“ความวุ่นวายถึงเพียงนี้ สมควรตาย!”
เสียงคำรามของแม่ทัพใหญ่เทวะตงฟางอี้ดังราวฟ้าผ่า คลื่นพลังปราณสายฟ้าสีม่วงเข้มที่แผ่ออกมาจากกายของเขาไม่เพียงแต่ปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ หากแต่ยังบดขยี้พลังมารของเฮ่ยเทียนให้ยุบตัวลงไปชั่วขณะ แรงกดดันมหาศาลราวภูผาถล่มทลาย ปานจะบดขยี้ทุกสิ่งให้แหลกละเอียด อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวจนเกิดเป็นภาพลวงตา ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยจ้างพากันระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับถูกพลังงานที่มองไม่เห็นกระหน่ำซ้ำ
เฮ่ยเทียนเงยหน้าขึ้นมองแม่ทัพใหญ่เทวะตงฟางอี้ ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีทมิฬฉายแววท้าทาย พลังมารทมิฬในกายปะทุขึ้นอีกครั้งเพื่อต้านทานแรงกดดันจากอีกฝ่าย เส้นเลือดสีดำผุดขึ้นบนผิวหนัง ราวกับเส้นใยแห่งความมืดที่พยายามจะยึดครองกายของเขา พลังที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงสองสายปะทะกันอย่างเงียบงันกลางเวหา ก่อเกิดเป็นเสียงครืนครั่นที่สะท้านไปถึงจิตวิญญาณของผู้ที่ได้ยิน
ไครเคน อสูรผู้พิทักษ์ที่ยืนอยู่ข้างกายเฮ่ยเทียน ส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ ขนบนแผ่นหลังตั้งชัน ดวงตาสีเพลิงจับจ้องไปยังตงฟางอี้ด้วยความดุร้าย มันสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่กว่าศัตรูใดๆ ที่เคยเผชิญมา พลังของตงฟางอี้ไม่เหมือนกับแม่ทัพเทวะซวงหลงที่อ่อนด้อยกว่าอย่างสิ้นเชิง นี่คือพลังระดับที่สามารถทำลายล้างทุกสิ่งได้จริง
ตงฟางอี้ไม่แม้แต่จะชายตามองไครเคน เขาพุ่งเป้าสายตาไปที่เฮ่ยเทียนเพียงผู้เดียว “เจ้ามารชั้นต่ำ บังอาจสังหารทหารสวรรค์และรองแม่ทัพหลิ่วเฟิง เจ้านี่ไม่รู้ที่ต่ำที่สูงจริงๆ”
เฮ่ยเทียนหัวเราะหยัน “สวรรค์ที่อ้างตนว่ายุติธรรม แต่กลับส่งทัพใหญ่มาสังหารข้าผู้บริสุทธิ์ เพียงเพราะข้าถูกสาปให้เป็นมาร ความอยุติธรรมนี้แหละที่ข้าจะโค่นล้ม สวรรค์มันก็แค่ที่รวมของพวกเห็นแก่ตัวไร้ยางอาย!”
“บังอาจ!” ตงฟางอี้คำราม เส้นสายฟ้าสีม่วงเข้มกว่าเดิมผุดขึ้นจากปลายนิ้วของเขาแผ่กระจายออกไปดุจใยแมงมุม พลันรวมตัวกันเป็นดาบสายฟ้าขนาดมหึมาในมือของเขา ดาบนั้นยาวหลายสิบเมตร ส่องประกายเจิดจ้าจนยากจะมองตรงๆ พลังทำลายล้างที่แฝงอยู่ในดาบนั้นรุนแรงเสียจนอากาศโดยรอบระเบิดออกเป็นห้วงๆ
“ไปตายซะ จอมมารไร้ค่า!”
ตูม!
ดาบสายฟ้าตวัดลงมาอย่างรวดเร็วราวกับฟ้าผ่าจากเบื้องบน มันไม่ใช่การโจมตีธรรมดา หากแต่เป็นการรวมพลังปราณสายฟ้าทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกันอย่างเข้มข้น มุ่งเป้าไปยังเฮ่ยเทียนที่อยู่เบื้องล่าง เส้นทางที่ดาบสายฟ้าฟาดผ่านอากาศบิดเบี้ยวและฉีกขาดราวกับผืนผ้าที่ถูกกรีดด้วยคมมีด พลังงานที่รุนแรงแผ่ออกมาทำให้พื้นดินแตกระแหงเป็นวงกว้าง
“ระบบแจ้งเตือน! พลังงานระดับมหาเทพ! ตรวจพบการโจมตีด้วยพลังปราณสายฟ้าขั้นสูงสุด!”
เฮ่ยเทียนไม่รอช้า พลังมารทมิฬในกายปะทุขึ้นอย่างรุนแรง เขาสั่งการด้วยจิตวิญญาณ “ทักษะ สังหารมารทมิฬ!”
เงาดำขนาดมหึมาผุดขึ้นจากเบื้องหลังของเฮ่ยเทียน มันคือเงาของจอมมารที่ทรงพลัง ดวงตาสีแดงฉานราวกับดวงอาทิตย์ยามอัสดง เงาจอมมารยกแขนขึ้น บังเกิดเป็นเกราะมารทมิฬขนาดมหึมาที่รวมตัวกันอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นโล่สีดำสนิทที่แกร่งกร้าวราวกับภูเขาเหล็ก มันไม่ใช่เพียงเกราะป้องกันธรรมดา หากแต่เป็นเกราะที่ดูดกลืนพลังงานทุกชนิดที่เข้ามาปะทะ
เคร้งงงงงงง!
ดาบสายฟ้าปะทะเข้ากับโล่เกราะมารทมิฬอย่างรุนแรง เสียงปะทะดังกึกก้องไปทั่วทั้งพิภพ คลื่นพลังงานระเบิดออกเป็นวงกว้าง แสงสีม่วงและสีดำปะทะกันอย่างดุเดือด เกิดเป็นพายุพลังที่พัดกระหน่ำทุกสิ่ง เฮ่ยเทียนรู้สึกถึงแรงกระแทกมหาศาลที่แล่นเข้าสู่ร่างกาย แม้จะมีโล่เกราะมารทมิฬป้องกันไว้ แต่พลังทำลายล้างของตงฟางอี้ก็ยังน่ากลัวเกินกว่าจะประมาทได้
“ระบบแจ้งเตือน! ทักษะสังหารมารทมิฬถูกโจมตีอย่างรุนแรง! พลังงานถูกดูดกลืน 60% พลังงานที่เหลือถูกสะท้อนกลับไป 40%”
“โอ๊ะ?” ตงฟางอี้เลิกคิ้วเล็กน้อย เขาประหลาดใจที่การโจมตีของตนเองถูกป้องกันไว้ได้ แถมยังถูกสะท้อนพลังกลับมาบางส่วนอีกด้วย แม้พลังที่สะท้อนกลับมาจะไม่สามารถสร้างความเสียหายแก่เขาได้ แต่การที่จอมมารระดับกลางคนหนึ่งสามารถทำเช่นนี้ได้ก็นับว่าไม่ธรรมดา
“เจ้าหนู มิน่าเล่าถึงได้กล้าหาญนัก แต่แค่นี้ยังไม่พอ!”
ตงฟางอี้ไม่รอให้เฮ่ยเทียนตั้งตัวใหม่ เขาสะบัดมืออีกครั้ง สายฟ้าสีม่วงเข้มพุ่งออกจากกายเขานับพันสาย ดุจดั่งงูสายฟ้าที่เลื้อยไปในอากาศ เป้าหมายคือเฮ่ยเทียนและไครเคน!
ไครเคนคำราม พุ่งตัวเข้าปะทะกับสายฟ้าที่พุ่งเข้าใส่ เฮ่ยเทียนเองก็ไม่ยอมแพ้ ร่างของเขาเคลื่อนไหวราวกับเงา ใช้ทักษะ “ฝีเท้าเงาทมิฬ” หลบหลีกการโจมตีของสายฟ้าที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
สายฟ้าบางส่วนกระทบเข้ากับตัวไครเคน มันส่งเสียงครางด้วยความเจ็บปวด เกล็ดหนาของมันไหม้เกรียมในบางจุด แต่ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งของอสูรผู้พิทักษ์ มันยังคงต้านทานการโจมตีได้ เฮ่ยเทียนเองก็ไม่สามารถหลบหลีกได้ทั้งหมด สายฟ้าบางเส้นเฉียดผ่านกายเขาไปอย่างหวุดหวิด ทว่าบางเส้นก็กระทบเข้ากับผิวหนังของเขาอย่างจัง
“ระบบแจ้งเตือน! ผู้เล่น เฮ่ยเทียน ได้รับความเสียหายจากพลังงานสายฟ้า!” “HP -500!” “HP -300!” “สถานะติดตัว: ช็อตไฟฟ้าอ่อนๆ (การเคลื่อนไหวลดลง 10% เป็นเวลา 5 วินาที)”
“แค่โดนแค่นี้ก็กระเทือนถึงเพียงนี้ หากโดนเต็มๆ จะเป็นอย่างไรกัน” เฮ่ยเทียนคิดในใจ พลังสายฟ้าของตงฟางอี้ไม่ใช่แค่ความแรง แต่มันยังมีความสามารถในการหยุดชะงักการเคลื่อนไหวอีกด้วย นี่เป็นศัตรูที่ร้ายกาจอย่างแท้จริง
“ไครเคน ระวัง!” เฮ่ยเทียนตะโกนเตือน
ตงฟางอี้ไม่สนใจการต่อสู้เล็กๆ น้อยๆ เขามองเห็นเฮ่ยเทียนคือหัวใจสำคัญของการบุกครั้งนี้ เขายกมือขึ้นเหนือศีรษะ พลังสายฟ้าสีม่วงเข้มกว่าเดิมรวมตัวกันอย่างบ้าคลั่ง ก่อตัวเป็นลูกบอลสายฟ้าขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่เหนือฝ่ามือของเขา มันหมุนวนอย่างรวดเร็ว ปลดปล่อยพลังงานที่น่าสะพรึงกลัวออกมา
“คุกอสนีบาตพันชั้น!”
ลูกบอลสายฟ้าพุ่งเข้าใส่เฮ่ยเทียนด้วยความเร็วเหนือเสียง มันทิ้งร่องรอยการระเบิดของอากาศไว้เบื้องหลัง เฮ่ยเทียนตระหนักได้ว่านี่คือการโจมตีที่รุนแรงกว่าครั้งก่อนๆ มาก เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องต้านทานมันให้ได้
“ทักษะ ทะลวงมารทมิฬ!” เฮ่ยเทียนรวบรวมพลังมารทั้งหมดในกาย เขาพุ่งเข้าใส่ลูกบอลสายฟ้าด้วยความเร็วสูงสุด ไม่ใช่การป้องกัน แต่เป็นการพุ่งเข้าโจมตีโดยตรง!
ตูมมมมมมมมมมมม!
การปะทะกันครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าครั้งใดๆ พลังมารสีดำสนิทปะทะเข้ากับลูกบอลสายฟ้าสีม่วงเข้มอย่างจัง เกิดเป็นคลื่นกระแทกที่รุนแรงราวกับการระเบิดของภูเขาไฟ แสงสีม่วงและสีดำปะทุออกมาจากจุดศูนย์กลางของการปะทะ เปลวเพลิงมารและประกายสายฟ้าเต้นระริกผสมผสานกันเป็นภาพที่น่าตื่นตะลึง ผืนดินโดยรอบถูกฉีกขาดเป็นรอยแยกขนาดใหญ่ ต้นไม้และก้อนหินถูกพัดปลิวไปในอากาศราวกับเศษกระดาษ
เฮ่ยเทียนรู้สึกราวกับร่างกายของเขากำลังจะฉีกเป็นชิ้นๆ พลังสายฟ้าของตงฟางอี้สามารถแทรกซึมผ่านพลังมารของเขาเข้ามาสร้างความเสียหายภายในได้อย่างรุนแรง เขาได้ยินเสียงระบบแจ้งเตือนดังขึ้นในหูแทบจะพร้อมกัน
“ระบบแจ้งเตือน! ผู้เล่น เฮ่ยเทียน ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง!” “HP -5000!” “HP -3500!” “สถานะติดตัว: ช็อตไฟฟ้า (การเคลื่อนไหวลดลง 30% เป็นเวลา 10 วินาที, ความสามารถในการใช้ทักษะลดลง 20%)” “สถานะติดตัว: บาดเจ็บภายใน (HP ลดลงต่อเนื่อง 100/วินาที เป็นเวลา 30 วินาที)”
เฮ่ยเทียนกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ร่างกายของเขาสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาถูกผลักกระเด็นออกมาหลายสิบเมตร ตกลงกระแทกพื้นอย่างแรงจนเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ ไครเคนเห็นนายของตนบาดเจ็บสาหัสก็ส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธ มันพุ่งเข้าใส่ตงฟางอี้อย่างบ้าคลั่ง ไม่สนใจชีวิตตนเอง
“อสูรชั้นต่ำ!” ตงฟางอี้ไม่แม้แต่จะเปลี่ยนสีหน้า เขาสะบัดมือเบาๆ ปรากฏกำแพงสายฟ้าขนาดใหญ่ขวางหน้าไครเคนไว้ ไครเคนพุ่งชนกำแพงสายฟ้าอย่างไม่คิดชีวิต แต่กำแพงนั้นแกร่งกร้าวเกินกว่าที่มันจะทะลวงผ่านไปได้ มันถูกสายฟ้าที่แผ่ออกมาจากกำแพงกระแทกกลับไปอย่างแรง ร่างกายของมันมีรอยไหม้เกรียมหลายแห่ง แต่ก็ยังคงพยายามลุกขึ้นสู้
เฮ่ยเทียนพยายามลุกขึ้นยืน ร่างกายของเขาเจ็บปวดรวดร้าวไปทุกส่วน แต่ในดวงตาของเขากลับไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย มีแต่ความเด็ดเดี่ยวและไฟแค้นที่ลุกโชน พลังมารในกายของเขาเริ่มปั่นป่วน ราวกับกำลังจะทะลุขีดจำกัดบางอย่าง
“ระบบแจ้งเตือน! ตรวจพบความเสียหายถึงขีดสุด! พลังมารผู้เล่นกำลังก้าวข้ามขีดจำกัด!” “ระบบกำลังวิเคราะห์... ปลดล็อกศักยภาพพลังมารที่ซ่อนอยู่!” “ทักษะใหม่ ‘ออร่ามารอมตะ’ กำลังจะถูกปลดล็อก!”
เฮ่ยเทียนไม่สนใจเสียงแจ้งเตือน เขาเพียงต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้น แข็งแกร่งขึ้นเพื่อโค่นล้มสวรรค์ที่อยุติธรรมนี้! เขาแหงนหน้ามองตงฟางอี้ที่ลอยอยู่บนฟ้าด้วยท่าทีเย่อหยิ่งราวกับเทพเจ้า เขาหัวเราะเสียงดัง แม้จะกระอักเลือดออกมาก็ตาม
“ฮ่าๆๆๆ! แค่นี้เองหรือพลังของแม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์ชั้นเก้า! ยังไม่พอที่จะสังหารข้า เฮ่ยเทียนคนนี้!”
ตงฟางอี้มองเฮ่ยเทียนด้วยความประหลาดใจ สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังมากขึ้น ชายหนุ่มตรงหน้ามีพลังมารที่แปลกประหลาดอย่างยิ่ง แม้จะบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้ แต่จิตวิญญาณการต่อสู้กลับไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำ พลังมารในกายเขายังดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นอีกด้วย!
“ดูเหมือนเจ้าจะเข้าใจผิดไปแล้ว จอมมารน้อย” ตงฟางอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ข้ายังไม่ได้เอาจริงเลยด้วยซ้ำ”
พูดจบ ตงฟางอี้ก็ยกมือขึ้นอีกครั้ง คราวนี้พลังปราณสายฟ้าสีม่วงเข้มที่แผ่ออกมาจากกายของเขายิ่งรุนแรงและหนาแน่นกว่าเดิมหลายเท่า เส้นสายฟ้าขนาดมหึมานับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจากร่างของเขา พลันรวมตัวกันกลางอากาศ ก่อร่างเป็นมังกรสายฟ้าสีม่วงเข้มขนาดมหึมาสามตัว มังกรแต่ละตัวมีความยาวนับร้อยเมตร เกล็ดสายฟ้าของมันส่องประกายเจิดจ้า ดวงตาของมันเปล่งแสงสีม่วงอันน่าสะพรึงกลัว พวกมันลอยวนอยู่รอบกายของตงฟางอี้ ราวกับเป็นผู้พิทักษ์แห่งสายฟ้า
“มังกรอสนีบาตสามพิภพ!” ตงฟางอี้คำราม เสียงของเขาดังก้องไปทั่วทั้งพิภพ “นี่แหละคือพลังที่แท้จริงของข้า! จงแหลกสลายไปซะ จอมมาร!”
มังกรสายฟ้าทั้งสามตัวส่งเสียงคำรามสนั่นหวั่นไหว ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เฮ่ยเทียนพร้อมกันจากสามทิศทาง พลังงานสายฟ้าที่มังกรเหล่านี้ปลดปล่อยออกมาสามารถทำลายล้างภูเขาทั้งลูกให้กลายเป็นผุยผงได้อย่างง่ายดาย อากาศโดยรอบถูกฉีกขาดจนเกิดเป็นห้วงมิติเล็กๆ นับไม่ถ้วน บ่งบอกถึงความรุนแรงของการโจมตีครั้งนี้
เฮ่ยเทียนรู้สึกถึงพลังที่น่าสะพรึงกลัวที่กำลังพุ่งเข้าใส่เขา ร่างกายของเขาไม่อาจขยับได้ทันท่วงที แต่ในขณะที่ความตายกำลังคืบคลานเข้ามา พลังมารในกายของเขาก็ระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ระบบแจ้งเตือน! ทักษะ ‘ออร่ามารอมตะ’ ถูกปลดล็อกและเปิดใช้งาน!” “ผู้เล่น เฮ่ยเทียน ได้รับสถานะ ‘ออร่ามารอมตะ’: พลังป้องกันเพิ่มขึ้น 500% พลังโจมตีเพิ่มขึ้น 300% ความเร็วในการฟื้นฟู HP/MP เพิ่มขึ้น 1000% ต้านทานสถานะผิดปกติ 80% เป็นเวลา 60 วินาที”
ทันทีที่ทักษะ “ออร่ามารอมตะ” ทำงาน ร่างกายของเฮ่ยเทียนก็ถูกปกคลุมด้วยออร่าสีดำสนิทที่แผ่ขยายออกไปหลายสิบเมตร ออร่านี้ไม่ใช่แค่พลังป้องกันธรรมดา แต่มันคือแก่นแท้ของพลังมารที่แข็งแกร่งที่สุด มันเปล่งประกายสีทมิฬที่สามารถกลืนกินแสงสว่างได้ราวกับหลุมดำ ดวงตาของเฮ่ยเทียนเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม เส้นเลือดสีดำบนผิวหนังของเขาเต้นตุบๆ ราวกับมีชีวิต มังกรสายฟ้าทั้งสามตัวพุ่งเข้าชนออร่ามารอมตะของเฮ่ยเทียนอย่างจัง
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม!
การปะทะครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งพิภพ แสงสีม่วงและสีดำสาดกระจายออกไปทุกทิศทางราวกับจุดจบของโลก พื้นดินโดยรอบยุบตัวลงไปหลายสิบเมตร ก่อเกิดเป็นปล่องภูเขาไฟขนาดยักษ์ คลื่นพลังงานที่แผ่ออกมาทำให้เมฆบนท้องฟ้าแตกสลายหายไปในพริบตา
เมื่อฝุ่นควันและพลังงานสงบลง ภาพที่ปรากฏทำให้ตงฟางอี้ถึงกับต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ เฮ่ยเทียนยังคงยืนหยัดอยู่กลางปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ ร่างกายของเขายังคงถูกปกคลุมด้วยออร่ามารอมตะสีดำสนิท แม้จะมีร่องรอยความเสียหายปรากฏบนออร่านั้น แต่เฮ่ยเทียนก็ยังคงยืนอยู่ได้
“เป็นไปได้อย่างไร!” ตงฟางอี้อุทานด้วยความตกใจ เขาไม่เคยพบเจอจอมมารระดับกลางคนใดที่มีพลังต้านทานการโจมตีของเขาได้ถึงเพียงนี้มาก่อน!
เฮ่ยเทียนเงยหน้าขึ้นมองตงฟางอี้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและน่ากลัว “นี่แหละคือพลังของจอมมารที่เจ้าดูถูก!”
พลังมารในกายของเฮ่ยเทียนยังคงพุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง “ออร่ามารอมตะ” กำลังฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเขาอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกได้ถึงพลังที่ไม่เคยมีมาก่อนในร่างกาย เขากำหมัดแน่น พลังมารสีดำสนิทรวมตัวกันที่หมัดของเขา ก่อตัวเป็นพลังงานที่มืดมิดและบิดเบี้ยว
“ถึงตาข้าแล้ว แม่ทัพใหญ่!”
เฮ่ยเทียนคำราม พลังมารระเบิดออก เขาพุ่งเข้าใส่ตงฟางอี้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิมหลายเท่า ราวกับเงาทมิฬที่พุ่งทะยานเข้าสู่ท้องฟ้า! ตงฟางอี้มองการเคลื่อนไหวของเฮ่ยเทียนด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความประหลาดใจปนความระมัดระวัง เขาไม่คิดว่าจอมมารระดับกลางคนนี้จะสามารถต้านทานการโจมตีของเขาและยังคงมีพลังที่จะสวนกลับมาได้ถึงเพียงนี้
การต่อสู้ที่แท้จริง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!

จอมมารระบบพิชิตสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก