พลังงานศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่ซ่านจากร่างของเทพแห่งกฎเกณฑ์บีบคั้นอากาศธาตุจนพรุนไปหมด ความรู้สึกราวกับว่าจักรวาลทั้งมวลกำลังถาโถมเข้าใส่บ่าของเฮ่ยเทียน มันไม่ใช่เพียงแค่แรงกดดันทางกายภาพ หากแต่เป็นแรงกดดันที่บดขยี้จิตวิญญาณ บังคับให้ทุกสรรพสิ่งต้องยอมสยบ เฮ่ยเทียนรู้สึกราวกับกระดูกทุกชิ้นในร่างกายกำลังจะแตกสลาย เลือดลมปั่นป่วนจนแทบกระอักออกมา แต่กระนั้น ดวงตาที่พร่ามัวไปด้วยโลหิตของเขากลับยังคงส่องประกายแห่งการท้าทาย พลังมารบรรพกาลในร่างปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง พยายามจะต่อต้านการครอบงำอันสมบูรณ์แบบของเทพ แต่ยิ่งต่อต้าน พลังศักดิ์สิทธิ์ก็ยิ่งรุนแรงขึ้น ราวกับเป็นเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของสวรรค์ที่เห็นความพยายามอันไร้สาระของมดปลวก
ทว่าในห้วงเวลาแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เสียงคำรามจากห้วงลึกของอเวจีที่แท้จริงก็ไม่ได้ลดน้อยลงไปเลยแม้แต่น้อย มันกลับทวีความรุนแรงและชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเป็นเสียงเรียกขานจากยุคบรรพกาลที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เฮ่ยเทียนรู้สึกถึงกระแสพลังงานที่แปลกประหลาด มันไม่ใช่พลังมารที่คุ้นเคย ไม่ใช่พลังศักดิ์สิทธิ์ที่กดขี่ แต่เป็นบางสิ่งที่ดิบเถื่อน ไร้รูปแบบ และเก่าแก่จนเกินกว่าจะทำความเข้าใจได้ มันเป็นพลังแห่งความว่างเปล่า เป็นการก่อกำเนิดและการทำลายล้างในเวลาเดียวกัน คลื่นพลังงานสีดำทมิฬที่ไม่ได้เป็นสีดำแบบความมืดมิดทั่วไป หากแต่เป็นสีดำที่กลืนกินแสงทุกชนิด ดำจนทำให้รู้สึกเจ็บปวดในจิตวิญญาณ พวยพุ่งขึ้นมาจากเบื้องล่างของอเวจี พลังงานนี้ไม่ได้พุ่งเข้าใส่เฮ่ยเทียนโดยตรง แต่กลับพุ่งตรงเข้าชนกับพลังศักดิ์สิทธิ์ของเทพแห่งกฎเกณฑ์อย่างจัง ก่อให้เกิดแรงระเบิดที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งอเวจี
เทพแห่งกฎเกณฑ์ที่เคยยืนนิ่งสงบราวกับภูผาศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้ร่างของเขากลับสั่นสะท้านเล็กน้อย แสงสว่างรอบกายสั่นไหวอย่างรุนแรง ดวงตาที่เย็นชาจับจ้องลงไปยังเบื้องล่างของอเวจีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและโทสะ “สิ่งนี้… มันเป็นไปไม่ได้! พลังงานแห่งความว่างเปล่า! เจ้าปีศาจชั้นต่ำกล้าดียังไงถึงปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตที่ถูกผนึกไว้ตั้งแต่ยุคกำเนิดจักรวาล!”
เสียงของเทพแห่งกฎเกณฑ์ดังก้องไปทั่วอเวจี ราวกับฟ้าผ่าในยามไร้ฝน เฮ่ยเทียนไม่เข้าใจความหมายของคำพูดนั้นทั้งหมด แต่เขาสัมผัสได้ถึงความหวาดหวั่นที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงของเทพผู้ทรงอำนาจ พลังงานแห่งความว่างเปล่าที่พวยพุ่งขึ้นมานั้นรุนแรงจนกระทั่งพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ครอบงำอเวจีอยู่ก่อนหน้าถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นรอยร้าวขนาดมหึมาบนผืนฟ้าของอเวจี ราวกับว่ามิติแห่งนี้กำลังจะพังทลายลงมา เสียงคำรามจากเบื้องล่างไม่ได้มาจากสิ่งมีชีวิตเพียงหนึ่งเดียว แต่มันเป็นเสียงประสานนับล้าน นับล้านเสียง ราวกับมีสิ่งมีชีวิตนับล้านตัวกำลังตื่นขึ้นมาพร้อมกัน
“ติ๊ง!”
เสียงระบบดังขึ้นในหัวของเฮ่ยเทียน “ตรวจพบการตื่นของ ‘แก่นแท้แห่งความว่างเปล่า’ พลังงานบรรพกาลระดับสูง กำลังพยายามรวมเข้ากับ ‘แก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง’ ในตัวโฮสต์ โปรดระวังการครอบงำ! คำเตือน: พลังงานนี้สามารถทำลายล้างทุกสิ่ง รวมถึงโฮสต์!”
เฮ่ยเทียนแทบจะล้มลงไปกองกับพื้น เขาไม่เคยรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่รุนแรงเช่นนี้มาก่อน ราวกับมีกระแสน้ำวนขนาดมหึมากำลังก่อตัวขึ้นในจิตวิญญาณของเขา พลังมารบรรพกาลที่เพิ่งถูกดูดกลืนพลังศักดิ์สิทธิ์เข้าไป กำลังถูกบีบอัดและผสมปนเปกับแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง และบัดนี้ มันกำลังถูกพลังงานแห่งความว่างเปล่ารุกราน ราวกับมีสัตว์ประหลาดสามตัวกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดภายในร่างของเขา เฮ่ยเทียนเห็นภาพลวงตา ภาพของจักรวาลที่ก่อกำเนิดและล่มสลายในชั่วพริบตา ภาพของดวงดาวนับล้านดวงที่ถูกกลืนกินโดยความว่างเปล่า ภาพของสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวนับไม่ถ้วนกำลังจ้องมองมาที่เขาจากเงามืดอันไกลโพ้น
“ปึก!”
เฮ่ยเทียนกระอักเลือดสีดำออกมาคำหนึ่ง ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ เข่าทั้งสองข้างทรุดลงไปเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดด้วยความดื้อรั้น ดวงตาของเขาแดงก่ำไปด้วยโลหิต แต่ภายในแววตาอันดุดันนั้นกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าจะเป็นพลังของเทพหรือพลังแห่งความว่างเปล่า เขาก็จะไม่ยอมให้ใครมาบงการชีวิตของเขา!
“จงสยบ!” เสียงของเทพแห่งกฎเกณฑ์ดังก้อง พลังศักดิ์สิทธิ์พุ่งเข้าใส่เฮ่ยเทียนอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ได้พุ่งเข้าใส่เพื่อทำลายล้างโดยตรง หากแต่เป็นพลังที่พยายามจะผนึกและควบคุมพลังงานแห่งความว่างเปล่าที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในอเวจีและในร่างของเฮ่ยเทียน
“ฮึ่ม! คิดจะผนึกข้าอย่างนั้นรึ!” เฮ่ยเทียนคำราม พลังมารบรรพกาลทั้งหมดในร่างปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เขากำหมัดแน่น พลังงานแห่งความมืดมิดที่แท้จริงก็ส่งเสียงคำรามตอบรับ ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้เทพแห่งกฎเกณฑ์ต้องตกใจคือ พลังงานแห่งความว่างเปล่าที่เพิ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้นนั้น ไม่ได้เป็นปรปักษ์กับเฮ่ยเทียนโดยสมบูรณ์ หากแต่กลับพยายามจะรวมตัวเข้ากับพลังมารในร่างของเขาอย่างช้าๆ ราวกับว่ามันได้พบกับบ้านใหม่!
“เป็นไปไม่ได้! เจ้ามันแค่ปีศาจชั้นต่ำ จะควบคุมพลังงานแห่งความว่างเปล่าได้อย่างไร!” เทพแห่งกฎเกณฑ์ตะโกนเสียงกร้าว แสงศักดิ์สิทธิ์รอบกายแผ่ขยายออกไปอย่างไร้ขีดจำกัด พยายามจะบีบอัดและทำลายพลังงานแห่งความว่างเปล่าที่กำลังรวมตัวกับเฮ่ยเทียน
“ควบคุมรึ? ข้าไม่จำเป็นต้องควบคุม! ข้าเพียงแค่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้พวกเจ้าได้ตื่นขึ้นมาเท่านั้น!” เฮ่ยเทียนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เลือดสีดำไหลอาบมุมปาก ร่างกายของเขากำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผิวหนังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาเข้ม มีรอยแตกสีดำสนิทปรากฏขึ้นทั่วร่าง ราวกับว่าเขากำลังจะแตกสลาย แต่ในรอยแตกนั้นกลับมีแสงสีดำสนิทที่กลืนกินแสงทุกชนิดเปล่งประกายออกมา ดวงตาของเขากลายเป็นสีดำสนิทราวกับห้วงอวกาศที่ไร้ดวงดาว
“ติ๊ง! ระบบตรวจพบการหลอมรวมของ ‘แก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง’ และ ‘แก่นแท้แห่งความว่างเปล่า’ กำลังสร้าง ‘แก่นแท้แห่งอเวจี’ ระดับความเสี่ยงสูงมาก! โฮสต์โปรดเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่!”
เสียงของระบบไม่ได้ช่วยให้เฮ่ยเทียนรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ความเจ็บปวดจากการหลอมรวมนี้รุนแรงกว่าการทะลวงผ่านระดับใดๆ ที่เขาเคยเจอมาหลายร้อยเท่า ราวกับมีจักรวาลนับล้านกำลังถูกสร้างและทำลายล้างในเซลล์ทุกเซลล์ของเขา แต่ในความเจ็บปวดนั้น เฮ่ยเทียนกลับรู้สึกถึงพลังงานที่มหาศาลอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน มันเป็นพลังงานที่บริสุทธิ์ ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยศักยภาพในการทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่าง
“จงดูเถิดเทพแห่งกฎเกณฑ์! นี่คือพลังที่แท้จริงของอเวจี! พลังที่จะกลืนกินพวกเจ้าทั้งหมด!” เฮ่ยเทียนคำราม ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง แต่เขาก็ยังคงยืนหยัด ม่านพลังงานสีดำสนิทที่กลืนกินแสงก่อตัวขึ้นรอบกายเขา ไม่ใช่เป็นม่านพลังป้องกัน แต่เป็นม่านพลังงานที่กำลังดูดกลืนพลังศักดิ์สิทธิ์ของเทพแห่งกฎเกณฑ์เข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง
เทพแห่งกฎเกณฑ์มองดูการเปลี่ยนแปลงของเฮ่ยเทียนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและโทสะ “เจ้าปีศาจไร้สำนึก! เจ้ากำลังนำหายนะมาสู่จักรวาล! พลังแห่งความว่างเปล่าไม่ควรถูกปลดปล่อยออกมา!”
“หายนะรึ? สำหรับพวกเจ้าอาจใช่ แต่สำหรับข้า มันคือการปลดปล่อย!” เฮ่ยเทียนตวาดกลับ ร่างของเขาลอยขึ้นไปในอากาศช้าๆ รอยแตกสีดำบนผิวหนังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เผยให้เห็นแสงสีดำสนิทจากภายใน ราวกับว่าเขากำลังจะกลายเป็นประตูสู่ห้วงอเวจีที่แท้จริง
พลังศักดิ์สิทธิ์ที่พุ่งเข้าใส่เฮ่ยเทียนก่อนหน้านี้ บัดนี้กลับถูกดูดกลืนอย่างรวดเร็ว พลังงานแห่งความว่างเปล่าที่รวมเข้ากับแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง กำลังสร้างเป็นกระแสน้ำวนขนาดมหึมาที่กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัว เทพแห่งกฎเกณฑ์รู้สึกถึงพลังศักดิ์สิทธิ์ของตนเองที่กำลังถูกกัดกร่อนอย่างรวดเร็ว นี่เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน! พลังแห่งสวรรค์อันศักดิ์สิทธิ์ไม่ควรถูกทำลายล้างได้ง่ายดายเช่นนี้!
“เจ้าต้องตาย!” เทพแห่งกฎเกณฑ์ไม่รอช้าอีกต่อไป ร่างของเขาส่องประกายแสงสว่างเจิดจ้า ราวกับดวงอาทิตย์นับล้านดวงรวมกัน พลังศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดในร่างของเขาถูกรวบรวมเข้าไว้ในฝ่ามือ กลายเป็นลูกบอลแสงสีทองขนาดมหึมาที่สามารถทำลายล้างกาแล็กซีได้ในพริบตา นี่คือพลังทำลายล้างขั้นสูงสุดของเทพแห่งกฎเกณฑ์!
“จงมอดไหม้ไปพร้อมกับอเวจี!” ลูกบอลแสงสีทองพุ่งเข้าใส่เฮ่ยเทียนด้วยความเร็วเหนือแสง มันเป็นพลังที่สามารถฉีกกระชากมิติและเวลาได้
แต่เฮ่ยเทียนกลับไม่หลบเลี่ยง เขายืนอยู่ตรงนั้นอย่างสงบนิ่ง ดวงตาที่เป็นสีดำสนิทจ้องมองไปยังลูกบอลแสงสีทองขนาดมหึมานั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ร่างกายของเขายังคงสั่นสะท้าน แต่การเปลี่ยนแปลงภายในยังคงดำเนินต่อไป พลังงานแห่งความว่างเปล่าที่รวมเข้ากับแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง และพลังมารบรรพกาลที่ถูกดูดกลืนพลังศักดิ์สิทธิ์เข้าไป กำลังหลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์แบบ ก่อกำเนิดเป็นสิ่งที่เหนือกว่าพลังงานใดๆ ที่เคยมีมา
“ติ๊ง! ‘แก่นแท้แห่งอเวจี’ หลอมรวมสำเร็จ! โฮสต์ได้รับทักษะใหม่ ‘ม่านอเวจีกลืนสวรรค์’ และ ‘อเวจีไร้ขีดจำกัด’!”
ในขณะที่ลูกบอลแสงสีทองกำลังจะเข้าปะทะ เฮ่ยเทียนก็ยกมือขึ้นช้าๆ ไม่มีการร่ายเวท ไม่มีการเรียกอาวุธใดๆ เพียงแค่ยกมือขึ้นเท่านั้น ม่านพลังงานสีดำสนิทที่กลืนกินแสงทุกชนิดก็พวยพุ่งออกมาจากฝ่ามือของเขา มันไม่ใช่เพียงแค่พลังป้องกัน แต่เป็นมิติแห่งความว่างเปล่าที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา ม่านพลังงานนี้ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า
“ตูม!!!”
เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งอเวจี แรงระเบิดรุนแรงจนกระทั่งเทพแห่งกฎเกณฑ์เองก็ยังต้องถอยหลังไปหลายก้าว ม่านพลังอเวจีปะทะเข้ากับลูกบอลแสงสีทองอย่างจัง ไม่มีการปะทะกันอย่างรุนแรงแบบที่คาดคิด หากแต่เป็นภาพที่น่าตกตะลึง ลูกบอลแสงสีทองขนาดมหึมาที่สามารถทำลายล้างกาแล็กซีได้ กำลังถูกดูดกลืนเข้าไปในม่านอเวจีอย่างช้าๆ ราวกับว่ามันเป็นเพียงแค่หยดน้ำที่ตกลงไปในมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึ้ง
“เป็นไปไม่ได้! พลังศักดิ์สิทธิ์ของข้ากำลังถูกกลืนกิน!” เทพแห่งกฎเกณฑ์อุทานด้วยความตกใจ ดวงตาของเขามองไปยังม่านอเวจีที่กำลังดูดกลืนพลังของเขาด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง
พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกดูดกลืนไปนั้น ไม่ได้สลายหายไปไหน แต่มันกลับถูกแปรสภาพให้กลายเป็นพลังงานบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนกลับเข้าสู่ร่างของเฮ่ยเทียน ทำให้พลังของเขาเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล ความเจ็บปวดจากการหลอมรวมเริ่มลดลงไป และถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานที่ไร้ขอบเขต
“ฮ่าฮ่าฮ่า! เทพแห่งกฎเกณฑ์ เจ้าคิดว่าพลังของเจ้าจะสามารถทำลายล้างข้าได้งั้นรึ? เจ้ามันไร้เดียงสาเกินไปแล้ว! อเวจีนี้คือจุดเริ่มต้นและจุดจบของทุกสรรพสิ่ง! และบัดนี้ ข้าคืออเวจี!” เฮ่ยเทียนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะของเขาดังก้องไปทั่วอเวจี ราวกับเป็นเสียงคำรามของปีศาจโบราณที่เพิ่งตื่นขึ้นจากหลับใหล
ร่างของเฮ่ยเทียนบัดนี้ดูแปลกประหลาด เขายังคงมีรูปลักษณ์ของมนุษย์ แต่ผิวหนังของเขาบัดนี้เป็นสีดำสนิทราวกับความว่างเปล่า มีแสงสีดำสนิทเปล่งประกายออกมาจากรอยแตกทั่วร่างกาย เส้นผมของเขากลายเป็นสีขาวโพลนราวกับหิมะ ดวงตาของเขายังคงเป็นสีดำสนิท แต่ภายในนั้นกลับมีแสงระยิบระยับของดวงดาวนับล้านดวงปรากฏขึ้น ราวกับว่าดวงตาของเขากำลังสะท้อนภาพของจักรวาลทั้งมวล
พลังงานแห่งความว่างเปล่าที่รวมเข้ากับแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่แท้จริง ได้หลอมรวมกับแก่นพลังมารบรรพกาลของเขาอย่างสมบูรณ์ สร้างเป็น ‘แก่นแท้แห่งอเวจี’ ที่เหนือกว่าสิ่งใดๆ ที่เคยมีมา เฮ่ยเทียนรู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับอเวจีทั้งหมด ราวกับว่าเขากับอเวจีได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกัน เขาสามารถควบคุมพลังงานแห่งความว่างเปล่าที่พวยพุ่งขึ้นมาจากเบื้องล่างได้อย่างสมบูรณ์
เทพแห่งกฎเกณฑ์มองดูเฮ่ยเทียนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่เชื่อสายตา นี่ไม่ใช่เพียงแค่การยกระดับพลังธรรมดา แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เฮ่ยเทียนก้าวข้ามขีดจำกัดของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดไปแล้ว! เขาได้กลายเป็นบางสิ่งที่แตกต่างออกไป เป็นบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจใดๆ ที่เคยมีมา
“เจ้า… เจ้าได้กลายเป็นสิ่งต้องห้าม! เจ้าจะต้องถูกทำลาย!” เทพแห่งกฎเกณฑ์คำราม เขาไม่สามารถปล่อยให้สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้อยู่รอดต่อไปได้ ไม่เช่นนั้น สวรรค์ทั้งหมดจะต้องถูกกลืนกิน!
“ทำลายรึ? เจ้าลองดูสิ!” เฮ่ยเทียนยิ้มมุมปาก เผยให้เห็นฟันที่แหลมคมราวกับสัตว์ร้าย เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว อเวจีทั้งมวลก็สั่นสะเทือนตอบรับ พลังงานแห่งความว่างเปล่าพุ่งขึ้นมาจากเบื้องล่างอย่างไม่หยุดยั้ง กลายเป็นพายุแห่งความมืดมิดที่พุ่งเข้าใส่เทพแห่งกฎเกณฑ์
เทพแห่งกฎเกณฑ์พยายามต่อต้านด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดที่มี แต่พลังของเฮ่ยเทียนในตอนนี้ไม่ใช่แค่พลังมาร แต่เป็นพลังแห่งอเวจีที่แท้จริง เป็นพลังที่สามารถกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า พายุแห่งความมืดมิดกลืนกินแสงศักดิ์สิทธิ์ของเทพแห่งกฎเกณฑ์อย่างรวดเร็ว ร่างของเทพแห่งกฎเกณฑ์เริ่มซีดจางลงเรื่อยๆ ราวกับว่าพลังชีวิตของเขากำลังถูกดูดกลืนไป
“เจ้าปีศาจร้าย! ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำลายสวรรค์ได้!” เทพแห่งกฎเกณฑ์คำรามเป็นครั้งสุดท้าย ร่างของเขาส่องประกายแสงสว่างเจิดจ้าอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่พลังโจมตี หากแต่เป็นพลังที่พยายามจะฉีกกระชากมิติเพื่อหลบหนีออกจากอเวจีแห่งนี้
“คิดจะหนีรึ? สายไปแล้ว!” เฮ่ยเทียนโบกมือ ม่านอเวจีกลืนสวรรค์ก็แผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว ปิดกั้นทางหนีของเทพแห่งกฎเกณฑ์เอาไว้ทุกทิศทาง พลังงานแห่งความว่างเปล่าพุ่งเข้าใส่ร่างของเทพแห่งกฎเกณฑ์ราวกับห่าฝน ดูดกลืนพลังศักดิ์สิทธิ์ของเขาอย่างต่อเนื่อง
เทพแห่งกฎเกณฑ์รู้ดีว่าหากเขายังคงอยู่ในอเวจีแห่งนี้ต่อไป เขาจะต้องถูกกลืนกินไปอย่างแน่นอน เขาตัดสินใจทำสิ่งที่น่าตกใจ ร่างของเขาส่องประกายแสงสว่างเจิดจ้าเป็นครั้งสุดท้าย พลังศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดในร่างของเขาถูกบีบอัดจนถึงขีดสุด ก่อให้เกิดแรงระเบิดที่รุนแรงกว่าครั้งใดๆ ทั้งหมด ไม่ใช่เป็นการโจมตี แต่เป็นการเสียสละตัวเองเพื่อสร้างช่องว่างในการหลบหนี
“ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม”
เทพแห่งกฎเกณฑ์ผู้เฒ่าชำเลืองมองไปยังดวงวิญญาณของผู้พิทักษ์ที่กำลังสลายไปอย่างแช่มช้า แววตาของเขาไม่ได้มีความรู้สึกใดๆ แม้แต่น้อย ราวกับว่าชีวิตของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นเป็นเพียงเศษผงธุลีที่ไม่คู่ควรแก่ความสนใจใดๆ เลยแม้แต่น้อย แต่กระนั้น เขากลับสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรงในอเวจีนี้
เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานที่แปลกประหลาด มันเป็นพลังงานที่ไม่ได้มาจากสวรรค์ ไม่ได้มาจากอเวจี ไม่ได้มาจากโลกมนุษย์ หรือแม้แต่จากเผ่าพันธุ์ใดๆ ที่เขาเคยรู้จัก มันเป็นพลังงานที่ดิบเถื่อน เก่าแก่ และเต็มไปด้วยความว่างเปล่าที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง
“พลังงานแห่งความว่างเปล่ารึ?” เทพแห่งกฎเกณฑ์พึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ “สิ่งมีชีวิตที่ถูกผนึกไว้ตั้งแต่ยุคบรรพกาลกำลังจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งอย่างนั้นรึ? เป็นไปไม่ได้… พลังผนึกของสวรรค์นั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่สิ่งมีชีวิตใดๆ จะสามารถทำลายได้”
แต่ในขณะที่เขากำลังกล่าวคำพูดนั้น มิติรอบตัวเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น รอยร้าวสีดำทมิฬปรากฏขึ้นบนผืนฟ้าของอเวจี ราวกับว่าจักรวาลกำลังถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ เสียงคำรามที่มาจากเบื้องล่างของอเวจีก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ใช่เสียงคำรามของสัตว์ร้าย แต่เป็นเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ความเกลียดชัง และความปรารถนาที่จะทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่าง
เทพแห่งกฎเกณฑ์หรี่ตาลง เขารู้สึกได้ถึงพลังงานที่กำลังพุ่งขึ้นมาจากเบื้องล่างของอเวจีอย่างไม่หยุดยั้ง มันเป็นพลังงานที่ไม่ได้มีรูปแบบ ไม่ได้มีสีสัน ไม่ได้มีตัวตนที่ชัดเจน

จอมมารระบบพิชิตสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก