จอมมารระบบพิชิตสวรรค์

ตอนที่ 6 — โลหิตมารคำราม, ทลายพันธนาการ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

358 ตอน · 1,386 คำ

ความมืดมิดที่อ้อยอิ่งในถ้ำอันลึกล้ำพลันหนักอึ้งและหนาวเย็นจับจิต ราชันย์อสูรทมิฬมายาปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าเฮ่ยเทียน ร่างของมันสูงใหญ่ราวภูผา รูปลักษณ์คล้ายมนุษย์ยักษ์แต่กลับบิดเบี้ยวและหุ้มคลุมด้วยเงามืดสนิท ดวงตาคู่หนึ่งเปล่งประกายสีแดงฉานราวอัญมณีโลหิต จ้องตรงมายังเฮ่ยเทียนด้วยความหิวกระหายบางอย่างที่น่าขนลุกเกินจะเข้าใจ

“มนุษย์...ผู้ถูกแปดเปื้อนด้วยพลังแห่งความมืด...ช่างหอมหวานนัก” เสียงของมันดังสะท้อนก้องทั่วถ้ำ ราวกับเสียงกระซิบจากนรกภูมิ ‌บิดเบือนอากาศธาตุจนสั่นพร่า พลังปราณมารมหาศาลแผ่กระจายออกมาราวคลื่นยักษ์ กดดันทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่ความหวาดกลัว

เฉินกวงและหลี่หมิง รวมถึงศิษย์ที่เหลืออีกหยิบมือต่างตัวสั่นงันงก ใบหน้าซีดเผือดราวศพ พวกเขาไม่เคยพบเห็นอสูรระดับราชันย์ที่แท้จริงมาก่อน พลังของอสูรวารีโลกันตร์ที่เพิ่งเผชิญหน้าไปนั้น เทียบไม่ได้เลยกับแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากราชันย์อสูรทมิฬมายาตรงหน้า ​แม้แต่อสูรวารีโลกันตร์เองก็ส่งเสียงคำรามหวาดหวั่น ถอยร่นไปอยู่ด้านหลังราชันย์อสูรอย่างหวาดกลัว

เฮ่ยเทียน แม้จะบาดเจ็บสาหัสและอ่อนล้าจนแทบยืนไม่ไหว แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความเด็ดเดี่ยวและความแค้น เขาจ้องตอบราชันย์อสูรทมิฬมายาอย่างไม่เกรงกลัว ร่างกายของเขากำลังส่งเสียงครางแผ่วเบาจากภายใน พลังมารที่เพิ่งได้รับมาใหม่กำลังปั่นป่วนอย่างรุนแรง ราวกับถูกปลุกเร้าให้ตื่นขึ้นเต็มกำลัง

“ฮึ่ม...สัตว์อสูรชั้นต่ำอย่างพวกเจ้า ‍กล้าดียังไงมาขวางทางข้า!” เฮ่ยเทียนคำรามตอบกลับด้วยเสียงที่แหบพร่าแต่เต็มไปด้วยอำนาจ พลังมารสีดำสนิทปะทุขึ้นจากร่างเขา แผ่รัศมีต่อต้านแรงกดดันของราชันย์อสูรทมิฬมายาอย่างดื้อรั้น เขากำชับกระบี่ดำในมือแน่น กระแสพลังมารไหลเวียนจากระบบเข้าสู่ปลายกระบี่ ทำให้มันเปล่งประกายทมิฬน่าเกรงขาม

ราชันย์อสูรทมิฬมายาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีแดงฉานหรี่ลง ‌มันดูประหลาดใจกับปฏิกิริยาของเฮ่ยเทียน มันไม่เคยคิดว่ามนุษย์ที่กำลังจะตายคนหนึ่ง จะกล้าต่อกรกับมันได้ถึงเพียงนี้ “น่าสนใจ...น่าสนใจยิ่งนัก พลังที่ซ่อนเร้นในกายเจ้านั้น...ช่างหอมหวานยิ่งกว่าสิ่งใดในโลกใบนี้”

พลัน ราชันย์อสูรทมิฬมายาก็เคลื่อนไหว! มันไม่ได้พุ่งเข้าใส่เฮ่ยเทียนด้วยการโจมตีทางกายภาพ หากแต่ส่งคลื่นพลังทมิฬมหาศาลพุ่งเข้าใส่เฮ่ยเทียนอย่างรวดเร็ว ‍คลื่นพลังนั้นไม่ได้มีเพียงแรงทำลายล้าง แต่กลับมีอำนาจในการดูดกลืนและกัดกินจิตวิญญาณแฝงอยู่ด้วย

‘ตูม!’

เฮ่ยเทียนยกกระบี่ขึ้นป้องกัน พลังมารของเขาปะทะเข้ากับคลื่นพลังทมิฬอย่างจัง เกิดเสียงปะทะกึกก้องจนถ้ำสั่นสะเทือน เลือดสดๆ กระอักออกมาจากริมฝีปากของเฮ่ยเทียน ร่างกายของเขากระเด็นไปกระแทกกับผนังถ้ำอย่างแรง จนกระอักเลือดออกมาอีกหลายคำ ​แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ คลื่นพลังทมิฬนั้นพยายามจะซึมซับเข้าสู่ร่างกายของเขา กัดกินพลังชีวิตและพลังปราณมารของเขาอย่างรวดเร็ว

[ระบบแจ้งเตือน: “พลังปราณมารในกายท่านเป็นเป้าหมาย! ราชันย์อสูรทมิฬมายาหมายจะผนวกท่านเป็นส่วนหนึ่งของมัน! มันสัมผัสได้ถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของท่าน และต้องการช่วงชิง! ท่านต้องต้านทาน!”]

คำเตือนจากระบบดังก้องในจิตใจของเฮ่ยเทียน ​ทำให้เขาตระหนักว่าภัยคุกคามนี้ร้ายแรงกว่าที่คิดมาก ราชันย์อสูรตนนี้ไม่ได้ต้องการเพียงแค่ฆ่า แต่ต้องการ ‘กลืนกิน’ เขา นี่คือสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตาย! หากเขาถูกผนวก เขาจะกลายเป็นเพียงหุ่นเชิด ​ไร้วิญญาณ ไร้ตัวตน และถูกใช้เป็นเพียงแหล่งพลังงาน

“ไม่...ข้าไม่มีวันยอม!” เฮ่ยเทียนกัดฟันกรอด ความเจ็บปวดจากการถูกกัดกินและบาดแผลต่างๆ แทบทำให้เขาสิ้นสติ แต่ความแค้นที่สุมอยู่ในอกกลับเป็นเชื้อเพลิงที่ทำให้จิตวิญญาณของเขาลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง

ในขณะเดียวกัน เฉินกวงและหลี่หมิงที่เห็นเฮ่ยเทียนกำลังตกอยู่ในอันตรายสาหัส ใบหน้าของพวกเขาก็ฉายแววโล่งอกปนยินดีอย่างไม่อาจปกปิดได้ พวกเขารีบหันหลังกลับ ตั้งใจจะฉวยโอกาสที่ราชันย์อสูรยุ่งอยู่กับเฮ่ยเทียนเพื่อหลบหนีออกจากถ้ำแห่งนี้

“เฮ่ยเทียน! เจ้ารีบหนีไปก่อนเถอะ! พวกเราจะถ่วงเวลาให้!” เฉินกวงตะโกนเสียงหลง พร้อมทั้งหันหลังวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งให้ศิษย์คนอื่นๆ ที่ยังสับสนและราชันย์อสูรจมอยู่ในความมืดมิด

คำพูดหน้าไหว้หลังหลอกของเฉินกวงสร้างความรู้สึกสะอิดสะเอียนให้กับเฮ่ยเทียนอย่างที่สุด! คนไร้ยางอายเหล่านี้ยังกล้าพูดคำโกหกพรรค์นั้นออกมาอีกหรือ? ความคับแค้นในใจของเฮ่ยเทียนพุ่งสูงถึงขีดสุด เขาสาบานว่าไม่ว่ายังไงก็จะไม่ปล่อยให้พวกมันรอดไปได้!

[ระบบ: “ตรวจพบวิกฤตการณ์ที่คุกคามถึงชีวิต! ระบบเสนอทางเลือก: ปลดผนึกพลังมารระดับสอง: โลหิตอสูรคำราม (ชั่วคราว)! แลกมาด้วยการกัดกร่อนจิตวิญญาณและควบคุมตนเองที่ลดลงอย่างมาก! ท่านต้องการดำเนินการหรือไม่?”]

ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว! เฮ่ยเทียนไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย “ปลดผนึก!”

‘ตูม!’

ทันทีที่เฮ่ยเทียนตัดสินใจ ร่างกายของเขาก็ระเบิดพลังปราณมารออกมาอย่างรุนแรงยิ่งกว่าที่เคย ดวงตาของเขากลายเป็นสีแดงก่ำราวโลหิตที่เพิ่งหลั่งไหล เส้นเลือดดำนูนโปนขึ้นมาตามผิวหนังทั่วร่างจนน่าหวาดกลัว ฟันเขี้ยวของเขาคมกริบขึ้นมาเล็กน้อย เล็บมือกลายเป็นกรงเล็บแหลมคมสีดำสนิท ออร่ามารที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงจนถึงขั้นทำให้หินรอบๆ ตัวเขาแตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ ความเจ็บปวดจากบาดแผลต่างๆ หายไปชั่วขณะ แทนที่ด้วยความรู้สึกที่แข็งแกร่งและพลังที่พุ่งพล่านไปทั่วทุกอณู ทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นเทพปีศาจที่ไร้เทียมทาน

“กร๊าซซซซซ!!!” เฮ่ยเทียนคำรามลั่น เสียงของเขาไม่ได้เป็นเสียงมนุษย์อีกต่อไป แต่มันคือเสียงคำรามของอสูรที่แท้จริง! พลังปราณมารสีดำสนิทพุ่งขึ้นไปเบื้องบน ชนเข้ากับเพดานถ้ำจนเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ ราชันย์อสูรทมิฬมายาถึงกับชะงัก มันสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจในตัวเฮ่ยเทียน

“นี่มัน...พลังแห่งการทำลายล้างที่ถูกผนึก! พลังแห่ง ‘อสูรบรรพกาล’ เช่นนั้นหรือ!? เจ้า...เจ้าเป็นใครกันแน่!?” ราชันย์อสูรทมิฬมายาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและความหวาดระแวงปนกันไป มันไม่คาดคิดว่าภายในกายของมนุษย์คนนี้ จะซ่อนพลังมารที่ทรงอำนาจถึงเพียงนี้ และที่สำคัญ มันคือพลังที่มันเคยสัมผัสได้จากผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังความมืดมิดทั้งมวล!

เฮ่ยเทียนไม่ตอบ เขาพุ่งทะยานเข้าใส่ราชันย์อสูรทมิฬมายาราวสายฟ้าแลบ ทักษะ ‘กรงเล็บทมิฬสังหาร’ ที่เพิ่งปลดล็อกปรากฏขึ้น กรงเล็บสีดำสนิทขนาดใหญ่ยักษ์พุ่งเข้าฟาดฟันใส่ร่างของราชันย์อสูรทมิฬมายาอย่างบ้าคลั่ง ราชันย์อสูรทมิฬมายาตั้งรับอย่างยากลำบาก พลังของเฮ่ยเทียนในตอนนี้เทียบเท่ากับราชันย์อสูรทั่วไปแล้ว แม้จะยังไม่เทียบเท่ากับมัน แต่ก็สร้างความเสียหายให้มันได้

‘เคร้ง! แคร้ง! พรึ่บ!’

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ถ้ำสั่นสะเทือนจากคลื่นพลังที่ปะทะกัน พลังมารสีดำสนิทของเฮ่ยเทียนปะทะเข้ากับพลังทมิฬของราชันย์อสูรทมิฬมายาอย่างต่อเนื่อง สร้างประกายไฟสีดำและแสงสีแดงฉานสว่างวาบไปทั่วบริเวณ เฮ่ยเทียนใช้ความเร็วที่เพิ่มขึ้น พริ้วไหวราวปีศาจแห่งความมืด เข้าโจมตีจุดตายของราชันย์อสูรทมิฬมายาอย่างไม่หยุดยั้ง ทุกการโจมตีล้วนแฝงไว้ด้วยความเกรี้ยวกราดและความแค้นที่อัดแน่น

ราชันย์อสูรทมิฬมายาเริ่มเผยให้เห็นร่องรอยบาดแผลที่เกิดจากกรงเล็บของเฮ่ยเทียน ถึงแม้จะไม่ใช่บาดแผลที่ร้ายแรงถึงชีวิต แต่มันก็สร้างความเสียหายที่เห็นได้ชัด พลังที่รั่วไหลออกมาจากร่างของมันลดลงอย่างเห็นได้ชัด ความประหลาดใจแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยว

“บังอาจ! มนุษย์ชั้นต่ำอย่างแก กล้าทำข้าบาดเจ็บได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ!?” ราชันย์อสูรทมิฬมายาคำรามลั่น มันรวบรวมพลังทมิฬทั้งหมดที่มี สร้างเป็นลูกบอลพลังงานสีดำขนาดใหญ่ พุ่งเข้าใส่เฮ่ยเทียนด้วยความตั้งใจที่จะบดขยี้เขาให้แหลกคามือ

เฮ่ยเทียนไม่ถอย เขารวบรวมพลังปราณมารทั้งหมดที่หลงเหลืออยู่ในกายที่บัดนี้บิดเบี้ยวและเจ็บปวดจากการปลดผนึกพลังมากเกินไป ก่อเกิดเป็น ‘หมัดอสูรคำรณ’ กำปั้นสีดำสนิทที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีทมิฬพุ่งเข้าปะทะกับลูกบอลพลังงานของราชันย์อสูรทมิฬมายาอย่างจัง

‘บึ้มมมมมม!!!’

แรงระเบิดมหาศาลสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหุบเขา ผนังถ้ำทรุดตัวลง ฝุ่นควันคลุ้งตลบไปทั่วบริเวณ เมื่อฝุ่นควันจางลง ราชันย์อสูรทมิฬมายาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง แต่ร่างของมันบัดนี้เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวและบาดแผล มันอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาสีแดงฉานหรี่ลงด้วยความเจ็บปวด มันมองเฮ่ยเทียนด้วยความประหลาดใจปนหวาดกลัว

“พลังเช่นนี้...ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าควรมี...ในเมื่อเจ้ามีพลังเช่นนี้...คงไม่อาจยอมให้เจ้ามีชีวิตอยู่ต่อไปได้!” ราชันย์อสูรทมิฬมายาคำรามด้วยความโกรธแค้น แต่มันก็ไม่ได้บุ่มบ่ามเข้าโจมตีอีก มันสัมผัสได้ถึงพลังที่น่าสะพรึงกลัวบางอย่างที่ยังซ่อนเร้นอยู่ในตัวเฮ่ยเทียน และรู้ว่าการต่อสู้กับมนุษย์ที่คลั่งแค้นตนนี้ต่อไป มีแต่จะสิ้นเปลืองพลังโดยเปล่าประโยชน์

มันส่งสายตาอาฆาตไปที่เฮ่ยเทียน “จงจำไว้ เฮ่ยเทียน! พลังที่เจ้าครอบครอง...จะนำพาท่านไปสู่หายนะที่แท้จริง! และผู้ที่สาปเจ้าเป็นมาร...มิได้จบสิ้นเพียงเท่านี้! เจ้าจะต้องชดใช้ในไม่ช้า!”

พลัน ร่างของราชันย์อสูรทมิฬมายาก็ค่อยๆ เลือนหายไปในเงามืด เหลือทิ้งไว้เพียงออร่าทมิฬที่ยังคงอ้อยอิ่งและบาดแผลฉกรรจ์ของอสูรวารีโลกันตร์ที่ส่งเสียงร้องครางอย่างเจ็บปวด.

เฮ่ยเทียนทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง พลังที่ปลดผนึกไปเมื่อครู่กำลังย้อนกลับมากัดกินร่างและจิตใจของเขา ความเจ็บปวดทวีคูณเป็นสิบเท่า บาดแผลต่างๆ เปิดออกอีกครั้ง เลือดสดๆ ไหลอาบกาย เขากำลังจะสิ้นสติ แต่ในห้วงสุดท้ายของความรู้สึก เขายังคงมองเห็นร่างของเฉินกวงและหลี่หมิงที่กำลังพยายามปีนป่ายหนีออกไปอย่างทุลักทุเล ความแค้นยังคงเดือดพล่านในอก ทำให้เขาพยายามรวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย พุ่งกระบี่ดำในมือออกไปทางเฉินกวง

‘ฉึก!’

กระบี่ดำพุ่งเสียบเข้าที่ขาของเฉินกวงอย่างแม่นยำ ทำให้เขาล้มคะมำและส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด หลี่หมิงหันมามองด้วยความตกใจและหวาดกลัว ก่อนจะรีบประคองเฉินกวงและพยายามหนีต่อไปอย่างสิ้นหวัง เฮ่ยเทียนทำได้เพียงมองตามอย่างเจ็บปวด ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเริ่มพร่ามัว

[ระบบ: “พลังปราณมารของท่านเหลือเพียง 1%! การปลดผนึกเกินขีดจำกัดทำให้เกิดความเสียหายต่อแก่นแท้แห่งวิญญาณ...เตือน...ภัยคุกคามใหม่กำลังก่อตัวขึ้นจากเบื้องลึก...”]

เสียงของระบบขาดหายไปพร้อมกับสติที่เริ่มเลือนรางของเฮ่ยเทียน เขาพยายามจะดึงสติกลับมา แต่ร่างกายของเขากำลังดับลงช้าๆ พลังที่ถูกใช้ไปอย่างมหาศาลกำลังเรียกเก็บราคาอันแสนแพง

แต่แล้ว! พื้นดินใต้ร่างของเขากลับสั่นสะเทือนอีกครั้ง! ครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าครั้งใดๆ ที่เคยประสบมา คล้ายกับมีบางสิ่งมหึมาได้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลที่ยาวนานกว่าพันปี! รอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนเพดานถ้ำ ไม่ใช่รอยร้าวธรรมดา แต่มันกลับเปล่งแสงสีแดงฉานประหลาดออกมาจากเบื้องบน

‘ครืนนนนนนน!!!’

เสียงคำรามที่ไม่ใช่เสียงของราชันย์อสูรทมิฬมายา ไม่ใช่อสูรวารีโลกันตร์ แต่เป็นเสียงที่เก่าแก่และชั่วร้ายกว่าสิ่งใดที่เฮ่ยเทียนเคยได้ยิน มันดังสนั่นกึกก้องไปทั่วทั้งหุบเขา คล้ายกับเสียงของเทพปีศาจที่กำลังจะหลุดพ้นจากพันธนาการ เสียงนั้นเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นและอำนาจที่ไร้ขอบเขต ทำให้แม้แต่พื้นดินที่เฮ่ยเทียนนอนอยู่ก็ยังปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นโพรงขนาดมหึมาที่อยู่เบื้องล่าง มันไม่ใช่ช่องว่างธรรมดา หากแต่คล้ายกับเป็นประตูที่เชื่อมไปยังห้วงมิติอื่น ที่ซึ่งมีเงาร่างอันบิดเบี้ยวและใหญ่โตมโหฬาร กำลังเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า พยายามที่จะบิดเบือนความเป็นจริงและฉีกผ่านมิติเข้ามาสู่โลกภายนอก มันไม่ใช่แค่ราชันย์อสูร แต่เป็นบางสิ่งที่ชั่วร้ายยิ่งกว่า บรรพบุรุษแห่งความมืดมิดที่ถูกผนึกมาแต่โบราณกาล และบัดนี้มันกำลังตื่นขึ้นมาแล้วอย่างสมบูรณ์เพื่อต้อนรับเขา…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
จอมมารระบบพิชิตสวรรค์

จอมมารระบบพิชิตสวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!