จอมมารระบบพิชิตสวรรค์

ตอนที่ 2 — กำเนิดในความมืด: ปฐมบทแห่งเพลิงแค้น

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

358 ตอน · 1,406 คำ

ความเจ็บปวดอันไร้ที่สิ้นสุดคือสิ่งแรกที่เฮ่ยเทียนรับรู้ มันไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกายภาพจากการถูกทุบตี หากแต่เป็นการฉีกขาดของวิญญาณ ความปวดร้าวที่กัดกินจากภายใน ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนร่างแหลกสลาย และเมื่อความปวดร้าวอันแสนยาวนานนั้นค่อยๆ จางหายไป สิ่งที่หลงเหลือคือความชาชิน ‌และความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย

เขาลืมตาขึ้นช้าๆ ในความมืดมิดที่ไม่อาจหยั่งถึง ลืมตาขึ้นในที่ที่ไร้ซึ่งแสงตะวัน มีเพียงกลิ่นอับชื้นของดินและกลิ่นคาวเลือดจางๆ คลุ้งอยู่ในอากาศ ท้องฟ้าในถ้ำนี้ไม่มีดวงดาว ไม่มีจันทรา มีแต่ความมืดที่กลืนกินทุกสิ่ง ​เขาพยายามยกมือขึ้นเพื่อสัมผัสใบหน้า แต่สิ่งที่เห็นทำให้ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง นั่นไม่ใช่มือมนุษย์อีกต่อไป กรงเล็บสีดำแหลมคมงอกยาวออกมาจากปลายนิ้ว ผิวหนังบนท่อนแขนไม่ได้เรียบเนียนเหมือนเคย หากแต่มีเกล็ดสีคล้ำบางๆ ปกคลุมอยู่ประปราย สะท้อนแสงริบหรี่ของผลึกธาตุบางชนิดที่ส่องจากผนังถ้ำให้เห็นเงาเลือนราง

“ข้า... ‍ข้าคืออะไร?” เสียงที่เปล่งออกมาแหบพร่า ฟังดูแปลกประหลาด ไม่ใช่เสียงของเขาอีกต่อไป เขาพยายามยืนขึ้น แต่ร่างกายกลับหนักอึ้งและแข็งแกร่งอย่างประหลาด พละกำลังมหาศาลที่เขาไม่เคยมีในฐานะมนุษย์ธรรมดา บัดนี้มันไหลเวียนอยู่ทั่วทุกเส้นเลือด ‌ราวกับปีศาจร้ายได้เข้าสิงสถิตอยู่ในกาย แต่จิตใจของเขายังคงเป็นเฮ่ยเทียน คนเดิม ผู้ที่ถูกทรยศหักหลัง และถูกสาปให้กลายเป็นสิ่งอัปลักษณ์

ความทรงจำสุดท้ายที่เจิดจ้าในห้วงความคิดคือใบหน้าของผู้ที่เขาเคยเชื่อมั่นที่สุด คำสาปที่กัดกินวิญญาณ สาปให้เขากลายเป็นมาร คำพูดที่เหยียดหยาม ‍และการทอดทิ้งในหุบเหวแห่งความมืดมิด เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สมคบคิดกับปีศาจ ทั้งที่เขาไม่เคยคิดร้ายต่อผู้ใด ไม่เคยแม้แต่จะข้องแวะกับอำนาจมืด บัดนี้เขากลับกลายเป็นมารโดยสมบูรณ์ และความแค้นก็ปะทุขึ้นในอก ราวกับเชื้อเพลิงที่ถูกราดรดด้วยน้ำมัน เขาจะไม่ยอมตายที่นี่ ​เขาจะต้องกลับไป ทวงความยุติธรรมคืน และฉีกกระชากหน้ากากของพวกหลอกลวงเหล่านั้นออกมา

ในขณะที่ความคับแค้นกำลังพุ่งทะลัก จู่ๆ แสงสีฟ้าจางๆ ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเฮ่ยเทียน ก่อตัวเป็นแผ่นจารึกโปร่งแสงขนาดใหญ่ ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ ​พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำดังก้องในห้วงความคิด “ตรวจพบการเชื่อมโยงกับผู้ใช้งาน… กำลังเรียกใช้งานระบบจอมมาร…”

เฮ่ยเทียนเบิกตากว้าง ความตกใจปะปนกับความงุนงง ‘ระบบจอมมาร? นี่มันอะไรกัน?’

“ระบบจอมมารเปิดใช้งานสมบูรณ์แล้ว ยินดีต้อนรับสู่หนทางแห่งการพิชิต เฮ่ยเทียน!” ​เสียงนั้นประกาศก้อง ราวกับจักรวาลกำลังพูดกับเขา แผ่นจารึกโปร่งแสงนั้นค่อยๆ แสดงข้อมูลต่างๆ ขึ้นมา:

—— สถานะ —— ชื่อ: เฮ่ยเทียน เผ่าพันธุ์: มารระดับต่ำ (Lesser Demon) ระดับ: 1 (0/100 EXP) พลังชีวิต: 500/500 พลังมาร: 100/100 ความแข็งแกร่ง: 20 ความคล่องตัว: 15 ความทนทาน: 18 สติปัญญา: 10 โชค: 1 (ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน)

ทักษะ:

  • กรงเล็บมาร (Demonic Claws) – ระดับ 1: เพิ่มความเสียหายทางกายภาพ 50% เมื่อโจมตีด้วยกรงเล็บ (พลังมาร: 5 หน่วย/การโจมตี)
  • ตาทมิฬ (Dark Sight) – ระดับ 1: มองเห็นในที่มืดได้ชัดเจนขึ้นถึง 200% (ติดตัว)

—— ภารกิจ ——

  • ภารกิจหลัก: กำจัดภูตผีแห่งถ้ำอเวจี
    • รายละเอียด: ภายในถ้ำแห่งนี้มีภูตผีที่กัดกินพลังมารอยู่ จงกำจัดพวกมัน 50 ตน เพื่อชำระล้างถ้ำ และฝึกฝนพลังมารเบื้องต้น
    • ความคืบหน้า: 0/50 ตน
    • รางวัล: ค่าประสบการณ์ 500, พลังมารถาวร +10 หน่วย, ปลดล็อกทักษะใหม่ “คลื่นมารทมิฬ”

—— ร้านค้า —— (ถูกปิดใช้งานชั่วคราว – ต้องมีระดับ 5 และแต้มมาร 1000 หน่วย)

—— คลังเก็บของ —— (ว่างเปล่า)

เฮ่ยเทียนอ่านข้อมูลตรงหน้าอย่างละเอียด หัวใจที่เคยจมดิ่งสู่ความสิ้นหวังกลับเต้นระรัวด้วยความหวังจางๆ นี่คือ... โอกาสของเขา ใช่แล้ว! แม้เขาจะกลายเป็นมาร แต่จิตวิญญาณของเขายังคงไม่มืดบอด เขาจะใช้พลังมารนี้ เพื่อแก้แค้น เพื่อทวงความยุติธรรม!

เขาพยายามลองใช้ “ตาทมิฬ” ทันที ภาพรอบตัวพลันชัดเจนขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ความมืดมิดที่เคยกลืนกินทุกสิ่ง บัดนี้กลับเผยให้เห็นซอกหลืบต่างๆ ของถ้ำอย่างชัดเจน ไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงบางอย่าง เสียงโหยหวนแหบโหยที่ลอยมาจากความมืดเบื้องหน้า คล้ายเสียงคนกระซิบกระซาบ แต่ก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและอาฆาต นั่นคงเป็น “ภูตผีแห่งถ้ำอเวจี” ที่ระบบกล่าวถึง

เขาก้าวเดินอย่างระมัดระวัง ร่างกายที่แข็งแกร่งเกินคาดนี้แม้จะยังไม่คุ้นชิน แต่มันกลับตอบสนองได้รวดเร็วกว่าร่างมนุษย์ที่เขาเคยมีมากนัก กรงเล็บสีดำขยับไปมาอย่างเป็นธรรมชาติ เขาสัมผัสได้ถึงพลังอันดิบเถื่อนที่พุ่งพล่านในตัวทุกขณะ

ไม่นาน ภาพของสิ่งที่เรียกว่าภูตผีก็ปรากฏขึ้น มันเป็นเงาร่างคล้ายมนุษย์ที่บิดเบี้ยว ร่างกายกึ่งโปร่งแสง ลอยเลื่อนอยู่เหนือพื้นดิน มีดวงตาเรืองแสงสีแดงเล็กๆ จ้องมองมาที่เขาอย่างกระหายพลัง “หิว... หิวโหย...” เสียงแหบโหยกระซิบซ้ำๆ พลางพุ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว

เฮ่ยเทียนไม่ลังเลอีกต่อไป ความแค้นที่สั่งสมมาทำให้เขาไร้ซึ่งความปรานี ‘ไม่ว่าเจ้าจะเป็นอะไร ข้าจะใช้เจ้าเป็นบันไดสู่การแก้แค้น!’

“กรงเล็บมาร!” เขาคำราม พุ่งเข้าใส่ภูตผีตนนั้นอย่างไม่คิดชีวิต กรงเล็บสีดำวาววับฟาดฟันเข้าใส่ร่างโปร่งแสงของมันอย่างรุนแรง “ฉัวะ!” เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้น ภูตผีตนนั้นถูกกรงเล็บของเขาฉีกขาดออกเป็นชิ้นๆ ก่อนจะสลายหายไปในอากาศ เหลือไว้เพียงแสงสีเขียวจางๆ ที่ลอยเข้าสู่ร่างของเขา

“ได้รับค่าประสบการณ์ +10” ระบบแจ้งเตือน

เฮ่ยเทียนรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกาย อบอุ่นขึ้นเล็กน้อย และในขณะเดียวกัน พลังมารของเขาก็ถูกใช้ไป 5 หน่วย อย่างที่ระบบบอก เขาหันไปมองรอบๆ ภูตผีตนอื่นๆ ที่เห็นการต่อสู้เมื่อครู่ก็พุ่งเข้าใส่เขาจากทุกทิศทาง พวกมันมีประมาณห้าถึงหกตน

“มาเลย! เข้ามาให้หมด!” เฮ่ยเทียนคำราม พลังมารปะทุขึ้นในดวงตา การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เขาไม่ใช่ยอดฝีมือที่เชี่ยวชาญการต่อสู้ในร่างมาร แต่พละกำลังดิบและความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้เขาสามารถรับมือกับภูตผีเหล่านี้ได้ กรงเล็บของเขาฉีกกระชากพวกมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขารู้สึกถึงความหิวกระหายบางอย่างที่ปะทุขึ้นในใจทุกครั้งที่สังหารพวกมัน แต่อีกมุมหนึ่ง จิตสำนึกของมนุษย์ที่ยังหลงเหลือก็ทำให้เขารู้สึกรังเกียจการกระทำของตนเอง แต่เขาไม่มีทางเลือก นี่คือหนทางเดียวที่จะแข็งแกร่งขึ้น

“ได้รับค่าประสบการณ์ +10” “ได้รับค่าประสบการณ์ +10” “ได้รับค่าประสบการณ์ +10”

เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นต่อเนื่อง พร้อมกับตัวเลขความคืบหน้าของภารกิจที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขาสังหารภูตผีไปแล้วกว่ายี่สิบตน ร่างกายของเขาเริ่มคุ้นชินกับการเคลื่อนไหวในร่างมารมากยิ่งขึ้น ความรู้สึกที่ได้ใช้พละกำลังเหล่านี้เพื่อทำลายล้างช่างน่าประหลาดใจ มันทั้งน่ารังเกียจและน่าพึงพอใจในเวลาเดียวกัน เขาไม่ชอบความรู้สึกนี้ แต่เขากลับปฏิเสธไม่ได้ว่ามันทำให้เขารู้สึกมีชีวิตชีวามากที่สุดนับตั้งแต่ถูกสาป

พลังมารในตัวเขาลดลงไปบ้างจากการใช้ทักษะ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอ่อนแรงลงเลย เขายังคงไล่ล่าภูตผีที่เหลืออย่างไม่ลดละ จนกระทั่งตัวเลขความคืบหน้าขึ้นมาที่ 49/50 ตน เฮ่ยเทียนหยุดพักหายใจเล็กน้อย พลังมารของเขาเหลืออยู่ประมาณ 60 หน่วย และภูตผีตนสุดท้ายก็ปรากฏขึ้น มันมีขนาดใหญ่กว่าตัวอื่นๆ เล็กน้อย และดูเหมือนจะมีพลังมากกว่า

“ฮืออออ...” มันคำราม ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ เฮ่ยเทียนรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ เขากระโดดหลบการโจมตีอันเชื่องช้าของมัน ก่อนจะใช้กรงเล็บมารฟาดฟันเข้าใส่ลำคอของมันอย่างแม่นยำ “ฉัวะ!” ภูตผีตนนั้นกรีดร้องอย่างทรมาน ก่อนจะสลายหายไปในอากาศ แสงสีเขียวพุ่งเข้าสู่ร่างกายของเขา

“ได้รับค่าประสบการณ์ +10” “ความคืบหน้าภารกิจ: 50/50 ตน” “ภารกิจหลัก: กำจัดภูตผีแห่งถ้ำอเวจี สำเร็จแล้ว!”

“กำลังประมวลผลรางวัลภารกิจ...” “ได้รับค่าประสบการณ์ 500” “ค่าประสบการณ์รวม: 500/100” “ผู้ใช้งาน เฮ่ยเทียน มีระดับเพิ่มขึ้น! คุณมีระดับ 2 แล้ว!”

เสียงแจ้งเตือนดังรัว และแผ่นจารึกสถานะก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการอัปเดตข้อมูล:

—— สถานะ —— ชื่อ: เฮ่ยเทียน เผ่าพันธุ์: มารระดับต่ำ (Lesser Demon) ระดับ: 2 (0/200 EXP) พลังชีวิต: 600/600 พลังมาร: 120/120 (เพิ่มขึ้นถาวร +10 หน่วย) ความแข็งแกร่ง: 22 (+2) ความคล่องตัว: 17 (+2) ความทนทาน: 20 (+2) สติปัญญา: 10 โชค: 1

ทักษะ:

  • กรงเล็บมาร (Demonic Claws) – ระดับ 1: เพิ่มความเสียหายทางกายภาพ 50% เมื่อโจมตีด้วยกรงเล็บ (พลังมาร: 5 หน่วย/การโจมตี)
  • ตาทมิฬ (Dark Sight) – ระดับ 1: มองเห็นในที่มืดได้ชัดเจนขึ้นถึง 200% (ติดตัว)
  • ทักษะใหม่: คลื่นมารทมิฬ (Dark Demonic Wave) – ระดับ 1: ปลดปล่อยคลื่นพลังมารโจมตีศัตรูในระยะประชิด สร้างความเสียหาย 80% ของความแข็งแกร่ง (พลังมาร: 20 หน่วย/การใช้)

เฮ่ยเทียนรู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล ร่างกายของเขาแกร่งขึ้น ทักษะใหม่ที่ได้รับมานั้นดูทรงพลังอย่างยิ่ง เขาไม่เคยคิดว่าการเป็นมารจะมอบพลังมากมายถึงเพียงนี้ แม้จิตใจจะยังคงรังเกียจเผ่าพันธุ์ของตน แต่ร่างกายกลับตอบรับพลังมารได้อย่างดีเยี่ยม

ความมืดในถ้ำดูจะจางลงเล็กน้อย หลังจากการกำจัดภูตผีเหล่านั้น เขากวาดตามองไปรอบๆ ก่อนจะพบว่ามีทางออกอีกทางหนึ่ง ซึ่งเป็นอุโมงค์แคบๆ ที่นำไปสู่ด้านนอก เขากัดฟันตัดสินใจ ก้าวเดินออกจากถ้ำไป ทิ้งความมืดมิดและกลิ่นคาวไว้เบื้องหลัง เพื่อมุ่งหน้าสู่โลกภายนอกที่เขาจะต้องเผชิญหน้า

เมื่อย่างก้าวออกจากถ้ำ เฮ่ยเทียนก็ต้องชะงัก สายลมเย็นยะเยือกพัดปะทะใบหน้าพาเอาไอชื้นของดินและกลิ่นเหม็นอับของพืชพรรณที่เหี่ยวเฉามาด้วย ท้องฟ้าเบื้องบนเป็นสีแดงคล้ำ ราวกับพระอาทิตย์เพิ่งตกดินไปนานแล้ว แต่กลับไม่มีดวงดาว ดวงจันทร์ หรือแม้แต่แสงริบหรี่ใดๆ พืชพรรณรอบกายล้วนเหี่ยวเฉาและบิดเบี้ยวผิดรูป ต้นไม้ไร้ใบ ลำต้นดำทะมึนราวกับถูกเผาผลาญ ทุ่งหญ้ากลายเป็นสีน้ำตาลแห้งผาก พื้นดินแตกระแหงเป็นร่องลึก นี่คือแดนปีศาจโดยแท้

เขาหายใจเข้าลึกๆ รับรู้ถึงพลังมารที่หนาแน่นในอากาศรอบกาย ราวกับว่านี่คือบ้านของเขา เฮ่ยเทียนก้มมองมือที่เต็มไปด้วยกรงเล็บอีกครั้ง ก่อนจะกำหมัดแน่น ‘ข้าจะเริ่มต้นที่นี่... จากจุดต่ำสุดนี้... ข้าจะพิชิตทุกสิ่งที่ขวางทางข้า!’

แต่แล้ว ดวงตาที่ปรับเปลี่ยนเป็นตาทมิฬของเขาก็พลันจับจ้องไปยังเบื้องหน้า ร่างของเขาสั่นสะท้านเล็กน้อย พลังที่เคยเปี่ยมล้นพลันเย็นวาบลงไปถึงกระดูกสันหลัง เบื้องหน้า ห่างออกไปไม่ไกลนัก เงาร่างขนาดมหึมาของอสูรกายตัวหนึ่งกำลังเคลื่อนที่เข้ามา มันมีขนาดใหญ่เท่าภูเขา ย่างก้าวแต่ละครั้งพื้นดินสะเทือนเลื่อนลั่น กลิ่นอายมารที่แผ่ออกมาจากมันนั้นเข้มข้นจนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวกันกับอากาศ ดวงตาของมันเรืองแสงสีแดงฉานราวกับดวงอาทิตย์ปีศาจกำลังเพ่งมองมาที่เขาอย่างกระหายเลือด

ในขณะเดียวกัน เสียงโวยวายของมนุษย์ก็ดังขึ้นมาจากอีกทางหนึ่ง เสียงดาบกระทบกัน เสียงมนต์คาถา และเสียงกรีดร้อง เฮ่ยเทียนหันไปมองอย่างรวดเร็ว กลุ่มคนจำนวนนับสิบกำลังต่อสู้กับอสูรขนาดเล็กกว่า ที่กำลังพยายามปกป้องเส้นทางเข้าสู่ถ้ำแห่งนี้ และในกลุ่มนั้น มีชายผู้หนึ่งสวมชุดคลุมสีขาวทอง ใบหน้าของเขาปรากฏขึ้นในความทรงจำของเฮ่ยเทียนอย่างชัดเจน เขาคือศิษย์พี่ใหญ่ ผู้ที่ทรยศหักหลังเขา ผู้ที่ลงอาญาสาปแช่งเขาให้กลายเป็นมาร! เขากำลังนำกลุ่มนักพรตมาล่าอสูรอยู่ใกล้ๆ กับจุดที่เฮ่ยเทียนเพิ่งออกมาจากถ้ำ!

สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดได้มาถึงแล้ว อสูรกายขนาดมหึมาเบื้องหน้า กับกลุ่มคนที่เขาต้องแก้แค้นที่กำลังรุกล้ำเข้ามา เฮ่ยเทียนอยู่ตรงกลางระหว่างสองกองกำลัง เขาจะต้องทำอย่างไรเพื่อเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์นี้ และเริ่มต้นเส้นทางแห่งการแก้แค้นของจอมมารระบบพิชิตสวรรค์!

หน้านิยาย
หน้านิยาย
จอมมารระบบพิชิตสวรรค์

จอมมารระบบพิชิตสวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!