ผืนดินใต้ฝ่าเท้าของเฮ่ยเทียนระเบิดออกด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงยิ่งกว่าครั้งใดๆ รอยร้าวขนาดใหญ่ฉีกกระชากผืนปฐพีออกจากกัน เผยให้เห็นหุบเหวนิรันดร์ที่มืดมิดและไร้ก้นบึ้ง กลิ่นอายโบราณที่ปะทุขึ้นมานั้นไม่ใช่เพียงแค่พลังงาน แต่เป็นความรู้สึกดิบเถื่อนที่หนักหน่วง ราวกับจิตวิญญาณแห่งโลกกำลังกรีดร้อง เสียงโหยหวนที่ดังมาจากเบื้องล่างนั้นไม่ใช่เสียงของสิ่งมีชีวิตธรรมดา แต่เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความโกรธแค้น และความหิวกระหายที่ถูกกักเก็บมานานนับอนันตกาล
เฮ่ยเทียนกวาดสายตามองไปรอบๆ เขาเห็นประกายความตื่นตระหนกฉายชัดในแววตาของผู้บัญชาการเทวะอวี้หลิง แม้แต่เทพระดับสูงที่เคยเย่อหยิ่งผยองก็ยังแสดงอาการหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด ผู้บัญชาการเทวะอวี้หลิงหันไปมองยังจุดที่ราชันย์เทพสงครามเพิ่งปรากฏตัวขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง ราวกับกำลังมองหาคำตอบหรือคำสั่งจากผู้ที่เหนือกว่า "นี่มันอะไรกัน!" อวี้หลิงพึมพำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล
วินาทีนั้นเอง พื้นดินก็ระเบิดขึ้นอีกครั้ง เสียงคำรามที่ก้องกังวานราวสายฟ้านับพันเส้นฟาดลงพร้อมกันดังสะท้านไปทั่วบริเวณ แรงสั่นสะเทือนปั่นป่วนจนแม้แต่เฮ่ยเทียนเองก็ยังต้องใช้พลังมารพยุงกายไว้ไม่ให้เสียหลัก จากรอยร้าวขนาดมหึมา ลำแสงสีดำทมิฬพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกม่านเมฆที่มืดครึ้มให้ฉีกขาด เผยให้เห็นดวงจันทร์สีเลือดที่ส่องแสงเรืองรอง ประกายสีแดงฉานสะท้อนอยู่ในดวงตาของเฮ่ยเทียน เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงพลังงานที่คุ้นเคยในลำแสงนั้น มันไม่ใช่พลังมารที่เขารู้จัก แต่เป็นพลังที่ดิบเถื่อนกว่า เก่าแก่กว่า และเต็มไปด้วยความว่างเปล่าที่ไร้ขอบเขต
“ติ๊ง! ตรวจพบแหล่งพลังงานโบราณระดับบรรพกาล! ระบุ: พลังงานเนรเทศสวรรค์! มีความเชื่อมโยงกับคำสาปแห่งเผ่ามาร!” เสียงระบบดังขึ้นในหูของเฮ่ยเทียน ทำให้เขาตื่นตัวขึ้นมาทันที
"พลังงานเนรเทศสวรรค์งั้นหรือ?" เฮ่ยเทียนพึมพำ คำว่า "เนรเทศสวรรค์" ทำให้เขานึกถึงคำสาปที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เกิด คำสาปที่เปลี่ยนเขาให้กลายเป็นมาร
ขณะที่ลำแสงสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นสู่ฟ้า ร่างเงาขนาดมหึมาก็ค่อยๆ โผล่พ้นจากหุบเหวเบื้องล่าง มันไม่ใช่รูปร่างของสิ่งมีชีวิตที่คุ้นเคย ไม่ใช่เทพ ไม่ใช่มาร ไม่ใช่อสูร แต่เป็นรูปร่างที่บิดเบี้ยวและไร้ซึ่งรูปแบบที่ชัดเจน ราวกับมันถูกสร้างขึ้นจากความมืดมิดและพลังงานบริสุทธิ์ของความว่างเปล่า มันมีแขนขาที่ยื่นยาวออกไปอย่างไร้ทิศทาง มีดวงตาเรืองแสงสีแดงฉานนับร้อยดวงที่กะพริบอยู่บนร่างกายที่ไร้รูปร่างชัดเจน กลิ่นอายของมันทำให้จิตใจสั่นคลอน เพียงแค่ได้เห็นก็แทบจะทำให้วิญญาณสลาย
“อสูรบรรพกาล...มันตื่นขึ้นมาแล้ว!” ราชันย์เทพสงครามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ผิดแปลกไปจากเดิม แววตาของเขามิได้มีเพียงความเยือกเย็นอีกต่อไป แต่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและแฝงไว้ด้วยความหนักใจ
“อสูรบรรพกาล?” เฮ่ยเทียนทวนคำในใจ เขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน ระบบก็ไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม มีเพียงแค่คำเตือนถึง "พลังงานเนรเทศสวรรค์" เท่านั้น
อสูรบรรพกาลคำรามกึกก้อง เสียงนั้นไม่ใช่เสียงที่เปล่งจากลำคอ แต่มันดังก้องมาจากทุกอณูของร่างกายที่ไร้รูปร่างของมัน คลื่นเสียงนั้นรุนแรงเสียจนทำให้เทพระดับต่ำหลายตนถึงกับกระอักเลือด และบางตนก็ถึงกับสลายเป็นผุยผงไปในทันที
“ถอย! ทุกคนถอยไป!” ผู้บัญชาการเทวะอวี้หลิงตะโกนสั่งเสียงหลง ความเย่อหยิ่งของเขามลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง กองกำลังเทวะที่เหลืออยู่รีบถอยร่นออกไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งให้สนามรบที่เคยคึกคักเหลือเพียงเฮ่ยเทียน ผู้บัญชาการเทวะอวี้หลิง และราชันย์เทพสงครามที่ยืนเผชิญหน้ากับอสูรบรรพกาลเพียงสามคน
อสูรบรรพกาลหันดวงตาสีแดงฉานนับร้อยดวงมาทางราชันย์เทพสงคราม ราวกับว่ามันจดจำกลิ่นอายของเทพระดับสูงได้ดีที่สุด พลังงานสีดำทมิฬจำนวนมหาศาลพุ่งเข้าใส่ราชันย์เทพสงครามอย่างรวดเร็วและรุนแรง ราชันย์เทพสงครามไม่แสดงอาการตื่นตระหนก เขากระแทกหอกเทพสงครามลงบนพื้น เกิดเป็นเกราะพลังงานสีทองอร่ามขนาดใหญ่ที่ปกคลุมเขาและผู้บัญชาการเทวะอวี้หลิงเอาไว้
ปัง!
การปะทะกันของพลังงานรุนแรงเสียจนสั่นสะเทือนไปถึงขอบฟ้า เกราะพลังงานสีทองของราชันย์เทพสงครามแตกกระจายออกในทันที แต่ก็สามารถต้านทานพลังงานของอสูรบรรพกาลเอาไว้ได้ชั่วขณะ ราชันย์เทพสงครามถูกแรงกระแทกซัดกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบก้าว ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงเล็กน้อย แต่แววตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“พลังของมัน... รุนแรงยิ่งกว่าที่คาดไว้” ราชันย์เทพสงครามพึมพำ
เฮ่ยเทียนยืนมองการต่อสู้นี้อย่างใจเย็น พลังของอสูรบรรพกาลนั้นมหาศาลเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ แต่ในความมืดมิดนั้น เขากลับรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่าง พลังงานเนรเทศสวรรค์ที่ระบบกล่าวถึง มันเหมือนกับกำลังเรียกหาเขา
“ติ๊ง! ภารกิจใหม่: กลืนกินพลังเนรเทศสวรรค์! รายละเอียด: อสูรบรรพกาลคือร่างรวมของพลังงานเนรเทศสวรรค์ที่ถูกผนึกไว้โดยสวรรค์เบื้องบน จงกลืนกินพลังงานนั้นเพื่อปลดล็อกขีดจำกัดแห่งมาร! รางวัล: พลังมารระดับบรรพกาล, ทักษะใหม่: ควบคุมความว่างเปล่า, ปลดล็อกตำหนักมารแห่งแรก!”
ดวงตาของเฮ่ยเทียนเบิกกว้าง ภารกิจนี้ไม่ใช่แค่การต่อสู้ แต่เป็นการ "กลืนกิน" พลังงานเนรเทศสวรรค์! นี่คือโอกาสที่เขาจะได้พัฒนาพลังมารของตัวเองไปอีกขั้น! แต่การจะกลืนกินพลังงานจากสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
"กลืนกินอย่างนั้นหรือ? ระบบ เจ้ากำลังคิดจะฆ่าข้าหรือไง?" เฮ่ยเทียนคิดในใจ แต่ในขณะเดียวกันเลือดในกายเขากลับเดือดพล่านด้วยความตื่นเต้น นี่คือความท้าทายที่แท้จริง!
อสูรบรรพกาลเริ่มเคลื่อนไหว ร่างกายที่ไร้รูปร่างของมันขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แขนขาที่ยื่นยาวออกไปกวัดแกว่งไปมา สร้างคลื่นพลังงานสีดำที่ทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า มันไม่ได้โจมตีเฮ่ยเทียนโดยตรง ดูเหมือนว่าเป้าหมายหลักของมันคือราชันย์เทพสงครามและอวี้หลิง ซึ่งเป็นตัวแทนของสวรรค์
ราชันย์เทพสงครามพุ่งเข้าใส่อสูรบรรพกาลอย่างไม่เกรงกลัว หอกเทพสงครามในมือส่องประกายสีทองอร่าม เขาร่ายทักษะเทพระดับสูงสุด พลังแห่งแสงและเทพรวมตัวกันเป็นลำแสงขนาดมหึมา พุ่งเข้าเจาะทะลุร่างที่ไร้รูปร่างของอสูรบรรพกาล
ฉัวะ!
ลำแสงเจาะทะลุผ่านร่างของอสูรบรรพกาลไปได้จริง แต่กลับไม่มีเลือดเนื้อใดๆ ไหลออกมา ร่างกายของมันสั่นสะเทือนเล็กน้อย ก่อนที่จะฟื้นฟูตัวเองขึ้นมาใหม่ในพริบตา ราวกับว่าการโจมตีนั้นไร้ผล
“มันเป็นพลังงานบริสุทธิ์!” อวี้หลิงอุทาน “การโจมตีทางกายภาพหรือพลังงานธรรมดาไม่สามารถทำลายมันได้!”
"เป็นพลังงานเนรเทศสวรรค์... แน่นอนว่ามันเป็นพลังงานบริสุทธิ์" เฮ่ยเทียนคิดในใจ เขานึกย้อนไปถึงสิ่งที่ระบบบอก พลังงานเนรเทศสวรรค์ที่เชื่อมโยงกับคำสาปของเผ่ามาร คำสาปที่ทำให้เขากลายเป็นมาร นี่อาจจะเป็นกุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจและควบคุมมัน
เฮ่ยเทียนไม่รอช้า เขาเปิดใช้งาน "สัมผัสเทวะมาร" อีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้ใช้มันเพื่อสอดแนม แต่เพื่อเชื่อมโยงกับพลังงานรอบตัว พลังงานมารในตัวเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรงเมื่อสัมผัสกับกลิ่นอายของพลังงานเนรเทศสวรรค์ ราวกับว่าทั้งสองสิ่งเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันที่ถูกแยกออกจากกันมานาน
เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวด ความโกรธแค้น และความโดดเดี่ยวที่ถูกกักขังมานานนับอนันตกาลของอสูรบรรพกาล มันไม่ใช่แค่สัตว์ประหลาดที่ไร้สติ แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกทรมานมาอย่างยาวนานและกำลังปลดปล่อยความแค้นทั้งหมดออกมา เฮ่ยเทียนรู้สึกถึงความเข้าใจในชั่วพริบตา ความรู้สึกที่ว่าตนเองก็ถูก "เนรเทศ" เช่นกัน แม้จะต่างกันในรูปแบบ
“ระบบ! มีวิธีที่จะกลืนกินมันโดยตรงหรือไม่? หรือข้าต้องต่อสู้กับมันก่อน?” เฮ่ยเทียนถามในใจ
“ติ๊ง! การกลืนกินพลังงานเนรเทศสวรรค์ต้องอาศัยการเชื่อมโยงวิญญาณและความเข้าใจในแก่นแท้ของพลังงานนั้น การต่อสู้ทางกายภาพจะไร้ประโยชน์ หากผู้ใช้สามารถสร้างความเข้าใจกับแก่นแท้ของมันได้ พลังงานเนรเทศสวรรค์จะยอมรับผู้ใช้เอง!”
"เชื่อมโยงวิญญาณ... ความเข้าใจในแก่นแท้..." เฮ่ยเทียนพึมพำ เขากวาดสายตามองไปที่ราชันย์เทพสงครามที่กำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับอสูรบรรพกาล แม้ราชันย์เทพสงครามจะทรงพลังเพียงใด ก็ดูเหมือนจะทำได้แค่ถ่วงเวลาเท่านั้น ไม่สามารถสร้างความเสียหายที่แท้จริงให้กับอสูรบรรพกาลได้เลย
เฮ่ยเทียนตัดสินใจ เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างกายของเขาส่งประกายสีดำเข้ม พลังมารในตัวเขาปะทุขึ้นอย่างรุนแรง เขายกมือขึ้นช้าๆ ไม่ได้เป็นการโจมตี แต่เป็นการเปิดรับ พลังมารในตัวเขาส่งคลื่นพลังออกไปเพื่อตอบสนองต่อพลังงานเนรเทศสวรรค์ของอสูรบรรพกาล
ผู้บัญชาการเทวะอวี้หลิงเห็นการกระทำของเฮ่ยเทียนก็เบิกตากว้าง “เจ้าบ้า! เจ้าคิดจะทำอะไร!” เขาร้องตะโกน แต่เฮ่ยเทียนไม่ได้สนใจ
คลื่นพลังมารของเฮ่ยเทียนปะทะเข้ากับคลื่นพลังงานสีดำทมิฬของอสูรบรรพกาล แทนที่จะเป็นการปะทะกันอย่างรุนแรง กลับกลายเป็นการผสมผสานที่แปลกประหลาด ราวกับสายน้ำสองสายที่ไหลมารวมกัน ในชั่วพริบตา เฮ่ยเทียนรู้สึกว่าจิตวิญญาณของเขากำลังถูกดึงดูดเข้าหาแก่นแท้ของอสูรบรรพกาล
ภาพนิมิตแล่นผ่านเข้ามาในจิตใจของเขา เขาเห็นโลกที่มืดมิด ไร้แสงสว่าง มีเพียงพลังงานสีดำทมิฬที่หมุนวนอยู่ไม่รู้จบ นี่คือจุดเริ่มต้นของพลังงานเนรเทศสวรรค์ พลังงานที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ แต่กลับถูกสวรรค์เบื้องบนมองว่าเป็น "ภัยคุกคาม" และถูกผนึกไว้ใต้พื้นพิภพมานับล้านปี
เขาเห็นความรู้สึกโดดเดี่ยวของผู้ถูกผนึก ความโกรธแค้นที่สั่งสมมานาน และความปรารถนาที่จะปลดปล่อยตัวเองออกจากพันธนาการ เฮ่ยเทียนรู้สึกถึงความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งกับสิ่งนี้ ราวกับว่าเขากำลังมองเห็นชะตากรรมของตนเองในอนาคต หากเขายังคงต่อต้านสวรรค์เบื้องบน
“ข้าเข้าใจแล้ว...” เฮ่ยเทียนพึมพำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย “เจ้าก็เป็นผู้ถูกเนรเทศเช่นกัน”
อสูรบรรพกาลหยุดการโจมตีชั่วขณะ ดวงตาเรืองแสงสีแดงนับร้อยดวงของมันจับจ้องมาที่เฮ่ยเทียน ราวกับว่ามันรับรู้ถึงสิ่งที่เฮ่ยเทียนกำลังสื่อสาร ไม่ใช่ด้วยคำพูด แต่ด้วยจิตวิญญาณและแก่นแท้ของพลังงานมาร
ราชันย์เทพสงครามและผู้บัญชาการเทวะอวี้หลิงมองดูเหตุการณ์นี้ด้วยความตกตะลึง พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมอสูรบรรพกาลถึงหยุดการโจมตี และทำไมเฮ่ยเทียนถึงสามารถยืนอยู่ตรงหน้ามันได้อย่างปลอดภัย
เฮ่ยเทียนหลับตาลง เขารวมจิตใจให้เป็นหนึ่งเดียวกับพลังงานเนรเทศสวรรค์ เขาเปิดรับพลังงานนั้นเข้าสู่ร่างกายของเขา ไม่ใช่ด้วยการต่อต้าน แต่ด้วยการยอมรับและผสานรวม ร่างกายของเฮ่ยเทียนเริ่มส่องประกายสีดำเข้มยิ่งขึ้นกว่าเดิม ออร่าของเขาทวีความรุนแรงขึ้นอย่างก้าวกระโดด
“ติ๊ง! ผู้ใช้กำลังเริ่มกระบวนการกลืนกินพลังงานเนรเทศสวรรค์! ระดับความสำเร็จ: 1%”
เฮ่ยเทียนรู้สึกถึงพลังงานที่มหาศาลไหลบ่าเข้ามาในตัวเขา มันไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นความรู้สึกที่เต็มตื้นจนแทบจะระเบิด พลังงานเนรเทศสวรรค์กำลังหลอมรวมเข้ากับพลังมารของเขา ทำให้พลังมารของเขากลายเป็นสิ่งที่เหนือกว่าเดิม เก่าแก่กว่าเดิม และเต็มไปด้วยศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัด
แต่ในขณะที่เขากำลังกลืนกินพลังงานนั้น จู่ๆ อสูรบรรพกาลก็คำรามอีกครั้ง คราวนี้เสียงคำรามนั้นไม่ได้มาจากความโกรธ แต่มาจากความเจ็บปวด ร่างกายที่ไร้รูปร่างของมันเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง และดวงตาสีแดงฉานนับร้อยดวงก็เริ่มหรี่ลง ราวกับว่ามันกำลังถูกดึงดูดเข้าสู่ความว่างเปล่า
“เกิดอะไรขึ้น!” ผู้บัญชาการเทวะอวี้หลิงร้องอุทาน
เฮ่ยเทียนลืมตาขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลง เขารู้สึกได้ว่าพลังงานเนรเทศสวรรค์บางส่วนกำลังไหลออกจากอสูรบรรพกาลและเข้าสู่ตัวเขา แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกถึงแรงต้านทานที่มองไม่เห็น มันไม่ใช่แรงต้านจากอสูรบรรพกาล แต่เป็นแรงต้านจาก "สวรรค์" ที่กำลังพยายามจะผนึกอสูรบรรพกาลกลับไปอีกครั้ง!
อสูรบรรพกาลกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของมันเริ่มหดเล็กลงเรื่อยๆ แสงสีดำทมิฬที่เคยพวยพุ่งขึ้นสู่ฟ้าก็เริ่มหรี่ลง ท้องฟ้าที่มืดมิดเริ่มมีแสงสว่างรอดเข้ามา ราวกับว่าสวรรค์กำลังจะปิดผนึกมันอีกครั้ง
“เจ้าเด็กนั่นกำลังทำอะไร?” ราชันย์เทพสงครามมองเฮ่ยเทียนด้วยสีหน้าครุ่นคิด เขาไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตใดสามารถเชื่อมโยงกับอสูรบรรพกาลได้อย่างนี้
เฮ่ยเทียนรู้ดีว่านี่คือโอกาสสุดท้ายของเขา หากอสูรบรรพกาลถูกผนึกอีกครั้ง เขาอาจจะไม่มีโอกาสที่จะกลืนกินพลังงานเนรเทศสวรรค์ได้อีกเลย เขาเร่งเร้าพลังมารทั้งหมดในตัวเขาให้ทำงานหนักขึ้น ดึงดูดพลังงานเนรเทศสวรรค์จากอสูรบรรพกาลเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง
“ติ๊ง! ผู้ใช้กำลังกลืนกินพลังงานเนรเทศสวรรค์! ระดับความสำเร็จ: 10%... 20%... 30%...”
ตัวเลขนับร้อยในระบบพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เฮ่ยเทียนรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ทวีคูณขึ้น แต่เขาก็ทนรับมันไว้ได้ พลังงานที่ไหลเข้ามาในตัวเขานั้นกำลังหล่อหลอมร่างกายและจิตวิญญาณของเขาให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาล
แต่แล้วจู่ๆ ท้องฟ้าเบื้องบนก็ระเบิดออก! ไม่ใช่เสียงคำรามของอสูรบรรพกาล แต่เป็นเสียงคำรามของสวรรค์! ลำแสงสีขาวบริสุทธิ์นับพันเส้นพุ่งลงมาจากฟากฟ้า พุ่งตรงเข้าใส่อสูรบรรพกาลที่กำลังอ่อนแอลง และพุ่งตรงเข้าใส่เฮ่ยเทียนที่กำลังกลืนกินพลังงานนั้น!
“นั่นมัน... การผนึกขั้นสุดท้ายของสวรรค์!” ผู้บัญชาการเทวะอวี้หลิงร้องลั่นด้วยความตกใจ
ราชันย์เทพสงครามมองดูเหตุการณ์นี้ด้วยสายตาที่เย็นชา แต่แววตาของเขากลับมีความซับซ้อนบางอย่าง เฮ่ยเทียนเงยหน้ามองลำแสงสีขาวบริสุทธิ์ที่กำลังพุ่งลงมา เขาไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ เพราะเขากำลังอยู่ในกระบวนการกลืนกินพลังงานเนรเทศสวรรค์ และหากเขาหยุดตอนนี้ ทุกอย่างจะพังทลาย
ลำแสงแห่งสวรรค์พุ่งเข้าปะทะกับอสูรบรรพกาลและเฮ่ยเทียนอย่างรุนแรง เกิดเป็นคลื่นพลังงานที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งโลกเบื้องล่าง พื้นดินระเบิดออกอีกครั้ง หุบเหวนิรันดร์ขยายใหญ่ขึ้น ม่านพลังงานสีดำและสีขาวปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง! เฮ่ยเทียนรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่ถาโถมเข้ามา ร่างกายของเขาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แต่เขายังคงยืนหยัด มุ่งมั่นที่จะกลืนกินพลังงานเนรเทศสวรรค์ให้ได้มากที่สุด!
“ติ๊ง! การกลืนกินพลังงานเนรเทศสวรรค์! ระดับความสำเร็จ: 50%... 60%... 70%!”
ลำแสงแห่งสวรรค์กดทับลงมาอย่างหนักหน่วง พยายามที่จะผนึกอสูรบรรพกาลและทำลายเฮ่ยเทียนในคราวเดียว เฮ่ยเทียนกัดฟันแน่น เขารู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังจะฉีกขาด แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกถึงพลังงานใหม่ที่กำลังถือกำเนิดขึ้นภายในตัวเขา พลังงานที่บริสุทธิ์และเก่าแก่ยิ่งกว่าสิ่งใดๆ
"สวรรค์... เจ้าคิดจะผนึกข้าอีกครั้งอย่างนั้นหรือ? ไม่มีทาง!" เฮ่ยเทียนคำรามเสียงต่ำ พลังมารในตัวเขาระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่ง เข้าต่อต้านพลังแห่งสวรรค์ ราวกับว่าเขากำลังประกาศสงครามกับสวรรค์อย่างแท้จริง!
ในขณะที่พลังงานทั้งสองฝ่ายกำลังปะทะกันถึงขีดสุด จู่ๆ ร่างของเฮ่ยเทียนก็เริ่มส่องประกายสีดำสนิท มันไม่ใช่แค่แสงสะท้อน แต่เป็นประกายจากพลังงานที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาใหม่ ดวงตาของเขากลายเป็นสีแดงฉานเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม และจากเบื้องหลังของเขา เงาร่างของปีศาจยักษ์ที่เต็มไปด้วยปีกและเขาก็ปรากฏขึ้นมาอย่างเลือนราง มันไม่ใช่แค่ภาพลวงตา แต่มันคือการสำแดงพลังมารขั้นสูงสุด!
“ติ๊ง! การกลืนกินพลังงานเนรเทศสวรรค์เสร็จสิ้น 100%!” “ติ๊ง! ผู้ใช้ได้รับพลังมารระดับบรรพกาล!” “ติ๊ง! ผู้ใช้ได้รับทักษะใหม่: ควบคุมความว่างเปล่า!” “ติ๊ง! ปลดล็อกตำหนักมารแห่งแรก!”
เสียงระบบดังขึ้นในหูของเฮ่ยเทียนอย่างต่อเนื่อง แต่เขาก็ไม่ได้สนใจสิ่งใดอีกแล้ว สิ่งที่เขาสนใจในตอนนี้คือพลังงานมหาศาลที่เพิ่งหลั่งไหลเข้ามาในตัวเขา และการต่อต้านสวรรค์ที่อยู่ตรงหน้า!
ลำแสงแห่งสวรรค์ยังคงพุ่งลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน แต่คราวนี้ เฮ่ยเทียนไม่เพียงแค่ต้านทาน เขากลับยื่นมือออกไปข้างหน้าอย่างช้าๆ พลังงานสีดำทมิฬที่เพิ่งได้รับมาพวยพุ่งออกจากฝ่ามือของเขา ปะทะเข้ากับลำแสงแห่งสวรรค์อย่างจัง!
ตูม!!!
เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งพิภพ แสงสว่างและเงามืดปะทะกันอย่างรุนแรงจนบิดเบี้ยวไปหมด ผืนดินฉีกขาดออกเป็นเสี่ยงๆ ภูเขาพังทลาย ท้องฟ้าสั่นสะเทือน ราวกับจุดจบของโลกกำลังจะมาถึง
เมื่อแสงและเสียงสงบลง ร่างของอสูรบรรพกาลได้หายไปแล้ว เหลือเพียงรอยร้าวขนาดมหึมาที่ไร้ก้นบึ้ง เฮ่ยเทียนยืนอยู่ตรงกลางของความพินาศนั้น ร่างกายของเขายังคงส่องประกายสีดำเข้ม ดวงตาเปล่งประกายสีแดงฉานอย่างน่าสะพรึงกลัว ออร่าของเขารุนแรงยิ่งกว่าราชันย์เทพสงครามเสียอีก
ราชันย์เทพสงครามและผู้บัญชาการเทวะอวี้หลิงมองเฮ่ยเทียนด้วยความตกตะลึง พลังงานเนรเทศสวรรค์ที่เคยผนึกมานับล้านปี ได้ถูกเฮ่ยเทียนกลืนกินไปจนหมดสิ้น และเขาก็ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของสิ่งมีชีวิตไปแล้ว!
"นี่มัน... พลังอะไรกันแน่!" อวี้หลิงพึมพำด้วยความหวาดกลัว
เฮ่ยเทียนยกมือขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้โจมตี แต่เป็นเพียงการทดลองใช้พลังงานที่เพิ่งได้รับมา พลังงานสีดำทมิฬจำนวนมหาศาลรวมตัวกันในฝ่ามือของเขา สร้างเป็นลูกบอลพลังงานที่บิดเบือนมิติรอบข้างให้บิดเบี้ยว ราวกับมันกำลังสร้าง "ความว่างเปล่า" ขึ้นมาจริงๆ
"นี่คือ... พลังแห่งการควบคุมความว่างเปล่างั้นหรือ?" เฮ่ยเทียนพึมพำ แววตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
แต่ในขณะที่เขากำลังสำรวจพลังใหม่ของตัวเอง จู่ๆ ผืนดินใต้ฝ่าเท้าของเขาก็สั่นสะเทือนอีกครั้ง! ไม่ใช่การสั่นสะเทือนจากการระเบิด แต่เป็นการสั่นสะเทือนที่มาจากการเคลื่อนไหวของบางสิ่งบางอย่างที่กำลังจะปรากฏขึ้น! และคราวนี้มันไม่ใช่แค่เสียงกรีดร้อง แต่เป็นเสียงหัวเราะที่เยือกเย็นและน่าสะพรึงกลัวที่ดังก้องมาจากเบื้องล่าง! ราวกับว่าการตื่นของอสูรบรรพกาลเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่และอันตรายกว่ามาก!

จอมมารระบบพิชิตสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก