จอมมารระบบพิชิตสวรรค์

ตอนที่ 4 — ใต้เงาอสูรพิภพ โลหิตทรยศหลั่งไหล

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

358 ตอน · 1,576 คำ

ลมหนาวเยียบเย็นพัดโชยเข้ามาจากปากถ้ำ นำพาความอัปมงคลของสัตว์ร้ายจากเบื้องล่าง และเงาครึ้มของกลุ่มคนจากเบื้องบน เฮ่ยเทียนยืนนิ่งดุจรูปสลัก ท่ามกลางบรรยากาศที่อึมครึม ผิวเนื้อสีโลหิตที่ถูกอาบไล้ด้วยพลังมารเต้นระริก การปรากฏตัวของอสูรกายยักษ์เบื้องหน้า และกลุ่มคนผู้ทรยศเบื้องบน ‌ทำให้หัวใจที่เคยเยือกเย็นของเขาลุกโชนด้วยไฟแค้นอีกครั้ง

เบื้องหน้าเขาคือสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายค้างคาว แต่มีขนาดมหึมากว่าภูเขาขนาดย่อม ปีกของมันแผ่กว้างบดบังแสงจันทร์ ม่านตาของมันเรืองรองด้วยสีแดงฉาน กรงเล็บแหลมคมดุจหอกที่สามารถฉีกกระชากภูผา ปากของมันอ้ากว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวที่เรียงรายดุจใบมีดนับพัน และไอน้ำลายสีเขียวขุ่นที่หยดลงมาบนพื้นดินกัดกร่อนศิลาให้ละลาย ​นี่คือ ‘อสูรวารีโลกันตร์’ สัตว์อสูรระดับสูงที่ตามตำนานเล่าขานว่าเฝ้าทางเข้าสู่แดนอเวจี มักจะหลับใหลอยู่ใต้บาดาล และจะตื่นขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานมหาศาลหรือการสั่นสะเทือนของโลก เฮ่ยเทียนไม่รู้ว่าการปรากฏตัวของมันเป็นเพราะพลังมารของเขาที่เพิ่งตื่นขึ้น หรือเพราะความวุ่นวายที่ศิษย์ทรยศเหล่านั้นกำลังสร้างขึ้นกันแน่

แต่แล้ว ดวงตาของเฮ่ยเทียนก็เบนไปทางกลุ่มคนที่กำลังร่อนลงมาจากฟ้า ‍พวกเขาทั้งหมดสวมชุดศิษย์สำนักอี้เทียน คุ้นเคยจนแทบจะฝังอยู่ในกระดูก เลือดในกายเฮ่ยเทียนเดือดพล่านยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นใบหน้าของ ‘เฉินกวง’ ศิษย์พี่ใหญ่ผู้เป็นที่รักและนับถือของทุกคน บัดนี้ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมแฝงด้วยความสะใจ เฉินกวงไม่เพียงเป็นศิษย์พี่ใหญ่ แต่ยังเป็นผู้ที่เฮ่ยเทียนเคารพดุจพี่ชายแท้ๆ ‌และเขานี่เองที่เป็นคนออกอุบายหลอกเฮ่ยเทียนมายังถ้ำแห่งนี้เพื่อสังหาร “เฮ่ยเทียน! เจ้ายังไม่ตายอีกหรือ? ช่างเป็นชีวิตที่เหนียวแน่นเสียจริง!” เสียงของเฉินกวงกังวานเย็นชา ดวงตาจับจ้องมาที่เฮ่ยเทียนด้วยความประหลาดใจระคนไม่พอใจ “และนี่มันอะไรกัน… พลังมารเช่นนี้… ‍เป็นไปไม่ได้!”

ด้านข้างเฉินกวงคือ ‘หลี่หมิง’ ศิษย์พี่รองผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้ด้วยดาบ และ ‘จ้าวเฟิง’ ศิษย์พี่สามผู้เก่งกาจด้านวิชาอักขระและอาคม พวกเขาและกลุ่มศิษย์อีกกว่าสิบคนยืนเรียงราย ล้อมกรอบเฮ่ยเทียนเอาไว้ราวกับฝูงหมาป่าที่กำลังจะขย้ำเหยื่อที่บาดเจ็บ

“พวกเจ้า!” ​เสียงของเฮ่ยเทียนกึกก้องไปด้วยโทสะ พลังมารภายในกายพลุ่งพล่านจนเกิดคลื่นพลังสีดำแผ่ออกไปรอบตัว “ในเมื่อพวกเจ้าต้องการให้ข้าตายนัก วันนี้ข้าจะให้พวกเจ้าได้ลิ้มรสความตาย!”

ก่อนที่คำพูดของเขาจะขาดคำ อสูรวารีโลกันตร์ก็คำรามกึกก้อง มันไม่ได้สนใจกลุ่มมนุษย์เบื้องบนเลยแม้แต่น้อย แต่กลับพุ่งเป้ามาที่เฮ่ยเทียนโดยตรง เพราะพลังมารที่เขาสะสมมาในถ้ำอเวจีแห่งนี้เป็นสิ่งที่มันไม่เคยพบเจอมาก่อน ​และมันสัมผัสได้ถึงภัยคุกคาม กรงเล็บมหึมาของมันตะปบลงมาหมายจะบดขยี้เฮ่ยเทียนให้แหลกละเอียด

“ชิ!” เฮ่ยเทียนสบถ พลังมารสีดำพุ่งออกมาจากฝ่ามือ แปรเปลี่ยนเป็นกำแพงพลังงานสีดำทมิฬทันที “กางเกราะมารคุ้มกาย!”

โครมมมม! เสียงปะทะดังกึกก้องแผ่นดินสั่นสะเทือน กำแพงพลังมารของเฮ่ยเทียนรับแรงกระแทกจากกรงเล็บของอสูรวารีโลกันตร์อย่างจัง ​พื้นดินรอบข้างยุบตัวเป็นวงกว้าง ฝุ่นควันคลุ้งตลบ เฮ่ยเทียนกระอักเลือดออกมาเล็กน้อย แต่ร่างกายของเขากลับไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงอย่างที่ควรจะเป็น พลังมารในกายของเขาถูกหลอมรวมให้แข็งแกร่งขึ้นมากหลังจากที่เขาพิชิตภูตผีในถ้ำสำเร็จ และด้วยคำแนะนำจากระบบ ทำให้เขาสามารถใช้พลังมารเพื่อป้องกันตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ผู้บ่มเพาะขั้นปรมาจารย์? หรือว่า… มันได้รับวิชาแห่งความมืดจากสิ่งใดกันแน่?” หลี่หมิงอุทานด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นเฮ่ยเทียนสามารถรับการโจมตีจากอสูรวารีโลกันตร์ได้โดยไม่ล้มลง “พวกเราอย่ารอช้า โจมตีพร้อมกัน!”

เฉินกวงไม่ได้พูดอะไรอีก เขาสะบัดมือเบาๆ ดาบยาวสีทองก็ปรากฏขึ้นในมือ ปลายดาบชี้ตรงมาที่เฮ่ยเทียน “สังหารมัน อย่าให้มันมีโอกาสรอดกลับไป!”

ศิษย์สำนักอี้เทียนทุกคนต่างร่ายรำอาวุธและวิชาของตนเอง พลังปราณสารพัดสีสันพุ่งตรงเข้ามาหาเฮ่ยเทียน ดาบ กระบี่ หอก ค้อน อักขระไฟ ลูกศรน้ำแข็ง ทั้งหมดพุ่งตรงมาเป็นห่าฝน ท่ามกลางการโจมตีของอสูรวารีโลกันตร์ที่ยังคงไม่ลดละ

“ดี!” เฮ่ยเทียนตะโกนลั่น เสียงของเขาเต็มไปด้วยความแค้น เขาหวนนึกถึงอดีตที่เขาฝึกฝนวิชาเคียงข้างคนเหล่านี้ ภาพของเฉินกวงที่คอยให้คำแนะนำ ภาพของหลี่หมิงที่คอยฝึกซ้อมกระบี่ด้วยกัน ภาพของจ้าวเฟิงที่คอยให้กำลังใจในยามท้อแท้ ทุกภาพเหล่านั้นบัดนี้กลายเป็นเพลิงที่เผาผลาญหัวใจของเขา เขาจะไม่มีวันปล่อยให้คนที่ทรยศเขาต้องตายอย่างสงบ

“เงาโลหิตพรางกาย!” เฮ่ยเทียนสั่ง ระบบตอบรับทันที ร่างของเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นเงาสีดำ พริ้วไหวหลบหลีกการโจมตีทุกชนิดอย่างเหลือเชื่อ ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เขาพุ่งตรงเข้าไปกลางวงล้อมของศิษย์สำนักอี้เทียน ก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว

“ฉึก!” ดาบมารสีดำสนิทที่ปรากฏขึ้นในมือของเฮ่ยเทียน แทงทะลุร่างของศิษย์คนหนึ่งจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็น ดาบมารไม่ได้หยุดแค่นั้น มันยังคงกรีดกรายต่อไป คลื่นพลังมารจากดาบแผ่ขยายออกไป เผาผลาญเส้นลมปราณของศิษย์ผู้นั้นให้มอดไหม้ในพริบตา ศิษย์ผู้นั้นกรีดร้องอย่างทรมาน ก่อนจะล้มลงสิ้นใจในทันที

“ระบบแจ้งเตือน: สังหารศิษย์สำนักอี้เทียน 1 คน – ได้รับค่าประสบการณ์ 500 – ได้รับพลังมาร 100”

“บัดซบ! มันกล้าสังหารคนของเรา!” หลี่หมิงตะโกน เขาพุ่งเข้ามาพร้อมดาบวายุที่กรีดอากาศเป็นเสียงหวีดหวิว แต่เฮ่ยเทียนที่อยู่ภายใต้เงาโลหิตพรางกายว่องไวยิ่งกว่า เขากระโดดหลบดาบของหลี่หมิงด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่าตัว ดาบมารในมือสะบัดฟันไปที่ลำตัวของหลี่หมิง แม้หลี่หมิงจะกางเกราะปราณป้องกันได้ทัน แต่พลังมารจากดาบมารก็ยังสามารถทะลุทะลวงเข้าไป สร้างบาดแผลฉกรรจ์บนอกของเขาได้ เลือดซึมออกมาจากเกราะปราณอย่างช้าๆ

“พวกเจ้ายังอ่อนหัดเกินไป!” เฮ่ยเทียนคำราม เขาหมุนตัวกลับหลัง พลังมารสีดำพุ่งออกจากฝ่ามือ แปรเปลี่ยนเป็นโซ่ตรวนมารนับสิบเส้นพุ่งตรงเข้าจับกุมศิษย์สำนักอี้เทียนคนอื่นๆ ที่กำลังจะร่ายวิชา โซ่ตรวนเหล่านั้นรัดแน่น กัดกินพลังปราณของพวกเขาอย่างรวดเร็ว ทำให้พวกเขาไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือร่ายวิชาใดๆ ได้อีก

ขณะที่เฮ่ยเทียนกำลังจัดการกับศิษย์ระดับรอง อสูรวารีโลกันตร์ก็ยังคงโจมตีเขาอย่างบ้าคลั่ง มันส่งคลื่นเสียงสะท้อนที่สามารถทำลายโสตประสาทได้ออกมา แต่เฮ่ยเทียนก็ใช้พลังมารของเขาสร้างเกราะป้องกันเสียงไว้ได้ทันท่วงที เขายังต้องเผชิญหน้ากับทั้งสองฝ่ายพร้อมกัน ทำให้การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือดและยากลำบาก

“เฮ่ยเทียน! เจ้าต้องชดใช้!” เฉินกวงผู้เห็นลูกน้องของตนถูกสังหารและบาดเจ็บ ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เขาพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง ดาบทองในมือสาดแสงสีทองเจิดจ้า ราวกับดวงอาทิตย์ที่กำลังจะแผดเผาทุกสิ่ง นี่คือวิชา ‘ดาบสุริยะผลาญฟ้า’ วิชาประจำตระกูลของเฉินกวงที่ร่ำเรียนมาตั้งแต่เด็ก

เฮ่ยเทียนรู้สึกถึงพลังกดดันมหาศาล เขาไม่เคยคิดว่าเฉินกวงจะบรรลุวิชาดาบขั้นนี้ได้เร็วขนาดนี้ “พลังมารผนึก!” เฮ่ยเทียนรวบรวมพลังมารทั้งหมดในร่างกาย แปรเปลี่ยนเป็นเกราะมารที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เขาจะสร้างได้ เขาไม่หลบหลีก แต่เลือกที่จะปะทะตรงๆ

เคร้งงงงงงง! เสียงดาบปะทะกับเกราะมารดังสนั่น หินรอบข้างระเบิดเป็นผุยผง เฮ่ยเทียนถูกแรงกระแทกกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบก้าว ร่างกายของเขาสั่นสะท้านไปทั้งตัว เกราะมารปรากฏรอยร้าวเล็กน้อย แต่ก็ยังคงต้านทานพลังของดาบสุริยะผลาญฟ้าไว้ได้

“เป็นไปไม่ได้! เจ้าจะรับการโจมตีของข้าได้อย่างไร!” เฉินกวงจ้องมองเฮ่ยเทียนด้วยดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ พลังของเฮ่ยเทียนในตอนนี้เทียบเท่ากับผู้บ่มเพาะขั้นแก่นทองคำแล้ว ทั้งที่เมื่อก่อนเขายังอยู่แค่ขั้นก่อตั้งรากฐานเท่านั้น

เฮ่ยเทียนยิ้มเยาะมุมปาก “นี่คือพลังของมาร! พลังที่พวกเจ้าไม่มีวันเข้าใจ!”

ทันใดนั้น อสูรวารีโลกันตร์ที่อยู่ห่างออกไปก็ตัดสินใจใช้ท่าไม้ตาย มันอ้าปากกว้าง พลังปราณวารีสีเขียวขุ่นขนาดมหึมารวมตัวกันก่อนจะพุ่งออกมาดุจกระสุนปืนใหญ่ เข้าใส่เฮ่ยเทียนและเฉินกวงที่กำลังปะทะกันอยู่

“บัดซบ!” เฉินกวงสบถ เขารู้ดีว่าหากปะทะกับพลังนี้โดยตรง ตัวเขาเองก็จะบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน เขาจึงตัดสินใจถอยหนีไปทางด้านข้างอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เฮ่ยเทียนต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของอสูรวารีโลกันตร์เพียงลำพัง

เฮ่ยเทียนเห็นการกระทำของเฉินกวงอย่างชัดเจน เขายิ้มหยันในความเห็นแก่ตัวของศิษย์พี่ใหญ่ผู้ทรยศคนนี้ เขาเองก็รู้ว่าการรับการโจมตีจากอสูรวารีโลกันตร์นี้โดยตรงเป็นเรื่องอันตรายถึงชีวิต แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น ภาพในอดีตที่เฉินกวงหลอกลวงเขา แผนการสังหารที่ชั่วร้าย และใบหน้าที่เยือกเย็นของเฉินกวงขณะผลักเขาลงสู่เหวลึก ก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด

ความแค้นและความเดือดดาลที่ปะทุขึ้นในใจของเฮ่ยเทียน ทำให้พลังมารในกายของเขาพลุ่งพล่านทะลุขีดจำกัดไปอีกขั้น ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เส้นเลือดสีดำผุดขึ้นมาบนผิวหนัง ดวงตาของเขาแดงก่ำดุจโลหิต ดาบมารในมือเปล่งประกายสีดำมืดมิดราวกับดูดกลืนแสงสว่างรอบข้างทั้งหมด

“พลังมารคลั่งสังหาร!” เฮ่ยเทียนคำรามลั่น เสียงของเขาเปลี่ยนไป กลายเป็นเสียงที่ลึกและหยาบกระด้าง ราวกับเสียงจากหุบเหว ดาบมารในมือของเขาสั่นสะท้าน แปรเปลี่ยนเป็นเงาดำนับร้อยนับพัน พุ่งเข้าหาพลังปราณวารีของอสูรวารีโลกันตร์อย่างบ้าคลั่ง

พลังมารปะทะกับพลังปราณวารีอย่างดุเดือด เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว พื้นดินแตกระแหง ต้นไม้รอบข้างหักโค่น แรงระเบิดส่งร่างของเฮ่ยเทียนกระเด็นไปไกลกว่าร้อยเมตร ชนเข้ากับผนังถ้ำอย่างแรง จนเกิดรอยบุ๋มขนาดใหญ่ เลือดสีดำไหลรินจากมุมปากของเขา ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง แทบจะยืนไม่ไหว

“แก… แกมันปีศาจ!” เฉินกวงจ้องมองมาที่เฮ่ยเทียนด้วยความตกใจ ใบหน้าซีดเผือด เขาไม่เคยคิดว่าเฮ่ยเทียนจะรอดจากการโจมตีของอสูรวารีโลกันตร์ได้ ทั้งยังโจมตีกลับไปจนเกิดความเสียหายมหาศาลเช่นนี้ พลังมารที่เฮ่ยเทียนแสดงออกมาในตอนนี้ เกินกว่าที่เขาจะรับมือได้แล้ว

อสูรวารีโลกันตร์เองก็คำรามด้วยความเจ็บปวด พลังปราณวารีของมันถูกโจมตีจนสลายไปบางส่วน ปีกของมันก็ปรากฏรอยฉีกขาดจากการปะทะกับพลังมารของเฮ่ยเทียน มันหันมามองเฮ่ยเทียนด้วยความโกรธแค้น ดวงตาแดงก่ำราวกับจะฉีกกินเขาให้ได้ แต่มันก็ลังเลที่จะเข้าใกล้ เพราะสัมผัสได้ถึงพลังอันตรายที่แฝงอยู่ในร่างของเฮ่ยเทียน

“เฮือก… พวกเจ้า… จะต้องชดใช้!” เฮ่ยเทียนกัดฟันกรอด พลังมารในกายของเขาอ่อนล้าเต็มที แต่ความแค้นยังคงไม่จางหาย “ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบการโจมตีขั้นรุนแรง – พลังชีวิตลดลง 70% – เข้าสู่ภาวะวิกฤต”

เฉินกวงเห็นสภาพของเฮ่ยเทียนที่บาดเจ็บสาหัสและอ่อนล้า แต่กลับยังมีจิตสังหารที่รุนแรงแผ่ออกมา เขารู้ว่าหากปล่อยเฮ่ยเทียนไว้ เขาจะต้องพบกับจุดจบที่ไม่ต่างจากศิษย์คนอื่นๆ แน่นอน เฉินกวงจึงตัดสินใจ “หลี่หมิง! จ้าวเฟิง! จัดการอสูรวารีโลกันตร์! คนอื่นช่วยข้าจัดการเฮ่ยเทียน!”

แผนการอันโหดเหี้ยมถูกวางขึ้นอย่างรวดเร็ว เหล่าศิษย์ที่ยังเหลือรอดพุ่งเข้าใส่เฮ่ยเทียนอีกครั้ง ขณะที่หลี่หมิงและจ้าวเฟิงพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของอสูรวารีโลกันตร์ เฮ่ยเทียนแม้จะบาดเจ็บหนัก แต่ดวงตาของเขาก็ยังคงฉายแววแห่งความดุดัน เขากัดฟันรวบรวมพลังมารเฮือกสุดท้าย พุ่งเข้าใส่ศัตรูอีกครั้ง

แต่แล้ว… เสียงฝีเท้าอันหนักอึ้งก็ดังมาจากปากถ้ำ เบื้องหลังกลุ่มศิษย์สำนักอี้เทียน คลื่นพลังงานสีดำที่มืดมิดและเย็นชาจนทำให้เลือดในกายแข็งตัวแผ่ซ่านออกมาพร้อมกับกลิ่นอายของซากศพนับพัน ดวงตาของเฮ่ยเทียนเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นร่างเงาขนาดมหึมาอีกร่างหนึ่งที่ค่อยๆ คืบคลานออกมาจากความมืดมิดเบื้องหลังกลุ่มศิษย์ทรยศ ร่างนั้นมีขนาดใหญ่กว่าอสูรวารีโลกันตร์หลายเท่าตัว มีดวงตาสีม่วงเรืองรอง และมีเขาแหลมคมดุจหินผา ความน่าสะพรึงกลัวของมันทำให้แม้แต่อสูรวารีโลกันตร์ยังต้องหยุดชะงักและส่งเสียงคำรามอย่างหวาดกลัว นี่ไม่ใช่อสูรธรรมดา นี่คือ… ราชันย์อสูร! และมันดูเหมือนจะตรงมายังที่แห่งนี้ ราวกับถูกดึงดูดด้วยพลังบางอย่าง… บางทีอาจเป็นพลังมารของเฮ่ยเทียนเอง…

เฮ่ยเทียนมองไปยังกลุ่มศิษย์ทรยศที่กำลังจะถูกกลืนกินโดยเงามรณะที่อยู่เบื้องหลัง และมองไปยังราชันย์อสูรที่จ้องมองมายังเขาโดยเฉพาะ สถานการณ์ของเขาดูจะเลวร้ายลงไปอีกขั้น เขาจะรอดพ้นจากภัยพิบัติครั้งนี้ได้อย่างไร ในเมื่อเขาก็อยู่ในสภาพปางตายเช่นกัน

“ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบพลังงานหายนะระดับสูงสุด – ราชันย์อสูรโลกันตร์ – โปรดระมัดระวัง!”

และในวินาทีนั้นเอง เสียงแห่งความตื่นตระหนกจากเหล่าศิษย์สำนักอี้เทียนก็ดังระงมเมื่อพวกเขาตระหนักถึงสิ่งที่อยู่เบื้องหลังพวกตน… เงาแห่งความตายได้คืบคลานเข้าหาทุกคนอย่างช้าๆ แต่แน่นอน และเฮ่ยเทียนก็รู้สึกราวกับว่าตัวเขาถูกขังอยู่ตรงกลางระหว่างกรงเล็บแห่งหายนะที่กำลังจะบีบอัดชีวิตของเขาให้แหลกสลาย

“นี่มัน… สิ้นหวังเกินไปแล้ว!” เฮ่ยเทียนพึมพำกับตัวเอง รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ไม่ใช่ความเย็นจากความกลัว แต่เป็นความเย็นจากการสิ้นหวังที่โอบล้อมเขาไว้ทุกทิศทาง

เฉินกวงเองก็หันไปมองเบื้องหลังด้วยใบหน้าซีดเผือด “ราชันย์อสูร! เป็นไปได้อย่างไร!” เขาไม่เคยคิดว่าการลงมายังถ้ำอเวจีในครั้งนี้จะนำพาสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้มาด้วย และมันดูเหมือนจะจ้องมองมายังพวกเขา… และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง… เฮ่ยเทียน!

หน้านิยาย
หน้านิยาย
จอมมารระบบพิชิตสวรรค์

จอมมารระบบพิชิตสวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!