พลังงานสีดำที่พวยพุ่งออกมาจากร่างของเฮ่ยเทียนปะทะเข้ากับแสงศักดิ์สิทธิ์ที่รุกคืบเข้ามาอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดคลื่นพลังที่สั่นสะเทือนไปทั่วอเวจี เงามืดมิดและรัศมีแห่งแสงสว่างต่อสู้กันอย่างดุเดือดกลางอากาศ สร้างภาพอันน่าสะพรึงกลัวราวกับโลกกำลังถูกฉีกออกเป็นสองส่วน เฮ่ยเทียนยืนหยัดอยู่ ณ จุดศูนย์กลางของพายุพลังงานนั้น ดวงตาของเขาทอประกายสีแดงเข้ม มองไปยังต้นกำเนิดของแสงสว่างที่กำลังส่องลงมา
เสียงปริศนาจากแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริงยังคงก้องกังวานอยู่ในห้วงสำนึกของเขา “ยินดีต้อนรับ… ผู้กลืนกิน… เจ้าได้ปลดปล่อยข้าแล้ว… และบัดนี้… ความมืดมิดที่แท้จริง… กำลังจะเริ่มขึ้น!” เสียงนั้นเต็มไปด้วยพลังโบราณที่ไร้ขอบเขต ยากจะหยั่งถึง มันเป็นทั้งการเชื้อเชิญและคำทำนาย เฮ่ยเทียนรู้สึกถึงพลังงานมหาศาลที่ผุดขึ้นจากส่วนลึกที่สุดของจิตวิญญาณ พลังที่ดำมืดบริสุทธิ์และทำลายล้างอย่างสมบูรณ์ มันไม่ใช่เพียงแค่พลังมารที่เขาเคยรู้จัก แต่เป็นบางสิ่งที่เหนือกว่า เกินกว่าความเข้าใจของสิ่งมีชีวิตใดๆ
แสงศักดิ์สิทธิ์ที่ส่องลงมาเริ่มจับตัวเป็นรูปร่าง คล้ายกับม่านน้ำตกที่เปล่งประกาย ก่อนที่จะเผยให้เห็นร่างของสิ่งมีชีวิตที่สูงตระหง่านสามตน แต่ละตนเปล่งประกายเจิดจ้า ราวกับถูกหล่อหลอมขึ้นจากแสงบริสุทธิ์ สวมชุดเกราะสีเงินวาววับที่สะท้อนรัศมีแห่งสวรรค์ ใบหน้าของพวกเขาถูกบดบังด้วยหมวกเกราะที่ประดับด้วยปีกแห่งแสง แต่ละตนถืออาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่แตกต่างกันออกไป หนึ่งในนั้นถือหอกแห่งแสงที่ปลายแหลมคม อีกตนหนึ่งถือโล่ที่ส่องประกายเรืองรอง ส่วนตนสุดท้ายกุมคัมภีร์โบราณที่เปล่งอักษรสวรรค์
“ผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่าง…” เฮ่ยเทียนพึมพำ ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในความคิดของเขาโดยสัญชาตญาณ ราวกับเป็นข้อมูลที่ถูกสลักไว้ในแก่นแท้ของโลก “พวกมันมาแล้ว… เร็วกว่าที่คิด”
เสียงระบบดังขึ้นในห้วงความคิด: [ภารกิจหลัก: เผชิญหน้ากับหายนะ – กำลังดำเนินอยู่] [เป้าหมาย: ต้านทานการโจมตีจากผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่างและเทพแห่งกฎเกณฑ์] [ความคืบหน้า: ผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่างปรากฏตัว (3/??)] [คำเตือน: พลังงานจากแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริงยังไม่เสถียร อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่คาดคิด]
“ไม่เสถียรอย่างนั้นหรือ?” เฮ่ยเทียนเย้ยหยัน พลังงานมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเขานั้นน่าตื่นตะลึง แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความต้องการอันรุนแรงที่จะปลดปล่อยและทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า ราวกับเป็นจิตวิญญาณแห่งความมืดมิดที่พยายามจะครอบงำเขา
หนึ่งในผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่างที่ถือหอก ยกหอกขึ้นชี้มาที่เฮ่ยเทียน เสียงก้องกังวานเปี่ยมล้นด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ดังขึ้นในอากาศ “สิ่งชั่วร้ายแห่งอเวจี! เจ้าได้ฝ่าฝืนกฎแห่งสวรรค์ สังหารจ้าวแห่งอเวจี และปลดปล่อยความมืดมิดที่แท้จริง! บัดนี้ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องชดใช้!”
อีกตนที่ถือคัมภีร์โบราณเริ่มร่ายมนตร์ บทสวดศักดิ์สิทธิ์ดังก้องกังวาน อักษรสวรรค์นับไม่ถ้วนลอยออกมาจากคัมภีร์ หมุนวนรอบตัวเฮ่ยเทียน พยายามจะพันธนาการเขาไว้ เฮ่ยเทียนสัมผัสได้ถึงพลังบริสุทธิ์ที่พยายามจะชำระล้างและผนึกพลังมารของเขา
“ไร้ประโยชน์!” เฮ่ยเทียนคำราม พลังมารบรรพกาลในร่างของเขาระเบิดออกเป็นระลอก คลื่นพลังสีดำพุ่งเข้าปะทะกับอักษรสวรรค์ ทำให้พวกมันแตกสลายไปในอากาศ แต่พลังจากแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริงนั้นกลับแตกต่างออกไป มันไม่ใช่แค่พลังมารที่ปะทะกับแสงสว่าง แต่มันคือการกัดกิน การกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่มันสัมผัส
[ทักษะ: แก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง (สถานะ: ไม่เสถียร)] [ผลกระทบ: กลืนกินพลังงานศักดิ์สิทธิ์และพลังงานแห่งชีวิตเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของตนเอง] [คำเตือน: การใช้งานที่มากเกินไปอาจทำให้ผู้ใช้สูญเสียการควบคุม]
เฮ่ยเทียนรู้สึกถึงความหิวโหยที่เพิ่มขึ้นจากภายใน เมื่อพลังงานศักดิ์สิทธิ์พุ่งเข้ามาปะทะ พลังงานสีดำจากแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริงก็ตอบสนองด้วยการกลืนกินอย่างตะกละตะกลาม มันดูดซับพลังแสงให้หายไปราวกับหลุมดำ ทำให้เฮ่ยเทียนรู้สึกถึงพลังที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้จะยังไม่เข้าใจมันอย่างถ่องแท้ แต่เขาก็รู้ว่านี่คือไพ่ตายของเขา
ผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่างดูเหมือนจะตกใจเล็กน้อยกับการตอบสนองของเฮ่ยเทียน หอกแห่งแสงพุ่งเข้าใส่ เฮ่ยเทียนหลบหลีกด้วยความเร็วเหนือแสง พลังเงาที่เพิ่งได้รับจากการวิวัฒนาการสู่มารบรรพกาลทำให้เขาสามารถเคลื่อนที่ผ่านมิติได้อย่างไร้ร่องรอย ราวกับเป็นเงาที่เลือนลาง
[ทักษะ: เคลื่อนย้ายเงา (ระดับ: สมบูรณ์แบบ)] [คำอธิบาย: เคลื่อนย้ายผ่านเงาและมิติเงาด้วยความเร็วสูง สามารถปรากฏตัว ณ จุดใดก็ได้ที่มีเงา]
เฮ่ยเทียนปรากฏตัวขึ้นด้านหลังผู้พิทักษ์ที่ถือโล่ ก่อนที่จะใช้กำปั้นที่ห่อหุ้มด้วยพลังมารบรรพกาลอันมหาศาลซัดเข้าใส่ ผู้พิทักษ์นั้นยกโล่ขึ้นป้องกันทันที แสงศักดิ์สิทธิ์ระเบิดออกเมื่อพลังปะทะกัน แต่หมัดของเฮ่ยเทียนนั้นหนักหน่วงเกินไป โล่แห่งแสงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และผู้พิทักษ์ก็ถูกผลักกระเด็นออกไปเล็กน้อย
“แค่นี้เองหรือพลังของผู้พิทักษ์แห่งสวรรค์?” เฮ่ยเทียนเยาะเย้ย เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แต่ละก้าวทิ้งรอยเท้าแห่งความมืดมิดเอาไว้บนพื้นอเวจีที่เคยเป็นหินอันว่างเปล่า
ผู้พิทักษ์ทั้งสามประสานพลัง แสงสว่างเจิดจ้าพุ่งออกมาจากร่างของพวกเขา ก่อตัวเป็นลำแสงศักดิ์สิทธิ์ขนาดมหึมาที่พุ่งตรงมายังเฮ่ยเทียน ลำแสงนั้นแผดเผาทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า ราวกับต้องการชำระล้างความมืดมิดให้หมดสิ้นไปจากจักรวาล
เฮ่ยเทียนไม่หลบหลีก เขายืนหยัดอยู่ตรงนั้น ปลดปล่อยพลังจากแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริงออกมาอย่างไม่ยั้งคิด พลังสีดำเข้มข้นลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อตัวเป็นกำแพงแห่งความมืดที่ดูดกลืนแสงทุกชนิด ลำแสงศักดิ์สิทธิ์พุ่งเข้าชนกำแพงแห่งความมืด เสียงอึกทึกครึกโครมดังก้องไปทั่วอเวจี เกิดเป็นภาพที่น่าตื่นตะลึง แสงสว่างและเงามืดกำลังต่อสู้กันอย่างไม่ลดละ แต่ที่น่าประหลาดใจคือ กำแพงแห่งความมืดของเฮ่ยเทียนไม่ได้ถูกทำลาย มันกลับดูดซับพลังงานจากลำแสงศักดิ์สิทธิ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้กำแพงนั้นดูหนาแน่นและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
[ทักษะ: แก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง – ดูดกลืนพลังงานศักดิ์สิทธิ์สำเร็จ (+500 พลังงานมาร), (+1000 พลังงานชีวิต)] [คำเตือน: แก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริงกำลังมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรุนแรง พลังงานกำลังเพิ่มขึ้นเกินขีดจำกัดที่ร่างกายจะรับไหว]
เฮ่ยเทียนรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แล่นไปทั่วร่าง ราวกับเส้นเอ็นและกระดูกกำลังถูกฉีกออก แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกถึงความมึนเมาจากพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เสียงจากแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริงก้องกังวานอีกครั้ง คราวนี้มันดูเร่งเร้าและกระหายเลือดมากยิ่งขึ้น
“กลืนกิน… จงกลืนกินทุกสิ่ง… ปลดปล่อยพลังที่แท้จริง… ของข้า…”
ผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่างเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ลำแสงของพวกเขาเริ่มอ่อนแรงลง ขณะที่กำแพงแห่งความมืดของเฮ่ยเทียนกลับแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าพลังของพวกเขากำลังถูกขโมยไป
“นี่มันอะไรกัน? พลังของมันกำลังดูดซับพลังศักดิ์สิทธิ์ของเรา!” ผู้พิทักษ์ที่ถือหอกอุทานอย่างตกใจ
“ระวัง! นี่คือพลังแห่งความมืดที่แท้จริง! พลังที่ถูกผนึกไว้ตั้งแต่บรรพกาล!” ผู้พิทักษ์ที่ถือคัมภีร์เตือน
เฮ่ยเทียนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะของเขาดังก้องกังวานไปทั่วอเวจี ผสมกับเสียงคำรามของพลังงานสีดำที่กำลังปั่นป่วน “พวกเจ้าอยากจะชำระล้างข้าอย่างนั้นหรือ? ถ้าอย่างนั้นก็จงเป็นอาหารของข้าซะ!”
เขาพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่ไม่อาจมองเห็นได้ พลังงานสีดำหมุนวนรอบตัวเขา ก่อตัวเป็นพายุทอร์นาโดแห่งความมืดมิด มุ่งตรงไปยังผู้พิทักษ์ทั้งสาม ผู้พิทักษ์พยายามจะตอบโต้ แต่พลังของเฮ่ยเทียนในตอนนี้รุนแรงเกินกว่าที่พวกเขาจะรับมือได้
หอกแห่งแสงถูกฟันเข้าใส่ แต่เฮ่ยเทียนใช้มือเปล่าจับปลายหอกเอาไว้ พลังงานสีดำจากมือของเขาเริ่มกัดกินพลังศักดิ์สิทธิ์ของหอก ทำให้มันมัวหมองลงอย่างรวดเร็ว ผู้พิทักษ์พยายามจะดึงหอกกลับ แต่ไม่สามารถทำได้ ราวกับมันถูกยึดไว้ด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น
“นี่มันเป็นไปไม่ได้!” ผู้พิทักษ์อุทานด้วยความหวาดกลัว
เฮ่ยเทียนยิ้มเย้ยหยัน ดวงตาของเขาทอประกายแห่งความกระหาย “ในความมืดมิดที่แท้จริง ไม่มีสิ่งใดเป็นไปไม่ได้!”
เขาสะบัดมือ หอกแห่งแสงก็หลุดออกจากมือของผู้พิทักษ์ ก่อนที่เฮ่ยเทียนจะพุ่งเข้าหาผู้พิทักษ์ที่ถือคัมภีร์ เขาปลดปล่อย "พันธนาการแห่งมารอเวจี" ออกไป โซ่ตรวนสีดำนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจากเงามืด พันธนาการผู้พิทักษ์เอาไว้แน่น ผู้พิทักษ์พยายามจะร่ายมนตร์ แต่พลังมารก็กัดกินพลังศักดิ์สิทธิ์ของเขา ทำให้เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือใช้พลังได้
“ผู้พิทักษ์ที่เหลือ! จงผนึกมันซะ!” ผู้พิทักษ์ที่ถูกพันธนาการร้องบอกด้วยความสิ้นหวัง
ผู้พิทักษ์ที่ถือโล่และผู้พิทักษ์ที่ไร้อาวุธหลังถูกแย่งหอกไป พุ่งเข้าใส่เฮ่ยเทียนพร้อมกัน พวกเขาเปล่งพลังแสงออกมาอย่างเต็มที่ หวังจะชะล้างความมืดมิดที่กำลังครอบงำอเวจี เฮ่ยเทียนรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาล แต่เขาก็ไม่หวั่นไหว
“พลังของสวรรค์… มันช่างอ่อนแอเสียจริง!” เฮ่ยเทียนคำราม พลังงานจากแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริงระเบิดออกมาจากร่างของเขาอย่างควบคุมไม่ได้ มันเป็นพลังที่มืดมิดและบ้าคลั่ง มันไม่ใช่แค่พลังมาร แต่เป็นพลังที่ดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างที่มันสัมผัส
รอบกายของเฮ่ยเทียนเกิดเป็นรอยแยกในมิติ เงามืดขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว กลืนกินแสงสว่างและดูดซับพลังงานทั้งหมดในบริเวณนั้น ผู้พิทักษ์ทั้งสองถูกกลืนกินโดยเงามืดที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว พวกเขาพยายามจะต่อต้าน แต่พลังงานศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขากลับถูกความมืดมิดกัดกินไปทีละน้อยๆ ราวกับน้ำแข็งที่ละลายในความร้อน
เฮ่ยเทียนรู้สึกถึงความหิวโหยที่ไม่อาจยับยั้งได้ เขากำลังดูดซับพลังงานจากผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่างโดยตรง ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกว่ากำลังสูญเสียความเป็นตัวเองไปทีละน้อย เสียงจากแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริงเริ่มดังชัดเจนขึ้น มันไม่ใช่แค่เสียง แต่เป็นความรู้สึก ความปรารถนาอันรุนแรงที่จะทำลายล้างและกลืนกินทุกสิ่ง
[คำเตือน: แก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริงกำลังครอบงำจิตใจของผู้ใช้ โปรดระมัดระวัง!] [คำแนะนำ: ใช้ทักษะ “จิตใจมารบรรพกาล” เพื่อต้านทานการครอบงำ]
เฮ่ยเทียนกัดฟัน เขาต้องควบคุมพลังนี้ให้ได้ ไม่ใช่ปล่อยให้มันควบคุมเขา เขาระดมพลังจิตใจมารบรรพกาลเข้าต่อสู้กับจิตสำนึกแห่งความมืดมิดที่แท้จริงที่พยายามจะครอบงำเขา เกิดการต่อสู้กันภายในจิตวิญญาณของเขา ระหว่างความมุ่งมั่นของจอมมารที่ต้องการพิชิตสวรรค์ และความหิวโหยไร้ขอบเขตของพลังโบราณ
ผู้พิทักษ์ทั้งสองที่ถูกกลืนกินในเงามืดกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของพวกเขาเริ่มแตกสลาย กลายเป็นอนุภาคแสงที่ถูกความมืดมิดดูดกลืนไปจนหมดสิ้น ในไม่ช้า พวกเขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือไว้เพียงพลังงานศักดิ์สิทธิ์จำนวนมหาศาลที่ถูกแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริงดูดซับไป
[ผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่าง (ระดับ 120) ถูกกำจัด] [ได้รับ EXP: 50,000,000] [ได้รับไอเทม: แก่นพลังงานศักดิ์สิทธิ์ (ระดับกลาง) x 2] [ได้รับไอเทม: ชิ้นส่วนอุปกรณ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงสว่าง x 2] [ระดับจอมมารเพิ่มขึ้นเป็น 87!]
พลังของเฮ่ยเทียนพุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ความรู้สึกมืดมิดในจิตใจก็ทวีความรุนแรงขึ้นเช่นกัน เขามองไปยังผู้พิทักษ์ตนสุดท้ายที่ถูกพันธนาการเอาไว้ ผู้พิทักษ์ตนนั้นสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด
“ไม่… ได้โปรด… อย่าทำอย่างนี้… ข้าจะมอบข้อมูลทุกอย่างให้เจ้า… โปรดไว้ชีวิตข้า!” ผู้พิทักษ์ร้องขอชีวิต
เฮ่ยเทียนไม่ตอบ เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ พลังงานสีดำที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด เขากำลังจะดูดกลืนผู้พิทักษ์ตนสุดท้าย แต่ในวินาทีนั้นเอง อักษรสวรรค์นับพันนับหมื่นก็พุ่งทะลุลงมาจากเบื้องบน แสงสว่างเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม ก่อตัวเป็นหอกแห่งกฎเกณฑ์ที่ใหญ่โตมหึมา พุ่งตรงลงมายังเฮ่ยเทียน
“จอมมารที่ล่วงละเมิด! เจ้าได้ก้าวข้ามขีดจำกัดแล้ว! บัดนี้เทพแห่งกฎเกณฑ์จะลงทัณฑ์เจ้า!”
เสียงนี้ไม่ใช่เสียงที่ก้องกังวาน แต่มันเป็นเสียงที่ทรงพลังจนสั่นสะเทือนไปถึงแก่นแท้ของจักรวาล มันเป็นคำประกาศิตจากเบื้องบน เป็นการตัดสินโทษจากอำนาจสูงสุดของสวรรค์
หอกแห่งกฎเกณฑ์พุ่งลงมาด้วยความเร็วที่ไม่อาจหลบหลีกได้ มันไม่ใช่เพียงแค่การโจมตีทางกายภาพ แต่เป็นการโจมตีที่ผสานรวมเอาพลังแห่งกฎเกณฑ์ของสวรรค์เข้าไว้ด้วยกัน หากถูกโจมตี เฮ่ยเทียนไม่เพียงแต่จะได้รับความเสียหายทางกาย แต่จิตวิญญาณและแก่นแท้ของเขาก็อาจถูกทำลายล้างไปตลอดกาล
เฮ่ยเทียนเงยหน้ามองหอกแห่งกฎเกณฑ์ที่กำลังพุ่งลงมาด้วยแววตาที่ดุดัน เขารู้สึกได้ถึงพลังที่น่าสะพรึงกลัว แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกถึงความท้าทายอันยิ่งใหญ่
“เทพแห่งกฎเกณฑ์อย่างนั้นหรือ… ข้าจะแสดงให้พวกเจ้าเห็นว่ากฎเกณฑ์ของพวกเจ้า… มันไร้ค่าเพียงใด!”
พลังงานสีดำจากแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริงระเบิดออกมาจากร่างของเฮ่ยเทียนอย่างสุดกำลัง มันไม่ใช่แค่การตอบโต้ แต่มันคือการประกาศสงครามกับสวรรค์! เงามืดขยายตัวออกไปอย่างบ้าคลั่ง พุ่งเข้าปะทะกับหอกแห่งกฎเกณฑ์ที่กำลังพุ่งลงมาอย่างรุนแรง
อเวจีทั้งมวลสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แสงสว่างและเงามืดปะทะกันอย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา นี่ไม่ใช่แค่การต่อสู้ระหว่างสิ่งมีชีวิต แต่เป็นการปะทะกันระหว่างแนวคิดที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง ระหว่างกฎเกณฑ์และความโกลาหล ระหว่างแสงสว่างและความมืดมิด
ในใจกลางของการปะทะนั้น เฮ่ยเทียนยืนหยัดอยู่ราวกับภูเขาที่ไม่อาจสั่นคลอน แม้จะรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ฉีกกระชากร่างกาย แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีแดงเข้มอย่างบ้าคลั่ง พลังจากแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริงยังคงหลั่งไหลออกมาจากร่างของเขาอย่างไม่หยุดยั้ง พลังที่สามารถกลืนกินทุกสิ่ง กลืนกินแม้กระทั่งกฎเกณฑ์ของสวรรค์
เสียงของแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริงดังก้องในจิตวิญญาณของเขาอีกครั้ง คราวนี้มันดูเหมือนจะผสานเข้ากับจิตสำนึกของเขาเอง
“กลืนกินมัน… เฮ่ยเทียน… จงกลืนกินกฎเกณฑ์ของพวกมัน… แล้วเจ้าจะกลายเป็นกฎเกณฑ์เสียเอง!”
หอกแห่งกฎเกณฑ์เริ่มสั่นสะเทือน เมื่อมันปะทะเข้ากับพลังแห่งความมืดที่แท้จริงของเฮ่ยเทียน มันไม่ได้แตกสลายไปในทันที แต่กลับถูกกัดกินไปทีละน้อยๆ อักษรสวรรค์ที่ประกอบขึ้นเป็นหอกเริ่มมัวหมองและเลือนหายไป ราวกับถูกลบเลือนออกจากความจริง
แต่ทว่า ในขณะที่หอกแห่งกฎเกณฑ์กำลังถูกกลืนกิน แสงสว่างอีกดวงที่เจิดจ้ายิ่งกว่าเดิมก็ปรากฏขึ้นเหนืออเวจี แสงนั้นไม่ได้พุ่งลงมาอย่างรุนแรง แต่มันกลับแผ่ขยายออกไปช้าๆ เผยให้เห็นร่างที่ยิ่งใหญ่และสง่างาม ร่างหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นต้นกำเนิดของแสงสว่างทั้งหมดในจักรวาล ร่างที่เปล่งประกายเจิดจ้าเสียจนไม่อาจมองเห็นรายละเอียดได้ชัดเจน
เทพแห่งกฎเกณฑ์… ตัวจริง!
เฮ่ยเทียนรู้สึกถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาอย่างมหาศาลจนเขาแทบจะยืนไม่อยู่ พลังของร่างที่เพิ่งปรากฏขึ้นนั้นเหนือกว่าผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่างหลายเท่าตัวนัก มันเป็นพลังที่สามารถกำหนดชะตากรรมของโลกได้
“จอมมาร เฮ่ยเทียน… เจ้ากล้าท้าทายกฎเกณฑ์ของสวรรค์… และแม้แต่กลืนกินผู้พิทักษ์ของเรา… เจ้าจะต้องถูกลงทัณฑ์สถานหนัก!” เสียงที่ดังก้องกังวานออกมาจากร่างแห่งแสงนั้น ไม่ใช่เสียงคำราม แต่เป็นเสียงที่สงบเยือกเย็น ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ไม่อาจต่อต้านได้
เฮ่ยเทียนพยายามจะยกมือขึ้น แต่ร่างของเขาถูกตรึงไว้ด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น เส้นเลือดในร่างกายของเขาปูดโปนขึ้นมา เลือดสีดำไหลออกมาจากมุมปากของเขา
[คำเตือน: เทพแห่งกฎเกณฑ์ (ระดับ ???) ได้ปรากฏตัวขึ้น! พลังงานของศัตรูเกินกว่าขีดจำกัดที่ระบบจะวิเคราะห์ได้!] [ภารกิจ: เผชิญหน้ากับหายนะ – ระดับความอันตราย: สูงสุด!] [คำแนะนำ: ใช้พลังงานจากแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริงอย่างเต็มที่ เพื่อต้านทานการโจมตีของเทพแห่งกฎเกณฑ์!]
“ใช้พลังอย่างเต็มที่อย่างนั้นหรือ…” เฮ่ยเทียนพึมพำ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความท้าทาย เขาจะไม่ยอมแพ้ที่นี่!
พลังงานสีดำมืดจากแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริงพวยพุ่งออกมาจากร่างของเฮ่ยเทียนอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่แค่พลังที่ปั่นป่วน แต่เป็นคลื่นพลังงานที่ดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าอย่างไม่เลือกหน้า มันขยายตัวออกไปอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งกลืนกินแม้กระทั่งอเวจีรอบข้าง สร้างเป็นช่องว่างแห่งความว่างเปล่าสีดำที่ไร้ขอบเขต
“จงมาเลย! เทพแห่งกฎเกณฑ์! ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่า… ความมืดมิดที่แท้จริง… สามารถกลืนกินแม้กระทั่งสวรรค์!”
เฮ่ยเทียนคำราม พลังงานสีดำที่ไร้ขอบเขตและไม่เสถียรของแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง ได้เปิดมิติแห่งความโกลาหลขึ้นมา ปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตที่ถูกผนึกเอาไว้นับล้านปีให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เสียงคำรามจากห้วงลึกของอเวจีที่แท้จริงดังขึ้นตอบรับพลังของเฮ่ยเทียน ราวกับว่าอาณาจักรแห่งความมืดมิดกำลังจะถูกปลดปล่อย และในขณะที่ร่างของเทพแห่งกฎเกณฑ์เริ่มแผ่พลังงานศักดิ์สิทธิ์เข้าครอบงำ เฮ่ยเทียนก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังตื่นขึ้นจากส่วนลึกที่สุดของอเวจี ไม่ใช่พลังงานมาร แต่เป็นบางสิ่งที่โบราณและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้น…

จอมมารระบบพิชิตสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก