ร่างของเฮ่ยเทียนสั่นสะท้านอย่างรุนแรง พลังงานบางอย่างที่ลึกซึ้งและมืดมิดกว่าเดิมเริ่มก่อตัวขึ้นในส่วนลึกของจิตวิญญาณของเขา ราวกับว่ามหาสมุทรแห่งความมืดที่ไร้ก้นบึ้งกำลังหลั่งไหลเข้ามาเติมเต็มช่องว่างที่เคยเป็นดวงจิตของเขา ดวงตาที่เคยกลับกลายเป็นสีดำสนิท ตอนนี้กลับมีประกายสีแดงเข้มเรืองรองขึ้นมา ราวกับเปลวเพลิงแห่งอเวจีที่ลุกโชนอยู่ในความมืดมิดนั้น เสียงกระซิบสุดท้ายของจ้าวแห่งอเวจีบรรพกาลยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของเขา ‘ความมืดมิดที่แท้จริง… กำลังจะมาถึง… และเมื่อถึงตอนนั้น… เจ้าจะรู้ว่าการกลืนกินข้า… คือการเปิดประตู… สู่หายนะที่แท้จริง!’
คำเตือนนั้นไม่ใช่แค่คำขู่ แต่เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เฮ่ยเทียนเคยจินตนาการ พลังมารระดับบรรพกาลที่เขาเพิ่งได้รับมาจากการกลืนกินจ้าวแห่งอเวจีบรรพกาลนั้นทรงพลังเกินกว่าที่เขาจะเข้าใจได้ในทันที มันไม่ใช่แค่การเพิ่มพูนพลังงาน แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงระดับแก่นแท้ของตัวตน เขาไม่ใช่เพียงแค่ผู้ฝึกตนที่มีพลังมารอีกต่อไป แต่เขากำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เก่าแก่และน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า เขาได้ปลดปล่อยพันธนาการของคำสาปมารที่ผูกมัดเขามาตลอดชีวิต แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ได้ผูกมัดตัวเองเข้ากับชะตากรรมที่มืดมิดกว่าเดิม
“ระบบ!” เฮ่ยเทียนคำรามเสียงต่ำ พยายามควบคุมกระแสพลังที่บ้าคลั่งภายในกาย ความรู้สึกเหมือนถูกฉีกทึ้งจากภายใน ทำให้เขาทรมานเกินจะทน ระบบตอบสนองทันทีด้วยเสียงสังเคราะห์ที่ยังคงนิ่งสงบ
“โฮสต์ได้รับพลังงานบรรพกาลมหาศาล กำลังทำการผสานรวมพลังงาน ‘จ้าวแห่งอเวจีบรรพกาล’ เข้าสู่แก่นแท้ของโฮสต์… การเปลี่ยนแปลงระดับมหาศาลกำลังจะเกิดขึ้น… โปรดเตรียมตัวให้พร้อม”
“การเปลี่ยนแปลงระดับมหาศาล?” เฮ่ยเทียนเค้นเสียงถาม ร่างกายของเขาร้อนระอุราวกับเตาหลอม กระแสพลังมารสีดำสนิทพวยพุ่งออกมาจากทุกรูขุมขน สร้างออร่าแห่งความมืดมิดที่หนาแน่นจนบิดเบี้ยวแสงสว่างรอบตัว เขารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลังถูกแกะสลักขึ้นใหม่ภายในจิตวิญญาณของเขา กระดูกของเขาส่งเสียงลั่นดังกรอบแกรบราวกับกำลังถูกจัดเรียงใหม่ กล้ามเนื้อบิดเกร็ง เส้นเอ็นตึงเครียด เส้นเลือดปูดโปนเป็นสายธารแห่งพลังงาน
“ใช่แล้ว โฮสต์ได้กลืนกินแก่นแท้ของสิ่งมีชีวิตบรรพกาลที่อยู่มาตั้งแต่ยุคกำเนิดสวรรค์ สิ่งมีชีวิตที่ถูกกำหนดให้เป็น ‘ผู้ขับไล่สวรรค์’ พลังงานของมันได้หลอมรวมเข้ากับสายเลือดมารดั้งเดิมของโฮสต์ ทำให้เกิดการวิวัฒนาการครั้งใหญ่” ระบบอธิบายอย่างละเอียด “กำลังอัปเกรดสถานะโฮสต์… กำลังอัปเกรดทักษะ… กำลังปลดล็อกความสามารถใหม่…”
หน้าต่างสถานะเสมือนจริงปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเฮ่ยเทียน ตัวอักษรสีทองเรืองรองสว่างวาบราวกับสายฟ้าฟาด “ชื่อ: เฮ่ยเทียน (จอมมารบรรพกาล)” “เผ่าพันธุ์: มารบรรพกาล (วิวัฒนาการสูงสุด)” “ระดับพลัง: กึ่งเทพสวรรค์ (ขั้นสูง) – [กำลังปรับปรุง…]” “พลังมาร: บรรพกาลไร้ขีดจำกัด” “ฉายา: จ้าวแห่งอเวจี (ชั่วคราว), ผู้ทำลายพันธนาการ, มารผู้ตื่น”
“ทักษะเฉพาะตัว: – ควบคุมมิติ (ขั้นสมบูรณ์): สามารถควบคุมและบิดเบือนมิติได้ตามใจนึก รวมถึงการสร้างมิติกระเป๋า, การเดินทางข้ามมิติ, การบีบอัดและขยายมิติ, และการสร้างรอยแยกสู่ห้วงว่าง – มารบรรพกาลอวตาร: สามารถเปลี่ยนร่างเป็นอวตารมารบรรพกาล เพิ่มพูนพลังทำลายล้างและความทนทานอย่างมหาศาล – โลหิตมารอมตะ: ฟื้นฟูบาดแผลทุกชนิดได้ในพริบตา ตราบใดที่พลังมารยังคงอยู่ – เนรเทศสวรรค์: พลังงานที่ขัดแย้งกับกฎเกณฑ์ของสวรรค์โดยสมบูรณ์ ทำให้การโจมตีทุกรูปแบบมีผลต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเทพเจ้าโดยตรง – ควบคุมจิตวิญญาณบรรพกาล: สามารถควบคุมจิตวิญญาณที่อ่อนแอ หรือแม้แต่ดึงเอาส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณจากสิ่งมีชีวิตที่ตายแล้วมาใช้งาน – มรดกแห่งอเวจี: (ปลดล็อกบางส่วน) ความรู้และพลังงานที่สืบทอดมาจากจ้าวแห่งอเวจีบรรพกาล ทำให้โฮสต์สามารถเข้าถึงความเข้าใจในหลักการแห่งความมืดและอเวจีได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น”
“คำสาปมาร: ถูกปลดปล่อยอย่างสมบูรณ์! แต่มีผลกระทบข้างเคียง: ‘แก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง’ ได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นภายในจิตวิญญาณของโฮสต์… (รายละเอียดเพิ่มเติมกำลังถูกวิเคราะห์)”
เฮ่ยเทียนกัดฟันแน่น เขารับรู้ถึงพลังงานอันมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในกาย แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความรู้สึกเย็นยะเยือกแผ่ซ่านเข้ามาในจิตใจ มันไม่ใช่ความหนาวเย็นทางกายภาพ แต่เป็นความเยือกเย็นของความว่างเปล่า ความมืดมิดที่ไร้ขีดจำกัด ‘แก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง’ ที่ระบบกล่าวถึง มันเหมือนกับว่าการกลืนกินจ้าวแห่งอเวจีบรรพกาล ไม่ได้ทำให้เขาเป็นอิสระจากคำสาป แต่เป็นการแทนที่ด้วยบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่และอันตรายกว่า
“ระบบ ‘แก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง’ คืออะไรกันแน่?” เฮ่ยเทียนถาม เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย
“กำลังวิเคราะห์… ผลลัพธ์เบื้องต้น: แก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง คือพลังงานดั้งเดิมที่อยู่เหนือกว่า ‘ความมืดมิด’ ทั่วไป มันคือสภาวะแห่ง ‘ความว่างเปล่าก่อนการกำเนิด’ เป็นพลังงานที่สามารถกลืนกินและทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง รวมถึงกฎเกณฑ์ของสวรรค์และจักรวาล” ระบบตอบอย่างราบเรียบ “การที่โฮสต์ได้กลืนกินจ้าวแห่งอเวจีบรรพกาล ทำให้โฮสต์กลายเป็นภาชนะสำหรับ ‘แก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง’ ซึ่งถูกผนึกอยู่ในตัวจ้าวแห่งอเวจีมาตั้งแต่ยุคบรรพกาล”
เฮ่ยเทียนรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงเบื้องหน้าเขา เขาคิดว่าเขาได้พิชิตคำสาปมารแล้ว แต่กลายเป็นว่าเขาได้กลายเป็นพาหะของบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
“แล้วมันจะส่งผลกระทบอะไรต่อข้า?” เฮ่ยเทียนถาม พยายามระงับความรู้สึกตื่นตระหนกที่กำลังคุกคามจิตใจ
“ผลกระทบที่ 1: พลังงานของโฮสต์จะถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับ ‘แก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง’ ทำให้พลังมารของโฮสต์ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม และสามารถพัฒนาไปสู่ระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน” “ผลกระทบที่ 2: โฮสต์จะกลายเป็นเป้าหมายของสิ่งมีชีวิตและพลังงานที่ต่อต้าน ‘ความมืดมิดที่แท้จริง’ โดยธรรมชาติ รวมถึง ‘สวรรค์’ และ ‘ผู้พิทักษ์จักรวาล’” “ผลกระทบที่ 3: มีโอกาสที่ ‘แก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง’ จะเข้าครอบงำจิตใจของโฮสต์หากไม่สามารถควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์”
เสียงของระบบเงียบไป ปล่อยให้เฮ่ยเทียนจมดิ่งอยู่ในห้วงความคิดอันสับสนวุ่นวาย เขากลายเป็นเป้าหมายของสวรรค์ยิ่งกว่าเดิม และยังต้องเสี่ยงต่อการถูกครอบงำอีกด้วย นี่คือราคาของการเป็นผู้ที่ไร้เทียมทานอย่างแท้จริงอย่างนั้นหรือ?
เฮ่ยเทียนหลับตาลง พยายามทำความเข้าใจกับพลังงานใหม่ที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเขา มันเป็นพลังงานที่แตกต่างจากพลังมารทั่วไปอย่างสิ้นเชิง พลังมารของเขาแต่เดิมนั้นให้ความรู้สึกดุร้าย เกรี้ยวกราด แต่พลังงานจาก ‘แก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง’ นั้นให้ความรู้สึกสงบนิ่ง เยือกเย็น และว่างเปล่า แต่มันกลับมีความสามารถในการกลืนกินทุกสิ่ง กลืนกินแสงสว่าง กลืนกินชีวิต และแม้กระทั่งกลืนกินเวลาและอวกาศ มันคือความมืดมิดที่แท้จริง ที่ไม่ใช่แค่การไม่มีแสงสว่าง แต่เป็นการทำลายล้างแนวคิดของแสงสว่างเสียเอง
เขาพยายามควบคุมพลังนั้นอย่างระมัดระวัง ใช้ทักษะ ‘ควบคุมมิติ’ ที่เพิ่งได้รับการอัปเกรดเป็น ‘ขั้นสมบูรณ์’ เขาพบว่าตอนนี้เขาสามารถสร้างมิติกระเป๋าขนาดเล็กได้ง่ายดายเพียงแค่คิด และยังสามารถบิดเบือนพื้นที่รอบตัวให้โค้งงอหรือฉีกขาดได้ตามต้องการ เพียงแค่ใช้ความคิด ความเข้าใจในมิติของเขาได้ก้าวไปสู่ระดับใหม่ เขาสามารถมองเห็นโครงสร้างของมิติที่ซับซ้อนราวกับแผนที่ และสามารถแทรกแซงมันได้ด้วยความง่ายดาย
“ลองใช้พลังใหม่นี้ดู” เฮ่ยเทียนตัดสินใจ เขาลืมตาขึ้น ดวงตาที่ดำสนิทกลับมามีประกายสีแดงเข้มที่ลุกโชน ราวกับเปลวไฟแห่งนรกที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง
เขาเหยียดมือออกไปข้างหน้าอย่างช้าๆ พลังงานสีดำสนิทราวกับความว่างเปล่าที่ไม่มีที่สิ้นสุดเริ่มก่อตัวขึ้นที่ฝ่ามือของเขา มันไม่ใช่พลังมารที่คุ้นเคย แต่มันคือ ‘แก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง’ ที่กำลังเริ่มสำแดงเดช แสงสว่างรอบตัวถูกกลืนกินหายไปในความมืดมิดนั้น ราวกับว่าแม้แต่แสงก็ไม่สามารถคงอยู่ได้ในรัศมีของพลังนี้
จากนั้น เฮ่ยเทียนก็ปล่อยพลังนั้นออกไป พลังงานสีดำพุ่งทะยานออกไปข้างหน้า ชนเข้ากับกำแพงถ้ำที่แข็งแกร่งที่สุดในอเวจีแห่งนี้ แต่แทนที่จะระเบิดหรือทำลายล้าง กำแพงนั้นกลับยุบตัวลงไป ราวกับถูกลบออกจากความเป็นจริง มันไม่ได้พังทลาย แต่หายไป ราวกับไม่เคยมีอยู่มาก่อน
“นี่คือพลังที่แท้จริงของ ‘แก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง’ อย่างนั้นหรือ?” เฮ่ยเทียนพึมพำด้วยความตกตะลึง ปฏิกิริยาของกำแพงนั้นทำให้เขารู้สึกทึ่งและหวาดกลัวไปพร้อมๆ กัน มันเป็นการทำลายล้างที่สมบูรณ์แบบ ลบทุกสิ่งให้หายไปจากมิติการดำรงอยู่
“นี่คือพลัง ‘การกลืนกินแห่งว่างเปล่า’ ความสามารถที่ปลดล็อกจาก ‘แก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง’ มันสามารถลบการดำรงอยู่ของวัตถุ พลังงาน หรือแม้กระทั่งแนวคิดที่ไม่สมบูรณ์ให้หายไปจากโลกนี้ได้” ระบบอธิบายเพิ่มเติม “อย่างไรก็ตาม การใช้พลังนี้ต้องใช้พลังงานมหาศาล และหากใช้มากเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อจิตวิญญาณของโฮสต์เอง”
เฮ่ยเทียนพยักหน้า เขารับรู้ถึงความว่างเปล่าที่กัดกินจิตใจเล็กน้อยหลังจากใช้พลังนั้นไปเพียงเล็กน้อย เขารู้สึกถึงความหิวโหยบางอย่างที่เกิดขึ้นภายในจิตวิญญาณของเขา ราวกับว่า ‘แก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง’ ต้องการกลืนกินทุกสิ่งเพื่อเติมเต็มตัวเอง
“ภารกิจใหม่: ‘เผชิญหน้ากับหายนะ’ ได้ถูกปลดล็อก” ระบบประกาศเสียงเรียบ “ด้วยการกลืนกินจ้าวแห่งอเวจีบรรพกาล โฮสต์ได้ปลุก ‘แก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง’ ซึ่งเคยถูกผนึกไว้ ทำให้สมดุลของจักรวาลสั่นคลอน การมาถึงของมันจะดึงดูดความสนใจจากสิ่งมีชีวิตที่เรียกตัวเองว่า ‘ผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่าง’ และ ‘เทพแห่งกฎเกณฑ์’ พวกเขาจะพยายามกำจัดโฮสต์ก่อนที่ ‘หายนะที่แท้จริง’ จะสำแดงเดช”
“เป้าหมาย: มีชีวิตรอดจากการโจมตีครั้งแรกของผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่างและเทพแห่งกฎเกณฑ์” “รางวัล: (ไม่ทราบ), (ไม่ทราบ), (ไม่ทราบ)” “บทลงโทษหากล้มเหลว: การดำรงอยู่ของโฮสต์จะถูกลบออกจากจักรวาล”
“ไม่ทราบรางวัล? ไม่ทราบบทลงโทษ?” เฮ่ยเทียนขมวดคิ้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ระบบไม่สามารถระบุรางวัลหรือบทลงโทษได้อย่างชัดเจน
“เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของระบบ และเกี่ยวข้องกับพลังงานระดับบรรพกาลที่อยู่นอกเหนือการรับรู้ของระบบ การคำนวณจึงไม่สมบูรณ์” ระบบตอบ
เฮ่ยเทียนมองไปยังผนังที่หายไปอย่างสิ้นเชิง ความว่างเปล่าที่ไร้ร่องรอยของการดำรงอยู่ของมันทำให้เขารู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของพลังที่เขาได้รับมา แต่ในขณะเดียวกัน ก็รู้สึกถึงภาระหนักอึ้งที่มาพร้อมกับมัน เขาไม่ได้เลือกที่จะเป็นแบบนี้ แต่โชคชะตาได้กำหนดให้เขาเป็น เขาได้ปลดปล่อยคำสาป แต่กลับต้องเผชิญกับหายนะที่ยิ่งใหญ่กว่า และเขาก็รู้สึกว่าหายนะที่แท้จริงนั้น ไม่ได้มาจากภายนอก แต่กำลังก่อตัวขึ้นภายในตัวเขาเอง
ทันใดนั้น แสงสีขาวเจิดจ้าก็พุ่งทะลุลงมาจากเบื้องบน ทะลุผ่านชั้นบรรยากาศของอเวจีอันมืดมิด ราวกับลำแสงศักดิ์สิทธิ์ที่พยายามส่องสว่างความมืดมิดนั้น มันไม่ได้พุ่งตรงมาที่เฮ่ยเทียน แต่พุ่งตรงไปยังใจกลางของอเวจี ซึ่งเป็นจุดที่จ้าวแห่งอเวจีบรรพกาลเคยอยู่
“ระบบ! นั่นมันอะไร?” เฮ่ยเทียนถาม เสียงของเขามีความประหลาดใจและระแวง
“การตรวจจับพลังงานระดับสูงสุด! พลังงาน ‘ศักดิ์สิทธิ์’ และ ‘กฎเกณฑ์’ กำลังลงมาสู่โลก! นั่นคือ ‘ผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่าง’ และ ‘เทพแห่งกฎเกณฑ์’ พวกเขากำลังตอบสนองต่อการปลุกตื่นของ ‘แก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง’!” ระบบรายงานด้วยน้ำเสียงเร่งรีบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
แสงสีขาวนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะกลืนกินความมืดมิดของอเวจีทั้งหมด แรงกดดันอันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่ว ทำให้แม้แต่พลังมารบรรพกาลในตัวเฮ่ยเทียนก็ยังสั่นสะท้านเล็กน้อย นี่คือพลังที่แท้จริงของสวรรค์ พลังที่เฮ่ยเทียนเคยเผชิญหน้ามาตลอดชีวิต แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป มันรุนแรงและมุ่งร้ายยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
เฮ่ยเทียนยืนนิ่งอยู่กลางความมืดมิด ปล่อยให้แสงสว่างสีขาวนั้นสาดส่องเข้ามาในอเวจีแห่งนี้ เขากำหมัดแน่น พลังงานของ ‘แก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง’ เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งในตัวเขา ตอบโต้กับแสงศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังรุกล้ำเข้ามา นี่คือการเผชิญหน้าครั้งแรก และมันก็เป็นจุดเริ่มต้นของสงครามครั้งใหญ่
“ผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่าง เทพแห่งกฎเกณฑ์อย่างนั้นหรือ?” เฮ่ยเทียนพึมพำพร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้า “พวกเจ้าคิดว่าข้าจะยอมให้พวกเจ้ามาตัดสินชะตากรรมของข้าอีกครั้งอย่างนั้นหรือ? หึๆ… พวกเจ้ายังไม่รู้ถึงความมืดมิดที่แท้จริงที่พวกเจ้ากำลังเผชิญหน้า”
ในขณะที่แสงสว่างเริ่มแผ่ขยายเข้ามาในพื้นที่ที่เขาอยู่ เฮ่ยเทียนก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นภายในตัวเขา เสียงของระบบดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเป็นเสียงที่แตกต่างออกไป เสียงสังเคราะห์นั้นกลับมีความรู้สึกบางอย่างแฝงอยู่ ราวกับความตื่นตระหนกที่ถูกกดข่มไว้
“คำเตือน! สัญญาณความปั่นป่วนของมิติระดับสูงถูกตรวจพบ! การมาถึงของ ‘ผู้รุกรานจากสวรรค์ชั้นสูง’ กำลังจะเกิดขึ้น! และ ‘แก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง’ กำลังตอบสนองอย่างรุนแรง!”
สิ้นเสียงระบบ ร่างของเฮ่ยเทียนก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรงอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวด แต่เป็นเพราะพลังงานที่มหาศาลเกินกว่าที่เขาจะควบคุมได้ ดวงตาของเขากลายเป็นสีดำสนิทอีกครั้ง แต่ในความดำมืดนั้น กลับมีจุดแสงสีม่วงเข้มปรากฏขึ้นมา ราวกับจักรวาลอันมืดมิดที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในดวงตาของเขา
เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้นในห้วงความคิดของเฮ่ยเทียน ไม่ใช่เสียงของเขาเอง แต่เป็นเสียงที่เก่าแก่และลึกซึ้งกว่า ราวกับเสียงของความมืดมิดที่แท้จริงที่กำลังตื่นขึ้น
“ยินดีต้อนรับ… ผู้กลืนกิน… เจ้าได้ปลดปล่อยข้าแล้ว… และบัดนี้… ความมืดมิดที่แท้จริง… กำลังจะเริ่มขึ้น!”
พลังงานสีดำพวยพุ่งออกมาจากร่างของเฮ่ยเทียนอย่างควบคุมไม่ได้ ปะทะเข้ากับแสงสว่างที่กำลังรุกคืบเข้ามา สร้างเป็นภาพของความมืดและแสงที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดในใจกลางอเวจี และในใจกลางของความขัดแย้งนั้น เฮ่ยเทียนก็ยืนหยัดอยู่ราวกับเป็นจุดศูนย์รวมของหายนะทั้งมวล

จอมมารระบบพิชิตสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก