั้นที่สาม
เฮ่ยเทียนเงยหน้าขึ้นมองแม่ทัพเทวะซวงหลงด้วยแววตาดูแคลน “โทษทัณฑ์? บาป? สวรรค์พวกเจ้ามีสิทธิ์อันใดมาตัดสินข้า! พวกเจ้าผู้ที่จองจำความมืดมิด บิดเบือนความจริง และปกครองด้วยความอยุติธรรม!”
“ปากกล้า!” แม่ทัพเทวะซวงหลงคำราม “จงฆ่ามัน! อย่าให้มันมีโอกาสก่อกวนความสงบสุขของสามภพ!”
ทันทีที่สิ้นเสียงบัญชา กองทัพสวรรค์ก็พุ่งทะยานลงมาราวกับฝูงผึ้งที่บ้าคลั่ง หอกทิพย์นับพันเล่มพุ่งตรงมายังเฮ่ยเทียนพร้อมกัน แสงสีทองเจิดจ้าฉีกอากาศ สร้างเส้นทางแห่งการทำลายล้างที่ยากจะต้านทาน
“มาได้ดี!” เฮ่ยเทียนหัวเราะเสียงดัง พลังมารสีดำพวยพุ่งออกจากกาย สร้างเกราะพลังงานสีดำทมิฬหนาแน่น อักขระมารโบราณปรากฏขึ้นบนผิวมัน แผ่กลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายที่บริสุทธิ์และแข็งแกร่ง
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
หอกทิพย์กระทบกับเกราะพลังมารเกิดเสียงดังกึกก้อง สะเก็ดพลังงานสีทองและดำระเบิดออกเป็นวงกว้าง หอกหลายเล่มถึงกับแตกหักเป็นเสี่ยงๆ แม้จะเป็นอาวุธทิพย์ที่แข็งแกร่ง แต่ก็ไม่อาจเจาะทะลุการป้องกันของเฮ่ยเทียนได้
“พลังแค่นี้ยังไม่อาจแตะต้องปลายเล็บข้าได้ด้วยซ้ำ!” เฮ่ยเทียนคำราม มือขวาของเขากำแน่น พลังมารรวมตัวกันเป็นลูกบอลพลังงานสีดำขนาดใหญ่ “รับไปซะ! กระสุนมารทมิฬ!”
ตู้มมมมม!
ลูกบอลพลังงานพุ่งทะยานออกไปราวกับอุกกาบาตสีดำที่ตกลงมาจากฟากฟ้า มันระเบิดออกท่ามกลางกองทัพสวรรค์ สร้างคลื่นกระแทกที่รุนแรงจนนักรบสวรรค์หลายสิบนายถูกซัดกระเด็นไปไกล บางส่วนถึงกับสลายหายไปเป็นผุยผงเมื่อถูกพลังมารกัดกร่อน
“อ๊ากกก!” เสียงกรีดร้องดังระงม เลือดสีทองสาดกระเซ็นไปทั่ว อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายของพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ปนเปื้อนด้วยพลังมารอันน่าสะพรึงกลัว
“ไอ้ปีศาจโฉด!” แม่ทัพเทวะซวงหลงโกรธจัด “ส่งทัพหน้าเข้าปะทะ! ทัพกลางเตรียมโจมตีสังหาร!”
นักรบสวรรค์ชุดเกราะทองนับร้อยนายพุ่งเข้าหาเฮ่ยเทียนด้วยความฮึกเหิม แม้จะเห็นเพื่อนร่วมรบต้องล้มตายไปต่อหน้าต่อตา แต่ความจงรักภักดีต่อสวรรค์และการฝึกฝนอันเข้มงวดก็ทำให้พวกเขาไร้ซึ่งความกลัว
“พวกไร้สมอง!” เฮ่ยเทียนคำราม เขากระโจนเข้าใส่กลุ่มนักรบสวรรค์ดุจพยัคฆ์ที่หิวโหย หมัดมารทมิฬอัดกระแทกไปข้างหน้า พลังมารระเบิดออกเป็นระลอก คลื่นพลังที่มองไม่เห็นกระแทกนักรบสวรรค์ให้กระเด็นออกไป ร่างกายของพวกเขาบิดเบี้ยวผิดรูปก่อนจะระเบิดออกเป็นเศษเนื้อ [ระบบ: ท่านสังหารนักรบสวรรค์ระดับเทวะชั้นต้น 50 นาย ได้รับค่าประสบการณ์ 50,000 หน่วย] [ระบบ: ท่านสังหารนักรบสวรรค์ระดับเทวะชั้นกลาง 20 นาย ได้รับค่าประสบการณ์ 40,000 หน่วย]
เฮ่ยเทียนไม่ลังเลที่จะใช้ความรุนแรงและพลังมารที่บริสุทธิ์เพื่อบดขยี้ศัตรู ด้วยความแข็งแกร่งทางกายภาพที่ได้รับการเสริมพลังจากระบบมารทมิฬ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาจึงเปี่ยมไปด้วยพลังทำลายล้าง มือนั้นสามารถฉีกเกราะเหล็กได้ราวกับกระดาษ เท้านั้นสามารถกระทืบแผ่นดินให้ยุบตัวลงได้
ในขณะที่เฮ่ยเทียนกำลังบดขยี้กองทัพสวรรค์เพียงลำพัง เงาร่างสีดำขนาดมหึมาก็พุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดิน มันคือไครเคน อสูรบรรพกาลใต้พิภพที่บัดนี้กลายเป็นผู้พิทักษ์ของเฮ่ยเทียน ร่างกายของมันใหญ่โตดุจภูเขา มีหนวดเครานับสิบเส้นโบกสะบัดไปมา ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองกองทัพสวรรค์ด้วยความกระหายเลือด
“เจ้าพวกแมลงวันน่ารังเกียจ! บังอาจมารบกวนท่านจอมมาร!” เสียงคำรามของไครเคนดังสนั่นหวั่นไหว มันตวัดหนวดเคราขนาดมหึมาเข้าใส่กองทัพสวรรค์ที่กำลังจะโจมตีจากด้านข้าง หนวดเคราแต่ละเส้นแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าและยืดหยุ่นดุจแส้ พัดพากองทัพสวรรค์ให้กระเด็นกระดอน บางส่วนถูกพันรัดจนกระดูกแหลกเหลว
[ระบบ: ไครเคนสังหารนักรบสวรรค์ระดับเทวะชั้นต้น 30 นาย ได้รับค่าประสบการณ์ 30,000 หน่วย (แบ่งให้ท่าน 50%)]
เฮ่ยเทียนเหลือบมองไครเคนเล็กน้อย แววตาพอใจที่เห็นมันเริ่มแสดงความภักดีและพลังที่แท้จริงออกมา การมีอสูรบรรพกาลเป็นผู้พิทักษ์ทำให้เขาสามารถรับมือกับกองทัพสวรรค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
“ดีมากไครเคน! บดขยี้พวกมันให้หมด!” เฮ่ยเทียนสั่งการ เขารู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นจากค่าประสบการณ์ที่ได้รับจากไครเคน ระบบมารทมิฬกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และทุกการสังหารคือเชื้อเพลิงให้มันแข็งแกร่งขึ้น
“ระดมยิงศรสวรรค์!” แม่ทัพเทวะซวงหลงเห็นว่าการปะทะโดยตรงไม่ได้ผล จึงเปลี่ยนกลยุทธ์ นักรบสวรรค์หลายร้อยนายจากทัพหลังต่างง้างคันธนูศักดิ์สิทธิ์ ศรแสงสีทองนับพันดอกถูกยิงออกมาพร้อมกัน พุ่งตรงเข้าใส่เฮ่ยเทียนและไครเคนราวกับพายุ ศรแต่ละดอกมีพลังทำลายล้างสูง สามารถเจาะทะลุเกราะป้องกันทั่วไปได้อย่างง่ายดาย
“ฮึ่ม!” เฮ่ยเทียนรวบรวมพลังมารขึ้นอีกครั้ง เขาไม่คิดจะหลบเลี่ยง แต่กลับตั้งใจจะเผชิญหน้ากับศรสวรรค์โดยตรง “มารคลั่งทมิฬ!”
เปลวเพลิงมารสีดำทมิฬพวยพุ่งออกจากกายของเฮ่ยเทียนแผดเผาอากาศรอบตัว เขาหมุนตัวอย่างรวดเร็ว สร้างพายุหมุนแห่งเปลวเพลิงมารที่ดูดกลืนศรสวรรค์เข้ามา ศรแสงสีทองที่พุ่งเข้ามาปะทะกับเปลวเพลิงมาร ต่างก็ถูกกัดกร่อนและสลายไปเป็นเถ้าถ่านก่อนที่จะเข้าใกล้ร่างกายของเฮ่ยเทียนได้
[ระบบ: สกิล มารคลั่งทมิฬ LV.1 ได้รับค่าประสบการณ์] [ระบบ: สกิล มารคลั่งทมิฬ LV.1 -> LV.2] [มารคลั่งทมิฬ LV.2: เพิ่มพลังโจมตีและป้องกัน 20% เมื่ออยู่ในสถานะคลั่งมาร และสามารถดูดซับพลังงานศัตรูเพื่อฟื้นฟูพลังมาร]
เฮ่ยเทียนรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนในกาย เขายิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม “การโจมตีของพวกเจ้าเป็นเพียงการเพิ่มพลังให้ข้าเท่านั้น!”
แม่ทัพเทวะซวงหลงเห็นดังนั้นก็ตกใจ นักรบสวรรค์ที่เขานำมาล้วนเป็นหัวกะทิจากสวรรค์ชั้นที่สาม แต่กลับไม่อาจสร้างรอยขีดข่วนให้กับปีศาจตนนี้ได้ มิหนำซ้ำยังดูดซับพลังโจมตีของพวกเขาไปเสริมความแข็งแกร่งอีก นี่มันเรื่องเหลือเชื่อ!
“เป็นไปไม่ได้! ปีศาจตนนี้มันเป็นตัวอะไรกันแน่!” ซวงหลงพึมพำกับตัวเอง
“แม่ทัพซวงหลง! ข้าขอออกไปจัดการมันเอง!” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากเบื้องหลัง เป็นชายหนุ่มรูปงามในชุดเกราะสีน้ำเงินเข้ม ดวงตาของเขาสว่างไสวไปด้วยพลังปราณศักดิ์สิทธิ์อันบริสุทธิ์ มือถือกระบี่แสงสีฟ้าอ่อนที่สั่นสะท้านไปด้วยจิตสังหาร เขาคือรองแม่ทัพหลิ่วเฟิง ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเซียนสวรรค์ที่ห้าขั้นต้น มีพลังเทียบเท่าเทพมารระดับกลาง
“หลิ่วเฟิง เจ้าจะไหวหรือ? ปีศาจตนนี้ไม่ใช่ปีศาจธรรมดา” แม่ทัพเทวะซวงหลงเตือน
“ข้าจะแสดงให้เห็นว่าพลังของสวรรค์มิใช่สิ่งที่ปีศาจต่ำช้าจะหยามหมิ่นได้!” หลิ่วเฟิงกล่าวอย่างมั่นใจ เขากระโดดลงมาจากยานรบสวรรค์ พุ่งตรงเข้าหาเฮ่ยเทียนด้วยความเร็วสูง กระบี่แสงในมือฟาดฟันออกไป ปราณกระบี่สีฟ้าพุ่งเข้าใส่เฮ่ยเทียนราวกับคลื่นทะเล
“เป็นแค่กบในกะลา ยังกล้าอวดอ้างตัวเองเป็นเซียนสวรรค์งั้นรึ?” เฮ่ยเทียนแค่นเสียงดูแคลน เขายกฝ่ามือขึ้น ปราณกระบี่แสงพุ่งเข้าปะทะกับฝ่ามือมารของเขา เกิดเสียงระเบิดดังกึกก้อง แสงสีฟ้าและดำปะทะกันอย่างรุนแรง
หลิ่วเฟิงรู้สึกได้ถึงพลังกดดันมหาศาลจากฝ่ามือของเฮ่ยเทียน แม้จะเป็นปราณกระบี่ที่รวบรวมพลังไว้ถึงขีดสุด แต่กลับถูกพลังมารทมิฬของเฮ่ยเทียนบดขยี้จนสลายไปอย่างง่ายดาย
“เป็นไปได้ยังไง!” หลิ่วเฟิงตกใจ ไม่เคยมีปีศาจตนใดสามารถต้านทานปราณกระบี่ของเขาได้ถึงเพียงนี้
“พลังของเจ้ายังห่างไกลนัก!” เฮ่ยเทียนยิ้มเยาะ เขากระโจนเข้าหาหลิ่วเฟิงด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ร่างกายของเฮ่ยเทียนวูบไหวหายไปจากสายตาของหลิ่วเฟิง
“เร็วเกินไป!” หลิ่วเฟิงพยายามตั้งรับ แต่ก็ไม่ทัน ฝ่ามือมารทมิฬของเฮ่ยเทียนฟาดเข้าที่หน้าอกของหลิ่วเฟิงอย่างจัง
พลั่ก!
หลิ่วเฟิงกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ ร่างกายของเขากระเด็นไปไกลนับร้อยเมตร ก่อนจะกระแทกเข้ากับซากปรักหักพังของอาณาจักรจอมมาร ร่างกายของเขาจมลงไปในกองหิน เลือดสีทองแดงไหลซึมออกมาจากปากและจมูก
“รองแม่ทัพหลิ่วเฟิง!” แม่ทัพเทวะซวงหลงตกใจสุดขีด หลิ่วเฟิงเป็นถึงเซียนสวรรค์ที่ห้าขั้นต้น กลับถูกปีศาจตนนี้จัดการได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว พลังของมันน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก
[ระบบ: ท่านสังหารรองแม่ทัพหลิ่วเฟิง (เซียนสวรรค์ที่ห้าขั้นต้น) ได้รับค่าประสบการณ์ 500,000 หน่วย] [ระบบ: ค่าประสบการณ์ของท่านถึงกำหนด ท่านเลื่อนระดับเป็น จอมมารระดับกลาง ขั้น 1] [ระบบ: ได้รับแต้มคุณสมบัติ 10 แต้ม] [ระบบ: ได้รับแต้มสกิล 5 แต้ม] [ระบบ: พลังมารทมิฬของท่านเพิ่มขึ้นอย่างมาก! ปลดล็อกสกิลใหม่: สังหารมารทมิฬ]
พลังมารในกายของเฮ่ยเทียนพลุ่งพล่านขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เขารู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลทุกอณูของร่างกาย ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้เมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยพลังงานอันไร้ขีดจำกัด การเลื่อนระดับในท่ามกลางสมรภูมิรบนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่
“ฮ่าๆๆๆ! แค่รองแม่ทัพกระจอกๆ ก็คิดจะมาจัดการข้าหรือ? พวกเจ้าประเมินจอมมารอย่างข้าต่ำเกินไปแล้ว!” เฮ่ยเทียนหัวเราะเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เสียงหัวเราะของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอำนาจที่ไม่อาจทัดทาน
แม่ทัพเทวะซวงหลงมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของเฮ่ยเทียนได้อย่างชัดเจน พลังมารที่แผ่ออกมาจากร่างของอีกฝ่ายบัดนี้แข็งแกร่งกว่าเมื่อครู่เป็นเท่าตัว ราวกับว่าการสังหารหลิ่วเฟิงได้ปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของมันออกมา
“ปีศาจตนนี้มันดูดซับพลังจากผู้ที่มันสังหารได้!” แม่ทัพเทวะซวงหลงกัดฟันกรอด นี่คือความสามารถที่อันตรายอย่างยิ่ง การต่อสู้กับมันมีแต่จะทำให้มันแข็งแกร่งขึ้น
“สังหารมารทมิฬ!” เฮ่ยเทียนทดลองใช้สกิลใหม่ที่เพิ่งปลดล็อก พลังมารในกายของเขารวมตัวกันที่ฝ่ามือขวาอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นดาบพลังมารสีดำสนิทที่ยาวกว่าสามเมตร ใบดาบนั้นส่องประกายสีดำทมิฬราวกับดูดกลืนแสงสว่างทั้งหมดในบริเวณนั้นเอาไว้ มันส่งเสียงหวีดหวิวราวกับวิญญาณนับล้านกำลังร่ำไห้
“ไปตายซะ!” เฮ่ยเทียนฟาดฟันดาบมารทมิฬลงไปเบื้องล่างในแนวเฉียง แรงฟันนั้นแหวกอากาศจนเกิดเสียงฉีกขาดน่าหวาดกลัว คลื่นพลังมารสีดำรูปพระจันทร์เสี้ยวขนาดมหึมาพุ่งทะยานออกไป ราวกับคมมีดแห่งความตายที่ตัดผ่านทุกสิ่ง
ตู้มมมมมม
จอมมารระบบพิชิตสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก