เสียงหัวเราะที่เยือกเย็นและน่าสะพรึงกลัวดังก้องมาจากเบื้องล่าง! มันไม่ใช่เสียงที่เกิดจากความเจ็บปวดหรือความบ้าคลั่งของอสูรบรรพกาลตนก่อนหน้านี้ หากแต่เป็นเสียงที่เปี่ยมไปด้วยสติปัญญาอันลึกซึ้ง ความชั่วร้ายที่หยั่งรากลึก และพลังอำนาจที่เหนือกว่าสิ่งใดที่เฮ่ยเทียนเคยเผชิญหน้ามา สรรพสิ่งรอบตัวสั่นสะเทือนรุนแรงยิ่งกว่าครั้งใดๆ เปลือกโลกแตกระแหงเป็นรอยแยกขนาดมหึมา ปล่อยให้มวลความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้งพวยพุ่งขึ้นมาราวกับเป็นเลือดเนื้อของโลกที่กำลังกรีดร้อง
เฮ่ยเทียนยืนนิ่งอยู่บนแผ่นดินที่กำลังปริแตก ดวงตาสีโลหิตของเขาสะท้อนภาพความว่างเปล่าที่ก่อตัวขึ้น ณ ใจกลางของความมืดมิดนั้น พลังมารระดับบรรพกาลที่เพิ่งได้รับมาเต้นระริกอยู่ในร่างกาย สัญชาตญาณแห่งมารของเขากำลังเตือนภัยอย่างบ้าคลั่ง ราวกับว่าจิตวิญญาณกำลังถูกฉีกกระชากด้วยความหวาดกลัวที่มิอาจพรรณนาได้ “นี่มัน…อะไรกันแน่?” เขาพึมพำกับตัวเอง ไม่ใช่แค่ความกลัว แต่ยังมีความตื่นเต้นอย่างประหลาด ความปรารถนาที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ผสมปนเปกันจนยากจะแยกแยะ
เหนือท้องฟ้า ราชันย์เทพสงครามและเหล่าเทพที่เหลือรอดต่างหยุดการโจมตีทั้งหมด สีหน้าของพวกเขากลับกลายเป็นความหวาดผวาถึงขีดสุด ลำแสงผนึกจากสวรรค์ที่เคยสาดส่องลงมาเพื่อกดดันเฮ่ยเทียนพลันสลายไปในอากาศราวกับไม่เคยมีอยู่จริง พวกเขารู้ดีว่าสิ่งที่กำลังจะปรากฏขึ้นนั้นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะสามารถควบคุมหรือแม้แต่รับมือได้ การตื่นขึ้นของอสูรบรรพกาลเป็นเพียงสัญญาณ การปลุกให้ตื่นของ ‘บางสิ่ง’ ที่แท้จริงต่างหากที่กำลังเริ่มต้น
“นี่ไม่ใช่แค่สัตว์อสูร…” ราชันย์เทพสงครามพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “นี่มัน… นี่มันคือสิ่งที่ถูกผนึกไว้ใต้ ‘แก่นแท้แห่งความมืด’ ที่แท้จริง! สิ่งที่แม้แต่บรรพบุรุษของพวกเราก็ยังไม่กล้าเอ่ยชื่อ!”
ในขณะนั้นเอง ระบบก็ส่งเสียงแจ้งเตือนขึ้นในจิตใจของเฮ่ยเทียน: [ติ๊ง! ตรวจพบแหล่งพลังงานเนรเทศสวรรค์ระดับสูงสุด!] [ติ๊ง! ตรวจพบการตื่นขึ้นของ ‘จ้าวแห่งอเวจีบรรพกาล’ ผู้ถูกจองจำนับอนันตกาล!] [ติ๊ง! ภารกิจเร่งด่วน: เผชิญหน้ากับจ้าวแห่งอเวจีบรรพกาล! ทางเลือกมีดังนี้:] [1. หนีเอาชีวิตรอด: หากทำสำเร็จ รางวัล: พลังงานมาร 100,000 หน่วย, ค่าประสบการณ์ 500,000 หน่วย] [2. ยับยั้งการตื่น: หากทำสำเร็จ รางวัล: พลังงานมาร 500,000 หน่วย, ค่าประสบการณ์ 2,000,000 หน่วย, ปลดล็อกทักษะพิเศษ ‘ผนึกมาร’, โอกาสได้รับชิ้นส่วน ‘แก่นแท้มาร’] [3. กลืนกิน: หากทำสำเร็จ รางวัล: พลังงานมาร 5,000,000 หน่วย, ค่าประสบการณ์ 10,000,000 หน่วย, ปลดล็อกพลังมารระดับเทวะ, ได้รับ ‘แก่นแท้แห่งอเวจี’ โดยสมบูรณ์, เปลี่ยนแปลงสายเลือดมารอย่างสมบูรณ์]
ดวงตาของเฮ่ยเทียนหรี่ลงเมื่อเห็นตัวเลือกที่สาม “กลืนกิน… จ้าวแห่งอเวจีบรรพกาล? ระบบคิดว่าฉันจะทำได้งั้นเหรอ?” แต่ในใจส่วนลึก ความทะเยอทะยานอันไร้ขีดจำกัดของเขากลับพลุ่งพล่าน การที่จะได้รับพลังมารระดับเทวะและแก่นแท้แห่งอเวจีนั้นเป็นสิ่งที่เย้ายวนเกินต้านทาน
จากรอยแยกขนาดมหึมาใต้พิภพ แสงสีดำทะมึนเริ่มส่องประกาย มันไม่ใช่แสงที่ให้ความสว่าง หากแต่เป็นแสงที่ดูดกลืนทุกสิ่ง ดึงดูดความมืดมิดทั้งหมดมาสู่ศูนย์กลาง แรงดึงดูดมหาศาลทำให้ก้อนหินขนาดเท่าภูเขาถูกฉีกกระชาก ดึงลงสู่ห้วงอเวจีเบื้องล่าง โครงสร้างพลังงานทั้งหมดในอาณาบริเวณบิดเบี้ยวผิดรูป ราวกับว่ามิติแห่งนี้กำลังถูกฉีกทำลายโดยแรงกดดันที่ไม่อาจควบคุมได้
“นี่มัน… พลังทำลายล้างมิติ!” เฮ่ยเทียนอุทาน ความเข้าใจในทักษะ ‘ควบคุมความว่างเปล่า’ ที่เพิ่งได้รับมาทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของมิติที่กำลังถูกทำลายล้างนี้ พลังของเขาเองก็สามารถบิดเบือนมิติได้ แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้ไม่ใช่การบิดเบือน แต่มันคือการทำลายอย่างแท้จริง!
ในที่สุด สิ่งที่รอคอยก็ปรากฏขึ้นจากความมืดมิด ท่ามกลางเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งจักรวาล ร่างเงาขนาดมหึมาที่สูงตระหง่านกว่ายอดเขาสูงที่สุดหลายเท่าตัวพุ่งทะยานขึ้นมาจากห้วงอเวจี ร่างกายของมันไม่ใช่สัตว์ร้ายอย่างอสูรบรรพกาล หากแต่เป็นรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่บิดเบี้ยวและเกล็ดสีดำสนิทที่แวววาวราวกับโลหะ มีปีกขนาดใหญ่สีดำทมิฬกางออกราวกับจะบดบังดวงอาทิตย์ ดวงตาของมันเป็นสีแดงฉานเรืองรอง เปล่งประกายแห่งความชั่วร้ายและสติปัญญาโบราณ มันมีเขาขนาดใหญ่ที่โค้งงอราวกับกิ่งไม้ที่ตายซาก และมงกุฎที่ดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นจากกระดูกที่บิดเบี้ยวประดับอยู่บนศีรษะ
“ในที่สุด… ข้าก็ได้ตื่นขึ้นอีกครั้ง” เสียงของมันดังก้องอยู่ในจิตใจของทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้น ไม่ใช่แค่การได้ยิน แต่เป็นเหมือนเสียงกระซิบที่แทรกซึมเข้าสู่จิตวิญญาณ “เจ้า… มารน้อยที่กลืนกินเศษเสี้ยวแห่งพลังของข้า…” ดวงตาแดงฉานของมันจับจ้องมาที่เฮ่ยเทียน พลังกดดันอันมหาศาลที่แทบจะบดขยี้ทุกสิ่งทำให้เฮ่ยเทียนรู้สึกเหมือนถูกภูเขานับร้อยลูกทับลงมา
“จ้าวแห่งอเวจีบรรพกาล… มันออกมาแล้วจริงๆ!” ราชันย์เทพสงครามกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง พลันหันหลังให้แก่สนามรบและใช้พลังเทพทั้งหมดที่มีเพื่อหลบหนีออกจากบริเวณนี้ทันที เหล่าเทพองค์อื่นๆ ก็ทำเช่นเดียวกัน ไม่มีความคิดที่จะต่อสู้หรือแม้แต่จะยืนหยัดต่อกรกับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ตรงหน้า พวกเขารู้ดีว่าความตายคือสิ่งเดียวที่รอคอยหากไม่หนีไปตอนนี้
“หนีอย่างนั้นหรือ? พวกเจ้าคิดว่าจะหนีพ้นความมืดมิดของข้าได้หรือ?” จ้าวแห่งอเวจีบรรพกาลหัวเราะเยาะ พลันยกมือขึ้น มือขนาดมหึมาของมันกวาดไปในอากาศ มิติพลันบิดเบี้ยว แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้ร่างของราชันย์เทพสงครามที่กำลังหลบหนีถูกหยุดชะงักกลางอากาศ ร่างกายของเขาระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เลือดสีทองสาดกระเซ็นไปทั่วราวกับดอกไม้ไฟที่น่าสยดสยอง เทพองค์อื่นๆ ก็ไม่ต่างกัน พวกเขาระเบิดออกเป็นชิ้นๆ โดยที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะส่งเสียงกรีดร้องด้วยซ้ำ
เฮ่ยเทียนยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตกตะลึง พลังของจ้าวแห่งอเวจีบรรพกาลนั้นเหนือล้ำเกินจินตนาการ เพียงแค่การยกมือก็สามารถทำลายล้างเทพระดับราชันย์เทพสงครามได้โดยง่ายดาย ทักษะ ‘ควบคุมความว่างเปล่า’ ของเขากำลังส่งสัญญาณเตือนว่ามิติรอบตัวกำลังถูกควบคุมโดยสมบูรณ์ ไม่มีการหลบหนีใดๆ ที่จะสามารถทำได้
“มารน้อย… เจ้าช่างน่าสนใจนัก” จ้าวแห่งอเวจีบรรพกาลก้มลงมองเฮ่ยเทียน “เจ้ามีกลิ่นอายของพลังงานเนรเทศสวรรค์ที่ข้าหลงเหลือไว้ในส่วนลึกของพิภพ และที่น่าสนใจกว่านั้น… เจ้ามีกลิ่นอายของ ‘พลังมารกำเนิด’ ที่แท้จริงไหลเวียนอยู่ในกาย”
คำว่า ‘พลังมารกำเนิด’ ทำให้เฮ่ยเทียนถึงกับสะท้าน ระบบไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้มาก่อน มีเพียงพลังมารทั่วไปและพลังมารระดับบรรพกาลเท่านั้น
“อย่าได้แปลกใจ” จ้าวแห่งอเวจีบรรพกาลเหมือนจะอ่านความคิดของเขาออก “พลังมารที่เจ้าครอบครองนั้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวที่ถูกเจือจางลงนับพันนับหมื่นเท่าจากพลังกำเนิดที่แท้จริง ซึ่งเป็นพลังที่ถูกบรรพบุรุษของสวรรค์เองก็ยังหวาดกลัวจนต้องผนึกข้าไว้ที่นี่”
“เจ้าคือต้นกำเนิดของพลังมารทั้งหมดอย่างนั้นหรือ?” เฮ่ยเทียนถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเข้าใจ
จ้าวแห่งอเวจีบรรพกาลหัวเราะเยาะ เสียงหัวเราะสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งจักรวาล “ข้าไม่ใช่ต้นกำเนิด… ข้าเป็นเพียง ‘ผู้ถือครอง’ ที่แท้จริงของมันต่างหาก พลังมารเป็นพลังที่ดำรงอยู่คู่กับความว่างเปล่า เป็นพลังแห่งการทำลายล้างและการสร้างสรรค์ที่สวรรค์ไม่อาจยอมรับได้ และเจ้า… เจ้าก็ถูกสาปแช่งด้วยพลังนี้เช่นกัน”
“คำสาป?” เฮ่ยเทียนนึกถึงเรื่องราวที่ระบบเคยบอกเขาว่าเขาถูกคำสาปให้เป็นมาร
“ใช่แล้ว… คำสาปที่ถูกส่งผ่านมานับพันปี คำสาปที่ผูกมัดเจ้าเข้ากับชะตากรรมแห่งความมืดมิด” จ้าวแห่งอเวจีบรรพกาลกล่าวอย่างช้าๆ “แต่คำสาปนั้นก็คือพรเช่นกัน พรที่จะปลดปล่อยเจ้าจากพันธนาการของสวรรค์ และทำให้เจ้าได้สัมผัสกับพลังที่แท้จริง”
ระบบแจ้งเตือนอีกครั้ง: [ติ๊ง! ‘จ้าวแห่งอเวจีบรรพกาล’ ถ่ายทอดความรู้โบราณ: ข้อมูลเกี่ยวกับ ‘คำสาปมารกำเนิด’ ถูกปลดล็อก!] [คำสาปมารกำเนิด: คำสาปที่สืบทอดมานับอนันตกาล ผูกมัดผู้ถูกสาปเข้ากับ ‘แก่นแท้แห่งอเวจี’ ทำให้ร่างกายและจิตวิญญาณค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นมารที่แท้จริง พลังแห่งคำสาปจะตื่นขึ้นเมื่อผู้ถูกสาปได้รับ ‘พลังงานเนรเทศสวรรค์’ และจะสมบูรณ์เมื่อกลืนกิน ‘แก่นแท้แห่งอเวจี’ อย่างสมบูรณ์]
เฮ่ยเทียนเข้าใจในทันทีว่าทำไมเขาถึงถูกระบบเรียกว่า ‘จอมมาร’ ทำไมเขาถึงต้องรวบรวมพลังงานเนรเทศสวรรค์ และทำไมเขาถึงต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตโบราณเช่นนี้ ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้โดย ‘คำสาปมารกำเนิด’
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะเข้าใจแล้ว” จ้าวแห่งอเวจีบรรพกาลพูด “แต่การเข้าใจไม่ใช่การครอบครอง เจ้ายังอ่อนแอเกินไปที่จะควบคุมพลังที่แท้จริงของคำสาปนี้”
ทันใดนั้น จ้าวแห่งอเวจีบรรพกาลก็ยกมือขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้โจมตีโดยตรง แต่ปล่อยคลื่นพลังสีดำทะมึนที่มองไม่เห็นพุ่งเข้าใส่เฮ่ยเทียน คลื่นพลังนั้นไม่ได้มีผลทำลายล้างร่างกาย แต่กลับพุ่งตรงเข้าสู่จิตวิญญาณของเขา ราวกับจะฉีกกระชากจิตสำนึกของเฮ่ยเทียนออกเป็นเสี่ยงๆ
เฮ่ยเทียนรู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ราวกับว่าสมองของเขากำลังจะระเบิดออก ภาพหลอนนับร้อยนับพันภาพผุดขึ้นในจิตใจ ภาพของความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด ภาพของโลกที่ถูกทำลายล้าง ภาพของสิ่งมีชีวิตที่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด และภาพของตัวเขาเองที่กลายเป็นสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวที่สุด
“นี่คือ ‘ภาพลวงตาแห่งอเวจี’ พลังที่จะเปิดเผยความมืดมิดในจิตใจของเจ้า และบดขยี้มัน!” จ้าวแห่งอเวจีบรรพกาลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจ
เฮ่ยเทียนกัดฟันแน่น เขารวบรวมพลังมารระดับบรรพกาลทั้งหมดเข้าสู่จิตใจ พยายามต่อต้านภาพหลอนอันน่าสะพรึงกลัวเหล่านั้น ทักษะ ‘ควบคุมความว่างเปล่า’ ของเขากำลังทำงานอย่างบ้าคลั่ง พยายามสร้างกำแพงมิติขึ้นมาเพื่อปกป้องจิตวิญญาณ แต่คลื่นพลังของจ้าวแห่งอเวจีนั้นแข็งแกร่งเกินไป มันแทรกซึมผ่านมิติที่เขาสร้างขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย
ในห้วงลึกของจิตใจ เฮ่ยเทียนได้ยินเสียงกระซิบ เสียงที่มาจากส่วนลึกที่สุดของจิตวิญญาณของเขาเอง “ยอมแพ้ซะ… เจ้าไม่มีทางต่อต้านได้… ความมืดมิดคือชะตากรรมของเจ้า…”
แต่แล้ว ภาพของหลิงเอ๋อร์และเหล่าลูกน้องของเขาที่กำลังฝึกฝนอย่างหนักก็ผุดขึ้นมาในจิตใจของเฮ่ยเทียน ภาพของความหวังและอนาคตที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง ความตั้งใจที่จะพิชิตสวรรค์ที่อยุติธรรมนั้นลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง!
“ไม่!” เฮ่ยเทียนคำราม พลังมารระดับบรรพกาลของเขาพลุ่งพล่านออกมาจากร่างกาย กลายเป็นเกราะป้องกันจิตวิญญาณสีดำสนิท ดวงตาของเขากลับกลายเป็นสีดำสนิท มีประกายสีแดงเรืองรองอยู่ภายใน ราวกับดวงดาวที่กำลังจะระเบิด
“พลังมารระดับบรรพกาล… นี่คือการต่อต้านอย่างนั้นรึ?” จ้าวแห่งอเวจีบรรพกาลดูประหลาดใจเล็กน้อย “เจ้าช่างน่าสนใจจริงๆ”
เฮ่ยเทียนใช้ทักษะ ‘ควบคุมความว่างเปล่า’ อย่างเต็มกำลัง ร่างกายของเขาเริ่มเลือนลางราวกับเงา เขาไม่ได้พยายามหลบหนี แต่เขากำลังพยายามบิดเบือนมิติรอบตัวของจ้าวแห่งอเวจีบรรพกาล การบิดเบือนมิติไม่ได้มีผลต่อร่างกายที่แข็งแกร่งของมัน แต่มีผลต่อการไหลเวียนของพลังงานที่จ้าวแห่งอเวจีกำลังปล่อยออกมา
“เจ้าคิดจะบิดเบือนการไหลเวียนของพลังข้าอย่างนั้นหรือ? ช่างเป็นความคิดที่กล้าหาญ แต่ก็โง่เขลา!” จ้าวแห่งอเวจีบรรพกาลหัวเราะเยาะ พลันสะบัดมือ พลังมิติที่เฮ่ยเทียนสร้างขึ้นมาก็สลายไปในพริบตา ราวกับว่าเขาเป็นเพียงเด็กที่เล่นกับของเล่น
แต่เฮ่ยเทียนไม่ได้ยอมแพ้ เขารู้ว่าเขาไม่มีทางชนะในการต่อสู้ตรงๆ ในตอนนี้ แต่เขาก็มีเป้าหมายที่ชัดเจน: ‘กลืนกิน’ จ้าวแห่งอเวจีบรรพกาล!
เขารวบรวมพลังมารทั้งหมดเข้าสู่ฝ่ามือ พลังมารสีดำเข้มข้นจนกลายเป็นก้อนพลังงานที่ดูดกลืนแสงทั้งหมด เฮ่ยเทียนพุ่งเข้าหาจ้าวแห่งอเวจีบรรพกาลอย่างไม่เกรงกลัว ราวกับแมลงวันตัวเล็กๆ ที่กำลังพุ่งเข้าหามังกร
“ความคิดที่โง่เขลา! เจ้าคิดว่าจะกลืนกินข้าอย่างนั้นหรือ? ผู้ที่กลืนกินพลังของเจ้าต่างหากคือข้า!” จ้าวแห่งอเวจีบรรพกาลคำราม ความโกรธเริ่มปรากฏในน้ำเสียงของมัน มันยกมือขึ้นอีกครั้ง เตรียมที่จะบดขยี้เฮ่ยเทียนให้แหลกเป็นผุยผง
แต่เฮ่ยเทียนกลับยิ้มมุมปาก “ใครกันแน่ที่จะกลืนกินใคร!”
ในจังหวะที่จ้าวแห่งอเวจีบรรพกาลกำลังจะปล่อยพลังทำลายล้าง เฮ่ยเทียนก็ใช้ทักษะ ‘ควบคุมความว่างเปล่า’ อีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้บิดเบือนมิติภายนอก แต่เป็นการสร้าง ‘ช่องว่างมิติ’ ขนาดเล็กขึ้นมา ณ จุดศูนย์กลางของฝ่ามือของเขาเอง ช่องว่างมิตินั้นไม่ใช่การโจมตี แต่เป็นประตูที่เปิดออกสู่ความว่างเปล่าอันไร้ขอบเขต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พลังงานสามารถถูกดูดกลืนได้อย่างไร้ข้อจำกัด
“ดูดกลืน!” เฮ่ยเทียนคำราม พลังมารทั้งหมดในร่างกายของเขาพุ่งเข้าสู่ช่องว่างมิตินั้น ราวกับจะเปิดประตูแห่งการกลืนกินที่แท้จริง
จ้าวแห่งอเวจี

จอมมารระบบพิชิตสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก