จอมมารระบบพิชิตสวรรค์

ตอนที่ 21 — ชัยชนะเหนือเทวะ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

358 ตอน · 1,816 คำ

เพลิงมารโลกันต์ที่เฮ่ยเทียนปลดปล่อยออกมานั้นหาใช่เพียงเปลวไฟธรรมดาไม่ หากแต่เป็นเปลวเพลิงที่ถือกำเนิดจากแก่นแท้แห่งความมืดมิดและจิตสังหารอันไร้ขอบเขต มันพุ่งทะยานเข้าปะทะกับม่านพลังเทวะสีทองอร่ามที่ตงฟางอี้รวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายขึ้นมาป้องกันราวกับอุกกาบาตทมิฬพุ่งชนดวงตะวัน พลังทั้งสองสายปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงกัมปนาทสะท้านฟ้าดิน อากาศโดยรอบบิดเบี้ยว พื้นดินแตกระแหง ต้นไม้ใหญ่รอบข้างถูกพลังคลื่นกระแทกจนรากถอนโคน สลายกลายเป็นฝุ่นผงในพริบตา

ใบหน้าของตงฟางอี้ซีดเผือดราวกับศพ ‌เขากัดฟันแน่น เส้นเลือดปูดโปนทั่วใบหน้าและลำคอ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดหวั่นผสมกับความไม่ยอมแพ้ พลังเทวะในร่างถูกดึงออกมาจนหมดสิ้น ม่านพลังสีทองคำส่องประกายเจิดจ้าขึ้นอีกครั้งก่อนจะเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง แต่เพลิงมารโลกันต์นั้นมิได้อ่อนแรงลงแม้แต่น้อย มันยังคงโหมกระหน่ำเข้าใส่ด้วยแรงกดดันที่ไม่อาจต้านทานได้ อุณหภูมิรอบกายพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากลัว ​เผาผลาญแม้กระทั่งอากาศธาตุโดยรอบให้กลายเป็นสุญญากาศ

"เป็นไปไม่ได้! ข้าคือแม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์! จะพ่ายแพ้ต่อมารชั้นต่ำอย่างเจ้าได้อย่างไร!" ตงฟางอี้คำรามลั่น เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเจือความบ้าคลั่งเล็กน้อย เขาพยายามจะเรียกพลังแห่งกฎสวรรค์มาช่วยเหลือ แต่ทว่ารอบกายของเฮ่ยเทียนถูกปกคลุมด้วยออร่ามารอมตะที่แข็งแกร่งเกินไป มันตัดขาดการเชื่อมโยงของตงฟางอี้กับพลังแห่งสวรรค์อย่างสมบูรณ์ ‍ทำให้เขากลายเป็นเพียงเทพที่ถูกถอดถอนอำนาจ เหลือเพียงพลังปราณเทวะที่ติดตัวมาเท่านั้น

เสียง 'เปรี้ยะ!' ดังสนั่น ม่านพลังเทวะสีทองอร่ามเริ่มปรากฏรอยร้าวเล็กๆ ก่อนที่รอยร้าวนั้นจะขยายตัวออกอย่างรวดเร็วราวกับใยแมงมุม พลังมารทมิฬฉวยโอกาสนี้แทรกซึมเข้าไปในช่องว่างที่เกิดขึ้น เผาผลาญพลังปราณเทวะของตงฟางอี้จากภายในสู่ภายนอก ‌ตงฟางอี้กรีดร้องสุดเสียง ร่างกายของเขาเริ่มมีเปลวเพลิงสีดำปะทุขึ้นจากภายใน เผาผลาญผิวหนังและเนื้อเยื่อให้กลายเป็นเถ้าถ่านอย่างช้าๆ

เฮ่ยเทียนยืนนิ่งมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง แม้ว่าเขาจะรู้สึกถึงพลังมหาศาลที่ถูกใช้ไปกับการโจมตีครั้งนี้ แต่เขาก็รับรู้ถึงชัยชนะที่กำลังจะมาถึง ออร่ามารอมตะของเขายังคงแผ่กระจายออกไป ปกป้องเขาจากแรงสะท้อนกลับของการปะทะพลัง ‍การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด แต่ก็เป็นความดุเดือดที่ฝ่ายหนึ่งกำลังจะถูกกลืนกินโดยสมบูรณ์

"ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงs" ##CONTENT## เฮ่ยเทียนยืนนิ่งดุจเทพมารใต้เมฆควันสีดำสนิทที่ยังคงปกคลุมเหนือสมรภูมิเบื้องล่าง แสงเพลิงมารโลกันต์ที่เคยโหมกระหน่ำจนผืนฟ้าบิดเบี้ยวได้มอดดับลงแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นกำมะถันฉุนกึกและซากความว่างเปล่าที่มิอาจจดจำได้ว่าเคยมีสิ่งใดตั้งอยู่ ณ ที่แห่งนั้น ม่านพลังเทวะสีทองอร่ามของตงฟางอี้ได้สลายหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง พร้อมกับการจากไปของแม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์ผู้หยิ่งทะนง ​ภาพสุดท้ายที่เฮ่ยเทียนเห็นคือร่างของตงฟางอี้ที่ถูกเพลิงมารกัดกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก เหลือเพียงเงาดำทะมึนที่เลือนหายไปในความว่างเปล่า

ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ เป็นความเงียบที่หนักอึ้งและน่าพรั่นพรึง ราวกับธรรมชาติเองก็ยังต้องหวาดหวั่นต่อพลังทำลายล้างที่เพิ่งอุบัติขึ้น เฮ่ยเทียนถอนหายใจแผ่วเบา ออร่ามารอมตะที่เคยแผ่ปกคลุมรอบกายค่อยๆ หดตัวกลับคืนสู่ร่างของเขา เผยให้เห็นดวงตาคมกริบที่เปล่งประกายสีแดงเข้มดุจอัญมณีโลหิต ​แม้จะเพิ่งผ่านการต่อสู้ที่ดุเดือด แต่ร่างกายของเขากลับไม่แสดงอาการอ่อนล้าแม้แต่น้อย พลังมารในกายหมุนเวียนอย่างสงบนิ่ง ราวกับผืนน้ำในทะเลสาบยามไร้คลื่นลม

ในห้วงความคิดของเฮ่ยเทียน เสียงของระบบพลันดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราวกับจะยืนยันถึงชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่เพิ่งเกิดขึ้น

ติ๊ง!

[สังหารแม่ทัพใหญ่เทวะตงฟางอี้ ระดับ 'ราชันเทวะครึ่งก้าว' ​สำเร็จ! ท่านได้รับค่าประสบการณ์มหาศาล!]

[ค่าประสบการณ์ + 50,000,000!]

[ท่านได้รับ 'แก่นเทวะราชันย์' (ระดับตำนาน) 1 ชิ้น!]

[ท่านได้รับ 'เกราะเทวะทมิฬ' (ระดับตำนาน) 1 ชิ้น!]

[ท่านได้รับ 'วิชาเทวะ: หมัดอัสนีไร้ลักษณ์' (ระดับเทวะ) 1 เล่ม!]

[ท่านได้รับ 'เม็ดยาชำระล้างเทวะ' (ระดับสูง) 5 เม็ด!]

[ท่านได้รับ 'หินวิญญาณเทวะ' (ระดับสูง) 100 ชิ้น!]

[ค่าชื่อเสียงในแดนสวรรค์ติดลบ 10,000!]

[ยินดีด้วย! ระดับพลังมารของท่านได้เลื่อนขั้น!]

ติ๊ง!

[ระดับพลังมาร: ขุนพลมารขั้นต้น -> ขุนพลมารขั้นกลาง!]

[ระดับพลังมาร: ขุนพลมารขั้นกลาง -> ขุนพลมารขั้นสูง!]

[ระดับพลังมาร: ขุนพลมารขั้นสูง -> จอมพลมารขั้นต้น!]

[ระดับพลังมาร: จอมพลมารขั้นต้น -> จอมพลมารขั้นกลาง!]

[ค่าสถานะเพิ่มขึ้น!]

[ความแข็งแกร่ง +2,000]

[ความเร็ว +1,500]

[พลังป้องกัน +1,800]

[พลังมาร +3,000]

[ปลดล็อกทักษะใหม่: 'มือมารโลกันต์' (ระดับสูง)!]

[ทักษะ 'กำปั้นทมิฬผลาญฟ้า' ได้รับการยกระดับ! ระดับ 3 -> ระดับ 4!]

[ทักษะ 'ฝ่ามือมารผลาญวิญญาณ' ได้รับการยกระดับ! ระดับ 3 -> ระดับ 4!]

เสียงแจ้งเตือนของระบบดังก้องอยู่ในหัวของเฮ่ยเทียนราวกับบทเพลงแห่งชัยชนะ ทำให้มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มเย็นชาขึ้นเล็กน้อย การสังหารแม่ทัพใหญ่เทวะผู้หนึ่งได้นำมาซึ่งผลตอบแทนที่เกินคาด ระดับพลังมารของเขาพุ่งทะยานจากขุนพลมารขั้นต้นไปสู่จอมพลมารขั้นกลางภายในพริบตา นี่เป็นความก้าวหน้าที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่งสำหรับผู้ฝึกตนมาร ความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลทำให้เขารู้สึกได้ถึงพลังที่อัดแน่นอยู่เต็มทุกอณูของร่างกาย

"จอมพลมารขั้นกลาง..." เฮ่ยเทียนพึมพำกับตนเอง พลางกำหมัดแน่น พลังมหาศาลที่ไหลเวียนในกายทำให้เขารู้สึกว่าตนเองสามารถทำลายภูเขาให้ราบเป็นหน้ากลอง หรือฉีกผืนฟ้าให้ขาดเป็นเสี่ยงๆ ก็ยังได้ นี่คือความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากเมื่อก่อน เขาไม่ใช่เพียงแค่มารที่ถูกสวรรค์สาปแช่งอีกต่อไป แต่เป็นจอมมารผู้ถือครองพลังทำลายล้างที่แม้แต่เทพสวรรค์ก็ยังต้องหวาดกลัว

จิตใจของเฮ่ยเทียนสงบนิ่ง เขารับรู้ถึงพลังที่เพิ่มพูน และความเข้าใจในวิถีแห่งมารที่ลึกซึ้งขึ้น การต่อสู้กับตงฟางอี้ทำให้เขาได้ทดสอบขีดจำกัดของตนเอง และยังยืนยันว่าวิถีแห่งมารที่เขาก้าวเดินนั้นถูกต้อง พลังมารของเขาเหนือกว่าพลังเทวะของตงฟางอี้อย่างชัดเจน แม้ว่าตงฟางอี้จะเป็นถึงราชันเทวะครึ่งก้าว แต่ก็ยังไม่อาจต้านทานเพลิงมารโลกันต์ของเขาได้

เฮ่ยเทียนเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาตรวจสอบไอเท็มที่ได้รับ 'แก่นเทวะราชันย์' เปล่งประกายสีทองอ่อนๆ มันคือแก่นพลังปราณเทวะบริสุทธิ์ของตงฟางอี้ที่ถูกบีบอัดจนกลายเป็นผลึกขนาดเท่ากำปั้น เฮ่ยเทียนสัมผัสได้ถึงพลังเทวะที่บริสุทธิ์และทรงพลังอย่างมหาศาลจากแก่นเทวะชิ้นนี้ หากเป็นผู้ฝึกตนมารคนอื่น คงไม่มีทางใช้ประโยชน์จากมันได้โดยตรง อาจจะต้องใช้เวลาหลายปีในการชำระล้างพลังเทวะออกไปเสียก่อน แต่สำหรับเฮ่ยเทียนที่มีระบบพลังมาร เขามีวิธีที่แตกต่างออกไป

"ระบบ! แก่นเทวะราชันย์นี้สามารถเปลี่ยนเป็นพลังมารได้หรือไม่?" เฮ่ยเทียนถามในใจ

ติ๊ง!

[แก่นเทวะราชันย์สามารถถูก 'ชำระล้าง' และ 'หลอมรวม' เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังมารบริสุทธิ์ได้]

[อัตราการเปลี่ยน: 1 แก่นเทวะราชันย์ สามารถเปลี่ยนเป็นพลังมารได้ 5,000,000 หน่วย]

[ระยะเวลาการหลอมรวม: 12 ชั่วโมง]

[ต้องการดำเนินการหรือไม่?]

ดวงตาของเฮ่ยเทียนเป็นประกาย ความสามารถในการเปลี่ยนพลังเทวะให้เป็นพลังมารได้โดยตรงเช่นนี้ถือเป็นขุมทรัพย์อันล้ำค่าอย่างแท้จริง หากเขาสามารถสังหารเทพสวรรค์ได้มากขึ้น เขาก็จะสามารถเพิ่มพลังมารของตนเองได้อย่างก้าวกระโดด

"ดำเนินการ!" เฮ่ยเทียนออกคำสั่งทันที แก่นเทวะราชันย์ในช่องเก็บของของระบบพลันเรืองแสงอ่อนๆ และเริ่มกระบวนการหลอมรวม

ถัดมาคือ 'เกราะเทวะทมิฬ' มันคือเกราะเต็มตัวที่ทำจากโลหะสีดำสนิท มีลวดลายสลักซับซ้อนดูดุดันและน่าเกรงขาม เกราะนี้ไม่ได้เปล่งประกายเจิดจ้าเหมือนเกราะเทวะทั่วไป แต่มันกลับดูดซับแสงโดยรอบ ทำให้ผู้ที่สวมใส่ดูราวกับเงาปีศาจที่หลุดออกมาจากนรกภูมิ เฮ่ยเทียนลองสวมมัน เกราะปรับขนาดให้เข้ากับรูปร่างของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ มันให้ความรู้สึกแข็งแกร่งและคล่องตัวในเวลาเดียวกัน พลังป้องกันของเขาเพิ่มขึ้นอีกขั้นอย่างเห็นได้ชัด

[เกราะเทวะทมิฬ (ระดับตำนาน) สวมใส่สำเร็จ!]

[เพิ่มพลังป้องกัน 3,000!]

[เพิ่มความต้านทานธาตุความมืด 50%!]

[ทักษะติดตัว: 'โล่มารสะท้อนกลับ' - มีโอกาส 10% ที่จะสะท้อนความเสียหายทางกายภาพกลับไปยังศัตรู 30%!]

"ดีมาก" เฮ่ยเทียนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ เกราะชิ้นนี้เหมาะสมกับเขาอย่างยิ่ง มันไม่เพียงเพิ่มพลังป้องกัน แต่ยังเพิ่มความสามารถในการโจมตีกลับอีกด้วย

ส่วน 'วิชาเทวะ: หมัดอัสนีไร้ลักษณ์' นั้นเป็นตำราโบราณที่ดูเก่าแก่ ปกคลุมด้วยอักขระเทวะ เฮ่ยเทียนเลื่อนมือผ่านมัน พลังมารของเขาเริ่มไหลเวียนเข้าสู่ตำรา แสงสีดำค่อยๆ กลืนกินอักขระเทวะให้กลายเป็นอักขระมารทีละตัวทีละตัว นี่คือกระบวนการชำระล้างวิชาเทวะให้กลายเป็นวิชามาร

ติ๊ง!

[วิชาเทวะ 'หมัดอัสนีไร้ลักษณ์' ถูกชำระล้างและปรับเปลี่ยนเป็น 'หมัดมารอัสนีทมิฬ' (ระดับเทวะขั้นสูง)!]

[ต้องการเรียนรู้หรือไม่?]

"เรียนรู้!" เฮ่ยเทียนตอบ วิชาการต่อสู้ระดับเทวะขั้นสูงนั้นหายากยิ่งนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาที่สามารถใช้พลังมารได้ เฮ่ยเทียนรู้สึกถึงข้อมูลมหาศาลที่ไหลเข้าสู่จิตสำนึกของเขา เขาเข้าใจถึงแก่นแท้ของวิชาหมัดนี้ในทันที มันเป็นวิชาหมัดที่รวดเร็ว ดุดัน และสามารถผสานพลังอัสนีมารเข้ากับการโจมตีได้อย่างไร้รอยต่อ

สุดท้ายคือ 'เม็ดยาชำระล้างเทวะ' และ 'หินวิญญาณเทวะ' เฮ่ยเทียนรู้ดีว่าสิ่งเหล่านี้สามารถนำไปใช้ในการฝึกฝนหรือแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรอื่นๆ ได้ในอนาคต

ชัยชนะเหนือตงฟางอี้ไม่เพียงทำให้เฮ่ยเทียนแข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาล แต่ยังเป็นการประกาศสงครามกับสวรรค์อย่างเป็นทางการอีกด้วย ค่าชื่อเสียงในแดนสวรรค์ที่ติดลบ 10,000 นั้นยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าเขาได้กลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของเหล่าเทพสวรรค์แล้ว

"สวรรค์ที่อยุติธรรม..." เฮ่ยเทียนเงยหน้ามองผืนฟ้าเบื้องบน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและจิตสังหาร "นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ตงฟางอี้... เจ้าเป็นเพียงแม่ทัพชั้นผู้น้อยคนแรกที่จะต้องล้มลงใต้ฝ่าเท้าของจอมมารผู้นี้"

เขาหันกลับมามองสภาพรอบข้าง บริเวณที่เคยเป็นป่าไม้เขียวขจี บัดนี้กลายเป็นเพียงหลุมขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยร่องรอยการเผาไหม้และพลังมารที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ เฮ่ยเทียนรับรู้ได้ถึงพลังมารที่อัดแน่นในอากาศโดยรอบ ราวกับผืนดินผืนนี้ได้ซึมซับเอาพลังมารจากการต่อสู้ของเขาไปจนหมดสิ้น มันเป็นแหล่งพลังมารชั้นดี

"นี่อาจจะเป็นสถานที่ที่ดีในการสร้างฐาน..." เฮ่ยเทียนคิดในใจ เขานึกถึงภารกิจหลักของระบบ 'พิชิตสวรรค์ทั้งเก้า' การที่จะทำเช่นนั้นได้ เขาจำเป็นต้องมีฐานที่มั่นที่แข็งแกร่ง มีผู้ติดตามที่ภักดี และทรัพยากรที่เพียงพอ

แต่ก่อนอื่น เฮ่ยเทียนรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เป็นกลิ่นอายที่อ่อนแอ แต่เขาสัมผัสได้ด้วยสัมผัสแห่งมารที่เฉียบคม

"ใครอยู่ที่นั่น!" เฮ่ยเทียนตะโกนออกไป เสียงของเขาดังก้องไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด

ทันใดนั้น เงาร่างเล็กๆ สองร่างก็ปรากฏขึ้นจากซากปรักหักพังของป่าไม้ที่ถูกทำลาย ร่างหนึ่งเป็นหญิงสาวในชุดคลุมสีดำที่ขาดวิ่น ใบหน้าของนางขาวซีด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว อีกร่างหนึ่งเป็นชายหนุ่มที่ดูอ่อนแอไม่แพ้กัน ทั้งสองตัวสั่นงันงกราวกับลูกนกที่ถูกทอดทิ้ง เฮ่ยเทียนจำได้ว่าพวกเขาคือศิษย์สำนักมารโลหิตที่เคยพยายามจะจับตัวเขาไปก่อนหน้านี้ และเป็นคนเดียวที่รอดชีวิตจากการโจมตีของตงฟางอี้ เขาไม่ได้สนใจจะสังหารพวกเขาในตอนนั้น เพราะพลังของพวกเขานั้นอ่อนแอเกินกว่าจะอยู่ในสายตา

"เจ้า... เจ้าสังหารแม่ทัพเทวะผู้นั้นได้อย่างไร!" หญิงสาวคนนั้นหวีดร้องออกมาด้วยความตกใจและ

หน้านิยาย
หน้านิยาย
จอมมารระบบพิชิตสวรรค์

จอมมารระบบพิชิตสวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!